• พัชรวิภาวรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 941
  • จำนวนผู้ชม : 692719
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
Tommy Anderson
ก้าวทัน เศรษฐกิจโลก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tommychan
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2558
Posted by พัชรวิภาวรรณ , ผู้อ่าน : 983 , 11:40:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน จ่าแป๊ะ โหวตเรื่องนี้

 

ตอนที่ 1 วอล์ค อราวด์ ! 
 
เคยสงสัยกันไหมครับ ว่าในการทำการบินในเที่ยวบินแต่ละเที่ยว นักบินมีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรบ้าง ? เมื่อมาถึงที่เครื่องบินแล้วนักบินทำอะไร จะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถนำเครื่องบินลำใหญ่ ๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้า และเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยได้ ? เราจะมาเจาะลึกดูกันในแต่ละช่วงของการทำการบิน (Flight Phase) โดยวันนี้จะเริ่มจากช่วง Pre-Flight ครับ

เมื่อเดินทางมาถึงยังเครื่องบินที่จะใช้ทำการบินในเที่ยวบินนั้น ๆ ขณะที่นักบินคนหนึ่งจะขึ้นไปทำการตั้งค่าระบบเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับระบบต่าง ๆ ของเครื่องบิน หรือที่เรียกว่าการทำ Power-up นักบินอีกคนหนึ่งจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เดินสำรวจบริเวณภายนอกเครื่องบินโดยรอบ (Aircraft Exterior Inspection) หรือที่เรียกกันติดปากว่า การทำ Walk-around ครับ

การทำ Walk Around นี้ใช่ว่านักบินจะสามารถเดินดูโน่นดูนี่ได้ตามอำเภอใจนะครับ จะมีเส้นทางการเดินระบุไว้ชัดเจน (ตามภาพ) และตลอดเส้นทางการเดินนั้น จะมีจุดให้หยุดตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบท่อรับอากาศ (Pitot Tubes) ท่อวัดอุณหภูมิ (TAT Probe) ช่องวัดความดัน (Static Ports) เสาอากาศที่ใช้รับ-ส่งสัญญาณวิทยุ ช่องประตูต่าง ๆ ตั้งแต่ช่องประตูที่วิศวกรใช้ในการเข้าไปตรวจสอบเครื่องบิน หรือประตูห้องเก็บสัมภาระ ตลอดจนการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ 

ซึ่งทั้งหมดนี่มีจำนวนนับร้อยรายการที่นักบินจะต้องตรวจสอบให้หมดในช่วง Pre-flight และจะต้องจำให้ได้ขึ้นใจ ว่าอุปกรณ์ในจุดไหน ควรอยู่ในสภาพอย่างไร เหมาะสมสำหรับการทำการบินหรือไม่
ทั้งหมดนี้ เป็นความรับผิดชอบของนักบินที่จะต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่า อุปกรณ์ที่อยู่ด้านนอกเครื่องบินร่วมร้อยรายการนั้น มีความปลอดภัย และพร้อมสำหรับการทำการบินครับ

เสร็จจากการ Walk-around แล้วนักบินต้องทำอะไรต่อไป ? ติดตามได้ในตอนต่อไปครับ
                                         
 
ตอนที่ 2 ใครเป็นใครในห้องนักบิน ?

ในการทำการบินในแต่ละเที่ยวบินนั้น ระหว่างนักบินทั้ง 2 คน ได้แก่กัปตัน และนักบินที่ 2 (First Officer - F/O) จะมีการแบ่งหน้าที่การทำงานกันอย่างชัดเจนครับ

PF หรือ Pilot Flying จะเป็นนักบินผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการบังคับและควบคุมเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นการบังคับเครื่องบินบนทางขับ (Taxiing) การควบคุมเส้นทางการบินและความเร็ว (Flight path and Airspeed Control) ควบคุมการกางล้อ/แฟลบ (Aircraft Configurations) และการนำทาง (Navigation)

PM หรือ Pilot Monitoring (อาจเรียกว่า PNF - Pilot not Flying) จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการอ่านรายการเชคลิสต์ (Checklist Reading) การติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ การปฏิบัติตามสิ่งที่ได้รับการร้องขอมาจาก PF การเฝ้าดูและตรวจสอบเส้นทางการบิน ความเร็ว การนำทาง และข้อมูลของระบบต่าง ๆ ในเครื่องบิน

ไม่ว่ากัปตัน หรือนักบินที่ 2 สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็น PF หรือ PM อย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น ช่วง Takeoff อาจจะให้นักบินที่ 2 ทำหน้าที่เป็น PF เป็นคนนำเครื่องขึ้น ในขณะที่กัปตันทำหน้าที่เป็น PM และเมื่อเครื่อง Takeoff ขึ้นมาแล้ว กัปตันอาจจะสลับมาเป็น PF ในระหว่างการไต่ระดับ โดยนักบินที่ทำหน้าที่เป็น PF จะมอบการควบคุมเครื่องบินให้แก่อีกคน โดยการพูดคำว่า ''You have the control" และนักบินอีกคนจะตอบกลับกว่า "I have the control" เพื่อรับทราบว่าขณะนี้ ใครเป็นผู้ควบคุมเครื่องบิน

อย่างไรก็ดี กัปตัน จะทำหน้าที่เป็น PIC หรือ Pilot in Command ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง PF หรือ PM ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าขณะที่กำลังจะนำเครื่องบินร่อนลงจอด แล้วเกิดเหตุขัดข้องใด ๆ ก็ตาม กัปตันจะเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะลงจอด หรือจะ Go Around 

ที่หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่า กัปตันเท่านั้นจะเป็นผู้ทำการบิน ส่วนนักบินที่ 2 ที่เราชอบเรียกกันติดปากว่า 'นักบินผู้ช่วย' จะเป็นผู้ช่วยทำการบินเฉย ๆ 
แท้ที่จริงแล้ว นักบินทั้งสองคนต่างก็มีหน้าที่เหมือนกัน เพียงแต่ว่ากัปตันจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเท่านั้นเองครับ
ตอนที่ 3 เตรียมให้พร้อมก่อน Push Back 

ในระหว่างที่เครื่องบินจอดอยู่ที่สนามบินเพื่อรับผู้โดยสารขึ้นมา นักบินทั้งสองที่อยู่ด้านหน้ามีหน้าที่ที่จะเตรียมเครื่องบินให้พร้อมก่อนที่ถึงเวลาออกเดินทาง (Departure Time) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ในแต่ละเที่ยวบินจะมีเวลาประมาณ 15-20 นาที 

ซึ่งในช่วงที่เรียกว่าช่วง Preflight นี้ นักบินจะต้องเปิด ตั้งค่า กรอกข้อมูล ตรวจสอบ ทดสอบ ระบบต่าง ๆ ของเครื่องบินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง (Navigation System) ระบบไฟฟ้า (Electrical System) ระบบเชื้อเพลิง (Fuel System) ระบบป้องกันไฟไหม้ของเครื่องยนต์และ APU (Fire Protection System) ระบบปรับความดันและปรับอากาศ (Air conditioning and Pressurization System) ซึ่งจะอยู่ที่แผงอุปกรณ์ที่อยู่เหนือหัว (Overhead Panels) นอกจากนี้ ก็ต้องมาตั้งค่าระบบควบคุมการบินที่อยู่บนแผงด้านหน้า (MCP/FCU) ระบบแสดงผลของนักบิน (EFIS) ตลอดจนระบบวิทยุที่อยู่ตรงกลางระหว่างนักบินสองคน 

ระหว่างนี้เอง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินก็จะทำการเติมเชื้อเพลิง โหลดสัมภาระ นำผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน ซึ่งนักบินจะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ และนำข้อมูลที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื้อเพลิง ซึ่งนักบินจะต้องตรวจสอบว่าตรงกับที่ได้คำนวณมาหรือไม่ ต้องเติมเชื้อเพลิงเพิ่มหรือไม่ ? รับข้อมูลด้านน้ำหนักของเครื่องบิน (Weight and Balance) จากเจ้าหน้าที่ภาคพื้น และตรวจสอบกับเอกสารน้ำหนักของเครื่องบิน (Load Sheet) ว่าตรงกับที่ได้วางแผนและคำนวณมาหรือไม่? 

ข้อมูลเหล่านี้เอง ที่นักบินจะต้องนำมากรอกลงไปในระบบจัดการการบิน (Flight Management System - FMS) ซึ่งจะนำมาใช้ในการคำนวณสมรรถนะของเครื่องบินในการวิ่งขึ้น (Takeoff Performance) และสมรรถนะอื่น ๆ การทำการบิน นอกจากข้อมูลด้านสมรรถนะแล้ว นักบินจะต้องกรอกข้อมูลด้านเส้นทางการบินลงไปในระบบ FMS นี้ด้วย โดยใช้เส้นทางการบิน (Flight Plan) ที่ได้รับการวางแผนมาจากทางเจ้าหน้าที่อำนวยการบิน (Flight Dispatch) 

ในขณะที่กำลังสาละวนกับการตั้งค่าระบบต่าง ๆ นักบินก็ต้องทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ เพื่อขอรับคำอนุมัติที่จะใช้แผนการบินในการทำการบิน (Flight Plan ATC Clearance) ตลอดจนการตรวจสอบข่าวอากาศ ข้อมูลโดยทั่วไปของสนามบินในปัจจุบันผ่านคลื่นความถี่ที่เรียกว่า ATIS (Automatic Terminal Information Service) 

นอกจากนี้ นักบินทั้งสองจะทำการบรรยายสรุปสำหรับการวิ่งขึ้น (Takeoff Briefing) ว่าจะใช้ทางวิ่งไหนในการทำการวิ่งขึ้น จากจุดจอดไปถึงทางวิ่งนั้นต้องผ่านทางขับ (Taxiway) สายไหนบ้าง หลังจากวิ่งขึ้นแล้วคาดว่าจะบินออกจากสนามบินด้วยความสูงเท่าใด ทิศทางใด มีสภาพอากาศที่ต้องเฝ้าระมัดระวังอย่างไรบ้าง สภาพของทางวิ่งเป็นอย่างไร (มีน้ำขัง มีหิมะปกคลุม) ตลอดจนวางแผนว่า หากเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องขณะวิ่งขึ้นจะต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนปฎิบัติอย่างไรบ้าง

หลังจากที่ทำตามขั้นตอนที่หมดนี้เสร็จสิ้น และทางห้องโดยสารรายงานมาว่าผู้โดยสารได้เข้าประจำที่ทั้งหมดพร้อมปิดประตูเครื่องบิน ก็ถือว่าเป็นอันพร้อมที่จะทำการถอยออกจากจุดจอด (Push back) และทำการติดเครื่องยนต์ครับ

ตอนที่ 4 Off Block !


หลังจากที่นักบินได้รับการยืนยันจากทางพนักงานต้อนรับว่าผู้โดยสารได้เข้าประจำที่เรียบร้อย ปิดประตูห้องโดยสารแล้ว และยืนยันจากเจ้าหน้าที่ภาคพื้นที่ดูแลด้านการโหลดสัมภาระว่าได้ทำการโหลดกระเป๋าและสินค้าอื่น ๆ เข้าไปยังบริเวณ Cargo และได้ปิดประตู Cargo แล้ว นักบินก็จะทำการเตรียมความพร้อมสำหรับการ Push Back หรือการถอยเครื่องบินออกจากจุดจอด และ ทำการติดเครื่องยนต์ ที่จะเรียกรวมกันว่า Push back and start-up หรือสั้น ๆ ว่า Push and Start 

นักบินจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศภาคพื้น (Ground Controller) เพื่อขออนุญาตถอยเครื่องบินออกจากจุดจอด และติดเครื่องยนต์ ซึ่ง Ground Controller จะให้ข้อมูลว่าจะต้องถอยเครื่องบินออกมาบนทางขับสายใด หันไปทิศทางใด (เช่น Push and start face to the south on taxiway Tango 5) ซึ่งหลังจากที่ได้รับ Push and Start clearance แล้ว นักบินจะติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน ผู้ที่จะทำหน้าที่ใช้รถดัน (Tow Tractor) ในการดันเครื่องบินออกจากจุดจอด 

นักบินจะเปิดไฟที่เรียกว่า Beacon Light ซึ่งจะเป็นไฟกระพริบสีแดง ซึ่งส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่บริเวณด้านบน และใต้ลำตัวเครื่องบิน แสดงให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นทราบว่า เครื่องบินกำลังจะเริ่มปฏิบัติการบินแล้ว ให้ปฎิบัติด้วยความระมัดระวัง

เจ้าหน้าที่ภาคพื้นจะนำคานที่เรียกว่า Tow bar มาเชื่อมระหว่างล้อหน้าของเครื่องบินกับรถดัน และนำไม้ห้ามล้อ (ส่วนใหญ่จะเป็นยาง) ที่เรียกว่า Chocks ออกจากบริเวณล้อของเครื่องบิน และใช้รถดัน ดันเครื่องบินออกไปยังทางขับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นจะให้สัญญาณกับนักบินให้ปลดเบรกล้อ (Parking Brake) ซึ่งเมื่อเครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวออกไป จะเรียกว่า off block ซึ่งนักบินจะทำการจดเวลาไว้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเที่ยวบินนั้น

ก่อนหน้า หรือขณะที่เครื่องบินกำลังถูกดันออกไปนี้เอง นักบินจะทำการเรียกเชคลิสต์ ที่เรียกว่า Before Start checklist ซึ่งจะเป็นขั้นตอนปฏิบัติก่อนการติดเครื่องยนต์ ซึ่งจะประกอบไปด้วย การเปิดใช้งานปั๊มจ่ายเชื้อเพลิง (Fuel Pumps) การเปิดใช้งานปั๊มจ่ายไฮดรอลิค (Hydraulic Pumps) ตรวจสอบอากาศแรงดันสูงจาก APU ที่จะต้องใช้ในการติดเครื่องยนต์ (APU High Pressure bleed air) การตรวจสอบระบบอื่น ๆ ผ่านทางจอแสดงผล (EICAS/ECAM) 

โดยปกติแล้ว นักบินจะเริ่มติดเครื่องยนต์ในขณะที่เครื่องบินกำลังถูกดันออกไป ยกเว้นในบางกรณี ที่อาจจะมีเครื่องบินที่จอดอยู่บริเวณด้านหลัง มีเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ ซึ่งแรงขับจากเครื่องยนต์อาจจะทำให้ก่อเกิดอันตรายได้ หรือในกรณีที่เป็นเครื่องบินที่เครื่องยนต์มีแรงขับสูง เช่น โบอิ้ง 777 ซึ่งแรงขับจากเครื่องยนต์นั้นจะไปต้านกับรถดัน ทำให้ไม่สามารถทำการ push back ต่อไปได้ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ เครื่องบินจะถูกดันออกไปยังบริเวณทางขับก่อน จากนั้นจึงค่อยเริ่มติดเครื่องยนต์

สำหรับเครื่องบินบางแบบ เช่น ATR-72 ที่มีเครื่องยนต์ใบพัดแบบ Turboprop สามารถทำการปรับแรงขับของใบพัดไปด้านหน้า (Reverse Thrust) เพื่อทำการถอยออกมาจุดจอด ที่เรียกว่าการทำ Power back โดยทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าบริเวณรอบข้างนั้น มีเครื่องบินจอดอยู่ และมีเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ใกล้เคียงหรือไม่

หลังจากที่เครื่องบินได้มาอยู่บนทางขับแล้ว เจ้าหน้าที่ภาคพื้นจะทำการถอดคาน Tow bar ออก พร้อมให้สัญญาณว่าบริเวณโดยรอบเครื่องบินนั้นปลอดจากคน และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยจะยกมือให้สัญญาณ (Clear hand signal) จากนัั้นนักบินจึงจะเริ่มเตรียมพร้อมเพื่อเคลื่อนเครื่องบินไปตามทางขับ

Push start เสร็จแล้ว ก็พร้อม Taxi ! 

 
 ข้อมูลอ้างอิง จาก crewsociety และ ขอบคุณข้อมูลจาก Aerospace Magazine 
 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าแป๊ะ วันที่ : 18/09/2015 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24971954

กำลังอ่านมันเลย จบซะแล้ว มีต่ออีกหรือเปล่าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Pilots

Pilots Tranning

View All