*/
  • markandtony
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mrmarkandtony@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-10-07
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 54306
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม 2562
Posted by markandtony , ผู้อ่าน : 204 , 21:53:47 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

6 วิธีชนะแบรนด์ใหญ่

โดย...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย  ปัญญโรจน์

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

www.drsuthichai.com

        สถานการณ์ในการแข่งขันทางด้านการตลาดในปัจจุบันมีความรุนแรง ดุเดือด เข้มข้น มีคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันคู่แข่งเดิมก็หายสาบสูญไปก็มีเยอะขึ้น เนื่องจาก ประสบภาวะขาดทุน ล้มละลาย ขาดสินค้า บริการไม่ออก โดยเฉพาะบริษัทเล็ก ที่มีเงินทุนจำกัด ทรัพยากรจำกัด บุคลากรจำกัด มักพ่ายแพ้ต่อการแข่งขันธุรกิจขนาดใหญ่หรือบริษัทที่มีแบรนด์ที่เข้มแข็ง ดังนั้น บทความนี้ จึงนำเสนอเรื่อง “ 6 วิธีชนะแบรนด์ใหญ่

 

6 วิธีชนะแบรนด์ใหญ่ มีดังนี้

1.ต้องสร้างความแตกต่าง สร้างความแตกต่างในที่นี้หมายถึงต้องสร้างความแตกต่างของ Marketing Mix (ส่วนประสมการตลาด) หรือ 4P’s กล่าวคือ สร้างความแตกต่างในตัวของผลิตภัณฑ์ (Product), สร้างความแตกต่างในตัวของราคา(Price), สร้างความแตกต่างในเรื่องของช่องทางการจำหน่าย(Place), สร้างความแตกต่างในด้านของโปรโมชั่นต่าง ๆ (Promotion)

          เช่น ปั้มน้ำมัน ปตท. ในปัจจุบัน มีความแตกต่างจากอดีต ใครเข้าปั้มน้ำมัน ปตท. สามารถนั่งพักและซื้อ กาแฟสด Amazon หรือ ซื้อของใน 7-11 หรือ มีศูนย์อาหาร จะเห็นได้ว่า ปั้มน้ำมัน ปตท.ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากในอดีตเป็นอันมาก เพราะเข้าปั้มน้ำมัน ปตท. (ไม่ใช่จะมีแต่ผลิตภัณฑ์น้ำมัน แต่ยังมีของกิน ของใช้ ให้ซื้อหลากหลาย อีกทั้งยังมีห้องน้ำที่สะอาดอีกด้วย) จึงทำให้ปั้มน้ำมันยี่ห้ออื่นๆ เลียนแบบ

2.ต้องรวดเร็ว ปัจจุบันนี้ บริษัทเล็กๆ สามารถเอาชนะบริษัทขนาดใหญ่หรือบริษัทข้ามชาติโดยการใช้กลยุทธ์ความรวดเร็ว คล่องตัวหรือ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก(บริษัทใหญ่กินหรือชนะบริษัทขนาดเล็ก) แต่ในขณะเดียวกันปลาตัวเล็กก็มีจุดแข็งก็คือความรวดเร็ว (faster fish)  เช่น บริษัทขนาดเล็กตัดสินได้เร็วกว่า บริษัทขนาดเล็กปรับตัวได้เร็วกว่า บริษัทขนาดเล็กทำอะไรได้คล่องตัวกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งการตัดสินใจอะไรก็ต้องเข้าคณะกรรมการบริษัทเพื่อหารือ เพื่อจะได้ตัดสินใจร่วมกัน

3.ต้องสร้างประสบการณ์ (Experince) การสร้างประสบการณ์ที่ใหม่ๆ แปลกๆ ทันสมัย ให้แก่ลูกค้าถือว่ามีความสำคัญมาก หลากหลายธุรกิจขนาดเล็ก สามารถสร้างประสบการณ์ในเรื่องพวกนี้ เช่น  สถานีมีหอย' กินไปฮาไป โกยรายได้อย่างชิลแค่เดือนละล้าน! สถานีมีหอยเป็นการรวมตัวกันของนายแบบหนุ่ม 6 คน ที่โชว์ซิกแพค ทำตัวเป็นกระเทย (แต่งตัวแบบสาวแตก) ซึ่งสร้างความบันเทิง ความแปลกใหม่ประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างมากมาย จึงทำให้คนรุ่นใหม่ และคนวัยกลาง คนวัยทำงาน ถ่ายรูปแล้วเอาไปลงในโลกโซเชียลเนื่องจากได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ จึงทำให้ “สถานีมีหอย” โด่งดังและขายหอยร่ำรวยเงินทอง

4.ต้องสร้างความร่วมมือร่วมกันกับริษัทเล็กด้วยกัน บริษัทเล็กมีเงินทุนจำกัด มีทรัพยากรในด้านต่างๆจำกัด ดังนั้นบริษัทเล็กๆ ควรร่วมมือกันในด้านการตลาด เช่น ร่วมกันเปิดเป็นสาขาหรือเครือข่ายในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ โดยใช้เครื่องมือทางการค้าร่วมกัน เช่น สร้างแบรนด์มา  1 แบรนด์แล้วใช้ร่วมกัน เปิดเป็นสาขาในจังหวัดหรืออำเภอต่างๆทั่วประเทศจึงจะทำให้ต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศได้

5.ต้องใกล้ชิดกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด

          ร้านแบรนด์ใหญ่ๆมักมีลูกค้าเป็นจำนวนมาก มีการต่อแถวเรียงคิว มีการรอรับสินค้าหรือรอกินอาหาร เจ้าของหรือผู้จัดการไม่มีเวลามาทักทายลูกค้าหรือผู้บริโภค สำหรับร้านเล็กๆ เจ้าของคนเดียว ลูกค้ามีไม่มากนัก สิ่งที่เจ้าของร้านเล็กๆ สามารถทำได้ก็คือ สามารถเข้าไปทักทายปราศรัยกับลูกค้า เพื่อทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนม คุ้นเคยกันสามารถถามถึงรสชาติ การบริการของร้านได้(ถือว่าเป็นการวิจัยการตลาดแบบง่ายๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

          เมื่อสนิทสนมคุ้นเคยกัน จะทำให้ลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการซ้ำอีก เพราะอยากมาพูดคุยกับเจ้าของร้านพูดคุยแล้วมีความสุข มีความสนุก

6.ต้องปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นตามความเหมาะสมเมื่อมีการวางแผนธุรกิจไว้แล้ว เมื่อนำไปใช้จริงอาจจะไม่เป็นไปตามคาดการณ์ นี่เป็นข้อได้เปรียบของธุรกิจขนาดเล็กหรือแบรนด์เล็ก เพราะสามารถปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นได้ง่ายกว่าธุรกิจใหญ่หรือแบรนด์ใหญ่  เนื่องจากแบรนด์ใหญ่มีกฎ มีระเบียบ มีกระบวนการทำงานที่ไม่ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนหรือยืดหยุ่นต่อสถานการณ์

          ดังนั้น 6 วิธีชนะแบรนด์ใหญ่ จึงสามารถใช้เป็นแนวทางทางด้านการตลาดเพื่อนำไปใช้ต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน