• tiki_ทิกิ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nickmansl@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 23828
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
tiki on net ทิกิ..ที่นี่ก็มี
บันทึกอะไรต่อมิอะไร ที่อยากบันทึก นิยาย เพิ่งลงเดือนมีนา 2551 นี้ เองค่ะ ทำบล็อกย้อนหลัง(ใต้วันที่ย้อนหลัง ) ไม่เป็นค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tikionnet
วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม 2551
Posted by tiki_ทิกิ , ผู้อ่าน : 948 , 10:01:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๐๐๐๐ นิยาย..ที่ดินผืนนั้น ๐๐๐ ภาคสาม เริ่มบท ๑๒

หลังจากที่หยุดบท ๑๒-๑๔ ไว้ชั่วขณะที่ หน้าเว็บพันทิป
ข้าพเจ้าเริ่มพอมีเวลาทบทวน ความควรไม่ควร เห็นแก่คนที่ยังอยู่
และคนที่ล่วงลับไปแล้ว ดูว่า หากท่านยังอยู่ ข้าพเจ้าจะพูดถึง
ท่านอย่างไร อย่างเมตตา กรุณา หรือไม่...?

ข้าพเจ้าอาจจะมีจิตใจเคืองอย่างปุถุชนธรรมดาหลงเหลืออยู่
แต่ ความอาฆาตโกรธแค้น อย่างที่เคยมีเกิดขึ้นบ้างบางเวลาในขณะ
ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น...ได้สงบลงไปมาก เพราะภาพระยะหลังที่ได้
เห็นคือคนสูงอายุ คนชรา ที่น่าสงสารคนหนึ่ง...ซึ่งจางพิษสงลงมาก
แต่กระนั้นก็ดี ได้ทิ้งรอยแผลไว้ในหัวใจและ ชีวิตของข้าพเจ้าอย่าง
ยาวนาน
ข้าพเจ้าจึงเริ่มเขียนทั้งตอน ๑๕ -๑๖ ต่อไป ..ด้วยการ
ตรวจสอบวิเคราะห์ตัวเอง ว่าสิ่งทึ่ตัวเองเขียนนี้ เขียนไปเพียงเพื่อ
ความสะใจ หรือเพื่ออะไร ...

ไม่ใช่ดอกท่าน
หากจะต้องเขียนเกี่ยวกับท่านผู้มีอิทธิพลต่อชีวิตมาอย่างมาก
ในแง่ที่ทำให้ข้าพเจ้า มองตัวเองในแง่ลบมาหลายสิบปี...กับการที่ได้
อะไรหลายอย่างในชีวิต ชั่งน้ำหนักแล้ว คนหัวดื้อหัวรั้นอย่างข้าพเจ้า
สมควรได้รับบทเรียนชีวิต ..อย่างนั้น..


@@@@@@@                                                                                            @@@@@@
                                       


 บทที่ ๑๒
ฟ้าสร้างทางชีวิต...

วันนั้นเป็นวันเสาร์ และ นิคกี้ ก็
จะได้หยุดในวันอาทิตย์ พอกินข้าวเสร็จนั่งดูทีวีกันอยู่ เขา
ก็ชวนข้าพเจ้าว่าไปฟังเพลงกันดีไหม ? ข้าพเจ้าก็นึก
สนุกว่า ดีสิ จึงไปอาบน้ำ แต่งตัว จำได้ว่า นุ่งกางเกง
ยืดสามส่วนสีดำ เสื้อตัวในสีแดง และ เสื้อคลุมสีดำ พอ
แต่งตัวเสร็จก็ฝากฝัง ลูกแซนดี้ ไว้กับคนเลี้ยง

ตอนขึ้นรถเขาไปกันสองคนตอนนั้น เพิ่งรู้สึกตัว
ว่า "ออกเดท" ขึ้นมากระทันหัน ทั้ง ๆที่เคยคิดว่าเขา
เป็นเพื่อนมาตลอด นึกแปลกใจความรู้สึกที่กระทบ
อารมณ์นั้นขึ้นมา...หรือเพราะเดินไปตลาด เหมือนครอบครัว
หรือเพราะอะไร ?

นิคกี้พาข้าพเจ้าไปฟังเพลงที่แถวถนนเกษร
ซึ่งเป็นถิ่นที่ข้าพเจ้าชอบไปอยู่แล้ว แต่โดยปกตินั้นชอบ
ไปตอนเช้า คือไปนั่งกินอาหารที่ร้านลิตเติ้ลโฮมเบเกอรี่
ระหว่างที่ไปทำงานแถวเพลินจิตกับ ถนนวิทยุ
ช่วงที่ฟังเพลงกันอยู่ นิคกี้ ก็ฉุดมือข้าพเจ้า
ให้ลุกออกไปเต้นรำจังหวะเร็ว ๆ หลายเพลง ครั้นถึง
จังหวะสโลว์ เขาก็ดึงตัวข้าพเจ้าเข้าไปเต้นจนชิด อย่าง
ช้า ๆ เนิบนาบ และอบอุ่น...
อบอุ่นน่าจะเป็นความรู้สึกทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีกับเขา...

เวลาไม่กี่ชั่วโมงในคืนนั้น สัมผัสอบอุ่น
ของเขา ความอาทรจากความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชีวิต
ส่วนตัว และ ความห่วงใยที่เขาเทให้ทำให้การจากกันใน
คืนนั้น เปลี่ยนข้าพเจ้าจากเพื่อนคนหนึ่งกลายเป็นผู้หญิง
ที่เขารักไปได้ง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาตลอดหลายปีที่ได้
เคยรู้จักกันมา มีแต่เพื่อนของนิคกี้ สองคน ที่แวะเวียน
มาจีบ มารักข้าพเจ้า แต่เขาเป็นฝ่ายที่ถอยห่างไป

บัดนั้น ช่วงเวลาวันเดียว ว้นเสาร์ ของการเดิน
ทางผ่านความจอแจตลาดนัดสนามหลวง ไปเดินดูซื้อ
กับข้าวของแห้งที่ตลาด และ ไปชมภาพเขียน ไปกิน
ข้าวอย่างเป็นกันเองที่บ้าน ตลอดจน ใช้เวลาฟังเพลง
เต้นรำไม่กี่ชั่วโมง
เขากล้าเอ่ยปากบอกรักข้าพเจ้า
ความในใจที่เขาเก็บไว้ซอกลึกหลั่งไหลออกมาไม่รู้จบ

เมื่อส่งข้าพเจ้ากลับที่พัก นิคกี้จับมือข้าพเจ้า
ไว้แน่น เขาพร่ำบอกว่าไม่อยากจากข้าพเจ้าเลย ไม่
อยากกลับบ้านเลย เมื่อไหร่จะพบกันใหม่และ ถามว่า
ทำไมข้าพเจ้าไม่กลับไปอยู่กับคุณแม่เหมือนเดิม

" ไปแล้วจะไปทำงานยังไงล่ะ "
ข้าพเจ้าขมวดคิ้ว นิคกี้หยุดไปนิดหนึ่ง แล้วก็พูดว่า
" ก็นิคไปรับไง ไปรับที่บ้าน ไปส่งให้ "
"จริงน่ะ อยู่ตั้งเอกมัย ไปส่งสีลมเหรอ "
"จริง ..จะไปรับที่บ้านให้แต่เช้า ไปส่งสีลม แล้ว
ก็ไปทำงาน เย็นจะไปรับด้วย "
...เงียบ.. ข้าพเจ้ากำลังสงสัยว่าเขาพูดจริงหรือพูด
เล่น..จึงถามต่อไปว่า
"อ้าว..แล้วลูกแซนดี้จะทำอย่างไร...ลูกเรียน
อยู่ในซอยฝั่งตรงข้าม"
" ก็ไปหาใหม่สิ ..ข้างที่ทำงาน หรือ ว่าข้าง
บ้านคุณแม่ไง .."
"โอ๊ย ไว้คิดทีหลัง..พูดเรื่องนี้แล้วเดี๋ยวปวด
หัว.."
ข้าพเจ้าดึงมือออกมา จะลงจากรถ เขาก็คว้าตัวข้าพเจ้าไป
กอดไว้แน่นอีกที
"เอ้ย ...ปล่อย เดี๋ยวใครเห็น โอ๊ย "
ข้าพเจ้าเปิดประตูกระโดดลงจากรถ โบกมือให้
เขาซึ่งเคลื่อนรถออกไป วิ่งกลับขึ้นไปที่ห้อง ดูลูกสาว
ที่นอนหลับซุกอยู่กับคนเลี้ยง...ลูบผมลูกคิดอยู่แต่ว่า
หากกลับไปบ้านคุณแม่ ลูกจะไปโรงเรียนที่ไหน ...กลับไป
ครั้งนี้คุณแม่จะคิดอะไรกับข้าพเจ้าอีกหนอ..

ชีวิตของข้าพเจ้านี้มันช่างยิ่งกว่านิยาย มันช่าง
เหมือนบททดสอบจิตใจอะไรสักอย่าง เหมือนยื่นความ
จริงมาให้ กลายเป็นความเท็จ แล้ว ก็ยื่นความฝ้นมาให้
จนดูเสมือนความจริง มันช่างดูเป็นมายา ข้าพเจ้ามี
บทเรียนชีวิตมาพอแล้ว..ไม่คิดอยากจะผูกมัดตัวเองกับ
ความรักความใคร่ของใครสักคน

ใจหวนไปคิดถึงเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งอยู่
ที่อเมริการัฐเดียวกับนิคกี้ ซึ่งนาน ๆ จะกลับมาเมืองไทย
ที และ ทุกครั้งที่กลับมาก็จะนัดเจอกับข้าพเจ้า หนสุดท้าย
ยังมาเล่นกีตาร์ให้ฟังและ เล่นเพลง "เย้า" ข้าพเจ้า ด้วยเพลงนี้

Desperado....

" You'd better let somebody love you...
before it's too late...."

เขามักแว้บมาหาและถามข้าพเจ้าเสมอว่า..
"คุณรักใครหรือยัง..แต่คุณไม่รักผมเลยนี่นา..
คุณน่าจะรู้จักรักใครสักคน อย่าถมตัวเองไว้กับความหลัง
สิ ทิกกี้ "

ข้าพเจ้ารู้จักว่า ความรักคือน้ำตาอันเปียกชุ่ม
หมอนทุกคืน ทุกวัน...ข้าพเจ้าไม่คิดอยากจะรักใคร ไม่
เลย..

: tiki_ทิกิ - [ 21 มี.ค. 51 04:53:31 ]

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~



บทที่ ๑๒
ฟ้าสร้างทางชีวิต...
( ต่อ )

 วันอาทิตย์ผ่านไป และ วันจันทร์ก็มาถึง
ช่วงเวลาหนึ่งที่ข้าพเจ้าคุยอยู่กับลูกน้องในห้อง เสียงโทร
ศัพท์ที่โต๊ะก็ดังขึ้น เป็นธรรมดาที่จะมีใครต่อใคร
โทรฯหาตลอดวัน ไม่ลูกค้าก็เจ้านาย ไม่ก็ เพื่อนเก่า ไม่ก็
คนรู้จักอื่น ๆ
แต่ครั้งนี้ เป็นนิคกี้ ที่โทรฯ มาเพื่อจะบอกว่า
เขาวาดรูปไว้หนึ่งใบ
" รูปอะไร..." ข้าพเจ้าถามไปยิ้มไป
" รูปแซนดี้ ...คิดถึงแต่หน้าแซนดี้ "
ข้าพเจ้าฟังเขาบรรยายต่อไปถึงความรู้สึกคิดถึง
ว่า ไม่รู้เป็นไร ห่วงแต่แซนดี้ และ อยากให้ข้าพเจ้ากลับ
ไปอยู่บ้านกับคุณแม่ และว่า วันศุกร์จะมารับข้าพเจ้าที่ทำ
งาน

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตามประสาแวด
วงธุรกิจ งานหนักและยุ่งเหยิงเหมือนทุก ๆ วัน เย็นลง ก็
ต้องรีบขึ้นรถเมล์กลับที่พัก ยังดีที่คนเลี้ยงลูกข้าพเจ้าเป็น
คนขยันทำอาหาร อย่างน้อยกลับไปก็เดินผ่านซอยเข้า
ไปซื้ออาหารอย่างสองอย่าง ติดมือไปด้วย ช่วงหลัง ๆ นั้น
ตอนเย็นไม่ต้องไปรับลูกอย่างเดิม เพราะมีรถตู้ของ
โรงเรียนมาส่งที่ที่พัก และ เช้ารถตู้นั้นก็มารับมีครูและ
เด็กดูแลของโรงเรียนมาส่งให้ถึงหน้าประตูบ้าน

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ไม่เท่าไหร่ นิคกี้ ก็กลายมาเป็นคนที่โผล่มาหา
บ่อยขึ้น มาดูแลรับข้าพเจ้าไปโน่นนี่ และ เป็นคนที่
ข้าพเจ้าพาเข้าไปรับลูกที่บ้านพักผู้อำนวยการโรงเรียน
เพื่อขอลาลูกออกจากโรงเรียน เพราะข้าพเจ้าตกลงใจ
จะกลับไปอยู่บ้านคุณแม่แล้ว และ นิคกี้จะไปรับส่ง
ข้าพเจ้าเอง

ท่านผู้อำนวยการเอ่ยปากบอกเสียดายลูก
อย่างมาก แต่ก็ต้องตัดใจ ท่านดูข้าพเจ้าอุ้มลูกออกไป
โบกมือลา ท่านอาลัยมาก ลูกจะสองขวบอยู่แล้วกำลัง
น่ารัก

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

เมื่อกลับไปอยู่ที่ห้องเดิมของข้าพเจ้า ที่บ้านคุณแม่..

จากนั้น ยังไม่ทันหกโมงเช้าดี นิคกี้ก็จะไปเคาะ
กระจกข้าง ห้องนอนข้าพเจ้าที่บ้านคุณแม่ ปลุกให้ตื่น
ส่วนลูกแซนดี้ก็จะไปอยู่เนิร์สเซอรี่แถวบ้านคุณแม่ พัก
หนึ่งก่อน เพื่อจะดูว่าจะอยู่โรงเรียนอนุบาลที่ไหนต่อไป
เขาขับรถขึ้นทางด่วนไปส่งข้าพเจ้าที่ทำงานจริง ๆ ตาม
ที่เขาพูดไว้ และ เย็นก็ขับไปนั่งรออยู่ที่ใต้ถุนตืกที่ถนน
คอนแวนต์ รอจนกว่าข้าพเจ้าจะเลิกประชุมลงมาที่รถ
ไปส่งข้าพเจ้าที่บ้าน แวะทักทายลูก
สวัสดีคุณแม่ แล้วก็ลากลับบ้าน ...
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ดู ๆ ก็น่าจะเป็นไปด้วยดีอย่างราบรื่น และ ก็เริ่มมี
การพูดคุยว่า จะแต่งงานกันดีไหม จะต้องทำอย่างไร
บ้าง เขาก็พูดเองว่าจะไปพาคุณพ่อคุณแม่เขามาพูดจาขอ
กับคุณแม่.. อันที่จริง คุณแม่กับข้าพเจ้าคุยกันอยู่แล้ว
" คุณแม่คะ ถ้าหนูจะแต่งงานใหม่ จะเป็นพี่
ทหารหรือนิคกี้ดีคะ "
พี่ทหารนั้นหมายถึงนายพันท่านหนึ่งที่ชอบข้าพเจ้า
มาเกือบสองปี และ เคยบ้าบิ่นมาขอข้าพเจ้ากับคุณแม่มา
แล้วด้วยซึ่งคุณแม่ก็เคยบอกเขาไปว่าไม่ขัด หากจะดูแล
ข้าพเจ้าอย่างดี
ข้าพเจ้าเคยไปให้ท่านอาจารย์ที่วัดชนะ ฯ ท่าน
ผูกดวงให้ แล้วจะไปจัดงานแต่งงานที่ สโมสรกองทัพบก
มาแล้ว แต่ ครั้นทราบว่า เขายังไม่ได้หย่ากับภรรยาเขา
อย่างที่มาบอกคุณแม่ข้าพเจ้าไว้ ข้าพเจ้าจึงยกเลิกการ
แต่งงานนั้น และไม่ยอมพูดถึงเรื่องจะแต่งงานกับ"พี่
ทหาร" อีกในเดือนสองเดือนนั้น ทั้ง ๆที่ทาง"พี่ทหาร"ก็
งอนง้อข้าพเจ้าอยู่ ว่า เขาเลิกกับภรรยาเขาแล้วจริง ๆ
แต่ข้าพเจ้าไม่เชื่อถือคำพูดของเขาแล้ว และข้าพเจ้าก็
ยังไม่ยอมแต่งด้วยในช่วงนั้น

จนเมื่อนิคกี้ก้าวเข้ามาในชีวิต และ แสดงเจตน์
จำนงว่าจะแต่งงานด้วย นั้นแหละ ทำให้ข้าพเจ้าต้องคิด
หนัก
คุณแม่ตอบว่า

" แม่ว่า ลูกหัวแข็ง แข็งกับแข็งอยู่กันลำบาก ลูก
คงไม่ยอมแพ้พี่เขาแน่ ๆ แต่ นิคกี้อ่อนเดือนกว่าสามเดือน
อ่อนกว่าน่าจะอยู่กับลูกได้นะ "

ข้าพเจ้าก็กำหนดในใจไว้อย่างนั้น ยิ่งเขาเข้ากับ
ลูกได้อย่างดี กับที่บ้านพี่น้องข้าพเจ้าเขาก็รู้จักกันมานาน
ใจก็เอนเอียงมาทางเขา แต่วันหนึ่งเราก็ทะเลาะกันอีก
แล้ว เขาถามว่า ข้าพเจ้ารักเขาไหม ข้าพเจ้าก็ตอบว่า
โธ่ จนอย่างนี้จะถามอะไรอีก คนอย่างข้าพเจ้าถ้าว่า
จะแต่งงานด้วย ก็คือแต่ง เขาก็โกรธที่ข้าพเจ้าไม่ตอบว่า
รักหรือไม่ ก็ผลุนผลันขับรถออกไปเลย นั้นหรือ
คือการเจรจาขอแต่งงาน ?
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 tiki_ทิกิ  

 บทที่ ๑๒
ฟ้าสร้างทางชีวิต...
( ต่อ )

..............ที่ดินผืนนั้น...........

    ตอนหนึ่ง My Novel...My Land ;-from pantip dot com 

    #2 My Novel - My land (in Thai) form pantip dot com

    #3 MY Novel : My land ที่ดินผืนนั้น ภาคต่อ 3

    #4 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า

    # 5 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า


                           




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมบล็อกและอ่านนิยาย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 03.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai

ความจริงที่เขียนไว้ในไฟล์ ไล่ไปหลายบทแล้ว
แต่ ที่ลงไว้ที่พันทิป ถึงแค่ บท ๑๕
และ ได้ย้อนกลับมาแก้ไข บท ๑๒-๑๔ ที่ทะยอย
นำมาลงที่นี่ เพื่อมิให้ข้อเขียนกระทบกระเทือนผู้ถูกพาดพิง
มากเกินไป จึงต้องเขียนแล้วตรวจทานอีกนิด เพื่อแก้ไข
อยู่ ขอขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านและให้กำลังใจมาแต่ต้น

และ ขออภัยที่ ไปลบคอมเม้นต์ของหลายท่านไปโดย
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าจะยกคำตอบไปรวมที่กระทู้เดียว
กระทู้ที่ท่านตอบไว้ จึงหายไปด้วย ขออภัยอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน