• WIC!!WIC!!
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovelove2@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 2
  • จำนวนผู้ชม : 29561
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
ความคิดถึง
...บล็อคของ WICC!! นี้เป็นความต่อเนื่องของความเข้าใจและความต่อเนื่องของการกระทำ /ความคิด /และความน่าจะเป็นไปสู่เหตุผลซึ่งไร้ข้อบันทึกเป็นลายอักษรที่มนุษย์ใช้อยู่แต้ยกเว้นความไม่รู้ทั้งหลาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thingtoyou
วันอังคาร ที่ 19 กรกฎาคม 2559
Posted by WIC!!WIC!! , ผู้อ่าน : 780 , 10:11:56 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน WIC!!WIC!! โหวตเรื่องนี้

 

Image result for หมากรุก

 

 

คนจะคบคบกันทางสีหน้า

คบกันทางกริยาอัชฌาสัย

คนจะรักรักกันทางน้ำใจ

สิ่งใดๆล้วนเป็นทางการแสดง

            การแสดงออกเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างๆ ทุกๆคนก็ทำกันหมด การแสดงอากัปกริยาท่าทางเพื่อให้ให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจ รวมทั้งยอมรับในสิ่งที่ตนเองต้องการ

            การมองเป็นสิ่งที่ทำให้คนเรานั้นมองเห็นการกระทำของคนอื่นและตนเอง ทำให้เกิดความฉลาดในการกระทำต่อไปข้างหน้า หรือขณะนั้นที่จะกระทำ เพื่อการกระทำที่ดีการมองการกระทำออกเป็นช๊อตๆ เรียงต่อกัน ทำให้ตนเองได้เชื่อมโยงและได้รับรู้การกระทำออกไปในมุมต่างๆและหากกระทำอยู่เป็นประจำทำให้มองได้ลึกขึ้นฉลาดขึ้น รวมทั้งได้เชื่อมโยงและได้ประมวล รับรู้สิ่งที่เกี่ยวข้อง การมองอย่างถูกต้องนั้นทำให้เกิดการภาวนา กระผมมีความเข้าใจในตรงนี้ว่า การมองอย่างถูกต้องและเรียงต่อกันนั้นทำให้เกิดการภาวนาอย่างแน่นอน และการมีมุมมองในการมองการกระทำนั้น ทำให้เราได้ความสามารถเพิ่มขึ้นจากการภาวนาที่ต่อเนื่องนี้ซึ่งนั้นคือการมองการกระทำ ทั้งของตนเองและของผู้อื่น และทำให้เรามีขอบเขตในการมองจากตรงนี้เพิ่มไปอีกมากและหมายความว่านั้นคือการภาวนาด้วย ซึ่งกระผมมีเหตุผลจากตรงนี้คือ การมองและการภาวนาแบบมองการกระทำนั้น ทำให้เกิดความสามารถขึ้นและสามารถบรรลุธรรมจากการมองประเภทนี้ อย่างเช่น 1.ทำให้รู้จักหน้าที่และสิ่งที่ตนเองอยากกระทำอย่างแท้จริงขั้นสูง 2.ทำให้เราสามารถเข้าใจและล่วงรู้การกระทำทั้งหลายได้ในมุมลึก 3.ทำให้เราได้ความสามารถและประสบการจากการมองในขอบเขตต่างๆอย่างรวดเร็ว 4.ทำให้มีความรักในความถูกต้องเมื่อเราเห็นการกระทำถูกผิดอยู่บ่อยครั้ง และเกลียดการกระทำชั่วเมื่อเราได้ไตร่ตรองและได้ปัญญาจากการมองการกระทำ 5.ทำให้เรามีศิลปะในการใช้ชีวิต เบื้องแรกนี้ มาจากการมองที่สมบูรณ์ และต่อเนื่อง

   ทุกๆความคิดของมนุษย์นั้นทุกๆคนล้วนมีการประเมิน และวิเคราะห์เกี่ยวโยงด้วยเสมอ และนั้นหมายความว่า ข้อมูลต่างๆย่อมไหลเวียนอยู่และมีสิ่งที่จิตใจของตนเองต้องการ เมื่อมนุษย์เราต้องพึ่งพาคนอื่น มีการอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันและมีการงาน การกระทำ ร่วมกับผู้อื่น จึงมีการพูดคุยกัน สื่อสารกันต่างๆ เช่น แสดงท่าทาง พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด จดหมาย เป็นต้น

   สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เกิดความรู้สึกและอารมณ์ ความเห็น ความอ่าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกว่านามธรรม ส่วนการกระทำนั้นคือรูป และที่จะอธิบายคือ การกระทำทั้งเป็นรูปและการกระทำที่เป็นนาม และการกระทำการมองเป็นช็อตเรียงต่อกัน และใช้เวลานาน และมีความเชื่อมโยงจากการมองการกระทำที่เป็นนามธรรมและภาวนานั้นเมื่อบวกเข้ากับการกระทำที่เป็นรูปธรรมนั้นก่อให้เกิดการกระทำพื้นฐานที่ควรมี

   ความสามารถในการกระทำนั้นเป็นความสามารถขั้นสูงของมนุษย์ สิ่งนี้คือการกระทำพื้นฐานของมนุษย์ แต่สิ่งที่สูงกว่าการกระทำแบบนี้ คือ การกระทำพื้นฐานของแต่ละคนเฉพาะตน และคือสิ่งที่เป็นตนเองอย่างแท้จริง ทั้งทางนามธรรมและทางรูปธรรม แต่ยังมีผู้ที่ยังไม่เข้าใจกันมากนั้น คือ การกระทำที่เป็นนามธรรมและการกระทำที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดนามธรรม และจากนามธรรมเพื่อให้เกิดรูปธรรมจากการะกระทำ โดยผลลัพธ์ คือ ความฉลาดและความสามารถ ในการกระทำ และการมองต่อไปอีกในครั้งหน้าเพื่อให้เกิดความสามารถที่มนุษย์เราต้องการและถึงขีดสุด อย่างเป็นแบบแผน และเป็นระบบ โดยที่มีจุดบันทึก คือ ความเข้าใจ และจะได้รับความเข้าใจจริงๆ เมื่อมองได้ครบสมบูรณ์

   การมองแบบนี้ต้องมองจากภายในสู่ภาพภายนอก เพราะว่าเป็นการมองจากการกระทำที่สะท้อนถึงตนเองออกมา เพื่อที่จะรู้ขอบเขตในการกระทำ ขอบเขตในการมองอย่างถูกต้องแท้จริงเพื่อให้ได้ความสามารถ และการมองในครั้งต่อไปจะฉลาดขึ้น ซึ่งบางครั้งหลักการตัดสินของเรามาจากความพึงพอใจและต้องการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งการมองนั้นมาจากความคิด และลึกไปถึงความต้องการ ความเป็นอยู่ เหมือนกับการที่เรามีความคิดอยู่ที่อนาคต หรืออดีต ช้าหรือเร็วไปกว่าความจริงมากมาย ทำให้ความตัดสินใจเรากำหนดอะไรไม่ได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงโลกที่หมุนไปหรือเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวเราเอง

สรุป คือ การมองจากจุดนี้ทำให้เรามองเห็นโลกและความเปลี่ยนแลงโลกต่อไปอีกมากมาย และรักษาความมีความสามารถของตนเองไว้ในความสามารถที่จะกระทำในขั้นสูงเท่าที่ตนเองมีได้

 

 

 

 

การกระทำกับนามธรรม 2

          ตอนที่แล้วเราพูดคุยกันถึงเรื่อง การมองคนอย่างได้ปัญญาและการมองให้ได้ความฉลาด กับความสามารถมาแล้ว  ตอนนี้จะพูดคุยกันในเรื่องพลังในตัว ซึ่งเอามาใช้ทั้งการมองคนและการกระทำให้มีความสามารถขั้นสูง ซึ่งจะพูดกันแต่ได้ใจความครับ

          ทุกๆคนล้วนชอบพอกับสิ่งที่เหมือนตัวเอง ความจริงแล้วสิ่งที่เหมือนกันย่อมดึงดูดสิ่งที่เหมือนกันและให้ผลตามเหตุและปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งที่เหมือนกันอยู่นั้น การกระทำที่ฉลาดนั้นต้องมองจากหลายๆมิติและได้ความมาเป็นการกระทำที่ดีอีกทีจริงๆครับ การมองเห็น การได้ยิน และความรู้สึก ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ล้วนสร้างความสามารถได้ไม่เว้นแม้แต่การมองอย่างนามธรรมครับ ซึ่งการภาวนาที่มาจากการมองการกระทำออกเป็นหลายๆการกระทำเรียงต่อกัน และดูออกเป็นช็อตเชื่อมโงการกระทำนั้นเข้ากับนามธรรม การกระทำที่ให้ผลออกมาจะมีเหตุมีผลถูกต้องและได้ทัศนที่ถูกต้องแน่ครับ การมองคนเราต้องมองอย่างมีเหตุมีผลและมีทัศนที่ถูกต้อง เมื่อคนเรากระทำดี ภาพที่เห็นก็ดี สวยงาม ก็จะมีความรู้สึกที่ดี ดังนั้นเมื่อเรากระทำตามการมองที่กล่าวไว้แล้วสิ่งที่ได้ก็จะออกมาดีครับ แต่สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมา คือ 1.ขอบเขตและลำดับการมอง 2.การประมวลผลสิ่งที่เกี่ยวข้องและได้รู้ข้อจำกัดของการกระทำ 3.ได้ประสบการสะสม ซึ่งสิ่งนี้นั้นสามารถทำให้ได้ความรู้ที่ดีในการมองครั้งต่อไป และทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันของการกระทำจากการมองทำให้เกิดความจำที่ดีครับ 4.ทำให้นามธรรมและรูปธรรมของการกระทำชัดเจนขึ้นและให้ผลเป็นความฉลาดในการมองและมีผลในการจัดลำดับการมอง ทำให้เกิดการภาวนาได้ครับ 5.ทำให้ได้ปัญญาทั้งทางรูปธรรมและนามธรรมจากการมองนั้นๆสะสมไป  และได้ความรู้สะสมทางฌาน ทำให้จำดีใช้ประโยชน์ได้เยอะครับ

          ทุกสิ่งล้วนมีเหตุมีผล ความรู้สึกดีเพราะกระทำความดี ซึ่งมาจากทั้งการกระทำ และความรู้สึกที่ดีที่ถูกต้องรวมๆกันครับ ทุกสิ่งล้วนคล้องจอง ดังนั้นเราจึงควรจะต้องทำสิ่งที่สร้างเสริมสิ่งที่ดีๆให้แก่ตนเอง เพื่อให้มีความสุขรวมทั้งมีทัศนที่สวยงาม

          พลัง คืออะไร

          พลังในที่นี้หมายความว่า พลังจากจิตใจ จากนามธรรม และจากจักรวาลครับ ซึ่งในที่นี้กล่าวเรื่องจิตใจ คือ จักรวาล และทั้งสองอย่างคือนามธรรมอีกที นั้นเองครับ

 ที่กล่าวอย่างนี้ เพราะจริงๆแล้วความจริงมันเป็นอย่างนี้เองแหละครับ ผมศึกษามาและได้อ่านได้พูดคุย ได้ฟังคำสอนคำกล่าวมาในเรื่องนี้เยอะครับ เมื่อนามธรรมคือสิ่งทั้งหลาย สิ่งทั้งหลายนั้นเป็นนามธรรมครับ แสดงว่านามธรรมนั้นก็มีพลังถูกไหมครับ แล้ว แสดงว่าการกระทำก็ทำให้เกิดนามธรรม และนามธรรมก็ทำให้เกิดการกระทำสิ่งนี้เป็นอันดับแรกๆ ถูกไหมได้ครับ เมื่อจิตใจเราเป็นประธานทุกๆอย่างก็เกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้ก็เพราะพลัง นั้นคือนามธรรม ดังนั้นเมื่อเราควบคุมจิตของเราเองก็เหมือนเราควบคุมนามธรรมครับ เมื่อเราคิดถึงสิ่งที่ดีๆพลังดีๆก็จะเกิดขึ้น เมื่อคิดถึงสิ่งที่แย่ๆเราก็รู้สึกไม่ดีเราก็ไม่ชอบครับ นามธรรมนั้นมีลักษณะที่แบ่งออกหลายส่วนครับ เช่น 1.เป็นภาพ 2.เป็นความรู้สึก 3.เป็นคลื่นความสุขคลื่นความทุกข์หรืออารมณ์ครับ เมื่อเราทำความเข้าใจต่อไป ก็เหมื่อกับว่ามีโทรจิตด้วยครับ ดังนั้นอันดับแรก เราทำความเข้าใจ ก็เข้าใจให้ถูกว่าจักรวาลคือพลัง พลังนั้นคือจิต และจิตคือจักรวาล และทั้งหมดคือนามธรรมมาก่อน ซึ่งสิ่งทั้งหลายนี้นั้นคงอยู่ได้เพราะความมีเสถียรภาพ และอยู่บนความสำคัญและสิ่งที่ถูกต้อง และยึดเหนี่ยวความยุติธรรมครับ นามธรรมเป็นสิ่งที่ศึกษาให้ลึกได้ยาก เพราะความสำคัญของมันอยู่ในลำดับความยิ่งใหญ๋ระดับกำลังและพลังระดับจักรวาลครับ ดังนั้นเมื่อเราทำความเข้าใจ และเราต้องมีเวลาทำความเข้าใจนามธรรม เรานั้นจึงต้องมีสิทธิในนามธรรม และนั้นคือสิทธิของจิตใจตนเองครับ และจิตใจเรามีสิทธิแค่ไหนจริงไหมครับ เมื่อจิตใจเราเป็นนามธรรมเราจึงควรสร้างสมดุลให้กับจิตใจและ พลังของตนเองจริงไหมครับ รวมทั้งต้องยึดเหนี่ยวความยุติธรรมไว้ด้วย พอที่นี้เวลาที่เราสำเร็จหรือใช้กฎต่างๆของความสำเร็จ จิตใจของเราก็จะส่งพลังแห่งความสำเร็จไปสู่จักรวาลครับ ซึ่งความยุติธรรมก็จะทำให้จักรวาล ส่งความสำเร็จมาให้อีกทีครับ และความยุติธรรมนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในจักรวาลและเป็นสิ่งสูงสุดแน่แท้ครับ ซึ่งหากเราแค่เพียงรักษาสมดุลย์ของจิตใจที่ดีและรักษาความมีเสถียรภาพของจิตใจของตนเองที่ดี จากการมองที่ฉลาดและการภาวนาทั้งหลายก็จะทำให้เราเกิดความสามารถขึ้นมาโดยง่ายๆด้วยขั้นตอนแค่นี้แหละครับ

          ท้ายนี้ การมี่เรารักษาจิตใจและอยู่ร่วมกับนามธรรมนี้ ทำให้เราได้ฝึกฝนอะไรหลายๆอย่างนะครับ ไม่จำกัดศาสนาและขอบข่ายใดเลย เพราะจริงๆภาพที่เราเห็น หูที่ได้ยิน ทั้งผัสสะทั้งหลาย ล้วนมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกัน และนามธรรมกับการกระทำล้วนเชื่อมโยงกับความจริงลงตัวทุกประการ ยกเว้นอวิชชา และจะลงตัวยากง่ายขึ้นอยู่กับความซับซ้อนขององค์ประกอบต่างๆซึ่งสิ่งเหล่านี้ให้รูปบบของจิตใจ ซึ่งมีความสำคัญระดับสูงส่งผลไปสู่การกระทำและการมีวิจารณญานในการมองตนเองและผู้อื่นอีกทีครับ และข้างตนจะทำให้เกิดการกระทำที่สมควรและไม่สมควรถูกผิดครับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการมองที่ถูกหรือผิดวิธีที่ได้พูดคุยกันและการภาวนาการกระทำจากการกระทำต่อเนื่องอีกจำนวนมาก ที่หากลงตัวก็จะทำให้ได้ปัญญา หากไม่ลงตัวก็ทำให้เกิดความรู้ความสามารถ สะสมไปทำผิดได้ครับ ผู้คนที่ประสบความสำเร็จบางคนใช้ความสามารถในการปรับภาพในจิตใจ แต่ผมเห็นว่าหากฉลาดมอง แค่สัมมาทิฏฐิก็ OK แล้วครับ และสุดท้ายนี้หากเรามีความเข้าใจกับพลัง จิตใจและนามธรรม เราก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้สูงสุดเท่าที่เทคโนโลยีจะไปถึง และหากมีการมองและการภาวนาการกระทำอย่างฉลาดการเกี่ยวโยงกับความสามารถตรงจุดนี้ก็จะแตกแขนงไปสู่ปัญญา ซึ่งมาจากความสามารถมในการกระทำต่างๆมากมาย ไม่ว่าทางกาย ทางใจ และทางไหนๆก็สามารถทำได้ครับ

 

 

 

 

ความสามารถ

            ความสามารถของเราทำให้เราสามารถทำได้อย่างผู้นำ หรือผู้ประสบความสำเร็จ โดยการกระทำจากภายในตัวเองและอาศัยนามธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นอีกส่วนหนึ่งจากการฝึกฝนและพัฒนาตนเองจากพื้นฐาน และมีอยู่จริงๆทั้งสิ้น ผิดกับที่เราเข้าใจ คือนามธรรมและรูปธรรมนั้นเวลาเราปฏิบัตินั้นเหมือนกันและอาจมีอำนาจทัดเทียมกันซึ่ง ที่จริงแล้วนามธรรมจะให้ผลจากความสามารถมากกว่าและติดตัวเราไปเป็นโค้ชไปทุกที่ และที่สำคัญผู้มีความสามารถสูงๆ หรือผู้ปฏิบัติธรรมขั้นสูงๆจะใส่ใจต่อนามธรรมมากกว่า ซึ่งสิ่งนี้ต้องเกิดจากภายในก่อนเสมอ และส่งผลมาสู่การกระทำภายนอกอย่างแน่นอน

            โชคดีมากที่ผู้อ่านข้อความนี้เป็นคนไทย เมืองแห่งค่านิยมและคตินิยมที่เป็นไปในทางนามธรรมตั้งแต่อดีตไปจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวหัวข้อนี้เราจะพิสูจน์และสัมผัสกับตนเองได้จริงๆเวลาที่เรามีสภาวะขั้นสูง หรือตอนที่เราปฏิบัติธรรมนั้นเอง เราทุกคนล้วนมีประสบการณ์และคงไม่เถียงว่า ช่วงเวลาที่เรามีสภาวะขั้นสูง หรือตอนที่เราปฏิบัติธรรมทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสภาวะที่เชื่อมโยงกับตัวเรา และเกี่ยวข้องกับตัวเราทั้งสิ้น และเป็นสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงแม้เราไม่ได้อยู่ในสถานที่หรือสัมผัสด้วยมือตนเองจริงๆ ก็เหมือนกับเราได้สัมผัสมาจริงๆ ซึ่งบล็อกของผมไขความลับจากประโยคข้างต้นนี้ และมาทำความเข้าใจร่วมกันครับ และอยากให้รู้ว่าจากข้อมูลทั้งหลายนั้นผมนิยมให้ทุกๆคนปฏิบัติการกระทำกับนามธรรมควบคู่กันตลอดเวลาเพื่อความสามารถที่จะสูงขึ้น อย่างมีความเข้าใจที่ถูกต้องครับ เรามาศึกษาร่วมกันครับ

            ช่วงเวลาที่เราปฏิบัติธรรมเราจะมีสภาวะขั้นสูง เมื่อผมถามผู้รู้ในทางนั้นแล้วได้คำตอบว่าผู้รู้มักจะมีนิสัยเฝ้าดูอยู่ และมีนามธรรมหรือใช้พลังงานและมีจิตเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาทั้งสิ้น และจริงๆแล้วสภาวะขั้นสูงแต่และขั้นตอนที่เฝ้าดูอยู่นั้นความรู้หรือสัญญาจะไม่หายไป เพียงแค่รู้อยู่อย่างเบาๆสงบๆและความรู้สิ่งนั้นจะเข้มแข็งและสะอาด สว่าง ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้ทุกๆคนมีวิธีและปฏิบัติภาวนาเจริญการกระทำทางนี้ดูบ้างเพื่อความเจริญงอกงามให้แก่ตนเอง คือการกระทำกับนามธรรม

            นามธรรมกับความสุข       

            ทำไมต้องทำความเข้าใจกับลำดับต่างๆของบล็อกทั้งหมดและข้างต้นนี้ และทำไมต้องทำความเข้าใจกับนามธรรม การกระทำ และจิตใจ หรือพลัง จากบล็อกข้างต้นนี้อย่างเป็นลำดับนี้เป็นคำถามที่ผมถามตัวเองตอนเรียนรู้และเผยแพร่บล็อคนี้ ทำไมนามธรรมจึงทำให้เกิดความสุข ทำไมความสุขจึงเกิดจากการรู้และเฝ้าดูอยู่ และการบริหารจัดการการกระทำและนามธรรม จริงๆและความสุขเกิดจากนามธรรม เพราะนามธรรมเกิดจากการกระทำและเป็นการกระทำที่ดี ที่ถูกต้องรวมทั้งมีนามธรรมในแต่ละการกระทำที่มีความเข้าใจในลำดับต่างๆ

ซึ่งในที่นี้ถ้าแยกกรรมจากปกิฏจสมุทบาท กับกรรมที่เราเพียรกระทำเพื่อบรรลุจากการกระทำความเพียรมนุษย์ที่มีความเข้าใจในเรื่องนามธรรมกับการกระทำถูกต้องก็จะผลิตแต่ความสุขนั้นเอง แต่ความทุกข์ทั้งหลายก็อาจเกิดขึ้นเพราะกรรมเก่าด้วยส่วยหนึ่ง แต่กรรมที่ผลิตแต่ความสุขนั้นคือแต่กรรมดีและเป็นการกระทำที่มาจากการกระทำและนามธรรม ข้ามทฤษฎีทั้งหลายทั้งปวง เหตุผลก็คือ รูปธรรมและนามธรรมนั้นมีความแตกต่างกันก็จริง แต่ที่จริงที่สุดแล้วก็คือนามธรรมและก็คือพลังและพลังงานของจักรวาลซึ่งเป็นนามธรรม โดยที่จิตใจก็คือพลังอันมีที่ลำดับได้จากบล็อกก่อนๆนั้น เป็นวัฏจักรที่ทำให้เราสามารถทำความเข้าใจและสามารถมีสิทธิจากการใช้จิตใจส่วนหนึ่งจากการกระทำกับนามธรรมซึ่งกระผมก็อธิบายให้เข้าใจถึงการกระทำและนามธรรมที่เราสามารถมีสิทธิและยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์และถูกต้อง รวมทั้งทำให้ตนเองก้าวสู่สภาวะขั้นสูงไม่ว่าจะทำงานทำการอะไร หรือปฏิบัติความเพียรใดๆ ด้วยการมองและการใช้การกระทำและนามธรรมอย่างถูกต้อง และในการกระทำกับนามธรรม 3 นี้ จะพูดในเรื่องของทักษะเมื่อเรามีความเข้าใจ จากการกระทำกับนามธรรม 1-2 มาแล้ว

            การกระทำกับนามธรรมเพื่อความสุขนี้ พึงต้องมีทักษะเป็นพื้นฐานสำคัญ และการกระทำกับนามธรรมในบล็อกก่อนๆของกระผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ และการมองการกระทำอย่างฉลาดจำเป็นต้องใช้ลำดับขั้นตอนนี้ด้วย และการที่จะได้ความฉลาดที่มีเครื่องนำทาง คือนามธรรม ต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง

            อย่างแรกคือทักษะ แห่งความอดทน มีความอึดมีความอดกลั้น และมีอุตส่าหะและการกระทำให้เกิดคุณค่า

            อย่างที่สองคือ ทักษะแห่งความแม่นยำ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการกระทำแต่สิ่งถูกต้อง ตามแผน และที่กำหนดไว้

            อย่างที่สามคือ ทักษะแห่งความปราดเปรื่อง คือทักษะที่ทำให้เรารักการเรียนรู้ และมีความรู้ควบคู่การมีร่างการที่ดี

            อย่างที่สี่ทักษะแห่งศิลปะความเข็มแข็งทะลุทะลวง อ่อนโยน และรวดเร็ว ทั้งทางกายและนิ่มนวลทางจิตใจ

            อย่างที่ห้าคือทักษะแห่งความบรรเจิด คือทักษะที่สอนให้เรารู้จักจังหวะจะโคน และรู้จักริเริ่มความหมายใหม่ๆ และการสร้างสรรค์

            อย่างที่หกคือ การมีร่างกายและจิตใจที่อึด ที่แข็งแข็ง และมีประสบการณ์และความรู้ในการฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการที่ต้องการและที่จำเป็น ด้วยเวลาอันนานได้

            ทักษะเหล่านี้ช่วยได้ทั้งการกระทำทางนามธรรมและการกระทำทั่วไป สอนให้เราฉลาดในการมองและการเฝ้าดูนามธรรม รวมทั้งการกระทำให้เกิดนามธรรมและการสร้างนามธรรมให้เกิดการกระทำ เพื่อที่จะได้รับความสามารถขั้นสูงๆ ในการปฏิบัติตน ทั้งทางโลกและทางธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เรามีความสุขและความฉลาดในการใช้ชีวิตทั้งการมอง การฟัง การสังเกต การวิเคราะห์และการรับรู้เรื่องราวความเป็นจริง และการกระทำทางความเพียรทางธรรม ซึ่งการมีการมองตามความเป็นจริงถึงแม้จะทำความเข้าใจยากหากแม้นเราจำต้องมีและมีความสุขกับลักษณะจิตใจที่ทำให้เราอยู่ในสังคมขั้นสูง ซึ่งเราจะพูดกันใน การกระทำกับนามธรรม 4 ครับ

 

 

 


 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
WIC!!WIC!! วันที่ : 19/07/2016 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thingtoyou

เชิญทุกท่านปฏิบัติธรรมในวันนี้ทุกๆคนนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]