• ni_gul
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tnitarpk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 237
  • จำนวนผู้ชม : 542204
  • จำนวนผู้โหวต : 101
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2558
Posted by ni_gul , ผู้อ่าน : 1437 , 18:42:17 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน พลอยแสง , BlueHill และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ไปค้นเรื่องของเจิ้งเหอเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจ เขาเล่าสนุก จึงขอยกมาไว้แบ่งกันอ่านนะคะ

 

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส และเจิ้งเหอ 

เขียนโดย BoAt แห่ง อสูราออนไลน์  ณ forum.asura.in.th
ที่มา: http://forum.asura.in.th/index.php?topic=32590.5;wap2  

จัดภาพประกอบจาก youtube โดย นิกุล BG:ni_gul@oknation


 

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส 1451-1506

(อังกฤษ: Christopher Columbus) เกิด ค.ศ. 1451 (เสียชีวิตวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1506)

      คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเป็นนักทำแผนที่ นักสำรวจ นักเดินเรือ และพ่อค้า เชื่อกันว่าน่าจะเป็นชาวสาธารณรัฐเจนัวภายใต้การสนับสนุนของราชสำนักสเปน เขาได้เดินเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและทำให้ชาวยุโรปรู้จักทวีปอเมริกาในซีกโลกตะวันตกเป็นผลสำเร็จ การเดินทางทั้งสี่ครั้งและความพยายามที่จะตั้งถิ่นฐานบนเกาะฮิสปันโยลาของ โคลัมบัสยังเป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคมของสเปนและชาติมหาอำนาจอื่น ๆ ในทวีปยุโรปบน "โลกใหม่" อีกด้วย

[เดินทางสำรวจเพราะคิดว่าโลกกลม - จากสเปนมุ่งตะวันตกหวังว่าจะพบอินเดียที่อยู่ทางตะวันออก]

ในช่วงที่ลัทธิจักรวรรดินิยมและการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างอาณาจักรต่าง ๆ ในยุโรป (ผ่านทางการควบคุมเส้นทางการค้าและการล่าอาณานิคม) กำลังเริ่มขึ้นนั้น โคลัมบัสได้วางแผนการเดินทางไปยังอินเดียตะวันออกโดยเดินเรือมุ่งไปทางตะวันตก ด้วยเขามีความเชื่อว่าโลกมีรูปร่างเป็นทรงกลม ความเชื่อนี้ขัดแย้งกับแนวความเชื่อในยุคนั้นว่าโลกนั้นมีรูปทรงแบน แต่ปัญหาสำคัญที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง คือ ความเป็นไปได้ของการเดินทางรอบโลก เนื่องมาจากอุปสรรคเรื่องของอาหารและข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการเดินเรือในสมัยนั้น เช่น การเดินเรือไปติดในบริเวณที่ไม่มีลมพัด เป็นต้น
 

[ขอทุนจากราชสำนักสเปน และเดินทางถึง 4 ครั้ง ครั้งแรกพบหมู่เกาะบาฮามาสในปี 1492]

โคลัมบัส นำโครงการเดินเรือดังกล่าวไปเสนอต่อราชสำนักโปรตุเกสเพื่อขอทุนทรัพย์ในการแต่งกองเรือออกไปค้นหาความมั่งคั่งยังดินแดนไกลโพ้น แต่ถูกปฏิเสธ เขาจึงไปขอรับการอุปถัมภ์จากพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 5 และสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลลาที่ 1 แห่งอาณาจักรคาสตีล และได้รับการอนุมัติให้ออกเดินทางเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1492 แต่แทนที่โคลัมบัสจะไปถึงหมู่เกาะญี่ปุ่นอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ เขากลับไปพบหมู่เกาะบาฮามาสและขึ้นฝั่งบนเกาะแห่งหนึ่งที่เขาตั้งชื่อว่า "ซานซัลบาดอร์" เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ปีเดียวกันในการเดินทางอีกสามครั้งถัดมา เขาได้ค้นพบหมู่เกาะเกรตเตอร์แอนทิลลิส เลสเซอร์แอนทิลลิส รวมทั้งชายฝั่งทะเลแคริบเบียนของเวเนซุเอลาและอเมริกากลาง และประกาศให้ดินแดนเหล่านั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของจักรวรรดิสเปน 


[เมื่อโคลัมบัสพบอเมริกา-ทำให้โลกใหม่กับโลกเก่าได้ติดต่อกันต่อเนื่องและถาวร-ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อประวัติศาสตร์โลก]

 แม้ว่าโคลัมบัสนั้นไม่ได้เป็นบุคคลแรกที่เดินทางมาถึงทวีปอเมริกา 

 (เนื่องจากเลฟ เอริกสัน* และกองเรือชาวนอร์สได้มาถึงทวีปนี้ก่อนแล้ว) 

 แต่การเดินทางของโคลัมบัสก็ทำให้เกิดการติดต่ออย่างถาวรและต่อเนื่อง 

 ระหว่างโลกใหม่ 
 (ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก) 

 กับโลกเก่า
 (ฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติก) 

 นำไปสู่ช่วงเวลาของการสำรวจและการล่าอาณานิคมในดินแดนภายนอกทวีปยุโรป 
 ที่ดำเนินผ่านเวลาหลายศตวรรษ 

 และส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกสมัยใหม่ 


[หลังโคลัมบัสตาย-ทายาทต้องฟ้องร้องราชสำนักสเปนหลายสิบปี-กว่าจะได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ในดินแดนที่โคลัมบัสเคยไปสำรวจ]

โคลัมบัสเรียกชนพื้นเมืองบนดินแดนที่เขาไปเยือนว่า "อินดีโอส" (เป็นคำภาษาสเปนหมายถึงชาวอินเดีย)
โดยไม่ทราบว่าเขาได้ค้นพบทวีปที่ชาวยุโรปไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้วโดยบังเอิญ
ไม่กี่ปีต่อมา ความขัดแย้งระหว่างโคลัมบัสกับราชบัลลังก์สเปนและผู้ปกครองอาณานิคมคนอื่น ๆ
ทำให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้บริหารอาณานิคมบนเกาะฮิสปันโยลาในปี ค.ศ. 1500 และถูกส่งตัวกลับมายังสเปน

ทายาทของเขาใช้เวลาฟ้องร้องราชบัลลังก์สเปนอยู่เป็นเวลาหลายสิบปีหลังจากเขาเสียชีวิต
กว่าจะได้รับส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ในดินแดนต่าง ๆ ที่เขาเคยไปสำรวจมา

 


เจิ้งเหอ


      เดิมทีนั้นเจิ้งเหอมีชื่อว่า "ซานเป่า" แซ่หม่า เกิดที่มณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นเขตแดนของมองโกลทางตอนใต้ของประเทศจีน
แต่ก่อนแซ่หม่าเรียกว่าหม่าเหอ เจิ้งเหอมีพี่น้อง 5 คนเป็นชาย 1 คน หญิง 4 คน เมื่อหม่าเหออายุได้ 12 ปี ตรงกับช่วงที่กองทัพของจักรพรรดิหงหวู่หรือจูหยวนจาง ปฐมราชวงศ์หมิงนำกำลังทัพเข้ามาขับไล่พวกมองโกลที่มาตั้งราชวงศ์หยวนออกจากประเทศจีน ยึดครองยูนานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรหมิงได้สำเร็จ ในเวลานั้นหม่าเหอได้ถูกจับตอนเป็นขันทีมีหน้าที่รับใช้เจ้าชายจูตี้ จนได้รับความไว้วางใจอย่างสูง ช่วงสงครามแย่งชิงบัลลังก์ระหว่างเอี้ยนหวังจูตี้กับหมิงฮุ่ยตี้ กษัตริย์ที่สืบราชบัลลังก์ต่อจากหมิงไท่จู่ เจิ้งเหอมีส่วนสำคัญช่วยให้จูตี้ได้รับชัยชนะขึ้นสู่บัลลังก์เป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ มีชื่อรัชกาลว่า "หย่งเล่อ" และได้รับการสนับสนุนเป็นหัวหน้าขันที ต่อมาได้รับพระราชทานแซ่เจิ้ง จึงเรียกขานว่า "เจิ้งเหอ" แต่ชื่อที่รู้จักกันดีก็คือ "ซันเป่ากง" หรือ "ซำปอกง" 

เจิ้งเหอเดินเรือสำรวจทางทะเลในระยะเวลา 28 ปี กองเรือของเจิ้งเหอออกสำรวจทางทะเลรวม 7 ครั้ง เดินทางมากกว่า 50,000 กิโลเมตร ท่องต่างแดนมากกว่า 37 ประเทศ เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1405 (พ.ศ. 1948) ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระรามราชาธิราชแห่งราชวงศ์อู่ทองปกครองกรุงศรีอยุธยา เจิ้งเหอทำหน้าที่ผู้บังคับกองเรือสำเภาขนาดใหญ่ เรียกว่า "เป่าฉวน" แปลว่า "เรือมหาสมบัติ" ต่อขึ้นที่เมืองนานกิง อดีตเมืองหลวงอันเก่าแก่ของจีนเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ "อู่ต่อเรือ" ใช้ในการเดินเรือของเจิ้งเหอ เรือมหาสมบัติของเจิ้งเหอยาว 400 ฟุต ขนาดใหญ่กว่าเรือ ซานตา มาเรีย ของโคลัมบัสที่ยาวเพียง 85 ฟุต ถึง 5 เท่า

การเดินทะเลในครั้งแรก
มีเรือขนาดใหญ่ตามไปด้วย 60 ลำ
ขนาดเล็ก 255 ลำ
มีลูกเรือทั้งหมด 27,870 คน

แล่นเลียบชายฝั่งฟุเกี้ยน
ผ่านไปยังอาณาจักรจามปา ชวา มะละกา สมุทรา (เซมูเดรา) และแลมบรีทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา จากนั้นเดินทางต่อไปยังเกาะลังกา กาลิกัต ขากลับได้นำคณะทูตจากเมืองเหล่านี้มาเข้าเฝ้าฯ จักรพรรดิหย่งเล่อ

ในการเดินเรือแต่ละครั้ง ขากลับจะนำเครื่องบรรณาการจากเมืองต่าง ๆ มาถวายจักรพรรดิหย่งเล่อ โดยเฉพาะสัตว์จากหลาย ๆ เมืองที่ผ่าน อย่างเช่นขากลับจากการเดินเรือทางทะเลในครั้งที่ 5 เจิ้งเหอได้นำสิงโต เสือดาว นกกระจอกเทศ ม้าลาย และยีราฟ (โดยบอกว่าเป็น กิเลน) กลับไปถวายแด่จักรพรรดิหย่งเล่อ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมาก และกลายเป็นของแปลกและน่าตื่นเต้นสำหรับชาวจีนที่พบเห็นเป็นครั้งแรก

ต้นปีถัดมาเจิ้งเหอก็เริ่มออกเดินทาง
ในครั้งที่ 2 เวลานั้นอายุ 36 ปี
ครั้งที่ 3 อายุ 38 ปี
ครั้งที่ 4 อายุ 42 ปี
ครั้งที่ 5 อายุ 46 ปี
ครั้งที่ 6 อายุ 50 ปี
ครั้งที่ 7 อายุ 60 ปี โดยครั้งสุดท้ายมีจำนวนลูกเรือ 27,550 คน ไปไกลถึงทวีปแอฟริกา
 

[อ่าน 'ซำปอฮุดกง' เป็น 'ซำปอกง' จึงเข้าใจผิดว่าเป็นพุทธ]

ในประเทศไทย เจิ้งเหอเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "เจ้าพ่อซำปอกง" (ซานเป่ากง) วัดซำปอกง หรือชื่อทางการ วัดพนัญเชิงวรวิหาร
ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาเหตุที่ชาวจีนมาเซ่นไหว้วิญญาณซำปอกงที่วัดกัลยาณมิตรเป็นเพราะความเข้าใจผิด กล่าวคือ
ชาวจีนผู้นับถือพุทธศาสนากลุ่มหนึ่งได้นมัสการหลวงพ่อโตที่วัดกัลยาณมิตร แล้วเกิดความเลื่อมใส จึงได้เขียนหนังสือจีนไว้ที่หน้าวิหารว่า 'ซำปอฮุดกง' ซึ่งแปลว่าพระเจ้า 3 พระองค์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่ชาวจีนกลุ่มที่นับถือซำปอกง อ่านเห็นเป็น 'ซำปอกง' จึงคิดว่าเป็นสถานที่เซ่นไหว้วิญญาณของซำปอกง และได้มาเซ่นไหว้ซำปอกงเรื่อยมา ด้วยเหตุนี้มีนักประวัติศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่า เจิ้งเหอได้เปลี่ยนศาสนามาถือพุทธ

[ทายาทเจิ้งเหออยู่ในประเทศไทย]

ทว่าการที่เจิ้งเหอทำฮัจญ์และมีสุสาน แบบมุสลิมแสดงว่าเจิ้งเหอเป็นมุสลิมจนถึงแก่กรรม แม้ว่าเจิ้งเหอจะไม่มีลูก เพราะถูกตอนเป็นขันทีตั้งแต่เด็ก หากแต่หม่าเหวินหมิงพี่ชายได้ยกลูกชายหญิงให้กับเจิ้งเหอ ทายาทของเจิ้งเหอบางส่วนอาศัยอยู่ในประเทศไทย ใช้นามสกุล วงศ์ลือเกียรติ อันเป็นนามสกุลที่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าเชียงใหม่ ได้ประทานให้ เจิ้งชงหลิ่ง ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ "ขุนชวงเลียงฦๅเกียรติ" จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เจิ้งชงหลิ่งอพยพเข้าเมืองไทยในปี 2448 คนในตระกูลวงศ์ลือเกียรติเป็นมุสลิม
 

[แกวิน เมนซีส์ แต่งหนังสือ ที่เสนอทฤษฎีใหม่ในโลก บอกว่า ชาวจีนล่องเรือสำเภาใหญ่ไปถึงอเมริกาก่อนโคลัมบัสถึง 71 ปี]

เมื่อนักประพันธ์ชื่อดัง เควิน เมนซีส์ [สะกดตามผู้เขียนเดิม] ได้แต่งหนังสือชื่อ 1421 : The Year China Discovered the World* ขึ้น โดยมีการอ้างอิงทฤษฎีว่า นายพลเรือผู้กล้าหาญชาวจีนผู้หนึ่งได้ล่องเรือสำเภาไม้ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก เดินทางมาถึงอเมริกาก่อนหน้าคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส จะค้นพบถึง 71 ปี

[มีข้อมูลบ่งถึงกองเรือขนาดใหญ่ที่พาเจ้าผู้ครองนครรัฐทั่วโลกมาร่วมงานเฉลิมฉลองการสถาปนาพระราชวังต้องห้ามในวันปีใหม่เมื่อ ค.ศ.1421]

เควิน เมนซีส์ ไม่ได้ตั้งใจที่จะมานั่งลบล้างประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่เขาเกิดไปเจอข้อมูลบางอย่างเข้าโดยบังเอิญขณะเดินทางไปฉลองครบรอบแต่งงาน 25 ปีที่ประเทศจีน เมนซีส์ได้รับการบอกเล่าเรื่องราวของกองเรือขนาดใหญ่ ที่นำพาเจ้าผู้ครองนครจากดินแดนต่างๆ ทั่วโลกมาร่วมในงานเฉลิมฉลองการสถาปนาพระราชวังต้องห้าม ในวันปีใหม่เมื่อปี ค.ศ.1421 และนั่นทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเหตุใดจึงมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากว่าไม่ได้มีการติดต่อสื่อสารกับนานาประเทศมาก่อน

[เห็นแผนที่ของเจิ้งเหอที่มีมาก่อนโคลัมบัสเดินทาง 70 ปี]

ก่อนที่หนังสือจะตีพิมพ์เมนซีส์ได้มีโอกาสเห็นแผนที่ซึ่งจำลองพื้นที่ในแถบทะเลแคริบเบียนและ หมู่เกาะต่างๆ นอกชายฝั่งอเมริกา ซึ่งถูกตีพิมพ์ก่อนหน้าที่โคลัมบัสจะออกเดินทางสำรวจโลก 70 ปี การที่ได้เห็นเปอร์โตริโกและกัวลาลูปนั้นทำให้เมนซีส์เชื่อว่าผู้ที่มาถึงก่อนโคลัมบัสก็คือพวกโปรตุเกส ซึ่งมีการส่งเรือออกไปค้นหาเกาะซึ่งปรากฏอยู่ในแผนภูมิแม่บทของโลกในเวลาต่อมา

[ชาวยุโรปพวกแรกๆ ที่ไปอเมริกาก่อนโคลัมบัสถึง 38 คณะก็พบว่ามีชาวจีนอยู่ที่นั่นแล้ว]

ไม่เพียงโปรตุเกสที่ยืนยันว่าแผนภูมิแม่บทฉบับนี้มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงชาวจีนเท่านั้น แต่ชาวยุโรปพวกแรกถึง 38 คณะที่ไปอเมริกาก็พบว่ามีชาวจีนอยู่ที่นั่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคณะของวาสเควซ, โคโรนาโด เฟเรลโล, เมเจอร์ เพาเวอร์ส, เปโดร เมเนนเดซ หรืออวิลเลส เวอร์ราซาโน

[ชี้ชัด มีหลักฐานที่โต้แย้งประวัติศาสตร์เดิมและยืนยันว่า : นายพลเจิ้งเหอค้นพบทวีปนี้ก่อนโคลัมบัส]

หลังจากหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ออกมา เรื่องราวการเดินทางของโคลัมบัส นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ก็มีอันต้องแปดเปื้อน และกลายเป็นที่ถกเถียงถึงประวัติศาสตร์ที่อาจผิดเพี้ยนไป เพราะเมนซีส์ไม่เพียงชี้ชัดลงไปว่า นายพลเจิ้งเหอและกองเรือของเขาซึ่งบรรทุกสิ่งของมีค่าตามพระราชโองการของจักรพรรดิจูตี้ แห่งราชวงศ์หมิง เมื่อราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นผู้ค้นพบทวีปนี้ก่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้รวบรวมอเมริกาให้เป็นเมืองขึ้นของจีนก่อนที่โคลัมบัสจะมาถึงด้วย

“ข้อโต้แย้งที่ผมต้องการจะบอกก็คือ กองเรือของจีนได้เดินทางรอบโลกและได้ทำแผนภูมิการเดินเรือขึ้นก่อนชาวยุโรป และชาวยุโรปได้ค้นพบโลกใหม่โดยใช้แผนภูมิที่คนจีนทำขึ้น นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ของยุโรปทุกคนล้วนออกเดินทางโดยใช้แผนภูมิในการบอกทาง ที่พวกเขาจะไปทั้งสิ้น” เจ้าของผลงานพลิกประวัติศาสตร์โลกย้ำ

เพราะขณะ ที่กัปตันคุกมีแผนที่ของออสเตรเลีย โคลัมบัสมีแผนที่ของแคริบเบียน และแม็คเจลแลนมีแผนที่ของแปซิฟิกนั้น แผนที่ทั้งหมดล้วนมาจากแผนภูมิแม่บทของโลก (Master Chart) ที่ชาวจีนเป็นผู้ทำขึ้น เควิน เมนซีส์ ผู้เขียนซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการเรือดำน้ำชาวอังกฤษ ทุ่มเทเวลากว่า 9 ปี ในการพิสูจน์ทฤษฎีนี้ จนได้หลักฐานและข้อมูลใหม่ๆ จนทำให้เชื่อได้ว่าทฤษฎีที่เขาค้นพบนี้เป็นความจริง

ชาวโปรตุเกสอ้างว่า พวกเขามีแผนภูมิแม่บท ของโลกในราวปี ค.ศ.1420 ซึ่งเป็นแผนภูมิแม่บทของโลกที่เมนซีส์ค้นพบในเวลาต่อมาเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยัน เช่นเดียวกับเหตุผลที่ว่าทำไมมีคนจีนไปอาศัยอยู่บนแผ่นดินเหล่านั้นก่อนที่ ชาวยุโรปจะไปถึง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีการพบดีเอ็นเอของชาวจีนอยู่ในสายเลือดของชาวยุโรป

ที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นก็คือ ไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบภาพใบหน้าของเจิ้งเหอในอเมริกาเหนือโดยสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง และนี่จะเป็นข้อพิสูจน์สำคัญที่ว่า กองเรือของนายพลเจิ้งเหอได้เดินทางมายังชายฝั่งทั้งด้านแอตแลนติกและแปซิฟิก ของทวีปอเมริกาเหนือและใต้จริง โดยมีหลักฐานยืนยัน

 

จบเนื้อความเพียงนี้

ที่มา : http://forum.asura.in.th/index.php?topic=32590.5;wap2

*เลฟ เอริกสัน - Wikiwand https://www.wikiwand.com/th/เลฟ_เอริกสัน


อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน

แนะนำคลิป

[มีในคลิปหนึ่งบอกไว้ว่า แขกมุสลิมเคยเดินเรือมาก่อน พวกเขาเคยหลั่งไหลเข้ามาทำการค้ากับจีนมากมาย (มีหลักฐานจากบันทึกของ มาร์โค โปโล ที่กล่าวถึงกองเรือของพ่อค้าเหล่านี้ในจีน ที่ดูละลานตามากกว่าในทะเลเมดิเตอเรเนียนเสียอีก) อีกทั้ง ปู่และพ่อของเจิ้งเหอยังเคยไปทำฮัจญ์มาแล้ว เป็นไปได้ว่าชาวหยุนนานและเจิ้งเหออาจได้ความรู้ในการเดินเรือจากนักเดินเรือเก่งๆ จากแขกมุสลิมเหล่านั้น - เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจ]


ข้อมูลและแหล่งค้นคว้าอื่นๆ ที่น่าสนใจ

http://www.wikiwand.com/th/จักรพรรดิหย่งเล่อ 

สมเด็จพระจักรพรรดิหย่งเล่อ (จีนตัวย่อ: 永乐; จีนตัวเต็ม: 永樂; พินอิน: Yǒnglè; เวด-ไจลส์: Yung-lo, 2 พฤษภาคม พ.ศ. 1903 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 1967) พระนามเดิม จู ตี้ (朱 棣) คือฮ่องเต้พระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิงของจีน 

ประวัติ
เจ้าชายจูตี้เป็นพระราชโอรสองค์ที่4ของจูหยวนจาง ก่อนจูตี้ประสูติ8ปี (ใน ค.ศ. 1352) เกิดน้ำท่วมหลายแห่งในจีน ทำให้ทั่วอาณาจักรได้รับความเดือดร้อน เกิดกลุ่มกบฏขึ้นมากมาย จูหยวนจางเข้าร่วมกับกบฏเพราะได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน จูหยวนจางและได้ขึ้นเป็นผู้นำอย่างรวดเร็ว ปี ค.ศ. 1356 กองทัพของจูหยวนจางเข้ายึด นานกิง อันเป็นการตัดเสบียงเมืองต้าตู (ปักกิ่ง) เมื่อจูตี้มีพระชนมายุได้8ชันษากองทัพของพระบิดาก็เข้าสู่เมือง ต้าตู โตกัน เตมูร์ จักรพรรดิมองโกลองค์สุดท้ายเสด็จหนีออกจากจีน ไปยังทุ่งหญ้าทางเหนือ จูหยวนจางสถาปนาราชวงศ์หมิง ต่อมาจูตี้ได้เข้าร่วมกองทัพปราบ ยูนนาน ในปีค.ศ. 1382 พระองค์ได้รับคำสั่งให้ทำลายเมืองคุนหมิงที่มั่นที่ยังเหลือของมองโกล เด็กชายมองโกลนับพันถูกตอนเป็นขันทีในราชสำนัก

หลังจากที่เจ้าชายจูตี้ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงแล้ว พระองค์ก็ได้เฉลิมพระนามว่าหมิงเฉิงจู่ (成 祖)
ใช้ศักราชว่า หย่งเล่อ (永 乐) พระองค์ทรงมีราชโองการให้ประหารขุนนาง เนื่องจากทรงระแวงว่าขุนนางเหล่านั้นจงรักภักดีต่อพระนัดดาของพระองค์ซึ่งมีจำนวนกว่า 870 คน นอกจากนี้ยังดำเนินนโยบายลดทอนอำนาจเจ้าองค์อื่นๆ อย่างเข้มงวด เช่น ห้ามมีกองทหารประจำเมืองให้มีได้แต่ทหารรักษาพระองค์จำนวนหนึ่ง ห้ามเจ้าแต่ละเมืองติดต่อกันเองโดยไม่ได้รับพระราชานุญาต ภารกิจแรกที่พระองค์ทำคือดำริย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เป่ยผิงอันเป็นฐานที่มั่นของพระองค์ด้วยเหตุผลว่าป้องการรุกรานของชนกลุ่มน้อยทางเหนือ พ.ศ. 1947 (ค.ศ. 1404) มีราชโองการให้อพยพคนมากมายหลายแสนคนจาก เมืองนานกิง มณฑลซานซี และมณฑลเจ้อเจียง แบ่งเป็น 5 สายเข้ามายังปักกิ่ง พร้อมกับเป็นการหาแรงงานเพื่อสร้างพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิในเมืองหลวง ซึ่งก็คือ "พระราชวังต้องห้าม"

ในการนี้ต้องเกณฑ์คนหนึ่งแสนพร้อมกับช่างฝีมืออีกหลายพันคน การก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามนี้กินระยะเวลานานถึง 15 ปี พระองค์ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างพระราชวังต้องห้าม แห่งนี้ เป็นอย่างมากโดยในปี พ.ศ. 1949 (ค.ศ. 1406) ได้เสด็จมาตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ในปี พ.ศ. 1956 (ค.ศ. 1413) พระองค์จึงทรงย้ายจากกรุงนานกิงมาประทับที่กรุงปักกิ่ง เป็นการถาวร แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่ยินดีกับพระราชวังแห่งนี้เท่าใดนัก เพราะเพียงไม่กี่เดือนหลังเฉลิมพระมณเฑียรก็มีฟ้าผ่าลงพระที่นั่งและเกิดเพลิงไหม้อาคารต่างๆ หลายหลัง ซ้ำยังเกิดแผ่นดินไหวในปี พ.ศ. 1959 (ค.ศ. 1416) จนต้องซ่อมแซมกว่าจะสำเร็จก็นานถึง 4 ปี แต่พระองค์กลับมีโอกาสได้ประทับอยู่ในพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้ไม่เกิน 4 ปี เพราะต้องนำทัพออกไปรบกับพวกมองโกลถึง 4 ครั้ง คือ ในปี พ.ศ. 1953 1965 1966 และ 1967

ในปี พ.ศ. 1946 (ค.ศ. 1403) พระองค์มีราชโองการโปรดให้ราชบัณฑิตกว่าสองพันคน พร้อมด้วยผู้อำนวยการใหญ่ 5 คน รองผู้อำนวยการอีก 20 คน จัดทำ “หย่งเล่อต้าเตี่ยน” สารานุกรมรวบรวมความรู้ทางวิชาการสาขาต่างๆ ทั้งหมด ใช้เวลาจัดทำ 4 ปี เป็นหนังสือกว่า 22,937 บรรพ มหาสารานุกรมชุดนี้มีต้นฉบับ 1 ชุดและสำเนาอีก 2 ชุดเก็บรักษาไว้แต่หายสาบสูญไปจนปัจจุบันเหลือเพียง 370 บรรพ

พระราชภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือโปรดให้จัดสร้างกองเรือ “เป่าฉวน” ที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนั้นมีทั้งสิ้น 62 ลำ ลำที่ยาวที่สุดวัดได้ 140 เมตร กว้าง 60 เมตร แต่ละลำประกอบด้วย ทหาร นายแพทย์ ล่าม นายกองเรือคือ เจิ้งเหอ (郑 和) ขันทีคนสนิทของพระองค์ที่เดินทางออกทะเลล่องไปทั่วโลก 7 ครั้งในรอบ 28 ปี ไปไกลถึง อินเดีย แอฟริกา นำสินค้าไปแลกเปลี่ยนกับชาติต่างๆ รวมทั้งเข้ามาถึงกรุงศรีอยุธยาตรงกับรัชกาลของสมเด็จเจ้านครอินทร์ และนำของหายากกลับมาถวายองค์จักรพรรดิ เจิ้งเหอนำกองทัพเรือจีนออกทะเลครั้งแรกเมื่อศักราชหหย่งเล่อปีที่ 3 เดือน 7 ตรงกับ พ.ศ. 1948 (ค.ศ. 1405) โดยออกเดินทางจากท่าเรือหลิวเจียก่าง มณฑลซูโจว

หมิงเฉิงจู่สวรรคตขณะยกทัพกลับจากไปรบพวกมงโกลเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 1967 (ค.ศ. 1424) พระศพถูกเชิญไปบรรจุที่สุสาน ฉานหลิง

 

สมเด็จพระจักรพรรดิหย่งเล่อ   
ข้อมูลยกมาจากเรื่อง “เจิ้งเหอ” แม่ทัพขันทีจีนผู้นำกองเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย 
http://mgr.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000000922

[เท้าความตั้งแต่เป็นเจ้าชายและได้เจิ้งเหอมาอยู่ในปกครอง]
      เจ้าชาย Zhu Di นั้น พระองค์ทรงเป็นพระโอรสองค์หนึ่งในจักรพรรดิ Zhu Yuan Zhang และเมื่อมกุฎราชกุมารแห่งราชบัลลังก์ ได้สิ้นพระชนม์ลงอย่างคาดไม่ถึงในปี 1392 องค์จักรพรรดิ Zhu Yuan Zhang จึงทรงรีรอที่จะแต่งตั้งให้พระนัดดา ซึ่งเป็นพระโอรสองค์โตในมกุฎราชกุมารขึ้นแทน เพราะมีวัยเพียง 14 ชันษา ในขณะที่เจ้าชาย Zhu Di มีวัย 30 ชันษา 
       
       ถึงจักรพรรดิ Zhu Yuan Zhang จะทรงโปรดปรานเจ้าชาย Zhu Di ยิ่งกว่าพระนัดดา Zhu Yun Wen เพียงใดก็ตาม แต่เหล่าอำมาตย์ในราชสำนักได้ทูลคัดค้านพระดำริที่จะให้เจ้าชาย Zhu Di ขึ้นครองราชย์ โดยอ้างว่า จะทำให้เกิดความแตกแยกในแผ่นดิน จักรพรรดิ Zhu Yuan Zhang จึงทรงยินยอม แต่ก่อนพระองค์จะทรงสถาปนาพระนัดดา พระองค์ทรงสังหารและกำจัดคนทุกคนที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการขึ้นครองราชย์ของพระนัดดา Zhu Yuan Wen
       
       ในปี 1398 เมื่อจักรพรรดิ Zhu Yuan Zhang เสด็จสวรรคต เจ้าชาย Zhu Yuan Wen จึงเสด็จขึ้นครองราชย์ บ้านเมืองขณะนั้นอยู่ในสภาพอึมครึม เพราะผู้คนหวาดวิตกว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองแย่งชิงราชบัลลังก์กัน 

        สำหรับเจ้าชาย Zhu Di พระองค์ทรงมี Ma He เป็นขันทีคนสนิทในราชสำนัก ขณะทำงานรับใช้ในวัง Ma He ได้รับการศึกษาทั้งด้านการรบ และการปกครองเป็นอย่างดีมากจนเจ้าชาย Zhu Di ทรงไว้พระทัย เพราะ Ma He เป็นนักรบที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และมีความรอบรู้เรื่องสงคราม จึงมีโอกาสออกศึกร่วมกับเจ้าชาย Zhu Di หลายครั้ง และรบชนะทุกครั้ง ข่าวความสามารถที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าชาย Zhu Di ทำให้บัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ใหม่ Zhu Yuan Wen ในนครนานกิงสั่นสะเทือน เพราะองค์จักรพรรดิทรงคิดว่า เจ้าชาย Zhu Di กำลังท้าทายพระราชอำนาจของพระองค์  

       จักรพรรดิจึงส่งกองทัพมาบุกยึดเมือง Bei Ping ของ Zhu Di ในปี 1401 และเจ้าชาย Zhu Di ทรงโชคดีที่มี Ma He ช่วยชีวิตไว้ แล้วเจ้าชายกับ Ma He ก็ได้วางแผนโจมตีนครนานกิงเป็นการแก้แค้นเพื่อยึดครองราชบัลลังก์ 
       
       ในเดือนมกราคม ค.ศ.1402 แม่ทัพ Ma He ได้เคลื่อนทัพเข้าปิดล้อมทางออกของทุกประตูเมืองนานกิงจนอาหารภายในเมืองขาดแคลน และชาวเมืองระส่ำระส่าย จักรพรรดิจึงต้องขอเจรจาสงบศึก แต่เมื่อกองทัพของ Ma He ยาตราเข้าวังได้ สิ่งที่พบ คือ ซากศพของพระมเหสีและพระโอรสองค์โตในจักรพรรดิที่ถูกอัคคีเผาจนดำเป็นตอตะโก แต่ไม่มีพระศพของจักรพรรดิเลย 
       
       ผู้คนจึงโจษจันกันว่า พระองค์ยังทรงมีชีวิตอยู่ และได้หลบหนีออกจากนานกิงทางคูระบายน้ำ แล้วปลอมพระองค์หนีไปในชุดพระสงฆ์ 
      
       เจ้าชาย Zhu Di ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.1402 และทรงสำเร็จโทษทุกคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระองค์ แล้วทรงเรียกรัชสมัยของพระองค์ว่า Ming และให้ชาวจีนรู้จักพระองค์ในนาม จักรพรรดิ Ming Cheng Zhu หรือจักรพรรดิ Yongle และทรงพระราชทานรางวัลให้ Ma He พร้อมพระราชทานแซ่ให้ใหม่ว่า Zheng ในฐานะที่ได้พิทักษ์เมือง Bei Ping และยึดนครนานกิงได้ 
       
       ความสงสัยเกี่ยวกับจักรพรรดิ Zhu Yuan Wen ที่ทรงหลบหนีไปทำให้จักรพรรดิ Yongle ทรงกังวลมาก เพราะแผ่นดินจีนไม่สามารถมีจักรพรรดิสององค์ได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น เมื่อทรงได้ยินเสียงเล่าลือมากมาย เป็นเนื้อหาที่หลากหลาย จักรพรรดิ Yongle ทรงปักใจอย่างเชื่อมั่นว่าจักรพรรดิ Zhu Yuan Wen ได้ทรงหลบหนีไปหลบซ่อนบนเกาะในทะเลจีนใต้แล้ว 
       
       ดังนั้น ในปี 1403 จักรพรรดิ Yongle จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้สร้างกองเรือสินค้าและกองเรือรบที่มีขนาดมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีนขึ้นมา เพื่อ

  1. ตามล่า ฆ่าจักรพรรดิ Zhu Yuan Wen
  2. ป้องกันการบุกรุกของกองทัพมองโกลทางเหนือ โดยการผูกมิตรกับนานาประเทศทางตอนใต้ของจีน และจะขอให้ช่วยสนับสนุน ถ้าจีนถูกมองโกลรุกราน
  3. เตือนผู้ครองประเทศต่างๆ ให้ส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระองค์ดังที่เคยปฏิบัติ
  4. แสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าในเมืองท่าต่างๆ ที่ขบวนเรือของพระองค์จะมาเยือน เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศจีน   

       แม้จักรพรรดิ Yongle จะทรงมีข้าราชการและแม่ทัพหลายคน แต่คนที่พระองค์ทรงวางพระทัยมากที่สุดคือ Zheng He 
       
       เพราะ Zheng He มีความสามารถในการเดินเรือโดดเด่นยิ่งกว่าใครทั้งหมด (เทียบเท่ากับ Odysseus ในวรรณกรรม Ulysses, Leif Ericsson ผู้พบ Newfoundland และ Magellan ผู้เดินทางรอบโลก)

 

ราชวงศ์หมิง (1368-1644) - ตอนที่ 1 / ธารประวัติศาสตร์ - ผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2551
หน้า 1 
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000017736 
หน้า 2 http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000017736&Page=2

เจิ้งเหอ (1), ผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2548 http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000065910

ขบวนเรือของเจิ้งเหอ (2), ผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2548 http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000065985

การเดินทางของเจิ้งเหอ (3)ผู้จัดการออนไลน์ 1 มิถุนายน 2548 http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000071251

 

http://www.wikiwand.com/th/เจิ้งเหอ

เจิ้งเหอ(จีน: 郑和; พินอิน: Zhèng Hé ; แต้จิ๋ว: แต้ฮั้ว) เป็นผู้บัญชาการทหารเรือจีนในยุคราชวงศ์หมิง (明 ; Ming)

มีบันทึกว่าเจิ้งเหอเริ่มเดินทางรอบโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1421 และเคยติดต่อกับอาณาจักรอยุธยาด้วย มีผู้เสนอทฤษฎีว่า เจิ้งเหอน่าจะค้นพบทวีปอเมริกาก่อนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส โดยไม่มีหลักฐานใดๆ มายืนยันได้ชัดเจนเลยว่าเจิ้งเหอเคยเดินทางผ่านแอฟริกาใต้ หรือ อเมริกา เจิ้งเหออาจเป็นแค่ทฤษฏีที่ฝรั่งบางคนคิดขึ้นมาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองเท่านั้น [มีต่อ]

 

http://www.wikiwand.com/en/Zheng_He

Zheng He (1371–1433 or 1435), formerly romanized as Cheng Ho, was a Hui court eunuch, mariner, explorer, diplomat, andfleet admiral during China's early Ming Dynasty. Zheng commanded expeditionary voyages to Southeast Asia, South Asia, the Middle East, and East Africa from 1405 to 1433.

As a favorite of the Yongle Emperor, whose usurpation he assisted, he rose to the top of the imperial hierarchy and served as commander of the southern capital Nanjing (the capital was later moved to Beijing by Yongle). These voyages were long neglected in official Chinese histories but have become well known in China and abroad since the publication of Liang Qichao's Biography of Our Homeland's Great Navigator, Zheng He in 1904. A trilingual stele left by the navigator was discovered on the island of Sri Lankashortly thereafter. [มีต่อ]

 

“เจิ้งเหอ” แม่ทัพขันทีจีนผู้นำกองเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย 
http://mgr.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000000922

       Zheng He เกิดที่เมือง Kun Ming เมื่อ ค.ศ.1371 ในรัชสมัยจักรพรรดิ Hong Wu ในครอบครัวชาวมุสลิมที่ได้อพยพมาจากดินแดนทางตะวันตก (Xin Jiang) เด็กชาย He มีปู่ และบิดาเป็นปราชญ์ผู้ทรงศีลในศาสนาอิสลาม ผู้มีภารกิจนำชาวมุสลิมไปแสวงบุญที่นคร Mecca ใน Arabia ดังนั้น He จึงมีชื่อเดิมว่า Ma He (Ma อาจมาจากคำว่า มะหะหมัดในภาษาอารบิก) 
       
       ในวัยเด็ก บิดาของ Ma He มักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางในแดนไกล ทั้งทางบกและทางน้ำให้ลูกๆ ฟัง และ He ผู้เป็นบุตรคนรองของครอบครัว และมีน้องสาว 4 คน ได้ตั้งใจฟังพ่อเล่านิทานอย่างจริงจัง และคิดฝันจะไปเยือนนคร Mecca ให้จงได้เหมือนพ่อเมื่อโตขึ้น 
       
       ตั้งแต่ครอบครัวของ He ได้อพยพมา Kun Ming บิดาก็ได้ช่วยเหลือ Khan แห่งอาณาจักรมองโกลให้เข้าครอบครองมณฑล Yun Nan ด้วยการเป็นทหาร ในปี 1374 เมื่อจักรพรรดิ Zhu Yun Zhang แห่งจีนทรงสถาปนาราชวงศ์ Ming ขึ้น และพระองค์ทรงบังคับเจ้าเมืองมองโกล ที่ปกครอง Yun Nan ให้ยินยอมเข้ามาอยู่ใต้อาณัติการปกครองของพระองค์ แต่เมื่อราชทูตที่จักรพรรดิทรงส่งมา ถูกสังหารใน ค.ศ.1381 พระองค์จึงทรงโปรดให้ Fu You De และพระราชโอรสคือเจ้าชาย Zhu Di นำทหารกว่า 300,000 คนจากนานกิงเดินทางมา Yun Nan เพื่อกวาดล้างกบฏมองโกลให้สิ้นซาก 
       
       ผลการสงครามครั้งนั้น ปรากฏว่า ทหารมองโกลพ่ายแพ้ยับเยิน และประเพณีในสมัยนั้นมีว่าผู้ชนะสงครามจะต้องจับลูกชายของเชลยที่มีวัยตั้งแต่ 8-10 ขวบไปตอน เพื่อนำไปเป็นคนใช้ในราชวังหลวง 
       
       ด้วยเหตุนี้เด็กชาย Ma He จึงถูกนำตัวไปนครนานกิง และอีก 3 ปีต่อมาก็ถูกตอนเป็นขันที แล้วถูกส่งไปรับใช้ในราชวังของเจ้าชาย Zhu Di วัย 25 ชันษา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าครองเมือง Bei Ping ส่วนบิดาของ Ma He นั้นได้เสียชีวิต เพราะความโศกเศร้า ที่ลูกชายคนเล็กถูกจับไปเป็นเชลย

 

http://www.telegraph.co.uk/news/


Builders unearth 'ancient shipyard of China's Columbus' http://t.co/BDmLjJcIIc 
Zheng He, China's most famous maritime explorer, and his "Treasure Fleet" plied the oceans during the early 15th century

 

http://www.amazon.com

 
1421 : The Year China Discovered America
DVD
 Larry Belling (Actor), David Wallace (Director)  

 

http://www.amazon.com

   
1                             2
1421 : The Year China Discovered the World  
by Gavin Menzies  (Author)

On March 8, 1421, the largest fleet the world had ever seen set sail from China to "proceed all the way to the ends of the earth to collect tribute from the barbarians beyond the seas." When the fleet returned home in October 1423, the emperor had fallen, leaving China in political and economic chaos. The great ships were left to rot at their moorings and the records of their journeys were destroyed. Lost in the long, self-imposed isolation that followed was the knowledge that Chinese ships had reached America seventy years before Columbus and had circumnavigated the globe a century before Magellan. And they colonized America before the Europeans, transplanting the principal economic crops that have since fed and clothed the world.

 

https://www.youtube.com/watch?v=BH7l2Xqjfvk

https://www.youtube.com/watch?v=dZobrfEZINE

China Discovered America in 1421 https://www.youtube.com/watch?v=NmY4U9gcaiI



1421 Chinese discover america before europeans https://www.youtube.com/watch?v=4yK-9hxk5HY 

  

http://www.amazon.com/Gavin-Menzies/e/B001IGJM9A/ref=dp_byline_cont_book_1

 

GAVIN MENZIES was born in 1937 and lived in China for two years before World War II. He joined the Royal Navy in 1953 and served in submarines from 1959 to 1970. In the course of researching 1421, he visited 120 countries, over 900 museums and libraries, and every major sea port of the late Middle Ages. He is married with two daughters and lives in North London*.

แกวิน เมนซีส์ เกิดปี ค.ศ. 1937 เคยอยู่ประเทศจีน 2 ปี ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้เข้าประจำการในกองทัพราชนาวีแห่งสหราชอาณาจักรเมื่อ ค.ศ. 1953 และเข้าประจำการในกองเรือดำน้ำตั้งแต่ ค.ศ. 1959 - 1970 เขาค้นพบเรื่องราวของปี 1421 นี้ได้ ก็มาจากการที่เขาได้เคยไปเยือนประเทศต่างๆ 120 ประเทศ เคยเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดต่างๆ นานาเกินกว่า 900 แห่ง และได้เคยแวะเที่ยวตามท่าเรือสำคัญทางประวัติศาสตร์ในปลายยุคกลางมาแล้วทุกแห่ง เขาสมรสแล้ว มีธิดาสองคน และปัจจุบันพักอยู่ย่านลอนดอนเหนือ.

North London is the northern part of London, England.
It is an imprecise description and the area it covers is defined differently for a range of purposes.
Common to these definitions is that it includes districts located north of the River Thames and is used in comparison with south London. However, it is also often used in comparisons with central London, east London and west London. 

[http://www.wikiwand.com/en/North_London]

[และอยากเรียกชื่อเขาอย่างคำไทยว่า กวิน จังเลย - กวิน อ่านว่า กะ-วิน หมายถึง ดีงาม เป็นชื่อมงคลสำหรับคนวันเสาร์]

 

http://www.amazon.com

 http://www.amazon.com/1434-Magnificent-Chinese-Ignited-Renaissance/dp/0061492183/ref=asap_bc?ie=UTF8
1434: The Year a Magnificent Chinese Fleet Sailed to Italy and Ignited the Renaissance (P.S.)
by Gavin Menzies  (Author)

ข้อสังเกต หนังสือ 1434... น่าสนใจค่ะ ดูจากสารบัญ (ผ่านเว็บ amazon) นายแกวิน เมนซีส์ แบ่งเล่มนี้ไว้ 3 ภาค

  1. ภาคแรกมีส่วนที่น่าสนใจในบทที่ 4 เรื่องของ Naviigator Calculation of Latitude and Longitude [ฉันเคยดูสารคดี เขาจำลองภาพของเครื่องมือนี้ไว้ด้วย มันสามารถคำนวณได้มากมาย ทั้งเวลาน้ำขึ้นน้ำลง ร่องน้ำ กระแสน้ำ ฯ ทั้งยังต้องมีคนหลายคนเวียนเฝ้าประจำเจ้าเครื่องมือนี้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นภูมิปัญญาจีนที่น่าทึ่ง เพราะตอนนั้นยุโรปยังเป็นยุคมืดอยู่เลย ไม่ทราบว่านายแกวินจะเล่าอย่างไรบ้าง ยังมีเรื่องอาวุธประจำเรืออีก มีปืนไฟด้วย นับว่าจีนสุดยอดมาก]
  2. ภาคสองเป็นเรื่องที่ว่า "China Ignites the Renaissance" จีนจุดประกายให้อิตาลีและยุโรปก้าวกระโดดสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเลยเชียว [จากประวัติศาสตร์นั้นกองเรือของจีนหยุดไปเมื่อจบเที่ยวสุดท้ายปี 1432-1433 ดูมีนัยเป็นไปได้ที่สอดคล้องกันอย่างน่าค้นหา.... น่าจะเกี่ยวข้องกับ มาร์โค โปโล ที่เคยไปเมืองจีนมาก่อนแล้วด้วย]
  3. ภาคสามบอกว่ากองเรือจีนเจอสึนามิ

 

GAVIN MENZIES http://www.gavinmenzies.net/

 
'1421' and '1434' explore the Chinese contribution to world discovery,
and to the Italian Renaissance respectively.

Discover for yourself


Testimonials

“FILLED WITH EXCITEMENT, JUST AS
YOU'D EXPECT FROM SOMEONE
PROPOUNDING ONE OF THE MOST
REVOLUTIONARY IDEAS IN THE
HISTORY OF HISTORY.” 

- New York Times Magazine
 
“A HISTORICAL DETECTIVE, AS WELL AS
A SCHOLAR, [WHO] ADDS TO OUR
KNOWLEDGE OF THE WORLD, PAST
AND PRESENT.” 

- New York Daily News
 
 
 
 ....................


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ni_gul วันที่ : 12/08/2017 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์


1421 ปีที่จีนค้นพบโลก
(THE YEAR CHINA DISCOVERED THE WORLD)

ชื่อผู้แต่ง : GAVIN MENZIES
ชื่อผู้แปล : เรืองชัย รักศรีอักษร
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์มติชน

http://www.matichonbook.com/index.php/1421-the-year-china-discovered-the-world.html

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ni_gul วันที่ : 14/09/2015 เวลา : 02.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

ภาพสำเภาเก้าเสาที่น่าทึ่งของกองเรือเจิ้งเหอ
ในสารคดี ก่อร่างสร้างอาณาจักร-จีน TPBS https://www.youtube.com/watch?v=twMk5y2BOB4

ความคิดเห็นที่ 9 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

ช่วงนี้เห็นโฆษณาหนังสือของ นายกวิน แม้นศรี ทุกวันเลย บนเฟซบุค

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ni_gul วันที่ : 08/08/2015 เวลา : 01.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

ย้อนกลับไปอ่านงานของคุณจุ้ย BG:Jui
http://www.oknation.net/blog/jui880/2014/05/13/entry-1
เรื่อง จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้...ผู้สร้างตำนานให้แก่เจิ้งเหอ

หัวข้อใกล้ตอนท้ายๆ

- การเดินทางของเจิ้งเหอ (郑和下西洋)
ปีที่สามรัชสมัยหย่งเล่อ (ค.ศ.1405) จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ จูตี้ ส่งขันทีเจิ้งเหอเป็นฑูตใหญ่สำนักราชวัง หวางจิ่งหง (王景弘) เป็นรองฑูต เดินทางออกสู่ทะเลพร้อมเจ้าหน้าที่และทหารมากกว่า 27,800 นายพร้อมกองเรือมหาสมบัติ 62 ลำ มุ่งสู่ดินแดนห่างไกลมหาสมุทรด้านตะวันตก กองทัพเรือราชวงศ์หมิงออกเดินทางจากท่าเรือหลิวเจียกั่ง (刘家港) เมืองซูโจว (苏州) ถึงจ้านเฉิง (占城, อาณาจักรจำปา ปัจจุบัน คือ ดินแดนทางใต้ ประเทศเวียดนาม) หม่าลิ่วเจี่ย (马六甲, ช่องแคบมะละกา ของมาเลเซียในสมัยนั้น) จ่าววา (爪哇, เกาะชวา อินโดนีเซีย) ซู่เหมิงต๋าล่า (苏门答腊, เกาะสุมาตรา) ซีหลาน (锡兰, ศรีลังกา) และอื่นๆ แล้วลัดเลาะชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียกลับสู่ประเทศจีน

ภายหลังในปี ค.ศ.1407 ถึง 1433 เป็นเวลานานมากกว่า 20 ปี ได้มีการเดินเรือทางทะเลอีก 7 เที่ยว ผ่านประเทศต่างๆมากกว่า 30 ประเทศ ไกลที่สุด คือ เดินทางถึงชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาหรือกาฬทวีป ทะเลแดง และเมกกะ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม นี่คือการเดินทางทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ของเจิ้งเหอ ในสมัยการครองราชย์ของจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ “อำนาจคุณธรรมขจรไกล ทหารปกปักดินแดนทั้งสี่ทิศ ราชบังลังค์รับส่วยบรรณาการจากประเทศต่างๆมากกว่า 30 ประเทศ อาณาเขตแผ่ไปไพศาล ไกลเทียบราชวงศ์ฮั่นและราชวงศ์ถัง”

หลายประเทศมาเยือนประเทศจีน

ในรัชสมัยจักรพรรดิจูตี้ ทุกๆครั้งที่เจิ้งเหอนำทัพเรือออกสู่มหาสมุทร คณะฑูตจากประเทศต่างพร้อมเครื่องราชบรรณาการจะเดินทางติดเรือกลับมาด้วยเพื่อจะถวายแก่องค์จักรพรรดิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง ในปี ค.ศ. 1423 ในการเดินทางกลับประเทศจากการออกสู่มหาสมุทรครั้งที่หกของเจิ่งเหอ ในเรือลำเลียงคณะฑูตจาก 16 ประเทศเป็นนักการฑูต ผู้ติดตามและครอบครัวมากกว่า 1,200 นาย เมื่อถึงปลายรัชสมัยหย่งเล่อ มีคณะฑูตจากประเทศต่างๆพร้อมเครื่องราชบรรณาการมาเยือนประเทศจีนมากกว่า 60 ประเทศ

ความคิดเห็นที่ 7 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ขอบคุณครับ
เขียนเรื่องเจิงเหอได้ละเอีบดเลย
ทั้งมีแหล่งค้นอีกเพียบเลย
เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ
โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่ผูกโยง
ยุคหมิงกับยุคตั้งเมืองอยุธยา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ni_gul วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

เข้าไปดูแผนที่โบราณแล้วทึ่งมาก Early world maps
http://www.wikiwand.com/en/Early_world_maps

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

ชอบเว็บนี้จัง http://ancienthistory.mrdonn.org/timelines.html

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

ลองค้นด้วยยาฮู
https://search.yahoo.com/search?p=timeline+of+World+Civilization&fr=dss_yset_chr

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

เข้าไปค้นหา Timeline ของโลก ... น่าทึ่งมาก มีเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นข้อมูล
ลองหาแหล่งที่ทำไว้ให้เด็กๆ หนึ่งที่ เจอ http://china.mrdonn.org/index.html
เน้นไปที่ราชวงศ์หมิง http://china.mrdonn.org/ming.html
แล้วก็หาต่อไปที่ The Great Chinese Mariner
ก็เจอ http://www.chinapage.org/zhenghe.html
สนุกดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล | เดินย่ำตามแนว ผ่องแผ้วด้วยรัก สมัครสานสมานเหล่า ไทยสราญเป็นนิจ กราบถวายบังคม | ยินค่ำแล้ว...แว่วนัยหทัยพระองค์

คุณทางแก้ว http://www.oknation.net/blog/faab
เขียนกันเถอะค่ะ ... เรื่องชื่อภาษาจีนและการประมวลเรื่องตามลำดับเหตุการณ์นั้นคงต้องอาศัยนักประวัติศาสตร์และผู้รู้ภาษาจีนอย่างคุณทั้งคู่นั่นละ ใครจะทำได้เท่ากันเล่า ... เขียนเลยๆ

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 06/08/2015 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

วันก่อนกำลังเกี่ยงกับเหล่าซือสุวรรณา
ว่าใครจะเขียนเรื่องเจิ้งเหอ
ขอบคุณ คุณ ni_gul

ว่าแต่ว่าเจิ้งเหอ
มาสร้างหลวงพ่อโตซำปอกง
ที่วัดพนัญเชิงหรือเปล่าครับ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน