• SmileRamadan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-07-07
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 15536
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
ยิ้มค่อยๆ
... มาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องศาสนากันน่ะค่ะ หากเพื่อนๆมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม สามารถถามได้น่ะค่ะ :) เพราะอิสลามไม่ใช่แค่ศาสนา...แต่คือแนวทางในการดำเนินชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thewayoflife2013
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม 2557
Posted by SmileRamadan , ผู้อ่าน : 3012 , 17:04:08 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ชบาตานี , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้


ขออนุญาตสร้างความเข้าใจบางประการเกี่ยวกับศาสนาอิสลามกรณีพิธีกรรายการทีวีวิจารณ์เรื่องคุณนุ๊ก สุทธิดาเข้ารับอิสลาม




   
   จากเนื้อข่าวที่เราพบตามเว็บข่าวต่างๆ ทราบว่าคุณนุ๊กได้ถูกเพื่อนต่อว่าจากที่ได้รู้ว่าคุณนุ๊กเข้ารับอิสลาม
ซึ่งสิ่งนี้มักเป็นสิ่งที่มุสลิมยุคปัจจุบันมักเผชิญหนักกว่ายุคก่อน ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมเดิมหรือมุสลิมใหม่ก็ตาม          
อันเนื่องจากสถานการณ์โลกและสื่อตะวันตกที่สร้างทัศนคติที่ไม่ดีนัก
เกี่ยวกับอิสลาม

   ก่อนอื่นก็ต้องขอชมที่ทางพิธีกรทุกท่านพยามให้เกียรติผู้ที่นับถือศาสนาอื่น แต่เนื่องจากเป็นรายการวิจารณ์    
จึงอาจแสดงความเห็นเกี่ยวกับอิสลามอย่างคลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน ก็ไม่ขอตำหนิใดๆ เพราะเข้าใจว่าอาจรับรู้ข้อมูลต่อๆกันมาจากมุสลิมในสังคมที่อาจปฏิบัติไม่ถูกต้องนัก ซึ่งประเด็นที่ได้พยามทักท้วงและวิจารณ์มีดังนี้    

1.) คุณนุ๊กเป็นคนสุดโต่ง พอจะศึกษาพุทธก็ไปบวชโกนผมไปเลย
2.) อิสลามไม่ใช่ว่าจะเข้าง่ายๆต้องเรียนต้องสอบ
3.) เวลาถือศีลอดก็จะเคร่งกันจริงๆ กลืนน้ำลายก็ไม่ได้
4.) หมาก็ห้ามจับ


   ในปัจจุบันสังคมเราได้รับอิทธิพลของรัฐโลกวิสัยตะวันตก มองว่าศาสนาเป็นเรื่องไร้สาระ ไร้เหตุผล การเป็นคนดีคือไม่เบียดเบียนใครก็พอ ส่วนใครที่เคร่งในศาสนามากๆก็จะมองเป็นคลั่งไป ก็ถือเป็นเรื่องแปลกว่า
ทำไมนักวิทยาศาสตร์ที่หมกมุ่นอยู่ในห้องทดลอง คุยกับคนอื่นเป็นแต่เรื่องวิทยาศาสตร์ เขียนหนังสือออกมาก็ไม่มีใครเข้าใจนอกจากคนที่ศึกษาเหมือนกัน
เรากลับไม่มองว่าคนเหล่านี้คลั่งหรือสุดโต่ง หรืออย่างนักกีฬา หรือนักร้อง ที่ตั้งแต่เด็กจนโตก็หมกมุ่นแต่เรื่องการฝึกซ้อม คลั่งไคล้ลุ่มหลงเสพแต่สิ่งที่ตนเองชอบ เรากลับไม่ถือว่าคนเหล่านี้คลั่งหรือสุดโต่ง


เรื่องวิทยาศาสตร์ก็มีประโยชน์สำหรับมนุษย์ในเรื่องการเข้าใจธรรมชาติและการพัฒนา
แต่ศาสนาเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ไปไกลกว่านั้นคือให้คำตอบกับชีวิต รู้ที่มาที่ไปของชีวิต
ฉะนั้นคนที่สนใจอยู่กับเรื่องศาสนา เรียนรู้หรือปฏิบัติตาม ก็ไม่ถือว่าเป็นความสุดโต่งแต่อย่างใด
(ยกเว้นหากจะมีก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่อาจปฏิบัติเกินเลยกว่าสิ่งที่ศาสนาบัญญัติ) 


ซึ่งจะขอทำความเข้าใจประเด็นต่างๆดังนี้

1. การโกนผม (ปลงผม) ในศาสนาพุทธเป็นบัญญัติสำหรับภิกษุและภิกษุณี ฉะนั้นคนที่บวชเป็นภิกษุและภิกษุณี
เพื่อศึกษาเรียนรู้ ก็จะต้องโกนผมเป็นธรรมดา คุณจะถือว่าเขาสุดโต่งหรือ? 

http://th.wikipedia.org/wiki/ภิกษุณี



2. การเข้ารับอิสลามทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก คือหากศึกษาและศรัทธาแล้วก็ปฏิญาณตนเข้ารับอิสลาม โดยกล่าวว่า

“ข้าพเจ้าปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูต (ผู้นำสาร) ของพระองค์”

เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นมุสลิมแล้ว ส่วนที่คุณนุ๊กต้องเรียนต้องสอบนั้นเป็นเรื่องของระบบการเรียนการสอนของมูลนิธิสันติชน (อยู่ซอยลาดพร้าว 112) ซึ่งเปิดสอนอบรมผู้สนใจศึกษาอิสลามทุกวันอาทิตย์ กรณีนี้เป็นเรื่องของหลักสูตรของมูลนิธิ ไม่ใช่ส่วนของบัญญัติศาสนาในเรื่องการเข้ารับอิสลาม

และสำหรับการเข้ารับอิสลามถือเป็นเรื่องปกติมากในสังคมทั่วไป ยิ่งแล้วที่มูลนิธิสันติชนก็จะมีคนเข้ารับอิสลามเป็นปกติเกือบทุกสัปดาห์ 


คนทำงานสื่อควรทำการบ้านเรื่องนี้เล็กน้อย ค้นหาข้อมูลการเข้ารับอิสลามของคนรอบโลก ว่ามีสถิติอย่างไร
และเขามีเหตุผลความคิดกันแบบไหน

   *อีกประการที่พิธีกรอีกท่านได้เสริมเข้ามาเรื่องของการขลิบสำหรับผู้ชายนั้น
ก็ขอชี้แจงว่าการขลิบถือว่าเป็นหลักการศาสนาอิสลาม แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขการเข้ารับอิสลาม คือเป็นคนละส่วนกัน และการขลิบไม่ได้มีแต่ศาสนาอิสลามเท่านั้น ศาสดาในยุคก่อนก็ทำการขลิบ เนื่องจากท่านเหล่านั้นก็ถือ
เป็นศาสนทูต (ผู้นำสาร) ในอิสลามเหมือนกัน เช่น พระเยซู และโมเสส ซึ่งเป็นชาวฮิบรู

       ในปัจจุบันชาวฮิบรูหรือยิวก็ยังคงมีการขลิบ และต่อมาการขลิบก็ถูกบรรจุในหลักสูตรแพทย์ด้วย
โดยเป็นทางเลือก ฉะนั้นเมื่ออยู่ในหลักสูตรการแพทย์ ก็ไม่ควรถือว่าเป็นเรื่องแปลก*
(ข้อมูลเกี่ยวกับการขลิบอวัยวะเพศทางการแพทย์ http://www.doctor.or.th/article/detail/2175 )


3. การถือศีลอดไม่มีบัญญัติห้ามกลืนน้ำลาย
      
      
ซึ่งตรงนี้อาจเป็นความเข้าใจผิดๆของคนไทยมุสลิมในยุคก่อนเนื่องจากไม่ค่อยมีคณาจารย์ที่คอยสอนอย่าง
ทั่วถึง สำหรับการถือศีลอดในศาสนาอิสลามนั้นมีสองแบบ

--> คือการถือศีลอดทั่วไป ไม่ได้เป็นข้อบังคับ
--> อีกแบบคือการถือศีลอดเดือนรอมฎอน ข้อนี้ถือเป็นข้อบังคับ ซึ่งหากคนที่เพิ่งเริ่มต้นนั้นก็อาจค่อยๆฝึกฝนไป
ทีละน้อย เมื่อทำได้แล้วก็จะพบว่าไม่ใช่เรื่องยากที่คนเราจะอดอาหาร

      และมุสลิมทั่วไปไม่ว่าจะเคร่งมากหรือน้อยก็ตาม ส่วนมากก็สามารถถือศีลอดกันได้เป็นปกติ
และนอกจากศาสนาอิสลามแล้ว ในศาสนาอื่นๆก็มีการถือศีลอดเหมือนกัน เช่น คริสต์และยิว
ซึ่งชาวคริสต์ในบางกลุ่มยังคงถือศีลอดตามพระคัมภีร์อยู่ และสำหรับชาวยิวจะถือนานกว่ามุสลิมอีก
ก็คือ 1 วันกับ 1 คืน อันเป็นที่มาของคำว่า Breakfast (แปลว่า ‘ละศีลอด’ คือเริ่มกินได้ตอนเช้า) 

http://en.wikipedia.org/wiki/Breakfast
http://en.wikipedia.org/wiki/Fasting


4. อิสลามไม่ได้ห้ามจับหมา

         
ศาสนาอิสลามอนุญาตให้เลี้ยงหมาได้ โดยถูกระบุไว้ในอัลกุรอาน ในเรื่องของการใช้หมาล่าสัตว์
(บทที่ 5 โองการที่ 4) และเรื่องราวของชาวถ้ำผู้ศรัทธาที่เลี้ยงหมาและเดินทางไปด้วย
(บทที่ 18 โองการที่ 18 และ 22) ซึ่งการเลี้ยงหมาก็ต้องมีการฝึกและสัมผัสเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่บัญญัติศาสนาถือว่าน้ำลายหมาเป็นสิ่งสกปรก และเป็นเพียงทัศนะของปราชญ์บางสำนักนิติบัญญัติเท่านั้นที่ถือว่าตัวหมาทั้งตัว
เป็นสิ่งสกปรก (เมื่อสัมผัสก็ต้องล้างมือ) แต่ทั้งหมดก็อนุญาตให้เลี้ยงได้ ส่วนที่อิสลามห้ามคือการเลี้ยงในบ้าน
เพราะถือว่าไม่เหมาะ จะอนุญาตให้เลี้ยงนอกตัวบ้านเท่านั้น เพื่อจะได้เฝ้าบ้าน หรือเพื่อใช้งานอื่นๆ
จากตรงนี้เองอาจทำให้คนไทยมุสลิมในยุคก่อนรับรู้ไปผิดๆว่าห้ามเลี้ยงหมาหรือห้ามจับ เพราะรู้บัญญัติแบบไม่ครบถ้วน 


*เรื่องที่ควรรู้และเข้าใจอีกประการหนึ่งก็คือ การที่คนใดปฏิบัติตามบัญญัติอิสลามไม่ได้นั้น ไม่ได้หมายความว่า
เขาไม่ใช่มุสลิม ไม่เช่นนั้นแล้วในโลกนี้ก็คงจะนับใครเป็นมุสลิมไม่ได้เลยซักคน เพราะไม่มีใครสามารถปฏิบัติตาม
บัญญัติศาสนาได้อย่างถูกต้อง 100% แน่นอนแม้กระทั่งบรรดาปราชญ์ผู้ทรงความรู้ จริงๆการเป็นมุสลิมคือมีศรัทธา
ตามที่ปฏิญาณไว้ (ที่ชี้แจงไปข้อ 2) และยึดมั่นตามนั้น*


บทสรุปที่อยากฝากคือ สิ่งที่สื่อพึงตระหนักเมื่อจะนำเสนอเรื่องราวใดที่พาดพิงถึงอิสลาม คือต้องนึกเสมอว่าอิสลามมีศาสนิกมากเป็นอันดับสองของโลก และในเมืองไทยนั้นมีมุสลิมราว 7-10 ล้านคน
(ไม่มีการสำรวจประชากรที่เชื่อถือได้ / สำรวจขั้นต่ำคือ 3 ล้านกว่า) และจำนวนมากก็ปะปนอยู่ในสังคมทั่วไป
ฉะนั้นการนำเสนอประเด็นใดก็ควรระวังความคลาดเคลื่อน หากต้องการอ้างอิงข้อมูลใดๆเกี่ยวกับอิสลาม
ก็ควรนำเสนอจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น หนังสือ บทความ งานเขียนงานแปลจากปราชญ์มุสลิม หรือจากสิ่งที่
คณาจารย์ได้สอนทางทีวีช่องมุสลิม เป็นต้น 


………………………….
*ข้อพึงตระหนักสำหรับมุสลิม 
บุรุษต้องให้เกียรติ รักษาขอบเขตที่พึงปฏิบัติโดยทั่วไปต่อสตรีตามหลักการอิสลาม 
คนทั่วไปพึงหลีกเลี่ยงจากการค้นหาหรือติดตามผลงานในอดีตของคุณนุ๊ก เพราะเจ้าตัวคงยินดีให้รู้จักเขา
ในชีวิตใหม่ ศรัทธาใหม่ของเขา เช่นเดียวกับคุณโต ซิลลี่ฟูล ที่เปลี่ยนชีวิตตนเองมาสู่หนทางของศาสนา และไม่ยินดีให้ติดตามผลงานของเขาในอดีต แต่อยากให้ทุกคนได้รู้จักติดตามสิ่งที่เขาค้นพบและเผยแพร่ในปัจจุบัน*


--ขอขอบคุณที่มาจาก https://www.facebook.com/assabikoonthailand/photos/a.589552777733187.1073741825.465123040176162/844514572237005/?type=1&theater






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
SmileRamadan วันที่ : 05/12/2014 เวลา : 01.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thewayoflife2013

ถูกต้องแล้วค่ะ ธรรมชาติของมนุษย์ที่ถูกสร้างมา ต้องการแรงยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 04/12/2014 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

Allah_Hum_Dulillah

ความคิดเห็นที่ 1 SmileRamadan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เบดูอิน วันที่ : 04/12/2014 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

คนมีศาสนาดีกว่าคนไม่มีศาสนานะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน