• tombass
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : TOMBASS11@GMAIL.COM
  • วันที่สร้าง : 2011-08-14
  • จำนวนเรื่อง : 102
  • จำนวนผู้ชม : 150018
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
HOT : House of Tom
Nothing Impossible, Just do it !!!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tombass
วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2558
Posted by tombass , ผู้อ่าน : 1514 , 04:36:56 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน แม่หมี , wansuk และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ตอนที่แล้วโม้มากไปหน่อย เลยยังไปไม่ถึงที่หมายเสียที หมดแรงซะก่อนต้องนอนชะอำไปเสียหนึ่งคืน เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์สบายๆ ทริปจริงจริ๊งงงง ตามสโลแกนประจำตัวผมที่ว่า “เที่ยวไปเรื่อย เมื่อยก็หยุด” (ฮ่าๆๆ ..)

มาต่อกันเลยดีกว่า อย่าได้ปล่อยให้ผมได้พร่ำ เพราะเดี๋ยวจะมัวแต่พาย่ำอยู่กับที่ โพสนี้จะพลอยยืดยาวกันอีก เขียนไม่ต้องจบกันพอดี ..

หลังจากที่เมื่อคืนเอาแบงค์ร้อยหนึ่งใบไปแลกปลาหมึกตัวย่อมๆ ขนาดประมาณฝ่ามือเด็กประถมมาได้สองตัว อร่อยปากสบายท้องนอนหลับปุ๋ยไปท่ามกลางสายฝนพรำกระทบหลังคาด้านหลังห้องพักเสียงดังจั่กๆๆ ฟังเพลินระเริงหูหลับคุดคู้จนตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ทันเลยพลาดไปอีกวันแล้วสิเรา ลืมตาตื่นมาก็เก้าโมงเช้ารีบจัดการธุระปะปังส่วนตัวให้เรียบร้อยเพราะวันนี้ผมมีกำหนดการส่วนตัวเอาไว้ว่าจะต้องไปให้ได้สองที่แล้วจะกลับกรุงเทพฯ ในค่ำคืนนี้เลย จะมัวมาเถลไถลอยู่ไม่ได้มิฉะนั้นตารางเวลาที่วางไว้คงจะคลาดเคลื่อนไปจนผิดแผนแน่นอน ด้วยเหตุนี้เสบียงที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานจึงถูกจัดการเป็นที่เรียบร้อยแบบรีบๆ คืนกุญแจรับมัดจำแล้วไปออกไปเก็บภาพทะเลตอนสายอีกสักนิด


แดดส่องฟ้าเป็นสัญญาวันใหม่ .. ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ..


ทั้งที่แดดเปรี้ยงๆ .. แต่เค้าก็นอนหลบแดดอยู่ในซอกหินแบบสบายๆ .. / ปูลมตัวเล็กๆ เห็นเด็กๆ ชอบวิ่งไล่จับเอามาเล่นกัน .. ปล่อยไปเถอะครับ เพราะนี่คือหนึ่งในห่วงโซ่อาหารที่คัดสรรโดยธรรมชาติมาอย่างดีแล้ว

สายวันนี้แดดร้อนเปรี้ยงดีแท้ผิดกับเมื่อเย็นวานราวฟ้ากับเหว ออกสำรวจริมหาดท้าแดดลมของทะเลชะอำสักนิด จะได้หาข้อมูลการเดินทางไปพระราชนิเวศน์มฤคทายวันอันเป็นจุดหมายแรกของวันนี้จากคนพื้นที่สักหน่อย เพราะนี่เป็นการเดินทางไปเยี่ยมเยือนเป็นครั้งแรกของผมด้วยเลยต้องมีการสืบเสาะเคาะหาข้อมูลเพิ่มเติมสักนิดจนได้คนใจดีแถวนั้นช่วยกันบอกช่วยกันอธิบายด้วยความเป็นมิตรและไมตรีจิตให้กับนักเดินทางผู้โดดเดี่ยวเช่นผม จนได้ความว่าจากริมถนนใหญ่(ก็ถนนเพชรเกษมนั่นแหละ..) มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่างเพชรบุรีไปปราณบุรีมาเป็นระยะๆ แล้วก็ยังมีรถตู้โดยสารกรุงเทพฯ-หัวหิน-ปราณฯ ก็สามารถไปได้เหมือนกัน ไปลงที่หน้าค่ายฯ ได้เลย


หันมาจับปูตัวนี้แทนดีป้ะ ..? / ป้ายรถประจำทางครับ .. รอรถกันได้ที่นี่ ..

ผมกล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับและความช่วยเหลืออย่างอบอุ่นจากชาวบ้านชะอำ พร้อมกล่าวคำอำลาและให้สัญญากับตัวเองว่าผมจะกลับมาเยี่ยมเยือนทุกคนที่นี่อีกครั้งเมื่อมีโอกาสอย่างแน่นอน จากนั้นเรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่จอดรออยู่แถวนั้นให้ช่วยไปส่งที่ป้ายรถประจำทางริมถนนใหญ่ด้วยสนนราคาที่ไม่น่าประทับใจต่างจากความรู้สึกที่ได้รับจากริมทะเลเมื่อสักครู่นี้โดยสิ้นเชิง แต่ไม่เป็นไรผมถือว่าต่างคนต่างหากินกันไปตามประสาแค่อารมณ์สะดุดเล็กน้อยเท่านั้น

รอรถอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง มีรถตู้มาครับแต่ผมอยากนั่งรถหวานเย็นที่วิ่งระหว่างอำเภอแบบนี้ จะได้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างออกไปนะครับ คนท้องถิ่นจะใช้บริการรถแดง(รถหวานเย็นที่ผมเรียกนั่นแหละครับ..)มากกว่า ผมสามารถจะสอดส่องเฝ้ามองชีวิตประจำวันของคนพื้นถิ่นได้อย่างใกล้ชิดมากกว่า ด้วยความที่รถประจำทางแบบนี้จะวิ่งค่อนข้างช้าไม่รีบเร่ง โอกาสที่จะได้ซึมซับบรรยากาศโดยรอบจะมีมากกว่า มีชาวบ้านขึ้น-ลงตลอดทางทำให้ได้เจอได้พบปะพูดคุยกับผู้คนมากหน้าหลายตา ได้แลกเปลี่ยนสื่อสารปฏิสัมพันธ์ต่อกันเป็นการเรียนรู้บางสิ่งที่ไม่ได้มีโอกาสได้พบเห็นจากในหนังสือหรือตำราทางวิชาการเล่มหนาที่ผู้แต่งตั้งใจเขียนให้อ่านด้วยภาษาไทยที่แม้จะแปลเป็นไทยอีกรอบก็ยังเข้าใจยากอยู่เช่นเดิม(ฮา ..)

รถหวานเย็นของผมจอดนิ่งสนิทเลยค่ายไปนิดเพราะเข้าใจผิดคิดว่าผมจะไปลงค่ายทหาร แต่พระราชนิเวศน์ฯ ตั้งอยู่ในค่ายพระรามหก อันเป็นค่ายตำรวจตระเวณชายแดนต่างหาก เดินย้อนกลับมานิดหน่อยพอเรียกเหงื่อซึมๆ เปียกเสื้อจากอากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวของแดดที่แรงขึ้นตามตำแหน่งที่ลอยสูงขึ้นของดวงอาทิตย์ เดินผ่านป้อมรักษาการณ์เข้าไปถามเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้าไปอย่างไร คำตอบที่ได้คือเดินครับ ผมลองวัดระยะทางจากกูเกิ้ลแมพได้ประมาณ 3.5 กิโลเมตรครับ พอเดินได้สบายๆ เพราะมีต้นไม้ตลอดทาง ร้อนบ้างร่มบ้างคละเคล้ากันไปได้อรรถรสการเดินทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่หน่วยรักษาการณ์ด้านหน้าแนะนำว่าถ้าเดินๆ ไปเจอรถกระบะของเจ้าหน้าที่ก็ขอติดรถไปลงข้างในก็ได้ครับ


ด้านหน้าทางเข้าพระราชนิเวศน์ฯ ครับ .. (ภาพจาก Official facebook ของค่ายพระรามหก)


มีป้ายบอกตลอดทางครับ ../ หนทางยังอีกยาวไกล .. มองยังไม่เห็นปลายทาง ..


ข้ามสะพานพระรามหก(2) .. / เดินตามป้ายไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ ..

ผมเลือกที่จะเดินเข้าไปเพื่อจะได้เก็บภาพบรรยากาศตามรายทางและฝึกความอึกถึกทนของสภาพร่างกายไปในตัวด้วย ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะแวะถ่ายรูปไปเรื่อยตามประสาคนบ้าเที่ยวถ่ายรูปอย่างผม สุดท้ายก็เดินมาถึงทางเข้าพระราชนิเวศน์จนได้ในเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเศษๆ ซื้อบัตรผ่านประตูกันก่อนแล้วเดินต่อเข้าไปอีกประมาณสอง-สามร้อยเมตรก็จะเจอกับป้ายทางเข้าที่เขียนว่า “มฤคทายวัน” มุมมหาชนที่ทุกคนจะต้องมาเก็บภาพตัวเองกับป้ายนี้เอาไว้เป็นที่ระลึก


ทางเข้าด้านหน้าครับ .. ซื้อบัตรผ่านประตูเข้าไปแล้ว ยังต้องเดินต่อไปอีกสักสองร้อยเมตรครับจะเจอมุมมหาชน ..


มุมมหาชน .. ที่ทุกคนต้องไม่พลาดเก็บภาพสวย .. “มฤคทายวัน”

สำหรับใครที่พกกล้องมาถ่ายภาพก็ให้เดินเลยป้ายที่ว่านี่ไปอีกนิด ตรงเข้าไปที่ศาลาด้านซ้ายมือเพื่อเขียนใบลงทะเบียนกล้องกันเสียก่อนนะครับ แล้วค่อยย้อนกลับมาเข้าไปสู่อดีตกาลกับพระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง ภาพแห่งจินตนาการของอดีตอันงดงามของเหล่าเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ที่เคยเสด็จมาถวายงานให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรีอันเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

ผมมีตำนานเกี่ยวกับพระราชนิเวศน์แห่งนี้มาฝากกันด้วยครับ

พระราชนิเวศน์แห่งนี้มีตำนานที่เล่าขานต่อๆ กัน สืบเนื่องมาจากเมื่อคราวที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจีทรงพระครรภ์นั้น พระมหาธีรราชเจ้าทรงพระเกษมสำราญยิ่งด้วยทรงมุ่งหวังว่าจะทรงมีพระราชปิโยรส แต่ความหวังทั้งมวลก็สิ้นสลายเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่สามารถมีพระประสูติกาลได้ ยามนั้นพระองค์ท่านทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยเป็นห่วงและเศร้าสร้อย ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานแห่งนี้ อย่างไรก็ดีพระราชนิเวศน์ยังเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงบังเกิดพระราชประดิพัทธ์ในความรักครั้งต่อมากับคุณสุวัทนา ซึ่งต่อมาทรงสถาปนาเป็นเจ้าจอมสุวัทนาและพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ตามลำดับ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันพร้อมด้วยพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งมีพระครรภ์พระหน่ออีกครั้งระหว่างวันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2468 การเสด็จครั้งนี้เสมือนหนึ่งการเสด็จมาเพื่ออำลาพระราชนิเวศน์ที่ทรงรักโดยแท้ เพราะเมื่อเสด็จกลับพระนคร อีก 5 เดือนพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ประสูติพระราชธิดาแล้ว วันรุ่งขึ้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคต

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ ถนนเพชรเกษม บริเวณกิโลเมตรที่ 216-217 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเลซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” ลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้สักทอง

พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด

พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา
พระที่นั่งพิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอาคารข้าราชบริพารฝ่ายหน้าเป็นบริวารหลายหลังและมีแนวระเบียงยื่นลงสู่ทะเลเป็นที่ลงสรงน้ำ
และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ 2 ครั้งคือเรื่องพระร่วงและวิวาห์พระสมุทร

ในปี พ.ศ.2484 เจ้าพระยารามราฆพ ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวันและได้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน  เป็นประจำทุกปี

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. ปิดวันพุธ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ  ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โทร.0 3250 8444-5, 0 3250 8039


เดินชมความงดงามของสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรปที่กลมกลืนกันได้อย่างลงตัว ..

ได้สดับรับฟังตำนานเล่าขานนานมาจากปากต่อปาก จากรุ่นสู่รุ่น ก็สมชื่อแล้วกับที่เป็นพระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง เพราะเป็นอนุสรน์แห่งความรักและความหวังขององค์ธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 นั่นเอง เอาล่ะผมจะพาย้อนสู่อดีตกาลเพื่อเข้าไปเยี่ยมชมพระราชวังฤดูร้อนที่ครั้งหนึ่งเคยมีข้าราชบริพารทั้งฝ่ายในและฝ่ายหน้าต่างเดินกันไป-มาขวักไขว่ในห้วงเวลาที่ย้อนกลับไปเกือบร้อยปี ความงดงามอ่อนช้อยแห่งสถาปัตยกรรมแห่งนี้ที่ยังคงรักษาไว้ให้คนไทยรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ไทยที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวที่สุด

จากตรงนี้ผมขอเล่าเรื่องด้วยแคปชั่นใต้ภาพดีกว่า เพื่ออรรถรสในการรับชมที่จะได้ไม่ต้องสะดุดขาดตอนจากสำนวนเชยๆ ของผม(ฮ่าๆๆ ..)


อ่านประวัติของพระราชนิเวศน์ฯ กันสักหน่อย .. เอาไว้ประดับความรู้ครับ ..


จัดนิทรรศการกันอยู่ .. มาถึงทั้งทีมีหรือที่ผมจะพลาด .. ต้องขอเข้าไปดูสักหน่อยล่ะ..


พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในพระอิริยาบทต่างๆ ..


ห้องจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ..


ทรงพระเจริญ … /|\ …


ออกมาเดินกินลม(ทะเล)ชมวังกันสักหน่อย ..


นั่งเหงาๆ กับตัวเราคนเดียว .. / สวนสวยที่จัดเอาไว้อย่างงดงาม แต่ละสวนมีชื่อต่างๆ กันนะครับ .. คลิ๊กเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม


วันที่ผมไป .. ศาลาลงสรงกำลังปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ เลยพลาดโอกาสเข้าไปชมเลย ..


ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง .. เหมือนได้ย้อนไปอยู่ในอดีตจริงๆ ..


ปิดไว้ไม่ให้ขึ้น .. ถ้าจะขึ้นต้องเอาแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านในก่อนครับ เพราะพระที่นั่งแต่ละองค์มีอายุร่วมร้อยปี เพื่อความปลอดภัยของตัวอาคาร, สิ่งก่อสร้างและตัวนักท่องเที่ยวเอง เจ้าหน้าที่จึงจัดให้ขึ้นชมได้เป็นรอบโดยจำกัดจำนวนคนที่จะขึ้นไปชมด้วย .. / สุดทางคือศาลาลงสรง ที่ตั้งอยู่บนชายหาดเลยครับ ..


หากมีความประสงค์จะขึ้นชมบนตัวพระที่นั่ง .. ต้องรับบัตรคิวและขึ้นเป็นรอบๆ ไปครับ และที่สำคัญห้ามถ่ายภาพด้านบนพระที่นั่งโดยเด็ดขาด กรุณาให้ความร่วมมือกันด้วยนะครับ


เดินต่อไปยังศาลาลงสรงไม่ได้ .. ทางนี้ปิดปรับปรุง .. / จุดคืนถุงสำหรับใส่รองเท้าที่เค้าจะแจกให้ใส่รองเท้าของเราแล้วสะพายติดตัวไปด้วย เพราะทางขึ้นกับทางลงจะเป็นคนละทางกัน


พระที่นั่งทั้งสามของพระราชนิเวศน์ครับ .. อยากรู้ไม๊ว่าชื่ออะไรบ้าง? .. คลิ๊กตามไปอ่านกันเลยครับ ..


บริเวณอาคารที่จัดนิทรรศการ .. / สงบ ร่มรื่น สบายตาสบายใจจริงๆ  ..

ผมออกจากพระราชนิเวศน์ราวๆ บ่ายสามโมงเศษๆ เพราะต้องใช้เวลาเดินกลับออกมาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง พร้อมกับเมฆฝนที่ตั้งเค้าดำทมึน ลอยต่ำอยู่เรี่ยๆ ยอดไม้ ผมเดินมาจนเหลืออีกประมาณห้าร้อยเมตรจะถึงทางออก ก็ต้องเปลี่ยนจากเดินเรื่อยๆ มาเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพราะลมฝนเริ่มพัดแรงขึ้นราวกับพายุกำลังจะเข้า จนกระทั่งถึงสามร้อยเมตรสุดท้ายก็กลายเป็นวิ่งอย่างทุลักทุเล สะพายเป้หนึ่งใบกระเป๋ากล้องอีกหนึ่งใบสับขาอย่างเต็มกำลังฝ่าสายฝนที่เริ่มลงเม็ดหนักขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันให้ตั้งตัว

จุดหมายคือศาลาสองหลังทางขวามือติดกับทางออก กว่าจะวิ่งไปถึงก็เล่นเอาเปียกมะล่อกมะแล่กไปตามๆ กัน ลมก็ช่างพัดรุนแรงเสียเหลือเกิน พาเอาสายฝนสาดโครมๆ เข้ามาในศาลาจนแทบจะไม่เหลือที่แห้งตรงไหนอีกแล้ว ผมนั่งกอดกระเป๋ากล้องที่ถูกคลุมด้วยถุงพลาสติกของ 7-11 สองใบไว้ทั้งบน-ล่างแล้วผูกให้แน่น จากนั้นก็มีสองหนุ่มชาวต่างชาติคาดว่าเป็นนักท่องเที่ยวขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาจากด้านในเข้ามาหลบฝนที่ศาลาด้วยเหมือนกัน

ผ่านไปราวๆ เกือบหนึ่งชั่วโมงฝนถึงเริ่มซาเม็ดลง การเดินทางของผมจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ถึงเวลาต้องบอกลาพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทิ้งอดีตที่แสนเศร้าเอาไว้เบื้องหลังให้ยังคงเป็นตำนานแห่งความรักและความหวังที่เหลือไว้เพียงทรงจำให้เล่าขานกันสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน

ยังเหลืออีกหนึ่งที่หมาย ขออนุญาตยกไปโพสหน้าก็แล้วกัน ผมจะพาทุกท่านกลับสู่ปัจจุบันกับที่เที่ยวสุดชิคของหัวหินที่ทุกคนต้องรู้จักกันครับ

คลิ๊กเพื่อชมภาพของทริปนี้ครับ

 

เก็บตกของแถม .. เอาไว้เป็นความรู้ครับ  ..

มฤค, มฤค- [มะรึก, มะรึกคะ-] น. สัตว์ป่ามีกวาง อีเก้ง เป็นต้น, ถ้าเป็นตัวเมีย ใช้ว่า มฤคี. (ส.; ป. มิค).

 

เขียนโดย : Tombass
เขียนเมื่อ : วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558 เวลา 4:31น.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tombass วันที่ : 16/05/2015 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tombass
Nothing Impossible, Just do it !!!


มีเพื่อนบล็อคท่านหนึ่งได้ส่งอีเมลมาทักท้วงผม ..
เรื่องของการใช้คำว่า "หมายกำหนดการ"
โดยเป็นการใช้คำที่ไม่ถูกกาละเทศะ ..
ซึ่งผมต้องขอน้อมรับความผิดครั้งนี้แต่ผู้เดียว ..
อาจเกิดเพราะความคุ้นชินจากการได้ยินได้ฟัง ..
จนใช้คำนี้ผิดพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย ..
ผมต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
และผมได้เข้าไปแก้ไขส่วนของเนื้อความในเอนทรี่ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ..
...
ขออธิบายเพิ่มเติม .. เพื่อเป็นความรู้กันสักหน่อยนะครับ ..
หมายกำหนดการ คือ เอกสารแจ้งกำหนดขั้นตอนของงานพระราชพิธีโดยเฉพาะ ลักษณะของเอกสารจะต้องอ้างพระบรมโองการ คือขึ้นต้นด้วยข้อความว่า “นายกรัฐมนตรี หรือเลขาธิการพระราชวังรับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า...” เสมอไป และในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่จะต้องส่งต้นหมายกำหนดการนี้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีให้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เพื่อให้เป็นพระบรมราชโองการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญตัวอย่างเช่น หมายกำหนดการวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์
(คัดลอกมาจากบล็อคในโอเคบล็อคนี้ครับ ..
http://www.oknation.net/blog/lattisak/2009/03/18/entry-1)
...
ขอขอบคุณ คุณแก้วไพฑูรญ์ กุลดิลก ที่ได้ทกท้วงติติงกันมาครับ
...

ความคิดเห็นที่ 6 tombass ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 16/05/2015 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

งดงามมาก
เรียบง่าย สง่า และ อลังการ...
เป็นมรดกไทย
มรดกโลก
ขอบคุณ ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 tombass ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธุ์สังหยด from mobile วันที่ : 12/05/2015 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เรือนไทยสวยงามครับ

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , tombass ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 12/05/2015 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เคยไปแล้วค่ะ แต่ยังอยากไปอีก ชอบมากๆ

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , tombass ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wansuk วันที่ : 12/05/2015 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

สงบเงียบ สวยงามทั้งชายหาดและสถานที่ค่ะ

ขยันเดินจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , tombass ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 12/05/2015 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ชอบที่นี่ค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , tombass ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 12/05/2015 เวลา : 05.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชอบที่นี่ค่ะ เคยอ่านจากหนังสือแล้วประทับใจมากๆ อยากจะไปเยือนให้เห็นตัวตาตัวเอง
และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งใจจะมาเยือนสถานที่ที่สวยงามแห่งนี้ แต่ด้วยระยะทาง เมื่อมาถึงพบว่า มันหมดเวลาทำการพอดี เศร้าเลยค่ะ
อุตส่าห์ตั้งใจมาแล้ว แต่อดเข้าชม แห้วเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]