• forgive
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-08
  • จำนวนเรื่อง : 1003
  • จำนวนผู้ชม : 1014672
  • ส่ง msg :
  • โหวต 319 คน
ทูแคร์
คำว่า 'to care' เป็นที่รวมของคำอีกสองคำคือ 'careful' ซึ่งมีความหมายทางด้านสติและการระมัดระวัง กับ 'caring' ซึ่งมีความหมายทางด้านความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม 2553
Posted by forgive , ผู้อ่าน : 1481 , 13:07:34 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

    

พุทธทาส

"รู้จักทำความพอใจในงานของตน"

ธรรมชาติสร้างร่างกาย จิตใจและสมองนี้ไม่เหมือนกัน
ฉะนั้น เราไม่อาจจะมีการงานเหมือนกันได้

ขอแต่ว่างานใดที่ทำแล้ว ดำรงชีวิตอยู่ได้

เราพอใจและมีความสุขก็พอแล้ว

"การทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์"

บางคนทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์ที่ดีที่สุดของตน
บางคนทำงานเพื่อเอาเงินไปซื้อเหล้ากิน ไปเที่ยวอบายมุข

นี่มันต่างกันอย่างไร ลองคิดดู

"การสมรสที่ไม่ตกเป็นทาสของกามารมณ์"

ถ้าเรามีความมุ่งหมายที่จะสมรสโดยคุณธรรมแล้ว
ก็ไม่ควรตกเป็นทาสของกามารมณ์
ซึ่งเป็นอาการของความบ้าวูบเดียว

"สร้างสันติสุขด้วยการช่วยผู้อื่น"

เราควรจะนำอุดมคติของโพธิสัตว์มาใช้ให้เป็นประโยชน์

ด้วยการฝึกหัดช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับความสุข ความพอใจอยู่เสมอ 
แล้วก็จะเกิดสันติสุขแก่จิตใจเราเอง ช่วยให้จิตใจเราสูงขึ้น

"การงานจะสำเร็จได้ด้วยความอดทน"

คนเรามีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอดเพราะว่าไม่มีความอดทน

การงานทุกชนิดจะลุล่วงไปด้วยดีต้องมีความอดทน 
ต่อให้มีปัญญาเลอเลิศเท่าไรก็ต้องล้มเหลวหมด ถ้าไม่มีความอดทน

"รู้จักทำงานโดยไม่ให้เป็นทุกข์"

ทำอย่างไรจึงไม่เป็นทุกข์ในการทำงาน

หน้าที่การงานเป็นสิ่งประเสริฐสำหรับมนุษย์

เราควรรู้สึกพอใจๆ อยู่ตลอดเวลาที่ได้ทำหน้าที่การงานนั้นๆ

"อุดมคติของโพธิสัตว์"

อุดมคติของโพธิสัตว์ก็คือ ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ 
กล้าสละชีวิตของตนเพื่อความรอดของผู้อื่น 
และมีความสุขในการทำหน้าที่

"เราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้"

เราอย่าไปคิดว่าเราอยู่คนเดียวในโลกได้

จงอยู่อย่างมีเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย

แล้วก็ช่วยเหลือกัน ในยามเจ็บไข้ ยามลำบาก

 แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน หรือต้นไม้ ก็ต้องช่วยเหลือด้วยเหมือนกัน

"การฝึกหัดช่วยผู้อื่น"

การตั้งจิตอธิษฐานว่า เราแต่ละวันๆ จะต้องทำอะไร

ที่ให้ผู้อื่นได้รับความพอใจ ชื่นอก ชื่นใจอย่างยิ่งครั้งหนึ่งเสมอ 
นี่แหละคือการฝึกหัดนิสัยให้เห็นแก่ผู้อื่น

"บุญกุศลสูงสุด"

สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล นี่ยังไม่ใช่กุศลสูงสุด
การช่วยคนให้ได้รู้แจ้งชัดธรรมะแล้ว นั่นแหละเป็นกุศลอันสูงสุด

เพราะทำให้คนพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้

"พระพุทธเจ้าเป็นนายแพทย์ของโลก"

พระพุทธเจ้านั้นเป็นนายแพทย์ผู้เยียวยาโลก ของสัตว์โลกทั้งปวง 
โดยมีธรรมะโอสถที่จะแก้ไขความทุกข์ของสัตว์โลกได้ 
เพราะความทุกข์นั่นแหละ เป็นโรคอย่างยิ่ง

"เป็นมนุษย์หรือเป็นคน"

คำว่า คน นี้มีความหมายว่าสักแต่ว่าเกิดมาเป็นคน

และมักจะหมุนไปในทางต่ำ

ส่วนคำว่า มนุษย์ นี้มีความหมายว่าเป็นผู้มีจิตใจสูง

มีการกระทำตามแบบของผู้มีจิตใจสูง

"อย่าแก้ตัวให้กิเลส"

การสร้างนิสัยหาทางออกให้กิเลสเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะว่าคนเรานี้มักจะหาข้อแก้ตัวให้กิเลสอยู่เสมอ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด แต่ก็พยายามหาข้อแก้ตัวในการทำผิดนั้นๆ จนติดเป็นนิสัย

"อุปสรรคทำให้ฉลาด"

อุปสรรคนั่นแหละจะทำให้คนฉลาดขึ้น

ความทุกข์ ความยากลำบากเหล่านี้ มาทำให้คนฉลาดขึ้นๆ

อย่าไปเป็นทุกข์กับมัน ศึกษาให้ดีๆ เถิด ก็จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

"ดีใจ - เสียใจ"

ดีใจ กับ เสียใจนี้ มันพอๆ กันแหละ

ดีใจก็กินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับ เสียใจก็กินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับ

ดีใจก็ไม่สงบ เสียใจก็ไม่สงบ

ต่อเมื่อไม่ดีใจ ไม่เสียใจ จึงจะเป็นความสงบ

"ความสุขที่แท้จริง"

ในความสุขที่มาทำให้ หลงใหล เพลิดเพลินนี้ 
ขอให้ระวังกันให้ดีๆ เพราะมันเป็นความสุขที่ซ่อนเร้น
อยู่ด้วยความทุกข์ อย่างมงายกับความสุขกันนักเลย

"ดูให้ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย"

ดูให้ดีมีแต่ได้ ไม่มีเสีย

อุปสรรคของชีวิตต่างๆ ดูให้ดีอะไรเข้ามาก็มาสอนทั้งนั้น

ที่เขาเรียกกันว่าความผิดก็เป็นครู ความถูกก็เป็นครู

                                                   "ความขัดแย้ง"   

พระพุทธเจ้าเกิดมาท่ามกลางลัทธิความเชื่อเดิมๆมากมาย

ต่ท่านไม่กล่าวคำขัดแย้งกับใครๆ

คำว่าความขัดแย้ง

ถ้าเป็นภาษาบาลีเรียกว่า อุปัททวะ ถ้าภาษาไทยก็คือ อุบาทว์

"นรก - สวรรค์ ที่แท้จริง"

การทำหน้าที่ด้วยความถูกต้องพอใจ จนยกมือไหว้ตัวเองได้

นั่นแหละคือสวรรค์ที่แท้จริง

แต่ถ้าทำสิ่งใดที่เกลียดตัวเอง จนยกมือไหว้ตัวเองไม่ได้

มันก็คือนรกนั่นเอง

"ความสุขที่หลอกลวง"

มนุษย์ทั่วไปมักจะหลงเอาความเพลิดเพลินที่หลอกลวง
ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ด้วยอำนาจกิเลสตัณหาว่าเป็นความสุข

ต้องสิ้นเปลืองเงินทองมากมาย

"ความถูกต้อง"

พุทธศาสนาสอนเรื่องความถูกต้อง ไม่ใช่สอนแต่เรื่องดีๆๆ

นี่ระวังไว้ด้วย เพราะว่าอาจจะบ้าดี เมาดีหลงดี

แล้วก็ชอบอวดดี จนหมดดีก็ได้

"การทำหน้าที่ของพระพุทธเจ้า"

การทำหน้าที่ของพระพุทธเจ้า แม้ในขณะที่ใกล้จะปรินิพพาน
ก็ยังกล่าวสอนนักบวชคนหนึ่งจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
นี่เรียกว่าท่านทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย

"ดีใจ-ใจดี 2"

มีใครคนหนึ่งพูดไว้เข้าทีดีว่า ดีใจนั้นยังใช้ไม่ได้หรอก
ต้องใจดีนี่ถึงจะใช้ได้

เพราะว่าดีใจจนเกินไป มันก็ทำให้กินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับ เหมือนกัน

"ความเห็นแก่ตัว 1"

ปัญหาของคนทั้งหมดมันมาจากความเห็นแก่ตัว

เดี๋ยวนี้คนมันเห็นแก่ตัวกันมากขึ้นๆ

การศึกษาทำให้คนฉลาด แต่ขาดธรรมะ

ยิ่งฉลาดมาก ยิ่งเห็นแก่ตัวลึก มันจึงแก้ยาก

"ความเห็นแก่ตัว 2"

สิ่งใดๆ ที่คนเขาสร้างสรรค์กันมาอย่างงดงาม คนเห็นแก่ตัวมันจะทำลายหมด

อะไรๆ ที่อุตส่าห์ทำมาดีแล้ว แต่พอความเห็นแก่ตัวเข้ามา

มันจะกลายเป็นไม่มีประโยชน์ไปเสีย

"โทษของความเห็นแก่ตัว"

สมมติว่าประชาชนทุกคนเห็นแก่ตัว เลือกผู้แทนมาก็จะได้ผู้แทนเห็นแก่ตัว

ไปตั้งรัฐบาลก็เป็นรัฐบาลที่เห็นแก่ตัว
แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ลองคิดดู?

"การศึกษายังเพิ่มความเห็นแก่ตัว"

การศึกษาสมัยนี้เจริญเหลือเกิน ถ้าเทียบกับสองสามร้อยปีก่อน 
แต่แล้วโลกก็ยังไม่มีสันติภาพ เป็นเพราะเรากำลังให้แต่ความฉลาด 
ยิ่งฉลาดยิ่งเห็นแก่ตัว ซึ่งมันมีแต่จะรบราฆ่าฟันกันมากขึ้น

"บุญคือเครื่องล้างบาป"

ความหมายแท้ๆ ของคำว่าบุญ คือเครื่องล้างบาป

ถ้าไม่ล้างบาปไม่ใช่บุญ 

เดี๋ยวนี้บุญกลายเป็นเรื่องสนุกสนาน เอร็ดอร่อย ตามที่กิเลสของตนต้องการ
กลายเป็นเพิ่มบาป ไม่ได้ล้างบาปเลย

"การงานคืออะไร"

การงานคือสิ่งที่คู่กันกับชีวิตหรือหน้าที่ของชีวิตโดยตรง 
และต้องเป็นหน้าที่อันถูกต้องด้วย
หน้าที่อันถูกต้องนั้นพิสูจน์ได้ โดยความเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

"ทุกคนควรทำหน้าที่ให้ถูกต้อง"

พูดสั้นๆ ว่า

ถ้าคนทุกคนในโลกทำหน้าที่ของตนๆ อย่างถูกต้อง 
ตามหน้าที่ของแต่ละคน เท่านั้นแหละพอ
โลกนี้ก็จะมีสันติภาพ

   

"ปีใหม่ต้องก้าวหน้าไป"

การขึ้นปีใหม่ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ปีเก่า 
เพราะฉะนั้นอย่าให้ชีวิตมันซ้ำรอยหรือย่ำเท้าอยู่กับที่ 
ขอให้ก้าวหน้าไปๆ เรื่อยๆ

จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

  

ป.อ. ปยุตโต

"อะไรคือความเจริญ"

ตัวความเจริญที่แท้จริงประกอบไปด้วยกระบวนการความรู้ ความคิด

และการประดิษฐ์สร้างสรรค์วัตถุสิ่งของ
ไม่ใช่ตัววัตถุสิ่งของที่เราซื้อมาเพื่อการเสพบริโภคเท่านั้น

"กำลังปัญญา 2"

ในยุคแห่งการแข่งขันกันในปัจจุบันนี้

ต้องถือว่ากำลังปัญญานี่สำคัญที่สุด

ตั้งแต่โบราณมาแล้วทัพเล็กๆ นิดเดียวชนะทัพใหญ่ได้ก็ด้วยกำลังปัญญา

"ปาฏิหาริย์ ๓ ชนิด"

พระพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญอิทธิปาฏิหาริย์อื่นใด

นอกจากอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือคำสั่งสอนเพื่อให้เรารู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ
อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นประโยชน์

และควรจะประพฤติตนอย่างไร

"สังคมแห่งอบายมุข"

การเสพสุราของมึนเมา, การเที่ยวกลางคืน, ชอบเที่ยวดูการละเล่น,
ติดการพนัน, คบคนชั่ว, เกียจคร้านการทำงาน
อบายมุขทั้งหกอย่างเวลานี้สังคมไทยนั้นเป็นกันมาก

"บำรุงศาสนาให้ถูกทาง"

การคิดช่วยบำรุงพระพุทธศาสนา ต้องทำให้ถูกทาง

เราต้องรู้ว่าทำอย่างไรให้วัดเป็นแหล่งเผยแพร่ธรรมะแก่ประชาชน เราก็ทำอันนั้น
ไม่ใช่ทำเรื่อยเปื่อย ทำส่งๆ ไปอย่างนั้น

บางทีทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

"พ่อแม่ทำงานหนักเพื่อลูก"

พ่อแม่ถึงจะต้องทำงานหนักเหน็ดเหนื่อย ก็เพื่อลูกนั่นแหละ 
ถ้าพ่อแม่เห็นลูกประพฤติดี เอาใจใส่ในการศึกษาเล่าเรียน

ไม่ประพฤติเกเร พ่อแม่ก็มีความสุข

"อนิจจังเตือนให้ไม่ประมาท"

สิ่งทั้งหลายไม่เที่ยงแท้แน่นอน

เราจะมัวประมาทนอนใจอยู่ไม่ได้

มีกิจธุระหน้าที่ความดีอันใดต้องทำ ก็รีบทำด้วยความไม่ประมาท

"ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์"

ไม่พึงหวนละห้อยกับความหลัง ไม่มัวเพ้อฝันถึงอนาคต
สิ่งใดล่วงแล้วก็ผ่านไป สิ่งใดยังไม่ถึง สิ่งนั้นก็ทำไม่ได้
สิ่งที่ทำได้แน่นอนคือปัจจุบันนี้

"หวังจะได้หรือหวังจะทำ"

การหวังจะได้ต้องรอการบันดาลจากผู้อื่น

แต่ชาวพุทธสอนเรื่องหวังจะทำคือการกระทำด้วยปัญญา

เมื่อมองเห็นความสำเร็จแล้วก็ลงมือทำ

ไม่มัวมารอความหวังจากผู้อื่น

"สื่อชักนำสังคม"

เวลานี้สื่อมวลชนก็ควรจะทบทวนตัวเองด้วยว่า

เราจะชักจูงสังคมให้ไปแต่เรื่องชั่วร้าย เรื่องบาปๆ ทั้งนั้นหรือเปล่า

ทำอย่างไรจะชักจูงให้คนไปในเรื่องกุศล เรื่องความดี มากขึ้น

"ปล่อยวางแต่ไม่ประมาท"

เมื่อเราเห็นความจริงของชีวิต เราก็จะรู้สึกปล่อยวางเบาสบาย
บางทีก็จะเรื่อยเฉื่อย กลายเป็นปล่อยปละละเลยอยู่ในความประมาท

ดังนั้นต้องระวังอย่าประมาท

"ความสันโดษและความไม่สันโดษ"

พระพุทธเจ้าสอนเรื่องความสันโดษในวัตถุสิ่งเสพบริโภค

และสอนอีกว่า ไม่ให้สันโดษในกุศลธรรม

ให้ทำให้มากในกุศลธรรมทั้งหลาย

"อย่าอ้างความปล่อยวาง"

อย่าเอาความปล่อยวางมาอ้าง

ความปล่อยวางเป็นเรื่องจิตใจที่เป็นอิสระไม่ยึดติด

แต่ในการทำกิจของตนที่ต้องทำ 
อย่าปล่อยวางจนกลายเป็นปล่อยปละละเลย

"ข้อปฏิบัติในเรื่องอนิจจัง"

ในเรื่องอนิจจังคือสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยงแท้แน่นอน

เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย เราต้องเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงนี้

แล้วกระทำให้ถูกตามเหตุปัจจัยด้วยความไม่ประมาท

"ความหมายของอายุ"

คำว่าอายุในภาษาพระนี่เป็นความหมายที่ดี

ถ้าอายุมากแสดงว่ามีพลังชีวิตมาก คือมีฉันทะความพอใจในการมีชีวิต

อันเป็นปัจจัยที่ทำให้ชีวิตยืนยาว

"ปาฏิหาริย์พระคุณแม่"

พระคุณของแม่มีปาฏิหาริย์มาก

พอพูดคำว่าแม่เท่านั้นแหละน้ำตาไหลขึ้นมาทันที

คนที่จะทำชั่วเขาอาจจะงดการกระทำนั้นเลยก็ได้

นี่คือปาฏิหาริย์ของพระคุณแม่

"เวลากับความรู้สึก"

วันเวลาที่แท้จริงนั้น มีความยุติธรรมเสมอกันหมด 
แต่ที่ว่าช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่ความรู้สึกของเราเองต่างหาก

ที่อยากจะให้เวลามันช้าหรือเร็ว

"การศึกษาสร้างคน"

เราต้องตระหนักกันว่า การให้การศึกษาถือเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

คนจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้หรือไม่นั้น 
ก็อยู่ที่การศึกษาเป็นสำคัญ

"เรื่องอาชีพเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษย์"

อาชีพทุกอย่างมีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาชีวิตและสังคม
ถ้าทำให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ก็เรียกว่ามีสัมมาอาชีพ

แต่ถ้าทำผิดไปก็เรียกว่าเป็นมิจฉาชีพ

"ธรรมะได้ผล คนต้องปฏิบัติ"

เรารู้หลักการของพุทธศาสนาเช่น ตนเป็นที่พึ่งของตนกันดีแล้ว
แต่ทำอย่างไรตนจึงจะเป็นที่พึ่งของตนได้ นี่สำคัญมาก
เพราะธรรมะจะได้ผล คนต้องปฏิบัติได้ด้วย

"การก่อเวรและจองเวรกัน"

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร 
อันนี้เป็นความจริงในหมู่มนุษย์เรา

ถ้าหากสร้างเวรแล้วตามจองเวรกัน มันก็ไม่รู้จักจบสิ้น

"ถึงจะยาก ก็ต้องทำ"

การแก้ปัญหาการรบราฆ่าฟันกันของคนบนโลก
ก็ต้องมีหลักการที่จะต้องทำ

จะมาอ้างว่าพูดมันง่าย แต่ทำมันยากนั้นไม่ได้

เพราะถ้าอยากให้เกิดสันติภาพก็ต้องทำตามหลักการ

"ความเป็นมนุษย์สากล"

ความเป็นมนุษย์สากลหมายความว่า

จะเป็นคนเกิดที่ไหน อยู่ที่ไหน มันไม่มีความแบ่งแยก

ก็ถือว่าเป็นมนุษย์ทั้งนั้น

ถ้ามองอย่างนี้การรบราฆ่าฟันกัน มันก็ไม่เกิดขึ้น

"จะพึ่งตนต้องฝึกตน"

ตนเป็นที่พึ่งของตน จะพึ่งตนเองได้

ก็ต้องฝึก ศึกษา ปฏิบัติตนเองเพื่อให้เป็นที่พึ่งได้

ถ้าไม่ฝึก ไม่ศึกษา ปฏิบัติตนแล้ว ตนจะเป็นที่พึ่งของตนได้อย่างไร

"วัฒนธรรมแบบปกป้องตัวเอง"

วัฒนธรรมใดมีท่าทีแบบปกป้องตัวเอง

ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ตัวเองนี้เป็นฝ่ายรับ และกลัวว่าจะสูญเสีย

พูดง่ายๆ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 
ไม่สามารถเป็นฝ่ายรุกแผ่ขยายไปให้เขายอมรับตนได้

"แก้ปัญหาวัยรุ่น"

การแก้ปัญหาสังคมนั้นจะต้องมีอะไรที่สร้างสรรค์ให้คนทำ 
เป็นการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องแก้

เมื่อเขามีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สร้างสรรค์นั้น
เขาจะลืมทำสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาไปเอง

"ทุกข์ได้ง่าย สุขได้ยาก"

คนปัจจุบันนี้สุขได้ยากขึ้น ทุกข์ได้ง่ายขึ้น 
ทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็ทุกข์ เจออะไรแล้วไม่ได้อย่างใจก็ทุกข์ 
มาไม่ทันใจหน่อยก็ทุกข์ ใครทำไม่ถูกใจหน่อยก็ทุกข์

"วินัยช่วยสร้างสรรค์ชุมชน"

วินัยไม่ได้แปลว่าเครื่องบังคับ 
แต่วินัยแปลว่าเครื่องนำไปให้วิเศษ
คือช่วยให้ชุมชนนั้นสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ให้ดำเนินไปได้ด้วยดี

"ก้าวไปให้ได้ปัญญา"

คนไทยเรามีน้ำใจยิ้มแย้มแจ่มใส เรียกว่ามีวัฒนธรรมแห่งเมตตา 
แต่วัฒนธรรมทางด้านปัญญาเราก้าวไปได้น้อยเหลือเกิน 
ด้านเมตตาเราดีแล้ว แต่เราต้องก้าวไปให้ถึงปัญญาด้วย

                                               "การอยู่กับโลกาภิวัตน์"

การอยู่กับโลกยุคโลกาภิวัตน์นี้

เราไม่ควรอยู่แบบสุดโต่ง คือไม่ตามเขา ก็ต้านเขา
แต่เราต้องรู้จักตัวเราและรู้เท่าทันชาวโลกเขาด้วย
เพื่อเลือกเอาสิ่งดีๆ มาปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้น

   

"ก้าวไปกับปีใหม่"

วันนี้เรากำลังจะเข้าปีใหม่

เมื่อกาลเวลาก้าวไป เราก็ต้องก้าวหน้าด้วย

และต้องก้าวไปอย่างดีที่สุด
ให้ประสพความดีงามและความสำเร็จ

   

      

ว.วชิรเมธี

"ความโลภของมนุษย์"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า

ต่อให้ฝนตกลงมาเป็นเงินเป็นทองสูงท่วมหัวเข่า

มนุษย์ก็ยังบอกว่าให้ตกลงมาอีก
ยังไม่พอ นี่คือโลกของความจริง

"หลงติดในคุณค่าเทียม 1"

วิธีคิดแบบคุณค่าที่แท้นั้น

เราจะต้องถามตัวเองว่า สิ่งนี้จำเป็นกับชีวิตของเราไหม
และประโยชน์ที่แท้จริงของสิ่งนี้คืออะไร

"หลงติดในคุณค่าเทียม 2"

เราบริโภคใช้สอยปัจจัยสี่

จะไม่ค่อยได้ใช้ตามคุณค่าที่แท้จริงของมัน

แต่จะใช้ไปตามคุณค่าเทียม

คือใช้เพื่ออวดฐานะ อวดความโก้เก๋เสียเป็นส่วนมาก

"หลงติดในคุณค่าเทียม 3"

ทุกวันนี้ที่เราต้องซื้อหาสิ่งของราคาแพงๆ

ก็เพราะว่าเราพยายามหาเปลือกของชีวิตมาพอกพูนตัวเอง

และคิดว่าเปลือกอันเป็นคุณค่าเทียมนั้น มันจะทำให้เราดูดี

"ความไม่รู้จักพอ"

ความรู้จักพอกับทุกๆ เรื่องในการใช้ชีวิต

นั่นคือหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ส่วนความไม่รู้จักพอ
นั่นแหละเป็นการผิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

"การรู้จักคุณค่าที่แท้"

วิธีคิดแบบคุณค่าเทียมคือจะต้องวิ่งไปตามแฟชั่น

สิ่งของเครื่องใช้ ก็ต้องคอยฟังตามคำพูดของคนอื่นว่าเขาจะว่าอย่างไร

นี่คือสิ่งที่ทำให้เราต้องจ่ายแพงขึ้นกว่าความต้องการจริงๆ ของชีวิต

"ลำดับความต้องการของมนุษย์"

พุทธศาสนามองว่า

ผู้ที่ยังอยู่ในขั้นความต้องการด้านวัตถุพรั่งพร้อม คือผู้ที่มีพัฒนาการทางปัญญาแค่ขั้นต้น
แต่ในเมืองไทยกลับมองเป็นยอดมนุษย์ นี่คือความเข้าใจผิดอย่างแรง

"อินเทรนด์-อินทุกข์"

ถ้าเราอยากจะทำตัวตามสมัย เราก็จะต้องทุกข์ทุกยุคสมัย

เพราะว่าแฟชั่นมันไม่มีจุดจบ
เรียกว่าเมื่ออินเทรนด์ก็ต้องอินทุกข์ไปด้วย

"อยู่ด้วยกันต้องดูแลกัน"

เมื่อเราอยู่ในองค์กรเดียวกัน ต้องมาร่วมงานกัน
อย่าคิดแต่จะเอาประโยชน์ของกันและกันอย่างเดียว
แต่ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วย

"สิทธิส่วนบุคคลที่แท้จริง"

สิทธิส่วนบุคคลนั้นไม่ใช่การทำอะไรก็ได้
ตามแต่ใจของตนต้องการ หรือตามใจกิเลสของตนเอง

นี่คือสิทธิในทางที่ผิด

"ไอน์สไตน์กับศาสนา"

ไอน์สไตน์ประกาศตัวว่าฉันเป็นคนไม่มีศาสนา
แต่ถ้าจะให้เลือกนับถือ ฉันจะเลือกนับถือศาสนาพุทธ

นี่เป็นเพราะอะไร? ลองคิดดู

"โลกนี้-โลกหน้า"

พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าโลกหน้ามีจริง

ความดีที่เราทำก็ตามไป เป็นผลกำไรของเรา

ถ้าโลกหน้าไม่มีจริง 

ความดีที่เราทำในโลกนี้ก็จะคุ้มครองเราให้อยู่เย็นเป็นสุข

"ชอบเอาหูไปรองเกี๊ยะ"

หลวงปู่บุดดากล่าวว่าพวกเราทั้งหลายชอบเอาหูไปรองเกี๊ยะ

หมายความว่าเรื่องของคนอื่น

เราชอบรับเอามาเป็นเรื่องของตัวเองไปเสียหมด

"แกว่งเท้าหาเสี้ยน"

ความทุกข์ของคนจำนวนมาก

เกิดขึ้นเพราะเราชอบไปยุ่งย่ามกับเรื่องของชาวบ้านมากไป

เรียกว่า ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน

“ลิงกำถั่ว"

ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา มันจบลงไปแล้วตั้งแต่มันเกิด 
แต่บางทีเราก็เก็บไว้ข้ามวันข้ามคืน

เพราะเราชอบเก็บปัญหาเอาไว้ในใจ ไม่ยอมปล่อยวาง

"ถือมั่นมาก ก็ทุกข์มาก"

ความทุกข์เป็นปฏิกิริยาผกผันกับความยึดติดถือมั่นของเรา 
เรายึดติดถือมั่นมาก ก็ทุกข์มาก

ยึดติดถือมั่นน้อย ก็ทุกข์น้อย

ไม่ยึดติดถือมั่น ก็ไม่ทุกข์

"แผ่เมตตาเพื่อหยุดริษยา"

ก่อนนอนเราควรนึกแผ่เมตตากับคนที่เราริษยา โกรธเกลียด

เพราะความริษยาโกรธเกลียด 
มันเป็นตัวทำลายความสุขของเราทุกคืนวัน

"ไม่ริษยาใคร สบายใจจริง"

เมื่อเราไม่รู้สึกว่าต้องแข่งขันกับใครก็จะไม่มีใครริษยาเรา

มื่อไม่คิดว่าเราเหนือกว่าใคร
ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเหนือกว่าเรา

"การทำงานตามหน้าที่"

การทำงานตามหน้าที่ โดยไม่ได้คิดว่าเพื่อจะไปแข่งกับใคร
แต่ทำงานไปด้วยจิตใจอันราบรื่นตามหน้าที่ 
คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ชีวิตมีความสุข

"แผ่เมตตาอายุยืน"

ถ้าเราอยากนอนหลับให้สบาย เราต้องลดความริษยาในใจ 
ด้วยการแผ่เมตตาทุกคืนทุกวัน

ทำได้เช่นนี้จะมีความสุขมาก หลับสบายและอายุยืน

                                               "ธรรมะจากในหลวง (กตัญญู)"    

ในหลวงทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์ที่กตัญญู

พระองค์ทรงยกย่องพระบรมราชชนนียิ่งกว่าพระองค์ท่าน

เมื่อเสด็จออกงานทุกครั้ง 
จะทรงประคองพระบรมราชชนนีด้วยพระองค์เองเสมอ

"สุดยอดแห่งคุณธรรมคือกตัญญู"

ความกตัญญูเป็นศูนย์รวมของคุณธรรมทั้งหมด 
คนกตัญญูกล่าวได้ว่าเป็นคนที่มีเกียรติที่สุดในโลก

ทพก็ชื่นชม คนก็สรรเสริญ

"อย่าสร้างทุกข์ให้พ่อแม่"

คนบางคนในเวลาที่ไม่มีทุกข์อะไร ก็อ้างว่าไม่มีเวลาให้กับพ่อแม่เลย

แต่พอมีความทุกข์ขึ้นมา ก็จะนึกถึงท่าน 
แล้วยังเอาปัญหาของเราไปให้ท่านรับรู้ สร้างความทุกข์ให้ท่านอีก

"อย่ารอเวลาที่จะทำดีต่อพ่อแม่"

ถ้าเราอยากจะทำดีให้กับพ่อแม่ อย่ารอเวลา

อยากจะมอบอะไรให้แก่ท่าน มอบเลย

เพราะบางทีวันที่เราจะมอบให้แก่ท่าน 
ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้อีกต่อไปแล้วก็ได้

"ใช้ใจฟังธรรม"

ครั้งพุทธกาลเมื่อฟังธรรมะจบมีคนบรรลุธรรมมากมาย

เพราะเขาใช้ใจฟัง 
แต่คนทุกวันนี้ก็ฟังธรรมะเหมือนกัน แต่ไม่บรรลุ
เพราะเขาฟังหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวา

"ใจสำคัญที่สุด"

มีพุทธพจน์ตรัสว่า

ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ใจสำคัญที่สุด

หากมีใจคิดดี มีใจผ่องแผ้ว
การพูด การทำก็ดีตาม เสมือนเงาติดตามตัว

"การประเมินค่า"

ความคิดคือผู้ประเมินค่าของสรรพสิ่ง
สรรพสิ่งจะมีคุณค่า มีความหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราคิดยังไง

เราให้ค่า ให้ความหมายต่อสิ่งนั้นอย่างไร

"คิดแบบแก้ปัญหา"

การคิดแบบอริยสัจจ์หรือคิดแบบแก้ปัญหานี้ 
มีแนวคิดหลักๆ อยู่ว่า
ทุกปัญหาย่อมมีเฉลย

ทุกคำถามย่อมมีคำตอบ

  

"ความทุกข์ให้กำหนดรู้"

ถ้าเกิดความทุกข์ขึ้นมา

เราต้องกำหนดรู้ว่าความทุกข์ที่เราเจออยู่นี้มันคืออะไรแน่ 
ทุกข์มีไว้เพื่อกำหนดรู้และศึกษา

ไม่ใช่ทุกข์มีไว้เพื่อเป็นทุกข์




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
pierra วันที่ : 30/12/2010 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

พระธรรมชักนำชีวิตให้มีความสุขและเจริญงอกงามในจิตใจ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]