*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 415140
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2555
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 8208 , 18:46:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

บทความนี้ พร้อมภาพมากมาย เป็นบทความของคุณ  Dragonary Sriboonchaichoosakul  (ชื่อบน FACEBOOK) ทั้งหมด พอดีผมได้รับการ tag ภาพ และเนื้อหามา เห็นว่าน่าสนใจมากเลยครับ ความจริงบทความและเนื้อหาจะมากมายกว่าบล็อกที่ผมจะเขียนลงในนี้ มากพอสมควร จึงเห็นควรแยกเป็นตอนๆ ซึ่งในตอนแรกนี้ จะเป็นทริปสัญจร ของเครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคม กทม. ที่เยี่ยมชม พระราชวังเดิม (ใน กองบัญชาการกองทัพเรือ)

เข้าเนื้อหาทั้งหมดเลยครับซึ่งผมจะ copy ออกมาทั้งหมดจากเจ้าของเนื้อหาแบบตรงๆ เลยครับ เพื่อความรวดเร็วในการเผยแพร่...ขอขอบคุณเจ้าของเนื้อหา และภาพ มา ณ ที่นี้ครับ...

 


พระราชวังเดิม ในกองบัญชาการกองทัพเรือ

 

กระผม (Dragonary Sriboonchaichoosakul) ได้มีโอกาสอีกครั้ง โดยได้รับเชิญจาก คุณต่อ กองการท่องเที่ยว สังกัด กทม. ไปล่องเรือในกิจกรรมเที่ยวชมวิถีถิ่น ครั้งที่ 8  ซึ่งคราวนี้ น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะด้วยว่า สถานที่ที่จะไปเยือนนี้  ไม่ใช่ว่า จะเข้าไปกันได้ง่ายๆ ต้องทำหนังสือเป็นเรื่องราว และครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ

กองทัพเรือ

เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาคม

และ สนง.วัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร


 

คุณต่อ ( Rapee Tor )  ได้กล่าวต้อนรับและแนะนำ นาวาเอกเริงชัย นายทหารเรือ ผู้ได้อำนวยความสะดวกอย่างดียิ่งในการท่องเที่ยว เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครั้งนี้

 

 

 

เช้าๆ ของวันเสาร์ วันแรกของเดือนกันยายน กระผมได้ไปยังจุดรวมพล ท่าราชวรดิฐ แถววัดพระแก้ว

 

ตรงถนนท่าขุนนางแห่งนี้ เป็นที่รวมพลกัน ของบรรดา อาจารย์ นักวิชาการ ผู้นำชุมชนท้องถิ่น และนักเที่ยวท่องอย่างผม โดยที่  คุณต่อ ( Rapee Tor )  ได้กล่าวต้อนรับและแนะนำ นาวาเอกเริงชัย นายทหารเรือ ผู้ได้อำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง ในการท่องเที่ยว เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครั้งนี้

 

ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ กว่าห้าสิบชีวิต ก็ได้ขึ้นเรือที่ท่าเรือของทางราชการแห่งนี้ เพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้าม จุดแรกที่ว่ากัน คือพระราชวังเดิม (พระราชวังกรุงธนบุรี) พูดกันภาษาชาวบ้าน ก็ บ้านของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ครับ

 

 

ชื่อท่าเรือเดิม

 

 

ที่ตั้งของพระราชวังเดิม ก็คือ กองบัญชาการกองทัพเรือ ในปัจจุบัน


 

 

พระราชวังเดิม เป็นพระราชวังแห่งเดียวที่สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในปี พ.ศ. 2311  ติดกับป้อมรบสมัยกรุงศรีอยุธยา พื้นที่ของป้อมวิไชยเยนทร์เดิม

 


 

 

เมื่อครั้ง รัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ได้ย้ายราชธานี ไปฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ และสร้างพระราชวังใหม่ ที่นี่จึงได้ชื่อว่า "พระราชวังเดิม" ฟังดูหากเป็นภาษาจีน เรียกว่า กู้กง 故宫ก็ได้เหมือนกัน

 

 

 

ในยุคตอนต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชวังเดิมนี้ ก็ตกเป็นที่ประทับของเจ้านายหลายพระองค์ตลอดมา

 

จนกระทั่ง มาถึง รัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระราชวังเดิมแห่งนี้ ให้แก่กองทัพเรือ   เพื่อให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ โดยทรงขอให้รักษาซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่มีมาแต่เดิม ได้แก่

 

ท้องพระโรงพระตำหนักของสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวมทั้ง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและศาลศีรษะปลาวาฬ

 


 

 

ในภาพนี้เป็นศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งในปี พอ ศอ 2541

 

ภายในศาลศีรษะปลาวาฬ เป็นศาลที่จัดแสดงหัวปลาวาฬโบราณ ที่ถูกขุดค้นพบใต้ถุนศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน (อยู่ติดกัน) อาคารนี้สร้างใหม่ครับ เมื่อสิบปีที่แล้ว คือปี 2542 แทนศาลเดิมที่ทรุดโทรม

 


ภายในศาลศีรษะปลาวาฬ

 


บริเวณท้องพระโรงชั้นนอก

 

ที่พระราชวังเดิมแห่งนี้ ได้รับรางวัลจากยูเนสโก สาขาการรักษาอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เอเชีย แพซิฟิก เฮอริเทจ อวอร์ด เมื่อปี 2004

 


น่าภาคภูมิใจมาก

 

ภายในท้องพระโรงแห่งนี้ มีระฆังจีนใบเขื่อง แขวนห้อยอยู่ เป็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวกระผม เร่งฝีเท้าเข้าไปชม เพราะทราบว่า จะได้ของดี

 


 

เอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของคนจีน คือการจดบันทึกเรื่องราว ไม่ว่าเราจะไปที่วัดวาอาราม ศาลเจ้า

เรื่องหนึ่งที่เป็นความวิเศษของคนจีน คือการจารึก บันทึก ประวัติศาสตร์หนหลังลงบนวัตถุที่มีความทนทาน

เช่นระฆัง ศิลา เป็นต้น

ที่บนพื้นผิวระฆังใบนี้ก็เช่นกันครับ ระบุว่า วัดซำป้อ ณ ตำบลห่อเซียน 河仙镇三宝佛寺

พระภิกษุอนัมนิกายชื่อว่า อิ้งเฉิง 印澄和尚 ร่วมกับบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธา ได้สร้างระฆังใบนี้ เพื่อเป็นกุศล บรรเทาเคราะห์กรรมที่มีทั้งในอดีตและปัจจุบัน ให้ได้ไปเกิดในดินแดนพุทธเกษตร

 


 

โดยระบุปีการสร้างสร้างในรัชศกปี เจียหลง อันเป็นปีแห่งกษัตริ์ยราชวงศ์เวียดนาม คือ 阮福映 ตรงกับ รัชศกเจียชิ่ง ของประเทศจีน เท่ากับปี พุทธศักราช 2359 จวบจน ปี 2467 ระฆังใบนี้ ซึ่งเดิมอยู่ที่วัดหงษ์รัตนาราม

เจ้าอาวาส ก็ปุเลงๆนำระฆังจีน มาให้แก่ ผู้สำเร็จราชการกระทรวงทหารเรือในสมัยนั้น เจ้ากระทรวงเห็นเป็นระฆังจีนๆ ก็นิมนต์ระฆัง มาไว้ที่พระราชวังเดิม แห่งนี้

 

 

 

มาว่ากันต่อถึงศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอเล่าท้าวความว่า ทั้งตัวพิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิม

 

(ซึ่งภายในห้ามถ่ายรูป) และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน เดิมชำรุดทรุดโทรมมาก ตราบจนในต้นปี 2540 ท่านคุณหญิงซึ่งเป็นภริยา ผบ.ทร. ในสมัยนั้น (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ได้ดำริว่าต้องมาปรับปรุงให้สวยงามสง่าสมกับเป็นหน้าตาของกองทัพเรือ ก็ได้แรงจาก ชาวจีน ที่ถือได้ว่าเป็นลูกหลานเชื้อสาย สมเด็จพระเจ้าตากสิน คือแซ่แต้   โดยการนำของเจ้าสัวอุเทน เตชะไพบูลย์

 


 

เมื่อปี พ ศ 2541 เจ้าสัวอุเทน เตชะไพบูลย์ 郑午楼博士 ในวัย 85 ปี พร้อมกับคณะกรรมการสมาคมเตชะสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นลูกหลาน แซ่แต้ ขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้ประกอบพิธีเปิดศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ณ พระราชวังวังเดิม ที่นี้ หลังจากได้ลงขันกันจำนวนเงินกว่าสิบล้านบาท ปรับปรุง พิพิธภัณฑ์วังเดิม แห่งนี้ เจ้าสัวอุเทน ได้บรรเลงอักษรพู่กันจีน เป็นคำกลอนคู่ couplet ภาษาจีนเรียกว่า ตุ้ยเลี้ยง เป็นความว่า 牧野鹰阳 三尺青霜开帝业

鼎湖龙去 千秋俎豆纪丰功

ความหมายในที่นี้ หมายถึง

พระองค์ทรงถือพระแสง แชซึง ยาวสามเชียะ

ปราบอริราชศัตรู กอบกู้บ้านเมือง สู่เอกราช

แถวล่าง คือ

แม้นว่ามหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ได้สวรรคตไปแล้ว

แต่พระเกียรติยศคุณความดีท่าน ยังคงเป็นที่

เชิดชู ให้ชนรุ่นหลังได้ถวายสักการะชั่วนิรันดร์

คำตุ้ยเลี้ยงนี้ ได้แกะสลักเสลา ลงบนไม้สัก ติดแผ่นทองที่อักษร ประดับไว้ในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินแห่งนี้

ผมเชื่อว่าน้อยคนจะได้รู้ เรื่องราวตรงนี้ เพราะผมไปถอดความมาจากบทความของจีนมา

หากภัณฑารักษ์ ของพิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิม ต้องการข้อมูล  ทั้งเรื่องราวบนอักษรจีนและเรื่องของระฆัง

กระผมยินดีสาธยายให้ลึกซึ้งกว่านี้

 


 

 


 

พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่ง ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิด เมื่อต้นปี 2541

 

 

ความสง่างามภายในพระราชวังเดิม

 


 

หลังจากชมภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเปี่ยมด้วยความรู้ด้านประวัติศาสตร์ งานศิลปะ คุณต่อ การท่องเที่ยว กทม

ก็ได้พาเดินถัดไป มาชมเรื่องราวของ ป้อมบางกอก หรือป้อมวิไชยประสิทธิ์

ป้อมวิไชยประสิทธิ์ สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดิมชื่อ ป้อมบางกอก หรือ ป้อมวิไชยเยนทร์

ตั้งตามชื่อของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ชาวกรีกที่เป็นผู้กราบบังคมทูลให้สร้างป้อมแห่งนี้ เพื่อป้องกันเรือรบของฮอลันดา

ต่อมาเมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ได้ทรงสร้างพระราชวังขึ้นบริเวณป้อมนี้ พร้อมกับปรับปรุงป้อมพระราชทานนามว่า "ป้อมวิไชยประสิทธ์"

 

 

ภาพนี้ปีนขึ้นบนป้อม ถ่ายวิวเล่นๆ

จบภาคแรกของทริป เยี่ยมชมพระราชวังเดิม กับเครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคมกรุงเทพมหานคร ด้วยภาพสวยๆ ของวัดอรุณ กันครับ

 


 

 

เนื้อหาเพิ่มเติมในภาคต่อสามารถเข้าไปดูในกระทู้ตามลิ้งก์นี้เลยครับ จะมีภาพสวยๆ อีกมากมายเลยครับ...

 

http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M12605450/M12605450.html

 

จากผู้เผยแพร่ข้อมูล (ชมวิวทิวทัศน์) ขอขอบคุณเนื้อหาทั้งหมด และภาพประกอบอีกครั้ง จากคุณ Dragonary Sriboonchaichoosakul  (ชื่อบน FACEBOOK) ที่ได้อนุเคราะห์มาทำให้เกิดบทความบนบล็อก ที่มีคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง

 

 ท่านใดสนใจกิจกรรม ของเครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคมกรุงเทพมหานคร เข้าไปกด LIKE กันได้ที่ Facebook ตามลิ้งก์นี้ครับ https://www.facebook.com/thaitourismsociety

 


 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน