*/
  • markandtony
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mrmarkandtony@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-10-07
  • จำนวนเรื่อง : 130
  • จำนวนผู้ชม : 68709
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2563
Posted by markandtony , ผู้อ่าน : 238 , 21:56:20 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การพูดต่อหน้าที่ชุมชน การพูดต่อหน้าสาธารณะชน

 

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

 

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

 

www.drsuthichai.com

 

              การพูดที่ประสบความสำเร็จ คนพูดต่อหน้าที่ชุมชน ควรคำนึงถึง วัตถุประสงค์ของการพูดหรือเป้าหมายของการพูด

 

ซึ่งเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการพูดมีอยู่ 3 แบบคือ

 

๑. แบบจูงใจหรือชักชวนหรือโน้มน้าว เป็นการพูดเพื่อจูงใจให้ผู้ฟังคล้อยตามผู้พูด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความ

เชื่อและทัศนคติ การกระทำ เช่น การพูดในรัฐสภา , การพูดหาเสียงของนักการเมือง , การพูดให้บริจาคร่างกายหรือบริจาคเลือด  เป็นต้น

 

 ๒. แบบบอกเล่าหรือบรรยาย  เป็นการพูดเพื่อบอกเล่าหรือบรรยายหรือสอน เพื่อให้ผู้ฟังได้รับความรู้ ได้รับข้อมูลข่าวสาร เช่น ครู อาจารย์ สอนหนังสือในห้องเรียน , การเล่าข่าวในช่องข่าวต่างๆซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากและผู้ฟังนิยมให้ผู้ประกาศข่าวเล่าข่าวมากกว่าการอ่านข่าวแบบเดิมๆ ซึ่งทำให้ผู้ฟังเกิดความสนุกสนานมากกว่า  เป็นต้น

 

 ๓. แบบบันเทิงหรือรื่นเริง เพื่อจรรโลงใจ เพื่อสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน อารมณ์ขันในการฟัง เช่น ทอล์คโชว์ , เดี่ยวไมค์โครโฟน เป็นต้น

 

              เมื่อนักพูดทราบว่าเรามีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการพูดแต่ละเวทีอย่างไร เราก็ต้องพูดให้ตรงกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการพูด ก็จะประสบความสำเร็จ มากกว่าผู้พูดที่ไม่รู้จักวิเคราะห์วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการพูดและอีกประการหนึ่งนักพูดต่อหน้าที่ชุมชนที่ประสบความสำเร็จต้องรู้และปรับใช้การพูดของตนเองตามสถานการณ์ต่างๆเช่น ซึ่งการพูดต่อหน้าชุมชนมีอยู่ด้วยกัน ๔ ประเภท ดังนี้

 

๑. พูดแบบท่องจํา  คือ การเตรียมเรื่องพูดโดยการท่องจำ เนื้อหา สาระ มาพูด โดยพูดอย่างมีศิลปะให้ดูอย่างเป็นธรรมชาติ มีการใช้ภาษากายประกอบการพูด

 

 ๒. พูดแบบมีต้นฉบับ คือ การพูดไปอ่านเนื้อหาจากต้นฉบับที่ร่างเพื่อนำเอาไปพูด ซึ่งการพูดลักษณะนี้ ไม่ควรจะก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างเดียว ผู้พูดควรมีการซ้อมพูดหรือฝึกพูดจากต้นฉบับมาก่อนหลายๆรอบ เพื่อให้การพูดแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 ๓. พูดจากความเข้าใจ คือการพูดที่มีการเตรียมเนื้อหามาล่วงหน้า ผู้พูดต่อเข้าใจเนื้อหาของต้นฉบับเป็นอย่างดี ยิ่งเข้าใจถึงขั้นแตกฉานในเนื้อหาที่พูดผู้พูดก็จะสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นกันเองได้มากยิ่งขึ้น  

 

๔. พูดแบบกะทันหัน คือ เป็นการพูดที่ไม่ได้มีโอกาสเตรียมตัวไปพูดเลย ซึ่งผู้พูดประเภทนี้ต้องมีไหวพริบปฏิภาณ

ในการพูดสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ต้องพูดเพื่อให้คนฟังเข้าใจโดยมีการลําดับความคิด เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายขึ้น

 

โดยสรุปคือ ผู้พูดที่ประสบความสำเร็จในการพูดต่อหน้าสาธารณะชน มีดังต่อไปนี้

 

 ๑. ผู้พูดต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการพูดเป็นอย่างดี

 

๒.ผู้พูดต้องรู้จักวิเคราะห์ผู้ฟัง ว่าผู้ฟัง เป็นคนเพศใด วัยใด ระดับการศึกษาระดับใด  สถานภาพทางสังคม อาชีพอะไร

 

ความสนใจของผู้ฟัง ความคาดหวังและทัศนคติของผู้ฟังที่มีต่อเรื่องที่พูด

 

๓.เตรียมขอบเขตเนื้อหาของเรื่องที่จะพูด โดยคํานึงถึงเนื้อเรื่อง สาระ และระยะเวลาในการพูด ประเด็นสําคัญๆที่จะต้องพูด

 

๔.เตรียมข้อมูล ค้นคว้า หาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่จะพูดมาให้มากที่สุดซึ่งต้องอาศัย การค้นคว้าจากการอ่าน การฟัง การสัมภาษณ์ การสอบถามจากผู้รู้ที่มีความรู้และประสบการณ์

 

๕.ต้องเขียนสคิป เกี่ยวกับโครงสร้างของเรื่องที่จะพูดออกมาทั้งหมดว่าจะขึ้นต้นอย่างไร ตรงกลางอย่างไร สรุปจบอย่างไร โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ผู้ฟัง สถานที่ ภาษาที่ใช้ ความเข้าใจง่าย ตรงประเด็น เหมาะกับสถานการณ์ที่จะพูด

 

๖. ซ้อมพูด ซ้อมพูด และซ้อมพูด เพื่อให้เกิดความมั่นใจในตนเอง ผู้พูดต้องมีการซ้อมพูด จงหาสถานที่ที่สงบๆ แล้วซ้อมพูด ออกเสียงออกมาดังๆ จงใช้ท่าทางประกอบการพูด ถ้าเป็นไปได้จงหาเครื่องถ่ายวีดีโอหรือกล้องวีดีโอจากโทรศัพท์มือถือถ่ายหรือบันทึกแล้ว เปิดออกมาดูจะได้รู้ว่า เราควรจะปรับปรุง จังหวะการพูดอย่าง เราควรจะแก้ไขภาษากายอย่างไรในการพูด

 

7.สุดท้าย เมื่อเราต้องพูดต่อหน้าที่ชุมชนจริงๆ เราจะต้องมีการหยืดหยุ่นหรือปรับตามสถานการณ์ เช่น เจ้าภาพให้เราพูด 1 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่ามีรายการอื่นๆ เกิดขึ้นจึงเหลือเวลาให้กับเราแค่ ครึ่งชั่วโมง เราก็ต้องมีการปรับทอนเนื้อหาที่ไม่สำคัญออกเพื่อให้เวลาเหลือแค่ครึ่งชั่วโมง หรือ ช่วงเวลาที่เราพูดเกิดไฟฟ้าดับ เราก็ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ เป็นต้น

 

              ทั้งนี้ การพูดต่อหน้าที่ชุมชน เป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ ซึ่งเราทุกคนสามารถเรียนรู้กันได้ พัฒนากันได้ ฝึกฝนเพื่อเพิ่มทักษะกันได้ และเราทุกคนสามารถเป็นนักพูดที่ดีและประสบความสำเร็จได้ซึ่งขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความปรารถนาอย่างแรงกล้าของแต่ละบุคคลนั้นเอง


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน