• thereviewer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2018-10-20
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 2152
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
thereviewer
บอกเล่าประสบการณ์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การดูแลรักษาสุขภาพ และความงาม รวมถึงเรื่องราวทั่วไปที่ได้จากประสบการณ์ผู้เขียน เพื่อแบ่งปันแก่เพื่อน ๆ ผู้อ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thereviewer
วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2563
Posted by thereviewer , ผู้อ่าน : 234 , 19:18:59 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คือ การปรับรูปหน้าบริเวณหน้าผากโดยเติมสารเติมเต็มชนิด HA (Hyaluronic Acid) หรือไฮยาลูรอนิก

อธิบายการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

สำหรับในผู้หญิงหากมีหน้าผากโหนกนูนสวย ในทางโหงวเฮ้งบ่งบอกถึงว่า ไม่ต้องทำงานหนัก จะได้สามีรวย นอกจากนี้ มีความเชื่อด้านโหงวเฮ้งว่าจะมีคนช่วยอุปถัมภ์ ทำให้รับทรัพย์มากขึ้น จึงเป็นที่นิยมในผู้ที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้งในด้านการค้าขายและธุรกิจ

เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์หลาย cc ในการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้าจึงจะสามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน นับว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสวยงามยิ่งขึ้น แต่หากเทียบกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม และใต้ตา เพียง 1-2 cc ก็สามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนมากยิ่งกว่า ฟิลเลอร์หน้าผากจึงมักจะไม่ใช่จุดแรกที่แพทย์แนะนำให้ทำ

นอกจากนี้ หน้าผากกับขมับคือส่วนที่เชื่อมต่อกัน หน้าผากที่สวยจะต้องมีขมับที่เต็มด้วย จึงจะมีใบหน้าที่ได้รูปสวยงาม 

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ตัวอย่างรีวิวผลการแก้ไขโหงวเฮ้งหน้าผากด้วยการเติมฟิลเลอร์หน้าผาก แก้ไขแอ่งที่ยุบตรงกลางหน้าผาก


( โหงวเฮ้งริ้วรอยหางตา สามารถแก้ไขได้ด้วยโบท็อกครับ ส่วนขมับที่ลึกเป็นแอ่ง สามารถเติมด้วยฟิลเลอร์ได้ครับ )

ตัวอย่างรีวิว ฉีดฟิลเลอร์ขมับ 1 cc ลดโหนกแก้ม เสริมโหงวเฮง

ตัวอย่างรีวิวผลการแก้ไขโหงวเฮ้ง เติมขมับที่เป็นแอ่งลึกด้วยฟิลเลอร์ขมับ 

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก VS การผ่าตัดเสริมหน้าผากเลือกทำแบบไหนดี?

1.) การผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน 

  • ข้อดีของการผ่าตัดเสริมหน้าผาก คือ อยู่ได้ถาวร

  • ข้อเสียคือ หลังผ่าตัดจะบวมช้ำค่อนข้างมาก ต้องพักฟื้นนานเป็นเดือน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม

  • ดูแลรักษาแผลยาก เนื่องจากจะเกิดรอยแผลในไรผม ขนาดแผลค่อนข้างยาวตามขนาดของซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าผาก

  • หากคนไข้ไม่พอใจในขนาดหน้าผากที่ได้หลังทำเสร็จ และต้องการปรับแก้ไขเพื่อเพิ่มลดความโหนกนูน จะต้องใช้วิธีผ่าตัดปรับแต่งเพื่อแก้ไข ซึ่งต้องเจ็บตัวหลายรอบ

การผ่าตัดเสริมหน้าผากต้องใช้แผ่นซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่ ต้องเปิดแผลกว้าง เสี่ยงต่อการบวมช้ำมากต้องพักฟื้นนาน

2.) การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ภาพตัวอย่างทรงหน้าผาก

  • ข้อดีคือ ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน เพียงไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ และเจ็บน้อยกว่าผ่าตัด

  • คนไข้บางรายอาจเริ่มจากการเติมเพียง 1-2 cc ในครั้งแรก จากนั้นจึงค่อย ๆ ทยอยฉีดเพิ่มเติมได้เรื่อย ๆ

  • มีความยืดหยุ่นมากกว่าการผ่าตัดเสริมหน้าผาก สามารถปรับเพิ่มหรือลดความโหนกนูนของหน้าผากได้ตามความชอบ

  • สะดวก รวดเร็ว และง่ายกว่าการผ่าตัดมาก ในกรณีที่คนไข้ไม่ชอบผลลัพธ์ก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ออกบางส่วนเพื่อปรับแต่งความโหนกนูนได้ตามต้องการ

  • อยู่ได้นานถึง 1-2 ปี หากใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีด

รีวิว ฟิลเลอร์หน้าผาก คุณพีช Eat Laek

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก และ ฉีดฟิลเลอร์ขมับ อันตรายไหม?


หากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือฉีดโดยหมอกระเป๋า การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก และฟิลเลอร์ขมับ จะเป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะหน้าผาก-ขมับเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดที่เชื่อมไปยังลูกตาได้โดยตรง ต้องทำด้วยเทคนิคพิเศษ รวมถึงต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ค่อนข้างมากสำหรับการฉีดแต่ละจุด

ดังนั้น หากต้องการให้ความปลอดภัย 100% ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ น่าเชื่อถือ และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้นในการฉีดทุกครั้งครับ

สำคัญอย่างยิ่งที่เราควรเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้น เพราะในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจะสามารถทำการรักษาแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ในเคสที่เกิดการอุดตันเส้นเลือด ในปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการฉีดสลาย filler โดยแก้ไขให้กลับคืนมาได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ และไม่ทำให้ตาบอดหรือเนื้อตายเกิดขึ้นครับ

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้ว เป็นก้อน ไหลย้อย เป็นคลื่น ในบางเคสเกิดจากอะไร?

ตัวอย่างภาพประกอบ ชั้นผิวหน้าบริเวณแถวหน้าผาก

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ถูกต้อง และต้องฉีดในชั้นเยื่อหุ้มกระดูกเท่านั้น คือปัจจัยหลักที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามตามที่คาดหวังไว้ มีความคงตัว เป็นการเสริมกระดูกขึ้นมา และผลลัพธ์มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด

หากฉีดหน้าผากด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ผิวหน้าผากที่มองเห็นจะเรียบเนียนไม่เป็นคลื่น จะคลำไม่เจอฟิลเลอร์ที่เป็นเนื้อนิ่ม ๆ และเมื่อแตะที่ผิวหน้าผากจะไม่ยวบยาบ (เพราะฟิลเลอร์จะอยู่ในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก) จะคลำไปเจอแผ่นเยื่อหุ้มกระดูกที่มีลักษณะแข็ง ๆ ซึ่งถูก filler ดันให้ยกตัวขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ถ้าฉีดในชั้นที่ตื้นขึ้นมา เมื่อแตะดูจะคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์นิ่ม ๆ บริเวณหน้าผาก แค่กดเบา ๆ เนื้อฟิลเลอร์อาจจะยุบหรือไหลไปบริเวณอื่นได้  เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ฉีดจะไปอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ

เมื่อเวลาผ่านไป ถึงแม้จะใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีดก็ตาม ฟิลเลอร์จะโดนกล้ามเนื้อที่ใช้สำหรับการยักคิ้ว ดึงมากองรวมกันไว้เป็นก้อน และทำให้ไหลย้อยลงมาหรือเกิดเป็นคลื่นได้ครับ

การเติมฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้ฟิลเลอร์หลายซีซี ตั้งแต่ 3-5cc ขึ้นไป จึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ฟิลเลอร์แท้จะมีราคาค่อนข้างสูง อย่างน้อย ๆ จะราคา 13,000 บาทต่อ 1 cc

คลินิกบางแห่งจึงจัดโปรโมชั่นฟิลเลอร์หน้าผากราคาไม่แพง แต่กลับใช้ฟิลเลอร์ปลอมฉีดให้กับคนไข้ จึงก่อให้เกิดผลเสียในเวลาหลายปีต่อมา คือ filler ไหลย้อย หรือในบางเคสเกิดเป็นคลื่น, เป็นพังผืด หรือสลายไปอย่างรวดเร็วหากฉีดด้วยฟิลเลอร์ปลอมบางชนิด 

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หรือ ฟิลเลอร์ขมับ ควรใช้ยี่ห้อไหน รุ่นไหน? ราคาเท่าไร? และต้องใช้กี่ cc?

(รีวิวฟิลเลอร์หน้าผาก แก้ร่องเหนือคิ้ว 1cc)

เมื่อคนเรามีวัยที่เพิ่มมากขึ้น บริเวณร่องหน้าผากเหนือคิ้วจะยุบตัวลงมา หากคนไข้ต้องการเติมให้หน้าผากดูเรียบขึ้น และให้ร่องบริเวณหน้าผากดูตื้นขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่อยากให้โหนกนูนมาก จะใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณไม่มากก็เพียงพอแล้ว คือประมาณ 1-2 cc

เราอาจจะเคยได้ยินว่าหากต้องการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากให้ดูโหนกนูน เสริมโหงวเฮ้งให้ดีขึ้น มักจะทยอยฉีดครั้งละ 3-5 cc โดยแบ่งฉีดเป็นหลาย ๆ ครั้งตามระยะเวลาที่เหมาะสมซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้วางแผนร่วมกับคนไข้ โดยปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ทั้งหมดจะอยู่ในช่วง 3-10 cc และเราสามารถเลือกรูปของผู้ที่มีหน้าผากสวย ๆ มาให้คุณหมอดูเป็นตัวอย่างในการทำได้ด้วย

(รีวิวฟิลเลอร์หน้าผาก 5cc)

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกดทับเนื้อเยื่อ และบวมลงมาถึงบริเวณรอบดวงตา (แต่จะเป็นเพียงชั่วคราวไม่เกิน 2 สัปดาห์อาการที่เกิดขึ้นก็จะหายเป็นปรกติ) การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจึงไม่ควรฉีดเกินครั้งละ 5 cc  

ฟิลเลอร์หน้าผากที่เหมาะสมที่สุดคือ filler ยี่ห้อ Juvederm รุ่น volbella ซึ่งจะมียาชาผสมอยู่ด้วยในเนื้อฟิลเลอร์ราคา 13,000 บาท ต่อ 1 cc

ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ควรฉีดด้วยเทคนิคเข็มแหลมชนกระดูก เพื่อป้องกันไม่ให้เห็นเป็นก้อนนูนขึ้นมา ขมับเป็นบริเวณที่ใช้ฟิลเลอร์ได้ทุกยี่ห้อและทุกรุ่น โดยส่วนใหญ่จะฉีดในปริมาณข้างละ 1-2 cc ขึ้นอยู่กับว่าขมับตอบมีความลึกมากแค่ไหน ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ยี่ห้อ/รุ่นที่คงอยู่ได้นานที่สุด แพทย์แนะนำให้ใช้ยี่ห้อ Juvederm รุ่น ultraplus (ซึ่งอยู่ได้นาน 12 เดือน) หรือ ยี่ห้อ Juvederm รุ่น voluma (ซึ่งอยู่ได้นาน 1 ปีครึ่ง)

สำหรับผู้ที่ผิวบางมาก แนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ Restylaneรุ่น volyme (อยู่ได้นานถึง 1 ปีครึ่ง) ครับ สำหรับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 9,900-13,000 บาท ต่อ 1 cc

ฟิลเลอร์ยี่ห้อที่เหมาะสมกับการฉีดฟิลเลอร์ขมับชั้นลึก คือ Juvederm รุ่น ultraplus xc ราคา 9,900.- บาท ต่อ 1 ccทนต่อแรงขยับได้ดีมาก มีเนื้อฟู รวมถึงมียาชาผสมอยู่ในเนื้อฟิลเลอร์ด้วย 


การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก และ ฉีดฟิลเลอร์ขมับ สามารถช่วยอะไรได้บ้าง?

  • หากผู้หญิงที่มีหน้าผาก และโหนกคิ้วที่คล้ายผู้ชายจะขาดเสน่ห์ดึงดูดและดูไม่สวย ซึ่งลักษณะของใบหน้าผู้ชายคือ หน้าผากจะเป็นแอ่งยุบลง และส่งผลให้โหนกคิ้วดูเด่นขึ้นมา

  • หลายคนที่มีใบหน้าที่ดูแก่กว่าวัย จะมีลักษณะขมับเป็นแอ่งยุบลง และจะทำให้โหนกแก้มเด่น ทำให้หน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม ขาดความเรียวกระชับ และหน้าจะเป็นทรงหนังติดกระดูกแบบคนอายุมาก ซึ่งดูไม่สวย

ปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์หน้าผาก และฟิลเลอร์ขมับ เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนเรียวสวยยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัด วิธีหลักของการลดโหนกแก้มก็คือ การเติมฟิลเลอร์ขมับร่วมกับฟิลเลอร์แก้มตอบ

  • การเติมฟิลเลอร์หน้าผาก จะทำให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น ใบหน้าดูหวานขึ้น

  • การเติมฟิลเลอร์ขมับ สามารถช่วยลดความเด่นของโหนกแก้มให้ดูน้อยลง  

เนื่องจาก ในสมัยก่อนขมับและหน้าผากคือจุดที่บ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง สังเกตได้จากผู้หญิงที่มีหน้าผากและขมับเต็มสวย ใบหน้าเข้ารูป จะมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ดีขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.vsquareclinic.com/




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น