• tiki_ทิกิ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nickmansl@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 23946
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
tiki on net ทิกิ..ที่นี่ก็มี
บันทึกอะไรต่อมิอะไร ที่อยากบันทึก นิยาย เพิ่งลงเดือนมีนา 2551 นี้ เองค่ะ ทำบล็อกย้อนหลัง(ใต้วันที่ย้อนหลัง ) ไม่เป็นค่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tikionnet
วันพุธ ที่ 2 เมษายน 2551
Posted by tiki_ทิกิ , ผู้อ่าน : 756 , 19:54:32 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาค สาม...บทที่ ๑๓ ...................

อันเนื่องมาแต่งานแต่งงานของข้าพเจ้า
คราวนี้ได้กลายเป็น
talk of the town ในหมู่ญาติ
และเพื่อนพ้องคุณพ่อคุณแม่ไปเป็นเวลานาน ถึง
แม้โดยปกติ คุณแม่จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับข้าพเจ้
แค่ไหนก็ตาม แต่กับลูกเขย พ่อเจ้าประคุณ เป็นที่
สนิทสนมแสนรัก ยกย่องกันเหลือเกินรวมทั้ง พี่ชาย
ผู้แสนดีของข้าพเจ้านั้นบ่นทุกวันว่า

"เฮ้อ ฉันละสงสารไอ้นิคมันจริง.."
ทำเอาข้าพเจ้ารู้สึกฉุนทุกครั้ง ใคร ๆ มอง
ว่า ข้าพเจ้ากำลังเล่นขายของ และ เล่นเกมสนุก ๆ
ในชีวิตอีกครั้งมากกว่าจะคิดแต่งงานแต่งการเป็น
หลักฐานจริง ๆ

รูปที่ถ่ายทั้งหมดออกมาหลายอัลบัม
แม่แซนดี้ลูกสาวเจ้าตัวน้อยซึ่งพูดได้คล่องแสน
ฉลาดนั้นก็หยิบรูปรวมหมู่ใหญ่มาดู พอเห็น ภาพ
ลูกพี่ลูกน้อง คือหลาน ๆ ทั้งหมด แต่ไม่มีตัวเอง
อยู่ในรูป ก็ถามด้วยความข้องใจประสาเด็กว่า

"ทำไมมีพี่นุ่ม พี่นาท พี่โอ๊ก น้องอาจ
ทำไมไม่มีแซนดี้ ทำไม ทำไมแซนดี้ ไม่ไปล่ะ "

แล้วก่อนที่ทุกคนจะคิดได้ว่าเธอรู้สึก
กับมันขนาดไหนที่ไม่ได้ไปงาน ก็ตอนที่ คุณ
หนูน้อยของข้าพเจ้านั้น วางรูปไปบนพื้น แล้ว
ก็กระโดดปุ้ป เอาเท้าเหยียบไปตรงรูป

ง่า...ลูกอิชั้น ทำไม มันอัศจรรย์อย่าง
นั้น จะทำเป็นการ์ตูนฝ่าไทม์แมชีน โดดตุ๊บลง
ไปให้ฉายาตัวเองไปอยู่ในรูป ทำยังกับเป็น
เครื่องถ่ายเอกสาร ดีไม่หน้าทิ่มหัวโน... ข้าพเจ้า
คว้าตัวลูกสาวแทบไม่ทัน งง ค่ะ คิดได้ดีจริง

ข้าพเจ้าอัดขยายรูปแต่งงานของเรา
ขนาด 8 นิ้วมาอย่างละสองรูป นำใส่กรอบตั้งไว้ดู
ภาพนิคยิ้มร่าในงานแต่งงาน ภาพตัดเค้กร่วมกัน
ภาพทุกภาพบ่งบอกถึงความสุขของหนุ่มน้อยคนนั้น

นึกถึงคำทำนายทายทักของพระครู ส .
ที่วัดชนะสงครามนานแล้ว ท่านบอกว่า

" คู่คุณโยมอยู่ต่างประเทศ " ..ข้าพเจ้า
ก็มักคิดว่าแฟนตัวเองคงจะเป็นฝรั่งกระมัง ต่อ
มาช่วงปีสองปีก่อนหน้าแต่งงานกัน ท่านบอกอีก
เวลาถามว่าใครเป็นคู่ของข้าพเจ้า ท่านตอบว่า
" คู่คุณโยม อยู่ในวงการธุรกิจ ไม่ใช่
เครื่องแบบนะ และเคยเจอกันแล้ว อยู่ต่างประเทศ
แต่น่าจะอยู่เมืองไทยแล้วนะ "

ข้าพเจ้ามักพิศวงกับคำทำนายของ
ท่านอยู่บ่อย ๆ เวลานั้นคิดว่าจะเป็นคนนั้น ก็ไม่ใช่
นึกว่าจะเป็น อีกคน ก็๋ไม่ไช่ นึกแล้วท่านทำนาย
ทายทักแม่นยำ แต่ตอนนั้น ข้าพเจ้าไม่เคยนึก
ไปถึงนิคกี้เลยสักนิด..!!

ภาพของคุณพ่อทั้งสองซึ่งกำลังจูงมือ
ยิ้มแฉ่งกันทั้งสองคน นานไปเป็นภาพที่มีความ
สุขที่สุดที่ได้เห็น

ใครจะสุข ใครจะสรวลเส กันก็ตาม แต่มี
หลายคนที่ไม่พึงพอใจงานแต่งงาน ภายหลังที่
ข้าพเจ้าไปเก็บข้าวของงานเก่า ๆที่ทิ้งไว้ ได้พบ
กับลูกน้องคนหนึ่งของพี่ทหารคนนั้น ลูกน้อง
เขาทักข้าพเจ้าว่า

" พี่ใจกล้านะที่ส่งการ์ดให้เจ้านายผม "
" เอ่อ ทำไมเหรอคะ ก็งานแต่งงาน พี่
ก็ต้องบอกพี่เค้าสิคะ "
"พี่ทำอย่างนั้นทำไม พี่แต่งก็ไม่ต้อง
ส่งการ์ดสิ รู้มั้ยว่า คืนนั้น พี่เขากวาดต้อนพวก
ผมนั่งรถจี๊พไปทั้งคัน "

ข้าพเจ้าหันไปมองหน้าหนุ่มน้อย กำลัง
ทำตาเขียวใส่ข้าพเจ้า

" แล้วทำไมไม่เข้าไปงานล่ะ น่าจะเข้าไป
กินเลี้ยงกันนี่คะ "
" แหม..พี่นี่มันเซ่อบริสุทธิ์จริงนะ เฮอะ "
เขาทำเสียงประชดใส่ข้าพเจ้า

" พี่เขาเมาไปตั้งแต่เย็นแล้ว ดีที่พวก
ผมฉุดเอาไว้แทบตาย กว่าจะดึงตัวกลับได้นะ..
ไม่รู้งานพี่จะเละแค่ไหน หากพวกผมไม่ดึง
เอาไว้น่ะ ..."

เงียบ...ข้าพเจ้าทำตาโต ไม่ตอบ
คำความเหล่านั้นอีก เก็บข้าวของทั้งหมด
ออกมา โบกมืออำลาและก็ไม่ได้ขึ้นไปกราบ
ลาท่านหัวหน้าฯ ที่เคารพด้วย เพราะไม่อยาก
ไปเจอ พี่คนที่ว่า ซึ่งทำงานอยู่กับท่านหัวหน้าฯ
ทั้งก็ หวนคิดวันที่ท่านหัวหน้าฯ ท่านดึงตัว
ไปอบรมก่อนเข้าทำรายการด้วย จำได้ว่า
ท่านตักเติอนให้ระมัดระวังตัวเรื่องพวกนี้ด้วย
ซึ่งวันนั้น ข้าพเจ้ายังพิศวงไม่หายว่า ท่านเตือน
พวกนักจัดรายการอย่างนั้นทุกคนหรือ ? แต่
ที่เห็นคือ ท่านถามวันเดือนปีเกิด และ ผูกดวง
ดูหมอให้ข้าพเจ้า..หลายคนบอกว่า บ้านท่าน
มีโดมใหญ่ในบ้านมีพระพุทธรูปองค์โตกลาง
บ้าน แต่ข้าพเจ้าไม่เคยไปสนิทชิดเชื้อกับ
ท่านห้วหน้าฯ
แล้วข้าพเจ้าก็ลืมคำทำนายทายทักของ
ท่านเสียสนิท
: tiki_ทิกิ - [ 21 มี.ค. 51 23:21:12 ]

@@@@@                                                        @@@@@

บทที่ ๑๓ (ต่อ )

เรื่องเหนือธรรมชาติ

...................
            อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าแม่ผัวกับลูกสะไภ้
กินเกาเหลา เป็นเรื่องธรรมชาติ   ความจริงมันก็
เป็นความจริง ท่านยังคงกีดกัน และแสดงอาการ
 "ไม่ต้อนรับ " แทบจะทุกครั้งที่ไปแวะกินอาหาร
วันเสาร์ที่บ้านท่านด้วยกันกับนิค มันเป็นเรื่องวิบาก
กรรมที่ทำกันไว้ในอดีต   แม้นว่า ขณะที่ข้าพเจ้า
เขียนนี้ ท่านเพิ่งได้ล่วงลับไปเมื่อเดือนก่อนนั้น
ข้าพเจ้าได้ขออโหสิกรรมกับท่านไปแล้ว และไม่
คิดที่จะจองเวรจองกรรมแค้นเคืองใด ๆ กับท่าน
อีก ข้าพเจ้าเองรู้สึกว่า ท่านมีจิตใจอ่อนโยนมาก
ขึ้น ในสภาวะของท่านที่มองลงมาเห็นหัวใจของ
ข้าพเจ้าที่มิได้จงใจจะเกลียดจะชังท่าน มีแต่
เมตตา และสงสาร อยากให้ท่านสงบใจไปดี แม้น
ว่าก็ยังอาจรู้สึกถึงพลังต่อต้านของท่านอยู่ แต่ใน
หัวใจมีแต่เมตตา สงสาร  เข้าใจท่านอย่างมาก

           หวนคิดไปถึงหลายอย่างที่ท่านทำให้
ข้าพเจ้า  คุณงามความดีท่านก็มี ดูเหมือนท่าน
ได้ใช้ความพยายามที่จะเข้าก้บข้าพเจ้าอยู่เหมือน
กัน แต่เพราะวิบาก คือผลของกรรมที่เราทำกันไว้
ทำให้ ท่านไม่เคยชอบข้าพเจ้า และ ก็ไม่อาจชอบ
ได้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม  ซึ่งทำให้เกิดปัญหาระหว่าง
นิค  กับข้าพเจ้าอยู่เนือง ๆ

           หลังจากอาศัยอยู่บ้านคุณแม่ตนเองมา
สักพัก  คุณแม่ผู้คาดหวังในตัวข้าพเจ้าสูง     พอ
ไม่ได้ดั่งใจ ท่านก็ยังคงบ่นว่าข้าพเจ้าอีกหลายเรื่อง
เหมือนเดิม 

           ที่บ่นมาก ๆ คือเรื่องข้าพเจ้าไม่รักดี ชอบ
ลุกขึ้นมาตอนดึก ท้าคุณสามีให้หย่ากันเหย็ง ๆ ไป
เสียให้พ้นชีวิต  ซึ่งคนน่าสงสารคนนั้น ก็ ยืนยันว่า
จะไม่หย่าเด็ดขาดไม่ว่าอะไรก็ตาม เมื่อแต่งงานแล้ว
ก็คือแต่งงาน  เขาถือว่าข้าพเจ้าเป็นคู่ชีวิตจะอยู่กัน
ให้นานที่สุด   หากทนข้าพเจ้าหาเรื่องพาลเกเรวุ่น
วายอย่างนั้นไม่ได้ นิคก็มักจะไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระ
หรือ เดินเลี่ยงไปเสียที่อื่น

          มีอยู่คืนหนึ่งก็มีเสียงปังดังขึ้นหน้าห้องนอน
ทุกคนในบ้านเปิดประตูห้องออกมาดูว่าเป็นอะไร ก็
ปรากฎว่าเป็นลูกปืนลูกหนึ่งกลิ้งอยู่หน้าประตูห้อง
นอนข้าพเจ้า  มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานก็เห็นรอยรูโหว่
อยู่  ข้าพเจ้าก็อุทานว่า

          " ใครทำอะไรมาอีกเล่า ?"

          แต่พวกพี่น้องที่เดินมาดู ว่าน่าจะเป็นคนยิง
ปืนขึ้นฟ้าธรรมดา  ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปนอน แต่
ข้าพเจ้าดูเหมือนจะไปเก็บลูกปืนนั้นขึ้นมาดู อย่าง
ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าใด

           แต่พอไม่กี่วันที่ไปรับประทานอาหารที่บ้าน
คุณแม่สามี  นิคก็บอกข้าพเจ้าว่า  มีรอยกระสุนลง
หลังคาบ้านเขามาสองสามวันก่อนซึ่งน่าจะเป็นวัน
เดียวกับที่ไปลงทะลุฝ้าบ้านคุณแม่ข้าพเจ้า ลงมา
เช่นกัน!!

            ข้าพเจ้าซึ่งขณะนั้นตัวบวมขึ้นเรื่อย ๆ มัก
โกรธเขาอย่างแรงกล้า ท้าเขาหย่าอยู่ประจำ   ทั้ง ๆ
ที่เมื่อนอนหลับไปแล้วและข้าพเจ้ากำลังเบลอ จะ
รู้สึกว่าเขาเป็นคนน่ารัก น่าสงสารที่สุด พึมพำ
เหมือนละเมอบอกเขาว่า

            " I love you"

         ไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างที่เพิ่งเป็น
ก่อนหน้า นิคจะรู้สึกเวทนาอาการข้าพเจ้ามาก  ใน
ที่สุด นิคก็ไป พบอาจารย์ท่านหนึ่งของเขา เพื่อ
ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องของเรา อาจารย์ท่านนั้นได้ให้
นิค อธิษฐาน  นิคอธิษฐานว่า หากข้าพเจ้าจะพ้น
เวรพ้นกรรมพ้นโรคอะไรที่ทำให้เป็นขนาดนั้น ขอ
ให้ข้าพเจ้ามีใจที่จะไปรับการรักษาที่สำนักเพื่อจะ
ได้หายจากโรค

           ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่นั่งรถไปทำงานเพลิน
ๆ มองสองข้างถนนอยู่..นิคก็พูดขึ้นเรื่อย ๆ ถึงอาจารย์
ศักดิ์ ที่เคารพ ซึ่งเป็นลูกพี่ด้านการทำเฟอร์นิเจอร์
ร่วมกัน  เขาเล่าว่า ได้ไปพบอาจารย์ท่านบอกว่ามี
ยาไทย รักษาโรค และยังเปรยว่า ข้าพเจ้าก็น่าจะไป
ลองตรวจดูบ้าง   จู่ ๆ ข้าพเจ้าก็หันไปบอกด้วยความ
ตื่นเต้นสนใจว่า
           "เออ ดีเหมือนกัน อยากไปด้วยนะ "

            ข้าพเจ้าไปพบท่านอาจารย์ศักดิ์ของเขา
ในวันหนึ่ง และก็ได้พบ อาจารย์ ส. ซึ่งเป็นอาจารย์
ของอาจารย์ศักดิ์อีกที       ขณะข้าพเจ้ากำลังเดิน
ขึ้นบันไดเรือนไม้ใต้ถุนสูงขึ้นไป ท่านอาจารย์ ส.
ผู้มีพลังอำนาจในตัว ท่านทักเสียงดังว่า

          "หัวทหารลอยมาเลย"

          พลันที่ได้ยิน และ มองเห็น ท่านอาจารย์ ส.
ซึ่งแต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อยืดตัวหนึ่ง
กำลังนั่งเหยียดขามาทางบันได  ข้าพเจ้าจะสนใจ
หรือ เคารพศรัทธาท่านก็หาไม่ เมื่อนิคกี้และ อาจารย์
ศักดิ์ แนะนำให้ไหว้ ข้าพเจ้าก็ไหว้ไปอย่างนั้น ๆ มิได้
เชื่อถืออะไรท่านสักเท่าไหร่


                   ที่ 'สำนัก ' ท่านอาจารย์ ส. ที่บางพลัด
นั้น มีพิธีกรรมที่เรียกกันว่า "นั่งน้ำมนต์"  เวลาท่าน
อาจารย์ศักดิ์ มองมาที่ข้าพเจ้า ระหว่างนั่งเหยียดเท้า
ไปทาง ท่าน ท่านวาง แก้วน้ำมนต์เขลอะ ๆ หนึ่งแก้ว
ไว้ที่ปลายเท้า  ให้ข้าพเจ้าว่าพระคาถาของหลวงพ่อ
แฉ่งวัดบางพัง  จากนั้น ท่านก็นั่งบริกรรม  เอามือยก
ขึ้น เหมือนสาวอะไรที่ปลายเท้าข้าพเจ้าบ่อย ๆ เอา
มีดหมอลงอาคมทำจากเขาควายถูกฟ้าผ่าตาย ท่าน
ลงอักขระเลขยันต์เอาไว้ที่เขาควายซึ่งมาทำมีดนั้น
มากวาดขาข้าพเจ้าหลายครั้ง ซึ่งคนอื่นเวลาเขาโดน
เขามิได้สะดุ้งสะเทือนหรือ เจ็บปวดกัน   แต่ข้าพเจ้า
นั้นเจ็บเหลือเกิน  เวลาอาจารย์ศักดิ์ เอาปลายมีดเขา
ควาย ซึ่งมิได้แหลมอันใดเลย มาจิ้มที่ขาข้าพเจ้า มัน
เจ็บปวดอย่างหนัก มีคว้นลอยขึ้นมาจากเนื้อซึ่งไหม้
เป็นรอยเกรียม และ วันนี้รอยไหม้นี้ก็ยังอยู่

       อาจารย์ศักดิ์ บอกนิคกี้ให้เมตตาสงสารข้าพเจ้า
เถิด เพราะข้าพเจ้านั้น 'ถูกกระทำคุณไสย'มานานแล้ว
 แต่ไม่รู้ตัว  แต่ท่านก็ขอคำสัญญาจากข้าพเจ้าว่า หา
ต้องการให้การรักษานี้ทำให้ข้าพเจ้าหาย แต่ละขั้นตอน
ข้าพเจ้าจะต้องรับคำว่าจะต้องอดทน และ จะต้องอดกลั้น
และ ต้องไม่อาฆาตแค้นเคือง ไม่ต้องการให้ข้าพเจ้า
ผูกใจเจ็บต่อผู้กระทำข้าพเจ้า  มิฉะนั้น สิ่งนั้นก็จะหวน
กลับมาอีก เพราะแรงอาฆาตนั้นจะดึงกลับมาสู่ข้าพเจ้า

        บางครั้งอาจารย์ศักดิ์ ก็พูดเป็นนัย ๆ ว่าใคร เป็น
คนทำมา ตั้งกว่าแปดปี สิบปีแล้ว...และ บางทีก็บอกว่า
บางอย่างที่ข้าพเจ้าโดนก็เพราะ"ออกไปรับมาเอง "
หากอยู่เฉย ๆ บ้าง ก็คงไม่โดน  เวลามาพิจารณาถ้อย
คำของอาจารย์ในระยะหลังนี้ ข้าพเจ้าเริ่มเข้าใจชีวิต
มากขึ้น และสำนึกว่า ท่านกำลัง "ชี้ทางสงบ สันโดษ"
ให้แก่ข้าพเจ้า


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
บทที่ ๑๓ (ต่อ )
เรื่องเหนือธรรมชาติ

             ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้ ข้าพเจ้า รู้สึกเพลียละเหี่ยใจ
กับหลายสิ่งที่กำลังเกิดในปัจจุบันอยู่แล้ว เมื่อต้องเขียนบรรยาย
ถึงเรื่องเก่า ๆ ที่เป็นไป ในทางไม่ดีที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง ก็รู้สึก
ไม่ดีในปัจจุบันด้วยเหมือนกัน แต่พยายามพิมพ์ดีดหน้าจอคอม
พิวเตอร์ เรียบเรียงเรื่องเก่า ๆ เก็บไว้ให้ มันอาจไม่ได้เป็นเรื่อง
อะไรที่ลือลั่นอะไรนัก แต่การได้รู้ว่า ชีวิตของมนุษย์ มันมีแต่
ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนวงวัฎจักรที่หมุนไป มันเป็นธรรมดาสามัญ
ของทุกขลักษณะของชีวิตจริง ๆ

             หลวงพ่อเสือ พระพิรุณหผล วัดไผ่สามกอ ท่าน
เคยเตือนติง ผู้คนนักปฏิบัติธรรมไว้ว่า
             " อย่าว่าของเก่า อย่าเล่าอดีต "

             แต่ตอนนี้เราอยู่ในอดีตล้วน ๆ พูดเรื่องอดีตล้วน ๆ
อะไรที่มันเลวร้าย คิดไปไม่สบายใจ ข้าพเจ้าก็ หยุด ๆ พัก ๆ
ไว้ ข้ามไป เขียนอะไรที่มันทำให้จิตใจสบาย และ พูนเพิ่ม
กำลังใจเพื่อการต่อสู้ชีวิตของเราต่อไป 

                หวังว่าทุกท่านคงไม่เบื่อหน่ายต่อความยาว
ของเรื่องซึ่งขณะนี้ ..เรื่องของที่ดิน ยังไม่ได้ไปไหน ..ใน
ปีนั้นโฉนดยังอยู่กับนายทุนที่ให้กู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน
ธุรกิจที่ข้าพเจ้ากำลังผ่อนใช้อยู่อย่างขะมักเขม้น...

ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมอ่านกันนะคะ คิดให้เป็นเรื่องสนุก
ก็สนุกคิดให้เป็นอุทธาหรณ์ในการใช้ชีวิตก็คิดได้ เผื่อบาง
คนอาจจะได้ตาสว่างในชีวิตปัจจุบันบ้างค่ะ
 : tiki_ทิกิ    - [ 21 มี.ค. 51 23:26:34 ] 




@@@

@@@@@ @@@@@
เชิญทุกท่าน อ่านนิยาย "ที่ดินผืนนั้น " ได้จาก หน้าเว็บ นิยาย ได้ที่นี่

ตอนหนึ่ง My Novel...My Land ;-from pantip dot com

    #2 My Novel - My land (in Thai) form pantip dot com

    #3 MY Novel : My land ที่ดินผืนนั้น ภาคต่อ 3

    #4 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า

    # 5 My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บทต่อ บท เก้า

   #6 นิยาย  My Novel , My land ที่ดินผืนนั้น ภาคสอง บท๑๑

   # 7  นิยาย My Novel,My land ที่ดินผืนนั้น  ภาคสาม บทที่ ๑๒  

   #8 My Land นิยาย ที่ดินผืนนั้น  ภาคสาม  บทที่ ๑๓

# 9.♣..♥ Novel ..My land ๐ นิยาย..ที่ดินผืนนั้น ๐ ภาคสาม บท ๑๔.♥ ♣..





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมบล็อกและอ่านนิยาย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai

ความคิดเห็นที่ 10
tiki_ทิกิ วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 19.34 น.
http://www.oknation.net/blog/tikithai
ip : 125.25.74.247


ขอบคุณ คุณ เชษฎฐา ค่ะ เห็นด้วยเพราะตัวเองก็มึนค่ะ
เม้นไปเม้นต์มา นึกว่าจะอ่านง่าย งงกว่าเดิม ได้ค่ะ จะ
เปิดให้ทุกบล็อกแล้วนะคะ
--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 9
chedtha วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha

ip : 62.158.72.142


อ่านต่ออีกตอนหนึ่ง.....
อ้าว...กลับมาเม้นท์ที่เดิม

ผมว่านะ...เปิดให้เม้นต์แต่ละเอ็นทรี่น่ะ ดีแล้วนา
เอาเม้นต์มารวมกันแบบนี้ ไม่รู้ว่า เขาเม้นต์ให้เอ็นทรี่ไหนกัน

แล้วก็ ถ้าเม้นต์ยุ่งยากนัก คนมักไม่ค่อยอยากเม้นต์หรอกครับ
เปิดให้เม้นต์ตามปกติ น่าจะดีกว่านะ

เรื่องราวน่าสนใจดี แต่วิธีการเม้นต์นี้ ซับซ้อนเกินไป คนจะเบื่อซะก่อนเม้นต์ให้
แล้วพฤติกรรมการอ่านของคนที่นี่นะ เขาชอบอ่านเม้นต์คนอื่นในแต่ละเอ็นทรี่

ไปจัดการตรง setting ให้รับอีเมล์ทุกครั้งที่มีคนมาเม้นต์ดีกว่า
จะได้รับแจ้งทางอีเมล์ทุกครั้ง ว่ามีใครมาเม้นต์ที่เอ็นทรี่ไหนบ้าง
ดีกว่าทำเม้นต์มารวมกันอยู่ที่เดียวแบบนี้ ใครๆคงไม่ชอบหรอกครับ
ผมก็ไม่ชอบนะ ทำให้ขี้เกียจเม้นต์ หมดสนุกกับการเม้นต์เลย

ลิ้งค์เยอะๆไม่ดีหรอก คนชอบอ่านแต่ละเอ็นทรี่ แล้วเม้นต์เป็นเอ็นทรี่ๆไป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai

ขอบคุณ คุณ เชษฎฐา ค่ะ เห็นด้วยเพราะตัวเองก็มึนค่ะ
เม้นไปเม้นต์มา นึกว่าจะอ่านง่าย งงกว่าเดิม ได้ค่ะ จะ
เปิดให้ทุกบล็อกแล้วนะคะ
--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 9
chedtha วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha

ip : 62.158.72.142


อ่านต่ออีกตอนหนึ่ง.....
อ้าว...กลับมาเม้นท์ที่เดิม

ผมว่านะ...เปิดให้เม้นต์แต่ละเอ็นทรี่น่ะ ดีแล้วนา
เอาเม้นต์มารวมกันแบบนี้ ไม่รู้ว่า เขาเม้นต์ให้เอ็นทรี่ไหนกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน