• tiki_ทิกิ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nickmansl@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 23945
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
tiki on net ทิกิ..ที่นี่ก็มี
บันทึกอะไรต่อมิอะไร ที่อยากบันทึก นิยาย เพิ่งลงเดือนมีนา 2551 นี้ เองค่ะ ทำบล็อกย้อนหลัง(ใต้วันที่ย้อนหลัง ) ไม่เป็นค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tikionnet
วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม 2551
Posted by tiki_ทิกิ , ผู้อ่าน : 925 , 20:02:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
- ภาค สอง
บทที่ ๑๑
ฝึกตัวเองใหม่.



ยิ่งนึกกลับไป ยิ่งให้สงสารลูกขึ้นทีนั้น แค่ไม่กี่เดือนที่
ลูกเกิดมาข้าพเจ้าย้ายไปย้ายมาเข้าไปสามสี่บ้านแล้ว.. แต่จะให้
กลับไปอยู่บ้านคุณแม่ในช่วงนั้น ก็คงยังทำใจไม่ได้ เพราะที่ทำ
งานอยู่ถึงถนนคอนแวนต์สีลม


ปีพุท่ธศักราช ๒๕๒๔ ค่าของเงินวันนั้น กำลังปรับลงไป
กว่าเดิม ยกตัวอย่างค่าทองคำ ที่เมื่อช่วงปี ๒๕๑๗ ยังอยู่บาท
ละ พันกว่าบาท ในปี ๒๕๒๔ ขึ้นไปเป็นบาทละกว่าสี่พันบาทแล้ว
โดยที่ในสองสามปีก่อนหน้าเคยขึ้นไปแตะ บาทละ เจ็ดพันกว่า
อยู่ครั้งหนึ่งและตกกลับมาอยู่ระดับไม่ถึงห้าพัน

ปีนั้น ชีวิตค่อนข้างดีขึ้นหน่อย หลังจากหดความทะเยอ
ทะยานของตัวเองลงให้เหลือระดับธรรมดาสามัญ แต่กระนั้นก็ดี
การอยู่ในวงการโฆษณา ซึ่งเขามองข้าพเจ้าที่ นามสกุล อัน
พ้องพานกับท่านเจ้าหน้าที่มีอำนาจรัฐ ผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของ
คุณพ่อ ก็ทำให้ข้าพเจ้าต้องประคองตัวเองให้ดูมีสถานะภาพ
ทางสังคมดีไว้เสมอ

บันทัดนี้ ต้องขอบคุณความคิดและหนังสือ ของท่านอาจารย์
(ด๊อกเตอร์...........)ผู้เป็นที่เคารพของคุณแม่ เมื่อท่านให้
ข้าพเจ้าไปเยี่ยมเยียน ท่านอาจารย์ฯ เพื่อปรึกษาเรื่องเงินทอง
กันนั้น ท่านด๊อคเตอร์ท่านนั้นได้มอบหนังสือซึ่งท่านเขียน
พิมพ์ขายเล่มหนึ่งให้ หนังสือนั้นสอนให้แบ่งเงินออกเป็นส่วน
จำเป็นต้องใช้ แยกใส่ซองไว้ เหลือให้นำจำนวนวันหารและ
ใช้ให้พอในแต่ละวันให้ได้ เพื่อให้รู้จักใช้เท่าที่มี และ ให้รู้จัก
บังคับตัวเองไม่ให้ใช้อะไรเกินตัว

ข้าพเจ้าฝึกทำไม่ยากอะไร เพราะมีซองต่าง ๆ ไว้ใช้อยู่มาก
จึงทำตามแบบที่หนังสือสอนข้าพเจ้า อย่างพอเงินเดือนออกมา
หมื่นกว่าบาทเกือบสองหมื่น ข้าพเจ้าก็เขียนไว้บนซองว่า ต้วเอง
ต้องใช้อะไรบ้างเช่น ต้องผ่อนที่ดิน เดือนละเท่าไหร่ ต้องผ่อน
หนี้ที่โน่นที่นี่เท่าไหร่ เหลืออยู่เท่าไหร่ เอาสามสิบหาร บาง
เดือนเหลือวันละสามสิบบาท ก็ต้องใช้ให้ได้สามสิบบาท
นแต่ละวันให้ได้   ซึ่งค่อนข้างยากมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นคน
มีนิสัยใช้เงินมือเติบมาตลอด

ดีอยู่อย่างที่ลูกยังเล็กนัก แต่ก็มีค่าต้องไปเนอร์สเซอรี่โรงเรียน
อนุบาล เมื่อเทียบส่วนกับค่าใช้จ่ายอื่นก็ยังน้อยอยู่
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ถึงแม้ข้าพเจ้าจะไม่ได้เรียนจนจบปริญญาตรีอย่างที่ควรจะเป็น
แต่เงินเดือนของข้าพเจ้าก็สูงกว่าเพื่อนและ พี่น้องทั้งหมดใน
ระยะนั้นทว่า หากเทียบกับเจ้านายเดิม ซึ่งย้ายมาจากบริษัท
เดิมที่ข้าพเจ้าเคยทำงานด้วยที่เพลินจิต และมาอยู่ที่บริษัทฯ
ที่ถนนคอนแวนต์นี้ ก็นับว่าท่านสูงมาก เพราะเลขาแอบบอก
ให้ทราบว่า เงินเดือนท่านอยู่ที่สามสี่แสนบาท พร้อมด้วยรถ
ประจำตำแหน่ง คนขับรถ ค่าน้ำมัน และ ค่าเช่าบ้าน (รายได้)
ให้อีกทุกเดือน ซึ่งนวงการโฆษณาเขา "ซื้อตัว" กันแบบนั้น
ข้าพเจ้าทราบดีว่าท่านอยู่ระดับกรรมการบริหารบริษัทฯ เทียบ
กับแค่หัวหน้ากลุ่ม ธรรมดา ๆ อย่างข้าพเจ้า มันคนละชั้นกัน
แต่ข้าพเจ้าก็พอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ และ ภูมิใจที่สามารถหา
เลี้ยงตัวเองได้ แม้นว่าจะมีหนี้สินเรื่องทำงานห้าแสนบาทติด
มาด้วย แต่ทำไปสักเกือบปี ก็หดหนี้ลงไปหลายหมื่นบาทแล้ว
          
                พวกเจ้าหนี้ท่านจะชื่นชมความซื่อตรงที่ข้าพเจ้า
ส่งเงินให้ตรงเวลาทุกเดือน เพราะเจ้าหนี้หลายท่านส่วนใหญ่
ก็เป็น เพื่อนฝูงคุณแม่ ซึ่งท่านเมตตาให้ข้าพเจ้ายืม
 อย่างคนอื่นท่านอาจจะคิดดอกเบี้ยร้อยละห้า( ต่อเดือน ) แต่
ข้าพเจ้ามีที่ดินไปจดขายฝากไว้ ท่านคิดเพียงร้อยละสามต่อ
เดือน(นั่นก็ปาเข้าไปร้อยละ ๓๖ ต่อปีแล้ว !!) และต่อมา ก็ลด
ให้จนเหลือไม่ถึงสองบาทในระยะหลังที่ข้าพเจ้าไปต่อสัญญา
กู้กับท่าน

ช่วงเวลาดังกล่าว ได้ฝึกอารมณ์ข้าพเจ้าเอง ให้มีความเยือก
เย็นลงอีกนิด และมีความสุข มีความเคารพตัวเองเพิ่มขึ้น อัน
เนื่องมาจากการมีการงานค่อนข้างมั่นคง เมื่อเทียบเวลาย้อน
ไปก่อนหน้า
        เพื่อนฝูงหลายคน ที่เคยคิดจะดูถูกดูแคลน ก็เริ่มให้ความ
นับถือ ยิ่งญาติพี่น้องแล้วไม่ต้องพูดถึง ความที่เคยมองข้าพเจ้า
อย่างดูหมิ่นเย้ยหยัน ก็ถึงแก่นิ่งอึ้งกันไปเป็นแถวเวลาที่เขา
(สอดรู้สอดเห็น)ไปสอบถามเรื่องเงินดาวเงินเดือนของข้าพเจ้า
กับคุณแม่ หรือกับพี่ชาย น้องชาย
: tiki_ทิกิ - [ 21 มี.ค. 51 04:51:36 ]

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

- ภาค สอง
บทที่ ๑๑
ฝึกตัวเองใหม่. (ต่อ)



ครั้งหนึ่ง คนขับรถของคุณพ่อ เคยมาเจอข้าพเจ้าโดยไม่ได้
นัดหมาย คนขับรถ ตกใจที่เงินเดือนของข้าพเจ้าเดือนเดียว
มากกว่าที่เขาทำทั้งปี ข้าพเจ้าเอง ก็ลืมเลือนค่าของเงินไป
เหมือนกัน ยังไปคิดว่าตัวเองแย่ แย่       พอได้ยินคนขับรถ
คุณพ่อ พูดเปรียบเทียบให้เห็น ยังรู้สึกละอายแก่ใจ ว่าเราดี
กว่าเขาตั้งเยอะ ยังมานั่งก่นว่าตัวเองอยู่ได้ มีบุญเท่าไหร่
แล้วที่มีงานทำ ไม่ใช่ไปนั่งแบมือขอชาวบ้าน อย่างที่เคย
เป็น ที่แท้คิดไป กลับเพิ่งรู้ค่าของการตั้งเป้าหมายในชีวิต
ให้ทำงานหนักไว้เสมอ ว่าผลที่ได้รับคือจำนวนเงินรายได้
ก้อนใหญ่ทุกเดือน ถือว่าตนเองมีความมั่นคงทางอารมณ์
มากขึ้นกว่าสม้ยเมื่อออกจากมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ

                   เดิมข้าพเจ้าคิดจะนำลูกไปเรียนที่ โรงเรียน
คอนแวนต์ที่ตั้งอยู่ข้างตึกที่ทำงาน วันหนึ่งขณะลงไปซื้อ
รองเท้าผ้าใบยี่ห้อดันล็อปที่อยู่ที่หน้าตึกริมถนน ได้ยิน
เสียงเด็กนักเรียนโรงเรียนคอนแวนต์    ลูกคนมีเงินที่กำลัง
รอผู้ปกครองมารับแถวริมถนนคุยกันเสียงดัง ว่า รองเท้า
เธอคู่ละสามพันบาท ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ชอบขึ้นมาในใจว่า
พ่อแม่ของเด็กเหล่านี้ ทำไมเลี้ยงลูกให้เสียคน ต่อไปจะ
ไม่รู้ค่าของเงินเลย ข้าพเจ้าเดินเข้าไปซื้อรองเท้าคู่ละ
สามร้อยก็นับว่าแพงมากแล้วสำหรับข้าพเจ้าในวันนั้น แต่
ก็เช่นกัน สม้ยเรียนมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าก็เคยตัดรองเท้า
คู่ละเป็นพันเหมือนกัน แต่ก็เวลาที่ได้เงินจากการทำงาน
นอกเวลาเรียนของข้าพเจ้า เช่นเป็นครูสอนพิเศษให้ลูก
เพื่อนคุณแม่ในกรมฯ ตอนเย็น หรือไปเฝ้าร้านของขวัญ
 Mini Meni ที่สยามสแควร์ หรือไปฝึกงานตอนซัมเมอร์
ที่บริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งแถวสะพานหัวช้าง ฯ หรือ
เขียนเรื่องส่งหนังสือแล้วได้เงิน  เวลาเหล่านั้น ข้าพเจ้า
จึงจะ 'มอบรางวัล' ให้ตัวเอง
        พอได้ยินอย่างนั้น เริ่มนั่งคิดกังวลว่าต่อไปจะให้
ลูกเรียนที่ไหนดี อยากให้ลูก " ติดดิน " รู้จักความจริง
ของชีวิต หากไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์ จะต้องกลาย
เป็นเด็กหัวสูง จะใช้แต่ของแพง ๆ ใช้ของธรรมดาสามัญ
ไม่เป็น

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
             การมีลูกทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนนิสัยไปอย่างมาก
ข้าพเจ้ามิเคยอายที่ตัวเองมีลูกเลย กลับยิ่งภาคภูมิใจมาก
ที่ตัวเองดูมีค่ามากขึ้นและอาจเพราะลูกสาวนั้นยิ่งโตก็ยิ่ง
ฉลาดเฉลียว น่ารักน่าเอ็นดู และ พลอยเผื่อแผ่รัศมีมาให้
ข้าพเจ้าด้วยก็เป็นได้
: tiki_ทิกิ - [ 21 มี.ค. 51 04:52:39 ]




- ภาค สอง
บทที่ ๑๑
ฝึกตัวเองใหม่.
(ต่อ)

การทำงานในบริษัทฯ ต้องออกไปงานเลี้ยงรับรองต่าง ๆ หลาย
สถานที่ อย่างที่ทราบกันแล้วว่า ข้าพเจ้าตัดเย็บเสื้อผ้าเองเป็น
ก็ยังทำเช่นนั้นอยู่ ยังสามารถตัดเสื้อคลุม เสื้อแส็คไว้ไปทำงาน
ด้วยผ้าฝ้ายสวยงาม ข้าพเจ้าชอบไปซื้อที่ ร้านศิลปาชีพแถวโรงแรมโอเรียนเต็ล หรือไปหาตามห้างต่าง ๆ แถวนั้น ไปทำงาน
ก็ยังถือตัวเองเป็น "สาวโสด" เวลาไปงานเลี้ยงต่าง ๆ ยังคบกับเพื่อนชายหลายคนที่เข้ามาพูดคุยไปเที่ยวฟังเพลงตามผับ บ้าง
ในบางครั้ง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ในวันหยุดวันหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าหยุดอยู่บ้านกับลูก ช่วงนั้นเด็ก
คนเลี้ยงคนเก่าที่ว่าลากลับไปปักษ์ใต้ยังอยู่กับข้าพเจ้าที่ที่พัก
น้องชาย นึกถึงเพื่อนเก่าคนที่เคยเขียนจดหมายไปหาที่สถานี
วิทยุขึ้นมา และ เพราะครั้งหนึ่งที่เคยพบกัน เขาเคยปรึกษา
เรื่องว่ากลับจากต่างประเทศมาแล้วยังไม่ได้งานทำ ต่อมา
ก็ว่าได้งานแล้วทางสุขุมวิท จำได้ว่า เขาทำงานวันเสาร์ครึ่ง
วัน ข้าพเจ้าจึงโทรศัพท์ไปสอบถามว่า ทำงานแล้วดีไหม
เป็นอย่างไร เขาก็ถามว่าวันหยุดนี้จะไปไหน จึงบอกเขาไป
ว่า อยากพาลูกไปดูภาพเขียนที่ศิลปากร และ อยากไป
ตลาดนัดสนามหลวง ด้วย ว่าจะไปซื้อ ' กะปิ ' เพราะไม่ได้
กินข้าวคลุกกะปิมานาน

                   นิคกี้ ก็ดีใจมากที่ข้าพเจ้าอยากจะไปโน่นนี่
ในวันเสาร์นั้นเขารีบขับรถมาที่ที่พักซึ่งไม่เคยทราบมาก่อน
ว่าข้าพเจ้าย้ายไปอยู่ที่นั่นนานแล้ว ลูกสาวนั่งตักแม่ไปข้าง
หน้า กับ " อานิค" ส่วนเด็กคนเลี้ยงนั้นตื่นเต้นดีใจที่ได้นั่ง
รถเพื่อน "คุณผู้หญิง " ออกไปด้วยกัน และเธอก็ไม่เคย
ได้ไปสนามหลวงมาก่อน

ข้าพเจ้าเดินอุ้มลูกไปสักพัก นิคกี้ก็ขออุ้มน้องแซนดี้บ้าง
ส่วนคนเลี้ยงนั้น ดีใจร้องอุ้ยว้าย โน่นนี่ก็ดีค่ะ คุณผู้หญิง
ขาไปตลอดทางข้าพเจ้าได้กะปิ กับเครื่องทำข้าวคลุกกะปิ
สมใจ ก็ถือถุงนั้นเดินแกว่งไปจนถึงทางเข้ามหาวิทยาลัย
ศิลปากร   ไปหยุดยืนมองพระพิฆเณศวร์ที่หน้ามหาวิทยาลัย
แล้วก็เล่าให้ฟังกันว่า แต่ก่อนเราประสาวัยรุ่นไป"แซว" ท่าน
ไว้กันอย่างไร เลยซวยนะ เข้ามหาวิทยาลัยท่านไม่ได้

               จากนั้นก็เดินไปยัง โถงแสดงงานศิลป์ด้านหลัง
จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเรื่องอะไร พาลูกเดินชมศิลปะ และ เป็น
สิ่งซึ่ง นิคกี้เรียนมาด้วยเขาจึงรู้สึกยินดีที่ได้ไป ต่างคนต่าง
มองภาพต่าง ๆ อย่างซาบซึ้ง ส่วนลูกนั้น ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง
อะไรมาก แต่ตัวอ้วน ๆ ผิวขาวหอมแป้งเด็กของเธอก็ประทับ
ใจ นิคกี้ขนาดหนักอย่างที่เขาเคยได้สัมผัสความรู้สึกรักเด็ก
ลูกของเพื่อนสมัยเรียนที่ต่างประเทศเหมือนกัน

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~



บทที่ ๑๒
ฟ้าสร้างทางชีวิต...



จนเย็น เราก็กลับไปที่พัก ข้าพเจ้าให้เด็กรับใช้ หุงข้าว
แล้วก็ลงมือ ผัดหมูหวาน ทำข้าวคลุกกะปิ และ ชวนนิคกี้
นั่งกินข้าวเย็นกันอย่างง่าย ๆ ตามประสาเพื่อนเก่า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมบล็อกและอ่านนิยาย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai

ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านและ ตั้งใจเม้นต์ นะคะ
คุณเชษฎฐา มาบอกว่าน่าจะเปิด ไม่ควรรวมคำตอบ
ไว้ที่เดียวกัน ก็เลย OK ค่ะ เปิดอย่างเดิมนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน