• tiki_ทิกิ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nickmansl@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 23833
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
tiki on net ทิกิ..ที่นี่ก็มี
บันทึกอะไรต่อมิอะไร ที่อยากบันทึก นิยาย เพิ่งลงเดือนมีนา 2551 นี้ เองค่ะ ทำบล็อกย้อนหลัง(ใต้วันที่ย้อนหลัง ) ไม่เป็นค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tikionnet
วันพุธ ที่ 26 มีนาคม 2551
Posted by tiki_ทิกิ , ผู้อ่าน : 744 , 22:50:19 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทที่เก้า
ที่แปลงนั้น ..กับธุรกิจใหม่ (ต่อ)
มาเร็ว ไปเร็ว


ปีกว่าสองปีเท่านั้น...ข้าพเจ้าก็ต้องหวนกลับไปทำงานเดิม ๆ ที่
ถนัดอีกครั้ง คราวนี้ ออกจากบริษัทโฆษณา ณ ถนนวิทยุ กลับไปอยู่
บริษัทเริ่มแรกที่ถนนเพชรบุรีอีกครั้ง...ไปทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญ มี
สัญญากันทุกหกเดือน เพราะเขาถือว่า ข้าพเจ้าเงินเดือนสูงเกือบสองหมื่น
แล้ว แถมมีหลายครั้งที่ การประชุมงานช่วงเย็นนั้น จะมีต้วน้อยของข้าพเจ้า
ไปนอนดูดขวดนม รอข้าพเจ้าอยู่ด้วย...!!

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ข้าพเจ้าเปลี่ยนรถใหม่ คือ จากรถโตโยต้ามา
กลายเป็นรถเฟี้ยต 124 สีฟ้าดังเดิม พอข้าพเจ้าย้ายบริษัทฯ อีกครั้ง เพื่อกลับ
เข้าเป็นพนักงานประจำ ด้วยอัตรา เกือบสองหมื่น ครั้งนี้ข้าพเจ้าได้กลับเข้า
ไปทำงานที่ถนนคอนแวนต์ รอบสองเต็มตัว การไปครั้งนี้ข้าพเจ้าขายรถแล้ว
และ ย้ายไปอยู่กับพี่ชาย ทางฝั่งธน และ ย้ายไปอยู่กับน้องชายที่พหลโยธิน
เป้าหมายคือ เลี้ยงลูกสาวตัวน้อยนี้ให้ดีที่สุด ให้รอดให้ได้..แม้จะยากแสน
สาหัส... กับหนี้ก้อนใหญ่ที่โหมกระหน่ำด้วยดอกเบี้ยนอกระบบที่ข้าพเจ้าไป
พัวพันตัวเองไว้ ระหว่างวิ่งหาเงินทุนซื้อเวลาวิทยุนั้น

และ ที่ดำเนินอยู่ข้างใต้การเลี้ยงดูและทำงานนั้น คือการนำโฉนด
ที่ดินซอยแผ่นดินทองไปทำขายฝากไว้กับนายทุนนอกระบบ เป็นสิ่งเดียวใน
ชีวิตที่ข้าพเจ้ายึดไว้ไม่เคยปล่อยให้หลุดหายไป ไม่ว่าจะเมื่อใด ต้องใช้เวลา
นานกว่าสี่ปี กว่าข้าพเจ้าจะ ปลดหนี้ก้อนนั้นลง ม้นหมายถึงต้องกินอยู่อย่าง
ประหยัดและ แทบจะไม่ได้ใช้เงินอะไรเท่าไหร่ ขอเพียงให้หนี้ก้อนนั้นปลดลง
ขอเพียงให้โฉนดลอยคืนออกมา นั้นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าหวัง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ภาคที่หนึ่ง เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6423525/W6423525.html

จากคุณ : tiki_ทิกิ - [ 19 มี.ค. 51 23:28:30 ]

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=20-03-2008&group=7&gblog=3

 

โดย: tiki_ทิกิ (tiki_ทิกิ ) วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:3:45:31 น. ลบ comment 

ข้าพเจ้ากำลังพยายามนึกว่า เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตแต่ละช่วงไว้ที่ไหนบ้าง
เท่าที่จำได้ก่อน

... "ชั่วโมงละแปดร้อยเพื่อประชาชน ๐--- นี้เป็นเรื่องสั้น
เกี่ยวกับการจัดรายการวิทยุ ที่จะเจ๊งในช่วงนั้น
ใน หนังสือ ผู้หญิง จะเป็น ผู้หญิง 24
หรือเปล่า จำไม่ได้ เพราะย้ายบ้านไปมา เรื่องที่เขียนไว้ หนังสือที่เก็บไว้ ก็กระจัดกระจาย
หายไป

*** " ...." เป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับวันเกิดตัวเองอายุ ๑๘ ปี นามปากกาน่าจะเป็น
'เดซี่ ประเทศไทย'
เขียนลง หนังสือศรีสัปดาห์

... " จิรา ตั๊กแตน และรายงานที่ยังไม่เสร็จ .. เรื่องสั้นเขียนไว้ที่ ลลนา จะเป็นนามปากกา
' เดซี่ ประเทศไทย' หรือไม่ ก็นึกไม่ออกค่ะ

...." นังผู้หญิงแพศยา "...นี้น่าจะเป็นหนังสือ Man ในนามปากกา ' เพลิน' * ไม่แน่ใจ
 

บทที่ ๑๐
แล้วแต่ชะตาฟ้าดิน


เมื่อตอนที่ลูกเพิ่งเกิด ในช่วงเดือนกว่าสองเดือน ข้าพเจ้า
พาเธอไปให้พระอาจารย์ที่วัดชนะสงคราม ท่านช่วยตัดผมไฟให้ พระ
อาจารย์ ส. ท่านเอ็นดูเมตตาลูกสาว และ ช่วยตัดผมให้ทั้งหัวลูกเลย
ในเวลานั้นได้คุณแม่ หรือคุณยายของลูก ช่วยดูแลให้เสมอ และ ได้
จ้างคนรับใช้ที่เรียกว่า "เชี่ยวชาญการเลี้ยงเด็ก " มาคนหนึ่ง แต่พอ
สามเดือนเธอก็กลับไปบ้านที่ปักษ์ใต้ จึงต้องไปหามาใหม่อีกคนเป็น
คนสูงอายุแล้ว บ้านคุณแม่จะอยู่ติดกับบ้านพี่ชายใหญ่ ด้านหลัง
เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เต็มไปด้วยต้นหญ้า ต้นกก บ้านคุณแม่ท่านทำ
หลังคาคลุมด้านหลังต่อเป็นทางเดินกันฝนออกไปอีก

ข้าพเจ้ากลับไปบ้านแต่ละวัน ก็พบว่า "โถยาดอง ที่ดองยา
จีน" ไว้นั้นพร่องไปเร็วเหลือเกิน ช่วงป้าคนนี้มาอยู่ แต่ก็ไม่ได้ระแวง
ว่าเป็นความผิดปกติอันใด จะเห็นแต่ท่าทางสะอาดสะอ้าน ที่
พยายามแสดงให้เห็น ก็วางใจว่า ลูกคงอยู่ในมือคนดีแล้ว ข้าพเจ้าก็
ทำงานทำการต่อไปอย่างไม่ห่วงอะไรนัก

ลูกกำลังอ้วนท้วนขาวผ่องน่ารักนักในช่วงเดือนต้น ๆ คุณ
แม่จะให้หลานสาวมานอนบนที่นอนเล็ก ซึ่งปูไว้กับพื้นกลางบ้าน
เปิดประตูหน้าต่างไว้ทุกบาน มีพัดลมเปิดไว้ให้เธอ และมีมุ้งประทุน
ครอบที่นอนที่เธอนอนอีกที แม้ว่าทั้งบ้านจะติดมุ้งลวดไว้ก็ตาม

แต่วันหนึ่ง ข้าพเจ้านึกเฉลียวใจกลับถึงบ้านแต่วัน กลับ
ถึงบ้านก็พบว่า คุณป้าคนดีคนนี้ นอนกลิ้งโค่โล่ ตาแดงก่ำอยู่ หลัง
บ้านตรงเตามีรอยไฟไหม้อยู่ที่ผนังเหนือเตาแก๊ส จึงไปสอบถาม
หลานสาวพี่สะไภ้บ้านติดกัน เด็กก็รายงานว่าป้ามาจุดไฟ ทอด
ปลาไว้ แล้วไปนอนหลับ ไฟก็ลุกโชติช่วงขึ้น พอดีเด็กวิ่งมาแถว
นั้นจะมาเอาของอะไรท้ายบ้าน เห็นแสงไฟลุก ก็คว้าผ้ามาดับไฟ
ที่กำลังลุกกระทะ ปิดแก๊สได้ทันควัน เด็กรายงานว่า ปกติยายป้า
นี้ชอบออกนอกบ้านไปทุกวัน ไปกรึ๊บ ไปก๊ง เหล้าขาว ร้านแถวบ้าน
ปล่อยลูกข้าพเจ้านอนแอ้งแม้งอยู่อย่างนั้น พอใกล้เวลาข้าพเจ้า
จะกลับมาจึงจะมาทำท่าดูแลลูกสาวราวกับเป็นผู้ดิบผู้ดี ให้
ข้าพเจ้าดู

ข้าพเจ้าไม่พูดอะไรมาก ปลุกแม่คนสองหน้านั้นลุกขึ้น
เชิญออกไปค่ำนั้นทันที มิใยที่ป้าคนดีแกจะ อ้อนวอนว่าค่ำแล้ว
จะไปไหนได้ ข้าพเจ้าก็สวมวิญญาณโหด สวนกลับไปว่า ไม่เอา
ความแจ้งความตำรวจว่าจะทำบ้านฉันไหม้ และ จะเผาสดย่างสด
ลูกฉัน ที่แค่ให้ออกนี่ก็เป็นบุญแล้ว

จากนั้น ก็ได้เด็กอีกคน มาแทน ถึงจะเป็นเด็กต่างจังหวัด
ทำอะไรไม่ค่อยเป็นนักเหมือนสองคนก่อน แต่ก็ดูท่าทางซื่อดี สั่ง
สอนอบรมให้ทำอะไรก็พอทำได้ แต่เด็กพวกนี้ อยู่ไป ไม่นาน ก็มี
หนุ่มมารุมจีบกันทั้งนั้น


ก่อนหน้าเหตุการณ์ไฟลุกไหม้กระทะไม่นาน ข้าพเจ้า
อยู่ที่บ้านกำลังทำงานอยู่ ได้เห็นควันไฟลอยมาจากหลังบ้าน ก็
โผล่หน้าไปดู ใจหายวาบเพราะ ไฟมันลุกไหม้หญ้าคา หญ้าท่วม
ทุ่งนั้นมา จนเกือบจะถึงหลังคาบ้าน รีบโทรศัพท์ไปบอก 191
ให้ทราบ ไม่นานก็เห็นรถดับเพลิง มาคันหนึ่ง ข้าพเจ้าไปยืนใจ
หายอยู่ด้านข้างบ้าน เพราะเปลวไฟนั้นมาชิดรั้วแล้ว แต่ แปลก
ที่ ไฟนั้นอ้อมขึ้นไปบนหลังคาไปจ่ออยู่ข้างบนเหมือนหัวงูใส่ตรง
หลังคาหลังบ้าน แล้วก็ค่อย ๆ หดความสูงลง และ ค่อย ๆ เตี้ยลง
บ้านรอดไฟป่าหญ้าคา หญ้าแห้งหลังบ้านไปได้

พอหายตกอกตกใจในสองเหตุการณ์ ที่เกิดไล่เรี่ยกัน
ไม่นาน ข้าพเจ้าก็โทรศัพท์ไปหาเพื่อนบริษัทเก่าที่ เพลินจิต คุย
ให้ฟัง เพื่อนก็ตกใจแทน ได้แนะนำให้ไปปรึกษา คุณนักดูหมอดู
คนหนึ่ง ชื่อขึ้นต้นด้วย พ. พาน นามสกุล ต.เต่า อยู่แถวถนนสี่แยก
ที่มีกล้วยแขกขายกันเยอะ ๆ ข้าพเจ้าขับรถเข้าเมืองไปหาที่จอด
ใกล้ห้องแถวที่ปิดประตูไว้หมด เดินอ้อมไปทางหัวมุมสี่แยกแล้ว
แจ้งความประสงค์ ว่าจะมาหาคุณ พ. อาซิ้มหน้าร้านก็พาไปนั่งรอ
และได้เข้าพบ การพบนั้นก็แปลกอยู่อย่าง ที่ ระหว่างพูดกันนั้น
มีหญิงสาวอีกคน ตาบอด นั่งอยู่ข้าง ๆ คอยฟังคำระหว่างพูดกัน
และ คอยพยักหน้า หรือ ทำกิริยาให้ คุณ พ. เข้าใจ คำตอบที่จะ
ให้มา
สรุปว่า เธอให้ข้าพเจ้า เอาลูกไปยกให้ใครแก้เคล็ด
เสีย เพราะลูกสาวนั้น ดวงชะตาสูงกว่าข้าพเจ้ามากนัก ให้เลี้ยงให้
ดี มิฉะนั้นจะเลี้ยงยากมาก ข้าพเจ้าถามว่า
" หากยกให้แล้วเขาเอาไปเลยจะทำอย่างไร"
เธอก็แนะนำว่า
"ก็ไปทำพิธีเขียนชื่อนามสกุล ไปยกให้พระพรหมที่
หน้าเอราวัณ ก็น่าจะดีค่ะ "
จากนั้นก็พูดต่อไปอีกว่า
"โตขึ้นให้ระวังช่วงอายุ สิบห้า ถึง สิบเจ็ด ให้ระวัง
เพื่อนจะพาไป ให้หันเหความสนใจไปในการส่งเสริมการเรียน
แล้วต่อไปจะได้ดี จะได้เรียนจนถึงขั้นด๊อคเตอร์ได้ และ ต่อไป
จะเป็นที่พึ่งของแม่ได้ดี "
เมื่อถามถึงบิดา เธอตอบว่า
" ลูกจะไม่สนใจกับพ่อเขาเลยค่ะ เขาจะไปได้ดีด้วย
ตัวเขาเอง คุณไม่ต้องกังวลใจ "
เธอ อึกอักอยู่ชั่วขณะ เมื่อพูดต่อมาว่า
" ถ้าคุณไม่มีสามีใหม่ อยู่กันสองคนแม่ลูกก็จะดีมาก
เลยนะคะ ลูกและคุณจะมีความสุขมากกว่าไปแต่งงานใหม่
"
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

จากคุณ : tiki_ทิกิ - [ 20 มี.ค. 51 19:47:08 ]

บทที่ ๑๐ (ต่อ )
แล้วแต่ชะตาฟ้าดิน
มาเลย มาให้พอ..

ระหว่างที่ไปติดต่องานแถวถนนวิทยุ ข้าพเจ้าก็เลย
ไปแวะโรงแรมเอราวัณ และ ลงไปจุดธูปไหว้พระพรหม ฯ เอ่ย
ปากยกลูกสาว ถวายเป็นลูกท่าน และ ขอพรให้ช่วยคุ้มครอง
ดูแลเธอให้ดีเพราะเป็นที่รักของข้าพเจ้าอย่างยิ่ง

สำหรับเรื่องพระพรหมนั้น มีเรื่องที่เกี่ยวข้องอีกหลาย
เรื่อง ซึ่งลืมเล่าไปว่า ตอนที่ไปทำ หนังสือดวงชะตา แจกฟรี
ให้บริษัทเก่า กับ หมอดู อาจารย์ ส. ซอยโปโล นั้น ท่านได้
แนะนำให้ข้าพเจ้าแก้เคล็ดเหมือนกัน ให้คาถา " ไหว้พระพรหม"
มา ๑ บท และ สั่งไว้ว่าให้ จุดธูปทุกวัน พฤหัส ให้ไปไหว้กลาง
แจ้' และ ว่าคาถานั้น รวมทั้งถ้อยคำสองสามประโยคมาด้วย และ
สั่งให้ทำเป็นประจำ จะแก้เคล็ดเรื่องดวงมีคู่ไม่ดี เรื่องนี้ ข้าพเจ้า
จะเล่าโดยละเอียดต่อไปในภายหน้า

เวลาผ่านไปไม่นาน ข้าพเจ้าเมื่อกำลังทำรายการ
วิทยุลูกอายุได้สักหกเจ็ดเดือนแล้ว คุณแม่มีเรื่องอารมณ์เสียกับ
ข้าพเจ้าหลายประการ และ เริ่มหัวเสียกับการกลับดึกกลับดื่นที่
ข้าพเจ้าไปจัดรายการสดที่สถานีในบางคืน หรือ บางวัน ก็นำเทป
รายการไปส่งใกล้เวลา เที่ยงคืน จัดรายการไปจนตีหนึ่ง ขับรถ
กลับเอาเกือบตีสาม ต้องผ่านคลองประปาที่ยังไม่มีกำแพงกั้น
คลองอย่างปัจจุบัน บางคืน จะขับลงคลองเพราะหลับใน ก็หลาย
ครั้ง เวลาเลี้ยวจากถนนลาดยาง ดี ๆ มาตามถนนขรุขระเหมือน
โลกพระจันทร์จะเข้าบ้าน ก็ต้อง เปิดไซเรนในรถเป็นระยะ ระยะ


ทว่าความหวาดระแวงของคุณแม่ ทำให้ข้าพเจ้าเครียดแทบเป็นบ้า

คุณแม่ท่านหวั่นว่าข้าพเจ้าจะไปมีแฟนใหม่กับคนโน้น
คนนี้ อยู่อย่างนั้น และหงุดหงิดที่ข้าพเจ้ายังไม่กลับบ้าน ่ส่วน
ข้าพเจ้าก็ถูกทางสถานีบ่นหลายเพลาเรื่องระบบเสียงในเทป คือ
เสียงพูดกับเสียงเพลงดังไม่เท่ากัน ทำให้คนฟังสะดุ้งโหยงทุก
ครั้งที่เปลี่ยนระดับเสียงโฆษณา ฯลฯ ทำไป ทำมา ทำให้เกิด
การทะเลาะกันกับคุณแม่ไปอีก แม้จะแก้ไขด้วยการไปอัด
เทปตามห้องอัดเสียงก็ยังจัดเวลาไม่ทัน ต้องไปเปลี่ยนเทป
ให้เขาถึงสามสถานีซึ่งอยู่กันคนละแห่ง

เหตุการณ์เป็นไปอย่างนี้ อยู่สักพัก พอเห็นว่าถ้าไม่
ไปใช้บริการอัดเทปข้างนอก ก็ไปจัดสดก็ได้ พอขายรถไป
การเดินทางก็ลำบากแล้ว หนทางข้างหน้า จะต้องไปหางาน
ใหม่อีก จึงถึงเวลาก้าวออกจากบ้านอีกครั้ง น้อยใจคุณแม่
ก็น้อยใจ โกรธก็โกรธ เสียใจก็เสียใจ หัวใจมันแห้งผาก ขณะ
หอบลูกไปตอนกลางคืน นั่งรถเมล์ไปจนถึงบ้านพี่ชายที่ฝั่งธน
ไปพักอาศัยอยู่ได้สักสองสามสัปดาห์ ก็ ย้ายไปอยู่กับน้องชาย
ที่พหลโยธิน

การกลับเข้าไปอยู่ที่บริษัทโฆษณาเก่าที่เพชรบุรีตัด
ใหม่ในวาระที่กล่าว...เป็นครั้งที่สอง ลูกสาวตัวน้อย ได้ผ่าน
ไปสู่อายุเกือบห้าเดือนแล้ว

ช่วงที่ข้าพเจ้าไปอาศัยที่พักของน้องชายที่พหลโยธิน
อยู่ ที่พักนั้นเวลาที่ทำงานยุ่งเหยิงอยู่บริษัทฯนางสาวรับใช้ ผู้มา
อยู่ตั้งแต่อาศัยกันอยู่ที่บ้านคุณแม่ นับเป็นคนที่สามที่จ้างไว้ตั้งแต่
ลูกเกิดมาก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ที่พักน้อง

ต่อมาอีกประมาณหกเดือน หัวหน้ากลุ่ม ณ บริษัทเก่าที่
ถนนคอนแวนต์ ก็ติดต่อให้ข้าพเจ้ากลับไปทำงาน โดยให้อัตรา
เงินเดือนสูงกว่าที่เก่าพอสมควร และ ให้บรรจุเป็นหัวหน้ากลุ่มงาน
เป็นพนักงานประจำ ได้สิทธิและ การประกันชีวิต การประกันสุขภาพ
ทุกอย่างอย่างดี ข้าพเจ้าตอบตกลงและย้ายไปที่ทำการใหม่
ในเวลาต่อมา

พอถึงเดือนพฤศจิกายน นับอายุลูกได้ ขวบกับอีกสอง
เดือนเป็นช่วงเวลาลอยกระทง นางสาวรับใช้ก็มีนัดกับหนุ่ม ว่าจะ
ไปลอยกระทงทั้งคืน แล้วก็หายไป ไม่กลับมา เช้าตื่นขึ้นมา ข้าพเจ้า
นั่งหน้าบูดอยู่ที่ที่พัก รู้สึกเหมือนไฟลนร้อนไปทั้งตัว คนรู้จักกัน
คนหนึ่ง แนะนำให้นำลูกไปฝากแม่บ้านตำรวจที่แฝลตข้าง ๆ ข้าพเจ้า
ไปฝากไว้ได้วันสองวัน ก็ยิ่งให้ร้อนใจกว่าเดิม เมื่อไปเห็นสภาพของ
การอยู่ของลูกในห้องที่รกรุงรัง หน้าบ้านเต็มไปด้วยแม่บ้านที่นั่งบ่น
ว่าส่งเสียงวุ่นวายอยู่ ข้าพเจ้าใจหาย อุ้มเธอขึ้นรถตุ๊ก ๆ ข้ามฝั่ง
ถนนพหลโยธิน ไปตามป้ายโฆษณาที่ชี้ไปทางโรงเรียนอนุบาล
นำตัวน้อยของข้าพเจ้าไปพบกับผู้อำนวยการโรงเรียน

สุภาพสตรีท่านนั้นมองลูกสาวแล้วถามถึงอายุ พอรู้ว่า
แค่ขวบกับอีกสองเดือน ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ ข้าพเจ้าได้พยายามพูด
ให้ทราบว่า ลูกสาวตัวน้อยนั้น สามารถ บอกการขับถ่ายได้ ด้วย
สัญญาณ " อุ อุ " ทุกครั้ง และมีความ สามารถ ถือช้อน ส้อม และ
ใช้ตักข้าว ตักกับได้ ตามที่เราฝึกกันมา สามารถบอกได้ว่า "หม่ำ
หม่ำ " เวลาหิวข้าว

ข้าพเจ้าอธิษฐานจิตอย่างวุ่นวายใจ ปาฏิหาริย์ก็เกิด
ขึ้น ผู้อำนวยการยอมรับเป็นพิเศษเป็นครั้งแรก ให้ข้าพเจ้าจ่ายเงิน
ล่วงหน้าไว้สำหรับค่าอาหารการกิน ตามขั้นตอนการสมัคร ข้าพเจ้า
ตกลงจะมารับเธอตอนเย็น แต่การทำงานโฆษณา โดยเฉพาะใน
แผนกสร้างสรรค์ครีเอทีฟว์ หากงานยุ่งจัด ๆ ยังไม่เสร็จก็ต้องทำ
ต่อเนื่องไปจนกว่าจะจบเรื่องได้ ค่ำบ้าง ดึกบ้าง

บางครั้งก็ต้องฝากท่านผู้อำนวยการ ซึ่งท่านเป็นภรรยานาย
ทหารในกรมมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ ลูกข้าพเจ้าจึงได้สิทธิ์นอก
อาณาเขต เข้าไปเป็นเสมือนลูกสาวคนเล็กของครอบครัวท่าน ท่าน
ก็รักและเมตตาและสงสารลูกน้อยของข้าพเจ้าถึงแก่เอ่ยปากขอ
จะเอาไปเป็นลูก ด้วยความรักและสงสารอย่างจริงใจ แต่ข้าพเจ้า
ก็ไม่อาจให้ได้ ลูกก็มีความสุขและสดชื่นมาก เพราะมีพี่ ๆ ผู้หญิง
ลูกสาวท่านถึงสามคน คอยดูแลเล่นกัน บางคืนเลยสี่ทุ่มไปแล้ว
ข้าพเจ้าเข้าไปรับไม่ได้ ท่านก็ให้นอนกับลูก ๆ ท่าน ดูแลอย่างดี
จนเช้าอีกวันข้าพเจ้าเข้าไปหา หรือ บางที ก็ฝากไว้จนเย็นอีกวัน
ถึงจะไปรับที่โรงเรียน การณ์เป็นไปอย่างนี้เกือบปี

นึกถึงความทุลักทุเลแล้วเหนื่อยใจไม่หาย ช่วงที่ขาย
รถไปแล้วไม่มีรถใช้ ก็เหมือนขาดขา แต่เพื่อประหยัดค่าผ่อน ค่า
น้ำมัน ค่าซ่อมแล้วข้าพเจ้าต้องยอม เรียกตุ๊ก ตุ๊ก หรือแท็กซี่ และ
ใช้บริการรถประจำทาง ข้าพเจ้ายอมรับความผันผวนของชีวิต ที่
เกิดขึ้นทั้งหมด ก็เนื่องมาจากการใจใหญ่ทำการใหญ่ไม่เตรียม
พร้อมรับกับมัน แต่อะไรเพื่อลูกแล้ว อะไรก็ทำได้ ยอมได้ทั้งนั้น

มีบางวันที่ข้าพเจ้าหมดแรง นอนไปบนพื้นห้องที่พัก
ของน้องชายนั้นและสติหลุด ตะโกนถามหาเจ้ากรรมนายเวร ทั้ง
หลายว่า อยู่กันที่ไหนมาเลยมาหาข้าพเจ้าให้หมดเลย ท้าทาย
ซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่อย่างนั้น ..คิดดูแล้วน่าสมเพช
ช่างเป็นไปได้ ..!!

จากคุณ : tiki_ทิกิ - [ 20 มี.ค. 51 20:05:26 ]

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมบล็อกและอ่านนิยาย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai

ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านและ ตั้งใจเม้นต์ นะคะ
คุณเชษฎฐา มาบอกว่าน่าจะเปิด ไม่ควรรวมคำตอบ
ไว้ที่เดียวกัน ก็เลย OK ค่ะ เปิดอย่างเดิมนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน