• ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2016-11-16
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 26809
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
tippawannin
นักเดินทาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tippawannin
วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน 2561
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 456 , 17:04:01 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             "จีน" กำลังมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมืองโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทต่างๆ ของจีนก็ขยายธุรกิจออกไปยังทั่วโลกมากขึ้นด้วย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นสมัยที่สอง  แม้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจของจีนจะยังเป็นที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยอัตราเร่งของจีนที่หมุนอย่างรวดเร็ว คาดว่าอีกไม่นานก็น่าจะแซงสหรัฐอเมริกาได้ไม่ยาก 

              สำหรับประเทศจีนแล้ว ความมั่นคงทางอาหาร ถือเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่าประเทศไทยเกือบ 19 เท่า  และมีประชากรราว1,400 ล้านคน (ข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2560) และคาดว่าจะถึง 1,450 ล้านคนในปี 2563 แต่สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยในการทำเกษตรกรรมมากเท่าใดนัก โดยตอนเหนือจะเป็นเทือกเขาและทะเลทราย ตอนใต้เป็นป่าฝนกึ่งโซนร้อน ภาคตะวันตกเป็นเทือกเขา และภาคตะวันออกติดทะเล  แน่นอนว่าความต้องการอาหารก็ย่อมมากตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นด้วย  ในปี  2013 ระหว่างการประชุมหารือด้านนโยบายอาหารกับเจ้าหน้าที่รัฐในชนบท ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวกับที่ประชุมว่า

 

“ชามข้าวของเราควรมีอาหารจีนเป็นหลัก”

 

 

 

 

           จากคำกล่าวนี้ ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการหาเลี้ยงประชากรของจีน  ที่สะท้อนความไม่สอดคล้องระหว่างอุปทานกับอุปสงค์ทางการเกษตรในจีน เพราะปัญหาการทำกินในพื้นที่ๆไม่เอื้อต่อการเพาะปลูกทั้งที่มีที่ดินมหาศาล แต่ผลผลิตกลับไม่เพียงพอต่อประชาชน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจตรงที่ บริษัทสัญชาติไทยได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในแผนแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมอาหารของจีนจวบจนทุกวันนี้

 
การแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรของจีน มีแนวคิดอย่างไร ?
 
1. ปรับปรุงและยกระดับระบบการชลประทาน โดยนำเอาเทคโนโลยีและจักรกลการเกษตรมาใช้ เพื่อขยายไร่นาแปลงเล็กๆ ให้ใหญ่ขึ้น (Smart Farm) โดยการรวมผืนดินไร่นาติดๆกันให้มี ขนาดใหญ่ประมาณ 40-50 ไร่
 
2.สร้างนิคมการเกษตรและอาหาร ซึ่งประกอบด้วยไร่เพาะปลูกฟาร์ม โรงงาน สำนักงาน และบ้านพักพนักงาน
 
3.มีศูนย์พัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน โดยเฉพาะในภาคเกษตรอินทรีย์
 
 
 
 
         
           โดยที่กล่าวไปข้างต้นว่า คนไทยและบริษัทที่ได้รับเกียรติให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิวัติด้านการเกษตรของจีน และยังเป็นกลุ่มบริษัทแรกที่ได้เข้าไปลงทุนในประเทศจีนในระบบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนการค้าการลงทุนในจีนด้วยหมายเลข 001 ตั้งแต่ ค.ศ. 1980 ยุคผู้นำเติ้ง เสี่ยว ผิง นั่นก็คือ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซี.พี.นั่นเอง ซึ่งถือว่าได้รับความไว้วางใจจากทางรัฐบาลจีนมาเนิ่นนาน


 

          ซึ่ง ณ เวลานั้น ธนินท์ เจียรวนนท์ หรือเจ้าสัวซี.พี.ได้เสนอคำแนวทางในการแก้ปัญหา โดยแนะนำวิธีการทำเกษตรสมัยใหม่ให้กับรัฐบาลจีน และด้วยการทำเกษตรแบบสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร ทำให้เครือซีพีได้รับการพิจารณาให้เข้าบริหารโครงการไก่ไข่ครบวงจรที่จังหวัดผิงกู่ ใกล้นครปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นฟาร์มไก่ไข่ 3 ล้านตัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและในเอเชีย ยุโรป ยกเว้นสหรัฐอเมริกาที่มีประมาณ 6-7 ล้านตัวต่อฟาร์ม  โดยใช้โมเดล “สี่ประสาน” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล เกษตรกร บริษัทเอกชน และธนาคาร  ซึ่ง ณ ปัจจุบันโครงการนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ อีกทั้งเกษตรกรจีนได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการนี้ถึง 1,608 ครอบครัว หรือประมาณ 5,000 คน


โครงการผิงกู่-4

 

 

           นอกจากนี้ในปัจจุบันประเทศไทยและจีนยังมีการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร” ร่วมกัน ณ โครงการ CP Eco Agriculture Industry Park เมืองสือซี จังหวัดหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ซึ่งอนาคตจะเป็นการเชื่อมโยงศูนย์วิจัยวิจัยเจ้อเจียงเข้ากับ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร” อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ของไทยเรา  ซึ่งทั้งไทยและจีนจะร่วมกันคิดค้นผนึกกำลังพัฒนาการผลิตสินค้าอาหารสำเร็จรูปใหม่ ๆ มาหล่อเลี้ยงผู้คนบนโลกนี้มากยิ่งขึ้น

 

 

 

          นี่จึงเป็นโอกาสในการคว้าตลาดขนาดใหญ่ซึ่งภาคธุรกิจของหลายประเทศต่างจับจ้องจะเข้าไปทำการค้าการลงทุนและผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนเช่นกัน แต่ผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมของไทย ก็สามารถก้าวเข้าไปลงทุนวางรากฐานธุรกิจในจีนโดยได้รับการต้อนรับอย่างดีจากรัฐบาลและประชาชนชาวจีน

ภาพการเติบโตของธุรกิจต้นน้ำของ ซี.พี.ในประเทศจีน เป็นจุดที่สะท้อนกลับมาถึง “ความพร้อม” ของคนไทยที่กำลังขยับตัวสู่เป้าหมาย “ครัวของโลก” มากขึ้นทุกที

 

 

     

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน