*/
  • tommychang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : karoon.chang@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 102
  • จำนวนผู้ชม : 410674
  • จำนวนผู้โหวต : 374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 374 คน
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน 2552
Posted by tommychang , ผู้อ่าน : 3519 , 14:47:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         การเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคโลกาภิวัฒน์ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 20 จนถึงต้นศตวรรษที่ 21 ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ โดยมีการสื่อสารไร้พรมแดนเป็นเครื่องมือทำลายข้อจำกัดทางการสื่อสารของทุกคนในโลก จึงไม่แปลกอะไรที่สื่อสารมวลชนเป็นช่องทางอันทรงพลังในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนปลูกฝังความเชื่อ ทัศนคติต่างๆ ให้แก่คนในสังคมได้เรียนรู้ จนอาจกล่าวได้ว่า 30 กว่าปีที่ผ่านมาสาขานิเทศศาสตร์ หรือสื่อสารมวลชน เป็นที่รู้จักกันดีในสังคมไทย เพราะบุคลากรที่มีความรู้ในสาขาวิชาชีพนี้จะมีโอกาสเป็นนักสื่อสารมวลชนที่สามารถเป็นผู้ส่งสารไปยังกลุ่มผู้รับสารจำนวนมากที่รอคอยเสพสื่อได้

ขณะเดียวกันสถาบันอุดมศึกษาก็ให้ความสำคัญและบรรจุหลักสูตรนิเทศศาสตร์เข้ามาอยู่ในการเรียนการสอน เนื่องจากนิสิตนักศึกษามีความนิยมสอบเข้าเรียนในสาขานี้ทุกยุคทุกสมัย แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เป็นฐานของการผลิตครูก็ยังเปิดสอนสาขานิเทศศาสตร์ เพราะทุกๆ ปีการศึกษาจะมีนักศึกษาจำนวนมากหลั่งไหลกันสมัครเข้าเรียนอย่างล้นหลามในทุกมหาวิทยาลัย และก็มีการผลิตนักนิเทศศาสตร์ออกมาจนล้นตลาดแรงงาน แม้เวลาจะผ่านมา 30 กว่าปีแล้ว แต่เพราะเหตุใดสาขาวิชานิเทศศาสตร์จึงยังคงได้รับความนิยมอยู่เช่นนี้

ด้วยเหตุนี้ จึงนำไปสู่การศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรียนนิเทศศาสตร์ของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา  ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชานิเทศศาสตร์และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรียนวิชานิเทศศาสตร์ ทั้งปัจจัยด้านแรงจูงใจและปัจจัยด้านสังคม ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวจะส่งผลต่อการแนะนำให้ผู้ที่ต้องการจะศึกษาในสาขานิเทศศาสตร์ได้รู้และเข้าใจถึงประโยชน์ของการตัดสินใจศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในสาขานี้ ท่ามกลางสภาวะที่นักนิเทศศาสตร์มีจำนวนมากเกินความต้องการของตลาด อีกทั้งยังช่วยให้นักวิชาการในมหาวิทยาลัยวางแผนหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนต่อไป

จากผลการวิจัยพบว่า นักศึกษากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่ต้องการศึกษาสาขานิเทศศาสตร์หลังจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐแล้วยังมีโอกาสไปสมัครสายตรงกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยมีสัดส่วนของความสนใจ ดังนี้ ร้อยละ 44.90 รองลงมาคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร้อยละ 29.45 เนื่องจากเดินทางสะดวก อยู่ใจกลางเมือง และมีชื่อเสียงเก่าแก่ ขณะที่อันดับ 3 คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร้อยละ 25.65 ซึ่งมีชื่อเสียงเก่าแก่มายาวนานและเนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ครอบครัวมีรายได้น้อย  จึงตัดสินเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา  เพราะค่าเล่าเรียนถูกกว่ามหาวิทยาลัยแห่งอื่น นักศึกษากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกเรียนสาขานิเทศศาสตร์ด้วยตนเองได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว การเล่าสู่ของเพื่อนและเนื่องจากปัจจุบันสังคมให้การยอมรับบทบาทหน้าที่ของนักนิเทศศาสตร์ ด้านสื่อสารมวลชนว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติในสังคม

จะเห็นได้ว่า ปัจจัยด้านแรงจูงใจที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเรียนสาขาวิชานิเทศศาสตร์มากที่สุดคือ ความมีอิสรภาพในการสร้างสรรค์งานจากความสามารถของตนเอง ซึ่งแรงจูงใจ (Motive) เป็น  สิ่งที่ผลักดันหรือแรงกระตุ้นให้มนุษย์เกิดการแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาตามสิ่งจูงใจ  (incentive) สิ่งที่จูงใจอาจมีได้ทั้งจากภายนอกและภายในตัวบุคคลนั้น ๆ เอง วีระศักดิ์ สาเลยกานนท์ ได้กล่าวถึง แรงจูงใจในสาขาวิชาชีพนิเทศศาสตร์ซึ่งได้ 14 ข้อ (วีระศักดิ์ สาเลยกานนท์, 2532 : น.567-569.) ดังนี้

1. ความมีเกียรติเป็นที่ยอมรับนับถือแก่คนทั่วไป เนื่องจากสถาบันสื่อมวลชนได้รับการยอมรับเปรียบเสมือนสถาบันสื่อกลางของทุกฝ่าย

2. ความน่าศรัทธาและเป็นที่เชื่อถือแก่คนทั่วไป

3. ความโด่งดังเป็นคนเด่นในสังคม เช่น ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ ดารานักแสดง เป็นต้น

4. การได้มีโอกาสสร้างสรรค์และเผยแพร่ความคิดเห็นหรือผลงานของตนเองออกสู่สังคม

5.การได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของสังคมอย่างใก้ชิด เพื่อทำหน้าที่กระจายข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชน

6.การมีโอกาสได้ติดต่อสื่อสารกับบุคคลจำนวนมาก จึงมีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้ชีวิตของคนหลายประเภท

7.การสวมบทบาทและหน้าที่หลายด้าน นักนิเทศศาสตร์เป็นผู้ส่งสาร และยังเป็นผู้รับปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากประชาชน ทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลหลายๆ ด้าน ดังนั้นผู้ที่ทำงานด้านนี้จึงต้องทำตัวให้หลุดพ้นจากลักษณะของงานประจำ

8. การมีอิทธิพลในการสร้างประชามติ เรียกได้ว่า สื่อมวลชนมีพลังผลักดัน (dynamic force) และอิทธิพลอย่างยิ่งยวดต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชน

9.การมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมในแทบทุกด้าน เช่น การสร้างเสริมจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชน  เป็นต้น

10.การมีอิสรภาพและการใช้ศักยภาพในตนเองอย่างเต็มที่ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวิชาชีพนิเทศศาสตร์ ทำให้นักนิเทศศาสตร์ได้พิสูจน์ความสามารถและศักยภาพของตนเอง ได้ฝึกฝนสติปัญญาลับสมอง ความคิดริเริ่มและกิจกรรมที่ท้าทายต่างๆ

11.ค่าตอบแทนและสิทธิพิเศษต่างๆ มีรายได้ค่อนข้างสูง และมีโอกาสเดินทางไปในที่ต่างๆ ที่บุคคลทั่วไปไม่มีโอกาส เช่น ติดตามรัฐบาลไปทำข่าวในต่างประเทศ เป็นต้น

12.ใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญในทุกวงการและทุกสถาบัน

13.ความสามารถในการควบคุมการสื่อสาร

14.โอกาสในการทำงานในสังคมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนักนิเทศศาสตร์สามารถทำงานได้อย่างหลากหลายและยังจำเป็นต่อวิชาชีพอื่น

ขณะเดียวกันปัจจัยด้านสังคมที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเรียนสาขาวิชานิเทศศาสตร์ของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างมากที่สุด คือ สื่อมวลชนที่นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิชานิเทศศาสตร์ ซึ่งตามแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการสังคมประกิตนั้นระบุว่า สื่อมวลชนเป็นตัวแทนสังคมประกิตที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะนิสัยและ

บุคลิกของบุคคลอันได้แก่ ความเชื่อ ค่านิยม และทัศนคติ ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันสื่อมวลชนเหล่านี้มีขอบข่ายกว้างขวาง จึงนับว่าเป็นตัวแทนที่สำคัญ เพราะสื่อมวลชนทำให้ผู้ชมได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่า การสื่อสารมวลชนเข้าไปแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตประชาชน  การรับฟังรายการวิทยุและการชมรายการโทรทัศน์ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนที่อยู่ในเมืองและในชนบท ทั้งเพื่อความบันเทิง การรับรู้ข่าวสารต่างๆ จากภายในประเทศและต่างประเทศ ความรู้และวิทยาการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนข้อมูลของสินค้าและบริการที่โฆษณาผ่านสื่อต่างๆ หนังสือนิตยสารช่วยให้เราสามารถรับรู้และข่าวสาร การเข้าชมภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์ที่มีอยู่ทั่วไปเป็นการตอบสนองทางด้านความบันเทิงและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในสังคมอย่างไม่รู้ตัว

 

ที่สำคัญพฤติกรรมการเสพสื่อของคนไทยเท่ากับเป็นการบ่มเพาะทัศนคติต่อสาขาวิชานิเทศศาสตร์ว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีรายได้และมีอิสระในสังคมไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพในสาขาวิทยุโทรทัศน์ ที่สื่อได้นำเสนอภาพของอาชีพผู้ประกาศข่าว ดารา นักแสดง พิธีกร เป็นบุคคลเด่นดังในสังคม ได้รับการยอมรับและทำงานได้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งเป็นการปลูกฝังทัศนคติให้คนเกิดความใฝ่ฝันที่จะเข้ามาทำงานในสายงานนี้ แม้จำนวนตัวเลขของนักนิเทศศาสตร์ที่ล้นตลาดแรงงาน หรือสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคขวางกั้นนักศึกษาให้เข้ามาเรียนในสาขานี้

อย่างไรก็ตาม ในสภาวะที่นักศึกษามุ่งเข้ามาเรียนนิเทศศาสตร์ในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในฐานะนักวิชาการสาขาสื่อสารมวลชนควรจัดการเรียนการสอนที่นอกจากจะบ่มเพาะให้นักศึกษามีศักยภาพในการทำงานวิชาชีพสื่อสารมวลชนแล้ว การสอนต้องสอดแทรกให้นักศึกษาคิดวิเคราะห์  มองรู้ดูสื่อและสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปออกก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างสรรค์ให้นักศึกษาเป็นนักนิเทศศาสตร์ที่สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะกระบวนการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เนื่องจากการสื่อสารมวลชนมิได้จำกัดอยู่แต่ในอาชีพสื่อมวลชนเท่านั้น หากแต่การสื่อสารคือ วิถีชีวิตของคนในสังคม การเรียนสาขาวิชานิเทศศาสตร์ต้องสามารถนำวิชาการและความรอบรู้ไประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต หรือการประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ เช่น การใช้ทักษะทางการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการวางแผนและบริหารธุรกิจ เป็นต้น มหาวิทยาลัยราชภัฏ

 จึงได้ชื่อว่าเป็นทั้งมหาวิทยาลัยครู และมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่ให้ความรู้และชี้นำนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ที่จบการศึกษาออกไปเป็นผู้มีความรู้ควบคู่ด้านการสื่อสารอย่างแท้จริง

                                                        

นลินี เสาวภาคย์

รองศาสตราจารย์ประจำโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน