*/
  • toujaa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : toujaa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 126359
  • จำนวนผู้โหวต : 18
  • ส่ง msg :
  • โหวต 18 คน
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2551
Posted by toujaa , ผู้อ่าน : 1716 , 07:51:52 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                    

 ใครที่เบื่อการเข้าอบรมโน่น อบรมนี่ ไม่รู้อะไรกันนักหนา งานก็ต้องทำ ทั้งงานประจำ งานโปรเจ็ค สารพัดสารพัน เสียเวลา กลับมาแล้วก็ต้องทำรายงาน หรือไม่ก็ต้องถ่ายทอดให้ลูกน้อง/เพื่อนร่วมงาน  ใครหนักหน่อยก็มีหัวหน้าที่คอยคาดคั้นจะเอาคำตอบว่า ฝึกอบรมมา คุณได้อะไร...เฮ้อ!

     แต่วันนี้ เรามีอีกมุมมองใหม่ๆมาแชร์กัน ว่าจริงๆแล้ว ฝึกอบรมไม่น่าเบื่ออย่างที่เราคิดอีกต่อไป...

ไม่มีอาชีพไหนที่ได้อบรมฟรี และมีเงินเดือน

ถ้าลองคิดดูดีๆแล้ว จะพบว่าอาชีพลูกจ้างเป็นอาชีพที่มีโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับคนที่ประกอบอาชีพอิสระ ไม่เคยมีโอกาสแม้กระทั่งอบรม หรือถ้าจะเข้าอบรมก็ต้องเสียเงินเอง ในขณะที่ลูกจ้างมีโอกาสเรียนรู้ ฝึกอบรมฟรี แถมยังได้รับเงินเดือนอีกต่างหาก บางครั้งวิทยากรที่บริษัทเชิญมาเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง โอกาสที่คนทั่วๆไปจะได้ฟังนั้นแทบจะไม่มีเลย บางบริษัทลงทุนเป็นแสนเป็นล้านในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร ดังนั้น เราในฐานะผู้ได้รับโอกาสจงใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์กับตัวเองให้มากที่สุด

 จงอย่าเลือกก่อนที่จะเรียน แต่เรียนแล้วค่อยเลือก

หลายคนเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยาก ไม่ต้องการเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ สุดท้ายก็ได้แต่สิ่งที่ชอบเพียงเรื่องหรือสองเรื่อง ผมอยากจะแนะนำว่าถ้าเรามีโอกาสในการเรียนรู้จงเรียนรู้ไว้ก่อน ถ้าเราเรียนรู้มากโอกาสเลือกในชีวิตของเราก็มีมาก ไม่มีใครรู้ได้ล่วงหน้าว่าอีกสิบปียี่สิบปีข้างหน้าเราต้องการจะใช้ความรู้อะไรบ้าง ดังนั้น การเก็บเกี่ยวความรู้จากการทำงานและการฝึกอบรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก วันหนึ่งข้างหน้าภารกิจและเป้าหมายชีวิตของเราเปลี่ยนไป เราจะได้มีทางเลือกในการนำเอาความรู้ที่เก็บสะสมออกมาใช้ได้

คิดว่ายิ่งเรียนมาก เราได้มากกว่าบริษัทฯ

การเข้ารับการอบรมไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอะไร คนแรกที่ได้ประโยชน์คือตัวเราเอง หน่วยงานหรือบริษัทยังไม่ได้อะไรเลย ถ้าเราไม่นำเอาความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้งาน ดังนั้น อยากจะให้มนุษย์เงินเดือนทุกคนจงคิดเสมอว่าทุกครั้งที่บริษัทส่งเราไปอบรมเราได้มากกว่าบริษัทเสมอ ให้เปลี่ยนโจทย์ในชีวิตเสียใหม่ว่าการที่บริษัทส่งเราเข้าอบรมคือการได้รับรางวัลเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินเดือนและได้หยุดงานไปเท่ากับจำนวนวันที่เข้าอบรม

 ลองนำเอาความรู้จากการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน

ทุกครั้งที่มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรม ให้ลองนำเอาความรู้ที่ได้อย่างน้อยสักข้อก็ยังดีมาประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวเราเองก่อน เช่น ไปอบรม 5 ส ก็ให้ลองนำหลักการไปใช้ที่บ้านก่อน ถ้าไปอบรมเรื่อง KPI (Key Performance Indicator) ก็ลองนำมาจัดทำเป็น KPI ชีวิตตัวเองก่อน ผมเชื่อว่าความรู้เกือบทุกเรื่องที่เราได้มีโอกาสได้เรียนรู้หรือรับการฝึกอบรม สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาและบริหารชีวิตตัวเองได้

 ความรู้คือทรัพย์สินชิ้นสำคัญที่เราไม่ต้องคืนให้บริษัทตอนวันที่ลาออก

เมื่อเราเป็นลูกจ้างเราอาจจะไม่รู้ว่าเราได้หรือเราเสียอะไรบ้าง แต่เมื่อวันหนึ่งเราต้องเดินออกจากองค์กรนั้นๆไป ลองคิดดูซิครับว่าอะไรบ้างที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต ตำแหน่ง เงินเดือน โบนัส ลูกน้อง รถประจำตำแหน่ง บัตรประจำตัวพนักงาน ห้องทำงาน สิ่งเหล่านี้ติดไปเป็นเพียงประวัติของชีวิตเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่จำเป็นต้องคืนให้บริษัทตามระเบียบของบริษัทฯก็คือ “ ความรู้และประสบการณ์ ” ที่อยู่ในหัวของเรา ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนองค์กรเปลี่ยนงานไปกี่ที่สิ่งนี้ก็ยังคงอยู่กับเราตลอดเวลา และยิ่งเรานำออกมาใช้บ่อยเท่าไหร่ความแหลมคมของความรู้ในเรื่องนั้นๆก็ยิ่งมีมากขึ้นๆเรื่อยๆ และใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด และสิ่งนี้แหละที่จะเป็นตัวกำหนดอัตราเงินเดือนเมื่อเราไปสมัครงานที่อื่น สิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกว่าเราเป็นลูกจ้างมืออาชีพที่คุ้มค่าหรือไม่ตอนที่เราออกไปทำงานส่วนตัวหรือออกไปดำรงชีพอยู่ในสังคม

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

การฝึกอบรมมีประโยชน์มากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
dekkid วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reading

มีประโยชน์มากค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน