*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 413093
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 18 สิงหาคม 2555
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 3288 , 08:43:33 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


พระนอนมีหัวใจ

บทความ พร้อมภาพถ่ายสะสม โดย อ.เจริญ ตันมหาพราน นักประวัติศาสตร์ชุมชน และนักเขียน

พระนอน หรือ พระพุทธไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปที่พุทธศาสนิกชนเคารพสักการะมากที่สุดอีกปางหนึ่ง จึงมีการสร้างพระนอนขนาดใหญ่ไว้ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แต่บางแห่งก็มีคติความเชื่อแตกต่างออกไป เช่น พระนอนมีหัวใจองค์นี้ ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดบางพลีใหญ่ ในท้องที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งนอกเหนือจะมีขนาดใหญ่แล้ว ยังมีการออกแบบอาคารภายในองค์พระให้เกิดใช้สอยประโยชน์ได้หลากหลายอย่างน่าทึ่ง


พระนอนเป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคาร


วัดบางพลีใหญ่กลางเป็นวัดเก่าสร้างมานาน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานใครเป็นผู้สร้าง จากการสันนิษฐานอายุคงไม่ต่ำร้อยปีขึ้นไป เพราะมีพระอุโบสถเก่าหลังหนึ่งที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๗๒ มีหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ทุกคนรู้จัก และยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่น่าสนใจ แปลกกว่าพระพุทธรูปอื่นๆ ตรงที่เป็นพระพุทธรูปที่มีหัวใจ พระพุทธรูปปางนี้อยู่ในพระอิริยาบถนอนตะแคงข้างขวา พระบาทซ้ายทับพระบาทขวาเสมอกัน พระหัตถ์ซ้ายทาบไปตามพระวรกายพระกัจฉะ(รักแร้) ทับบนพระเขนย(หมอน) อุ้งพระหัตถ์ขวาขึ้นประคองพระเศียรให้ตั้งขึ้น ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำวันของผู้ที่เกิดในวันอังคาร


พระนอนมีหัวใจองค์นี้ ประดิษฐานอยู่ในวัดบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เหตุของการสร้างพระนอนในวัดนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ท่านเจ้าคุณอรรถโกวิทคุณ(หลวงปู่กิ่ม) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการได้ส่งพระใบฎีกาจำนงค์ สุเมโธ เข้ารับการอบรมหน่วยพัฒนาทางจิตมูลนิธิพระอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่จิตภาวัน จังหวัดชลบุรี ขณะที่ได้รับการอบรมอยู่ที่จิตภาวันนั้น พระใบฎีกาจำนงค์ได้เห็นการก่อสร้างของจิตภาวันใหญ่โตมีสง่าราศี สามารถโน้มน้าวจิตใจสาธุชนให้มาเข้าวัดได้ ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ.๒๕๑๐ พระใบฎีกาจำนงค์ได้มีความคิดที่จะสร้างถาวรวัตถุขึ้น เพื่อใช้เป็นสิ่งจูงใจบุคคลทั่วไปให้หันหน้าเข้าวัด นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมแก่สาธุชนอีกด้วย

 

หลังจากท่านมีความคิดริเริ่มก็ได้เที่ยวจาริกไปดูโบราณสถานที่เกี่ยวกับพุทธ ศาสนาทั่วประเทศ แม้ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ก็เคยได้ไปดูมาแล้ว ในที่สุดพระใบฎีกาจำนงค์มีความเห็นว่าถาวรวัตถุนั้น ควรเป็นพระสีหไสยาสน์ เช่น พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกวรวิหาร อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง, พระพุทธไสยาสน์วัดโพธิ์(วัดเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร)กรุงเทพฯ ที่สร้างกันมาแต่โบราณ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการสร้างอีกเลย ข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง พระใบฎีกาจำนงค์ต้องการให้วัตถุชิ้นนี้ใช้สอยประโยชน์ได้หลายอย่าง จึงออกแบบภายในองค์พระเป็นห้องปฏิบัติกัมมัฏฐานได้อีกด้วย

 

แต่การสร้างพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เมื่อขาดปัจจัยเป็นที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน พระใบฎีกาจึงค้นหาวิธีด้วยการสร้างพระอรหันต์จำนวน ๕๐๐ องค์ เพื่อให้ญาติโยมพุทธบริษัทได้เข้าวัดทำบุญ โดยสร้างพระอรหันต์อุทิศให้แก่ญาติโยมที่ล่วงลับไปแล้ว แทนการสร้างพระเจดีย์ดังแต่ก่อน วัตถุประสงค์อีกประการหนึ่ง ปัจจัยที่ได้จากการสร้างพระอรหันต์ได้นำมาเป็นทุนในการสร้างพระพุทธไสยาสน์ นอกเหนือจากการบริจาคโดยทั่วไปของผู้มีจิตศรัทธา

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๑ มีการติดต่อผู้รับเหมาก่อสร้าง พร้อมทั้งอัญเชิญสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระพุทธไสยาสน์ การก่อสร้างดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีและใช้เวลานาน เนื่องจากมีอุปสรรคหลายอย่างในการก่อสร้างเป็นต้นว่าผู้รับเหมามักปล่อยงาน ให้ล่าช้าหรือไม่ทำงานไม่ทันตามสัญญา ในที่สุดก็ทิ้งงานหนีหายไป จนเป็นเหตุให้เสียเวลาหาช่างใหม่เข้ามาทำ

 

การบรรจุพระปัปผาสะ (ปอด)และพระยกนะ (ตับ) รวมทั้งพระหทัย (หัวใจ) สีทองเหลืองอร่าม เช่นประเพณีการสร้างพระพุทธรูปของพุทธศาสนิกชนภาคเหนือ

ภายในองค์พระพุทธไสยาสน์แบ่งออกเป็น ๔ ชั้นด้วยกัน คือ

ชั้นแรก มีห้องปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ๒๘ ห้องเรียงรายเป็นแถวยาว บรรยากาศสงบเงียบ มีทางเดินบันไดขึ้นชั้นสอง ปูลาดด้วยหินอ่อนสีขาวนวล มีรูปพระอุปัชฌาย์หลวงปู่กิ่มและรูปพระอริยสงฆ์

ชั้นสอง เป็นห้องโถงกว้างใช้ฝึกกัมมัฏฐาน

ชั้นสาม มีภาพเขียนแสดงเรื่องราวพุทธประวัติประเภทชาดกและยังแบ่งเป็นห้องนรก สวรรค์ รวมทั้งภาพเขียนเรื่องบาป-บุญกุศล เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจแก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้พึงสังวรณ์ไว้ให้สร้างแต่ กรรมดี ภาพต่างๆ มากมายที่เขียนขึ้นภายในอาคารพุทธไสยาสน์นั้น ล้วนเป็นฝีมือของอาจารย์วัจฉละ สาเงิน ครูศิลปะจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ซึ่งเข้ามาอุทิศแรงกายแรงใจคิดค้นด้านศิลปะ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

ชั้นสี่ เป็นชั้นสุดท้าย อีกทั้งเป็นส่วนที่สำคัญของอาคารพุทธไสยาสน์ เพราะมีการบรรจุพระปัปผาสะ (ปอด)และพระยกนะ (ตับ) รวมทั้งพระหทัย (หัวใจ) สีทองเหลืองอร่าม ดังเช่นประเพณีการสร้างพระพุทธรูปของพุทธศาสนิกชนภาคเหนือ สิ่งที่จะขาดเสียมิได้ คือ การบรรจุหัวใจที่เปรียบเสมือนพุทธคุณขนานแท้ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับคนจะต้องมีหัวใจถึงจะมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ บุคคลใดที่ไม่มีหัวใจย่อมไม่มีความสำนึกในบาปบุญคุณโทษ


 ภาพจิตรกรรมภายในอาคารพุทธไสยาสน์ ฝีมือของอาจารย์วัจฉละ สาเงิน ครูศิลปะจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khunphai วันที่ : 18/08/2012 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

แปลกดีเหมือนกันนะคะ
รู้สึกเหมือนจะเคยผ่านไปมาบ่อย
วันหลังจะลองแวะดูนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน