• Ayurveda
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : topteamaia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-13
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 42945
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
มาลดการใช้พลังงานกันเถอะ
ขอต้อนรับสู่ อาณาจักรของผม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/topteam
วันอาทิตย์ ที่ 13 มกราคม 2551
Posted by Ayurveda , ผู้อ่าน : 976 , 18:41:39 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นี่คือยอดโค้ชอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดและถูกเกลียดชังมากที่สุดในเวลาเดียวกัน กับเอกลักษณ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาและฝีปากกล้าไม่เคยกลัวใคร เคยประกาศตัวเองว่าเป็น "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" และจะไม่ขออยู่ในระดับเดียวกับคนทั่วไปเด็ดขาด เขาคือ โชเซ่ มูรินโญ่


 โชเซ่ มูรินโญ่ หรือชื่อเต็มๆ ว่า โชเซ่ มาริโอ ดอส ซานโตส มูรินโญ่ เฟลิกซ์ เป็นชาวโปรตุเกสโดยกำเนิด เกิดที่เมืองเซตูบาล และเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของเฟลิกซ์ มูรินโญ่ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติโปรตุเกส

 แม้ฝีไม้ลายมือในการคุมทีมจะหาตัวจับได้ยาก แต่สำหรับชีวิตในการเป็นนักฟุตบอลของเขาช่างแสนสั้น โดยเคยค้าแข้งอยู่กับสโมสรเล็กๆแค่ไม่กี่แห่ง ก่อนที่จะได้หันมาเป็นผู้ช่วยของพ่อเมื่อครั้งคุมทีม และระหว่างนั้นก็ได้เข้าศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงยังเป็นโค้ชให้ทีมโรงเรียนระดับไฮสคูลด้วย

 วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาเหล่านี้ได้กลายเป็นฐานรากในความสำเร็จของมูรินโญ่ ที่ได้ผ่านงานกับทีมเอสเตรล่า ดา อมาโดร่า และวิคตอเรีย เด เซตูบาล ทีมในบ้านเกิด ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90

 แต่คนที่ถือเป็น "ครู" คนแรกจริงๆของมูรินโญ่ คือเซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน กุนซือขรัวเฒ่าชาวอังกฤษ ที่ได้มูรินโญ่ มาเป็นล่ามให้จนได้ฉายาจากบรมกุนซือคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษว่า "ตราดูเตอร์" หรือ "ล่าม"

 ช่วงเวลาที่มูรินโญ่ ได้ทำงานร่วมกับร็อบสัน ทั้งในสองสโมสรใหญ่อย่างเบนฟิก้า และปอร์โต้ ถือเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีมาก และยังได้ติดสอยห้อยตามร็อบสัน ไปอยู่ในสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่า ในปี 1996 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นบทเรียนชีวิตที่ล้ำค่าและหาที่เปรียบไม่ได้

 แต่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ก็ต้องแยกทางกันในเวลาต่อมา เมื่อร็อบสัน ย้ายไปคุมทีมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นแทน แต่มูรินโญ่ เลือกที่จะอยู่ในคาตาลันต่อไปโดยทำงานร่วมกับทางด้านหลุยส์ ฟาน ฮาล โค้ชจอมแท็คติกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรปที่เคยพาอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มาในอดีต

 ในระหว่างที่ทำงานร่วมกับฟาน ฮาล มูรินโญ่ ก็ได้ศึกษาศาสตร์ลูกหนังเพิ่มเติมโดยได้เข้าอบรมตามหลักสูตรต่างๆ และได้ลองคุมทีมบาร์เซโลน่า บีอยู่ช่วงหนึ่งด้วย

 บ่มวิชามาหลายปี ในที่สุดโอกาสของเขาก็มาถึงในปี 2000 เมื่อได้รับโอกาสให้กลับเข้ามาในรังเอสตาดิโอ ดา ลุซ อีกครั้งแต่เป็นในฐานะโค้ชของทีมแทนที่ของจุ๊ปป์ ไฮยน์เกส ซึ่งมูรินโญ่ ได้ทำการแต่งตั้ง คาร์ลอส โมเซอร์ อดีตกองหลังเบนฟิก้า ที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงมาเป็นมือขวาด้วยเพื่อลดแรงเสียดทาน

 แต่ช่วงเวลาของมูรินโญ่ กับเบนฟิก้าก็แสนสั้นทั้งที่ทำผลงานได้ดีตั้งแต่เกมแรกด้วยชัยชนะ 3-0 เหนือคู่ปรับร่วมเมืองอย่างสปอร์ติ้ง ลิสบอน เพราะดันเกิดความเปลี่ยนแปลงในสโมสรครั้งใหญ่เมื่อเบนฟิก้า มีการเลือกตั้งประธานสโมสรและ เจา วาเล เอ อเซเวโด้ ประธานที่ดึงมูรินโญ่เข้ามาคุมทีมได้เสียตำแหน่งให้กับ มานูเอล วิลารินโญ่ ประธานสโมสรคนใหม่

 วิลารินโญ่ นั้นมีโค้ชคนใหม่ในดวงใจอยู่แล้วคือ "โทนี่" นักเตะในตำนานของเบนฟิก้า ที่แฟนๆ รักมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าวิลารินโญ่ จะไม่ต้องการไล่มูรินโญ่ออกในทันทีเลยก็ตาม แต่ด้วยนิสัยแข็งกร้าวของมูรินโญ่ ที่ต้องการความชัดเจนในงานของตัวเองและได้เรียกร้องขอสัญญาใหม่ตั้งแต่กลางฤดูกาล ซึ่งวิลารินโญ่ ไม่สามารถมอบสัญญาให้ได้ มูรินโญ่ จึงประกาศลาออกจากตำแหน่งทันทีทั้งทีทำงานได้แค่ 9 นัดเท่านั้น ซึ่งในภายหลังถ้ามูรินโญ่ พาทีมคว้าแชมป์ได้ก็จะต่อสัญญาให้

 คนจริงอย่างมูรินโญ่ ไม่เคยง้อใคร และในฤดูกาลต่อมาในปี 2001-02 ก็ได้คุมทีมระดับกลางอย่างยูนิเอา เด เลยเรีย และสามารถพาทีมไต่อันดับมาถึงที่ 4 อย่างเหลือเชื่อ และจากนั้นก็ได้ย้ายมาคุมทีมยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกสอย่างปอร์โต้ แทนที่ของอ๊อกตาวิโอ มาชาโด้ ที่ทำทีมได้ย่ำแย่และหมดสภาพลุ้นแชมป์ไปแล้ว

 แต่มูรินโญ่ ก็สร้างปรากฎการณ์ได้อีกครั้งด้วยการนำปอร์โต้ ผงาดกลับมาคว้าอันดับ 3 ในฤดูกาลได้ด้วยผลงานที่น่าทึ่งด้วยชัยชนะ 11 เสมอ 2 และแพ้ 2 ใน 15 นัดที่ทำหน้าที่ ก่อนที่จะประกาศทันทีเมื่อจบฤดูกาลว่า "จะพาทีมคว้าแชมป์ในฤดูกาลหน้า"

 และยอดกุนซือผู้มีนัยน์ตาเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวก็เริ่มต้นสร้างตำนานบทใหม่ของตัวเองขึ้นมาด้วยการสร้างปอร์โต้ ให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดและสามารถคว้าแชมป์ได้ตามที่สัญญาไว้จริงๆ ด้วยขุนพลคู่ใจอย่างเดโก้ ,ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ,เปาโล แฟร์เรยร่า ,วิคเตอร์ บาย่า ,คอสตินญ่า ,ดิมิทรี อลินิเชฟ ,เอลเดอร์ ปอสติก้า และยังเรียกกัปตันทีมจอร์จ คอสต้า มายืนคุมแนวรับ รวมถึงหัวหอกทะลวงฟันอย่างเดอร์เลย ที่โดนปล่อยตัวไปกลับมาช่วยงานด้วย

 นอกจากนี้ในฤดูกาลดังกล่าว (2002-03) มูรินโญ่ ก็ยังพาทีมคว้าแชมป์โปรตุกีส คัพ และยูฟ่า คัพ ได้อีกด้วยเท่ากับปอร์โต้ ได้ถึง 3 แชมป์ในฤดูกาลเดียว ซึ่งถือเป็นตำนานบทใหม่ของสโมสรและเป็นตำนานบทแรกของมูรินโญ่ เลยทีเดียว

 มูรินโญ่ ซึ่งเผยว่าเคล็ดลับความสำเร็จว่าเป็นสูตรการเล่นแบบ "เพรสซิ่งสูง" ที่จะให้นักเตะตั้งแต่แนวรุกบีบขึ้นกดดันคู่แข่งจนตั้งเกมไม่ได้ ยังได้สร้างปรากฎการณ์ต่อมาด้วยการรักษาแชมป์ลีกโปรตุเกสได้ และนำปอร์โต้ ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยุโรปในปีดังกล่าวด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ทั้งที่เป็นม้านอกสายตามาโดยตลอด แถมยังเขี่ยทีมใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ,เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า และเอาชนะโมนาโก ม้ามืดอีกทีมไปแบบขาดลอยถึง 3-0

 อย่างไรก็ดี หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ได้ที่สนามซานเชซ รามอน ปิซฆวน ของทีมเซบีญ่า มูรินโญ่ ไม่ได้ออกมาร่วมฉลองแชมป์กับลูกทีมแต่อย่างใดแต่ได้ตรงกลับบ้านไปหาภรรยาทันที ก่อนที่จะประกาศอำลาทีมปอร์โต้ซึ่งก็เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ว่าเขาจะย้ายไปคุมทีมในอังกฤษ โดยมีลิเวอร์พูล กับเชลซี เป็นสองทีมที่ติดตามตัวอยู่

 แต่สุดท้ายมูรินโญ่ ก็ได้เลือกที่จะคุมทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" โดยในการแถลงข่าวครั้งแรกก็ได้ประกาศความเป็นตัวเองด้วยการบอกกับนักข่าวว่าเป็น "สเปเชี่ยล วัน" หรือคนพิเศษที่เหนือกว่าคนทั่วไป และได้กลายเป็นคำแทนตัวของเขามานับจากนั้น

 ที่เชลซี มูรินโญ่ ได้กลายเป็นผู้จัดการทีมที่ได้รับค่าจ้างแพงที่สุดในวงการ โดยมีการเปิดเผยว่ามีรายได้ถึงกว่า 300,000 ยูโรต่อสัปดาห์เลยทีเดียว แต่ผลงานของเขาก็สมควรแก่ค่าจ้างเพราะสามารถนำทีมเชลซี ที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์พันล้านให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งของยุโรป และคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ มาครองได้ทันทีเพียงฤดูกาลแรกที่มาเมืองผู้ดี และยังมีถ้วยใบเล็กอย่างคาร์ลิ่ง คัพ ที่เอาชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ด้วย

 ซึ่งแชมป์ลีกด้วยฝีมือของมูรินโญ่ ทำให้เชลซี สามารถฉลองครบรอบ 100 ปีของสโมสรได้อย่างยิ่งใหญ่ และยังเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสรหลังจากที่เคยได้ครั้งแรกในปี 1955 หรือเมื่อ 50 ปีก่อน

 ฝีมือของมูรินโญ่ ยังยอดเยี่ยมในฤดูกาลต่อมาคราวนี้เขาพาทีมป้องกันแชมป์ลีกได้อีกครั้ง แต่ก็เริ่มเป็นเป้าให้สื่อมวลชนเล่นงานจากพฤติกรรมที่เย่อหยิ่ง จองหอง จนโดนเล่นงานหลายต่อหลายครั้งทั้งจากสื่อและสมาคมฟุตบอล หรือแม้กระทั่งยูฟ่าเองก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังได้รับการยกย่องให้เป็นโค้ชที่เก่งที่สุดจากสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอล

 อย่างไรก็ดีในฤดูกาลที่ 3 กับเชลซี ความแข็งกร้าวของมูรินโญ่ ก็ทำให้ตัวเองประสบปัญหาอีกครั้งโดยเฉพาะปัญหากับเจ้าของสโมสรอย่างโรมัน อบราโมวิช ที่รุนแรงถึงขั้นว่าคนจริงอย่างเขาจะยอมเดินออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้แม้ว่าจะมีสัญญาจนกระทั่งถึงปี 2010 ก็ตาม

 แต่กระนั้นเขาก็พาทีมคว้าแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ สมัยที่ 2 ของตัวเองได้ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาด้วยการเอาชนะคู่ปรับอย่างอาร์เซนอลได้สำเร็จ และยังมีลุ้นในทุกรายการทั้งพรีเมียร์ชิพ ,เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมูรินโญ่ ก็หวังที่จะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้ทุกรายการ ตามปรัชญาการทำงานที่ "ชัยชนะคือทุกสิ่ง"

และไม่ว่าในฤดูกาลหน้า โชเซ่ มูรินโญ่ จะอยู่ที่ใด ชัยชนะก็จะเป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้าง "สเปเชี่ยล วัน" คนนี้ตลอดไป

Click on Copy URL (below link) for copy to clipboard

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ:โชเซ่ มาริโอ ดอส ซานโตส มูรินโญ่ เฟลิกซ์
วันเกิด:26 มกราคม 1963
ฉายา:The Special One
ตำแหน่ง:ผู้จัดการทีม
สโมสรปัจจุบัน:เชลซี
ทีมที่เคยคุม
2000 - 2001:เบนฟิก้า
2001 - 2002:เลยเรีย
2002 - 2004:ปอร์โต้
2004 - ปัจจุบัน:เชลซี
ความสำเร็จ
กับปอร์โต้

-

แชมป์ลีก โปรตุเกส

:

2002-03, 2003-04

-

ซูเปอร์คัพ โปรตุเกส

:

2003

-

โปรตุกีส คัพ

:

2002-03

-

ยูฟ่า คัพ

:

2002-03

-

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

:

2003-04

กับเชลซี

-

พรีเมียร์ลีก

:

2004-05, 2005-06

-

ลีก คัพ

:

2004-05, 2006-07

-

คอมมิวนิตี้ ชิลด์

:

2005

จาก : http://football.msnth2.com/content.aspx?id=10770&ch=256&ch=player





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
win_456 วันที่ : 13/01/2008 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blacksalamander

สุดยอดด special one for chelsea ^^ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Mr_Com วันที่ : 13/01/2008 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrcom

มีของดีให้ดูก่อนโดนแบน
http://www.oknation.net/blog/bodin2

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน