• forgive
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-08
  • จำนวนเรื่อง : 1003
  • จำนวนผู้ชม : 1040663
  • ส่ง msg :
  • โหวต 319 คน
ทูแคร์
คำว่า 'to care' เป็นที่รวมของคำอีกสองคำคือ 'careful' ซึ่งมีความหมายทางด้านสติและการระมัดระวัง กับ 'caring' ซึ่งมีความหมายทางด้านความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม 2550
Posted by forgive , ผู้อ่าน : 619 , 17:10:10 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        เรื่องความโกรธก็เช่นกัน ถ้าเรารู้จักคิดสักนิดว่า คนนั้นแตกต่างกันทั้งนิสัย สติปัญญา กรรมในอดีตและปัจจุบันภูมิหน้าภูมิหลังของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน บางอย่างเขาสู้เราไม่ได้ บางอย่างเราสู้เขาไม่ได้ เมื่อเขาพลาดพลั้งไป ก็ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นความโง่เขลาเบาปัญญา น่าสงสารมากกว่า น่าให้อภัยมากกว่า ถึงแม้เขาจะให้ร้ายเรา ก็เป็นเรื่องที่เขาทำผิดเอง เราไม่เดือดร้อนนัก ก็จะไม่เกิดความโกรธขึ้นมาได้เลย

        ลูกจะต้องคิดให้ได้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยทำความผิด คนที่อวดดีอวดวิเศษนั้นหาใช่ปราชญ์ที่แท้จริงไม่ คนที่มีความรู้สมเป็นนักปราชญ์นั้น ท่านมักถ่อมตน คอยจับผิดตนเอง ไม่กล้าโกรธเคืองผู้อื่น ไม่จับผิดผู้อื่น คอยสำรวจตนเองว่าได้ล่วงเกินใครอย่างไรบ้างหรือเปล่า ยามที่มีคนล่วงเกินตน ก็จะถามตนเองเสียก่อนว่าได้เคยล่วงเกินเขาไว้ก่อนหรือไม่ ยามที่มีคนไม่จริงใจต่อตน ก็จะถามตนเองเสียก่อนว่าได้เคยแสดงความไม่จริงใจต่อเขาก่อนหรือไม่ เรามัวคิดเสียเช่นนี้ เราก็จะไม่ทันได้โกรธผู้อื่น ยิ่งถามตนเองแล้วปรากฏว่าไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยไม่จริงใจต่อเขามาก่อน เราก็ยิ่งสบายใจ รับเอาความผิดพลาดของผู้อื่นมาเป็นบทเรียนฝึกฝนตนเองต่อไป เราก็จะกลายเป็นคนดียิ่งๆขึ้น เมื่อคิดได้เช่นนี้ ใครทำไม่ดีกับเรา เราก็รับบทเรียนไว้ด้วยความยินดี จิตใจไม่ขุ่นมัว จักมีความโกรธมาแต่ไหน

        ถ้ามีคนนินทาว่าร้ายลูก ลูกก็จะต้องคิดให้ได้ว่า เหมือนคนจุดกองไฟเผาฟ้า แม้กองไฟจะใหญ่มหึมาเพียงใด แต่ฟ้านั้นว่างเปล่าไม่มีเชื้อที่จะติดไฟได้ กองไฟจะลุกโชติช่วงสักเพียงใด ก็จะไหม้และมอดไปข้างเดียวในที่สุด คนที่ว่าร้ายลูก เห็นลูกอยู่ในความสงบ ไม่โกรธ ไม่ตอบโต้ เขาก็จะหยุดไปเองเช่นกัน เพราะการนินทาว่าร้ายนั้น เหมือนนำสีมาป้ายที่ผ้าขาวนั้น ย่อมยากที่จะขาวได้ดังเดิม แม้ลูกจะมีเหตุผลดีอย่างไร ก็ไม่สามารถจะโต้แย้งให้ขาวกระจ่างได้ เปรียบประดุจตัวไหมในฤดูใบไม้ผลิ หลงกินใบหม่อนไปดิ้นไป ยิ่งกระดุกกระดิกมากเท่าไร ใยไหมก็ยิ่งผูกมัดตัวเองมากเท่านั้น ความโกรธก็เช่นกัน มีแต่โทษหามีคุณไม่ ถ้าลูกสามารถใช้เหตุผลใคร่ครวญดูแล้ว ทุกสิ่งก็จะไม่น่าโกรธ ความโกรธก็จะไม่เกิดขึ้นกับลูกอีกเลย

        วิธีแก้ไขความผิดพลาดที่พูดไปแล้วมี แก้ไขเมื่อเกิดความผิดขึ้นแล้ว และแก้ไขเมื่อยังมิได้ทำความผิด วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การแก้ที่ใจนั่นเอง โบราณท่านว่าไว้ “กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด ก็ล้วนเกิดที่ใจทั้งสิ้น” ถ้าเราห้ามใจมิให้เกิดกิเลสตัณหาได้ ความผิดใดๆก็เกิดขึ้นไม่ได้ ดุจดั่งดวงตะวันสาดแสงส่องมาคราใด ความมืดก็หมดไป ปีศาจก็ยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าออกมาเพ่นพ่าน เปรียบได้กับการโค่นล้มต้นไม้ที่มีพิษ ลูกจะต้องขุดรากถอนโคนให้หมดสิ้น ไม่ใช่ค่อยๆ ลิดกิ่งปลิดใบ ซึ่งไม่ทันการ

        สรุปแล้ว การแก้ที่ใจ จึงจะเข้าถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องได้อย่างแท้จริง เพียงเกิดความรู้สึกว่าจะทำผิด ก็รู้สึกตัวเสียก่อนแล้วด้วยสติสัมปชัญญะ ความผิดจึงเกิดขึ้นไม่ได้ นี่คือการยับยั้งชั่งใจที่ต้องอบรมบ่มเพาะ ให้สติประคองใจเราไว้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ ลูกจะต้องใช้วิจารณญาณให้ถูกต้อง ว่าคราใดที่ควรจะใช้วิธีใด จึงจะเหมาะจะควร ถ้าลูกนำวิธีมาใช้ไม่เหมาะไม่ควร ก็จะไม่ทันการ แล้วลูกก็จะต้องตกอยู่ในความโง่ต่อไป ไม่มีทางได้ดี

        การตั้งปณิธานอันแน่วแน่ที่จะแก้ไขความผิดพลาดของตนเองก็ดี การอธิษฐานจิตอยู่บ่อยๆ ตลอดวันตลอดคืนก็ดี ล้วนแต่จะช่วยกระชับความหนักแน่นให้แก่ลูก นอกจากนี้ ยังต้องมี ‘กัลยาณมิตร’คอยช่วยเหลือตักเตือน มี ‘ผีสางเทวดา’ คอยช่วยดลใจจิตใจของลูกต้องเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ทั้งกลางวันกลางคืน ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจเข้าออก เพียงสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์ อย่างช้าก็ไม่เกินสามเดือน ย่อมปรากฏผลอย่างแน่นอน

        ลูกจงคอยสังเกตถึงจิตใจที่จะสงบขึ้น สติปัญญาแจ่มใส สมองโปร่งไม่ปวดศีรษะ ทำอะไรก็ดูจะง่ายขึ้น เร็วขึ้น ไม่ผิดพลาด ไม่เครียดจนหงุดหงิด ถ้าลูกพบคนที่ไม่ถูกโรคกันมาก่อนกลับรู้สึกเฉยๆ แทนที่จะเกิดความอิดหนาระอาใจอย่างที่เคยเป็นมา กลางคืนอาจจะฝันว่าตนเองได้อาเจียนของดำๆออกมา บางทีก็จะฝันเห็นนักปราชญ์โบราณมาสั่งสอนแนะนำ บางทีก็จะฝันว่าได้บินไปเที่ยวบนท้องฟ้า บางก็จะเห็นเครื่องบูชาพระพุทธเจ้า ล้วนเป็นนิมิตดี เพื่อให้ลูกรู้ว่าบาปกรรมนั้นได้ลดน้อยถอยลงแล้ว แต่ลูกอย่าได้ลำพองใจเป็นอันขาด มิฉะนั้นความเพียรของลูกจะหยุดก้าวหน้าได้ทันที

        แต่ก่อนนี้สมัยชุนชิว มีขุนนางในแคว้นเว่ยท่านหนึ่ง เมื่ออายุได้ยี่สิบปี ท่านก็รู้สึกตัวว่าตนเองได้ทำผิดอะไรมาบ้าง และสามารถแก้ไขได้หมดสิ้น ครั้นเมื่อท่านอายุได้ ๒๑ ปี ท่านก็รู้อีกว่าที่คิดว่าแก้ไขหมดแล้วนั้น ที่แท้ยังไม่หมดจดดี ครั้นเมื่อท่านอายุได้ ๒๒ ปี ท่านก็ยังเห็นอีกว่ายังเหลือความผิดอะไรอยู่บ้าง เช่นนี้ทุกปีมา จนเมื่อท่านอายุ ๕๐ ปี ก็ยังรู้ว่าเมื่อท่านอายุ ๔๙ ปีนั้น มีความผิดที่ยังไม่ได้แก้ไขอะไรบ้าง ลูกจงดูไว้เป็นตัวอย่างว่าคนโบราณนั้น ท่านมีความจริงใจต่อการแก้ไขเพื่อพัฒนาตนเองเพียงไร

        พวกเราสมัยนี้ล้วนแต่เป็นคนหยาบ มีความผิดติดตัวกันมากมาย ราวกับตัวเหลือบที่เกาะเต็มไปหมด แต่เราก็ไม่เห็น ไม่รู้สึกว่าอดีตนั้นเราได้ทำอะไรผิดพลาดมาบ้าง นี่ก็เพราะความหยาบของจิต มีดวงตาก็หามีแววไม่นั่นเอง

        ลูกจงสังเกตคนที่บาปหนา มักจะปรากฏบุคลิกภาพที่อาภัพให้เห็นได้ง่ายๆ เช่นเป็นคนขี้หลงขี้ลืม ปวดหัว มึนงง ง่วงเหงาหาวนอน แม้จะไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น ก็มีจิตใจที่หงุดหงิด เศร้าซึมเลื่อนลอย ขี้หวาดกลัว หาความสุขความร่าเริงไม่ได้ เห็นคนก็ไม่กล้าสบตาด้วย ไม่ชอบฟังเทศน์ฟังธรรม บางทีทำดีกับใครก็กลับได้ผลในทางตรงกันข้าม กลางคืนนอนก็ฝันร้าย พูดจาเลอะเลือน จิตใจท้อแท้ เหล่านี้ล้วนเป็นนิมิตของคนบาปหนาทั้งสิ้น ถ้าลูกรู้สึกตัวว่าเป็นเช่นนี้ก็จงรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน อย่าได้รั้งรออยู่เลย.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pimahn วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

ต้องแวะมาอ่านซ้ำบ่อยๆ
"... ในโลกนี้ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยทำความผิด
คนที่อวดดีอวดวิเศษนั้นหาใช่ปราชญ์ที่แท้จริงไม่
คนที่มีความรู้สมเป็นนักปราชญ์นั้น ท่านมักถ่อมตน
คอยจับผิดตนเอง ไม่กล้าโกรธเคืองผู้อื่น ไม่จับผิดผู้อื่น
คอยสำรวจตนเองว่าได้ล่วงเกินใครอย่างไรบ้างหรือเปล่า..."

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pimahn วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

ดีมากๆเลย อ่านแล้วมีประโยชน์ต่อจิตใจ

"...จิตใจที่จะสงบขึ้น สติปัญญาแจ่มใส สมองโปร่งไม่ปวดศีรษะ
ทำอะไรก็ดูจะง่ายขึ้น เร็วขึ้น ไม่ผิดพลาด ไม่เครียดจนหงุดหงิด..."

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
joeyman วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 03.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ตอนบวชพระเคยอ่านเรื่องเหลี่ยวฝาน และรู้สึกว่าสอนหลวงปู่ชาก็ดีไม่แพ้เซ็น ลองหามาอ่าน แต่ถ้าอ่านแล้วก็ดีใจด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ

สวัสดี ... จากชียงใหม่ค่ะ (เจ้า)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปฐม วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Je@b วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

เห็นด้วยค่ะ .. ทุกอย่างอยู่ที่ใจ .. ให้อภัย ซะ ทุกอย่างจะดีขึ้น :D

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khongpu วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khongpu
ค้างพลู

ชอบมากๆ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]