*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 413317
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 กันยายน 2555
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 1861 , 18:49:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน rantang โหวตเรื่องนี้

ย้อนความทรงจำแห่งสายน้ำ...“สาละวิน” โดย เจริญ ตันมหาพราน พร้อมภาพถ่ายสะสม

 

“สาละวิน” สายน้ำที่ไหลเป็นแนวเขตประเทศระหว่างไทยกับพม่าตรงบริเวณอำเภอแม่สะเรียง ที่ซึ่งเป็นดินแดนของนักเดินทางหลายคนใฝ่ฝันที่จะหาโอกาสมาเยือนให้ได้แม้ สักครั้งหนึ่งของชีวิต ที่ซึ่งไอกรุ่นของอดีตแห่งตำนานการต่อสู้ระหว่างชนกลุ่มน้อยยังไม่จางหาย ย้อนขึ้นไปสู่เทือกเขาหิมาลัยในดินแดนธิเบต แผ่นดินที่ได้ชื่อว่าเป็น“หลังคาโลก” อันเป็นถิ่นกำเนิดของแม่น้ำใหญ่ ๖ สาย อันได้แก่ แม่น้ำพรหมบุตร แม่น้ำอิรวดี แม่น้ำโขง แม่น้ำยั่งจือ แม่น้ำฮวงโห และแม่น้ำสาละวิน

 จากต้นกำเนิดบนเทือกเขาคุนหลุนด้านตะวันออกของประเทศธิเบต ไหลลงทางใต้ผ่านทะเลสาบแอมโดโชนัก ผ่านเมืองเมนคอส ซาแต็งไหลเลี้ยวเข้าไปในสาธารณรัฐประชาชนจีนทางตอนใต้ ผ่านเมืองยูนนาน ซึ่งชาวจีนเรียกชื่อของแม่น้ำนี้ว่า “นุเจียง” หรือ “นูเจียง” ส่วนคนแม่ฮ่องสอนจะเรียกว่า “แม่น้ำคง” ก่อนที่แม่น้ำสายนี้จะไหลลงสู่ประเทศพม่าเลียบชายแดนไทยทิศตะวันตกในเขตตำบลกองก๋อย ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง ไปสิ้นสุดชายแดนไทยที่สบเมย ก่อนจะไหลลงสู่อ่าวมะตะบันในทะเลอันดามันที่เมืองมะละแหม่ง รวมการเดินทางของสายน้ำสาละวินตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปากอ่าวเป็นระยะทางประมาณ ๓,๑๕๑ กิโลเมตร

 

แม่น้ำสาละวิน ณ รอยต่อพรมแดนไทยพม่า แดนดินที่ใครหลายคนใฝ่ฝันเดินทางมาให้ถึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

 

ทว่าสายน้ำแห่งนี้กลับมีเพียง ๑๒๖ กิโลเมตรเท่านั้น ที่สาละวินทำหน้าที่แบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับพม่า คือ ตั้งแต่บ้านจอท่าจนถึงบ้านสบเมย การเดินทางเพื่อทวนสายน้ำสาละวิน เริ่มต้นที่ท่าน้ำบริเวณบ้านแม่สามแลบ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนหมู่บ้านทั้งหลายริมฝั่งสาละวิน และด้วยเหตุที่เป็นหมู่บ้านที่อยู่สุดเขตแดนไทย จึงทำให้หมู่บ้านนี้มีกลุ่มชนจากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาอาศัยอยู่อย่างผสมกลมกลืนทั้ง คนไต กะเหรี่ยง แขก(กะลา) และคนเมือง

 

บ้านแม่สามแลบแห่งนี้ เป็นชุมชนเล็กๆ บ้านส่วนใหญ่เป็นลักษณะห้องแถวขนานไปกับถนนเกือบทุกห้องจะมุงด้วยหลังคาใบตอง ห้องที่อยู่ชิดถนนเปิดเป็นร้านค้าขายของเบ็ดเตล็ด เครื่องมือจับปลา เสื้อผ้า ร้านก๋วยเตี๋ยว หลายร้านมีลังสีส้มสีแดงขนาดใหญ่วางอยู่ ลังเหล่านี้เป็นที่เก็บปลาที่ทยอยขึ้นมาจากเรือหางยาวซึ่งจับได้ในแม่น้ำสาละวิน ในอดีตบริเวณนี้เป็นจุดการค้าผ่านแดนที่คึกคัก แต่ปัจจุบันซบเซาลงไปมากเนื่องจากปัญหาชายแดน สินค้าที่นำมาจำหน่ายที่นี่ส่วนมากเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคของไทยและสินค้าพื้นเมืองจากพม่า เช่น ผลิตผลทางการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

หาดทรายขาวนุ่มละเอียดริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ด้านหน้าทีทำการอุทยานแห่งชาติฯ เป็นจุดกางเต้นท์พักแรมที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง

 

ริมฝั่งน้ำสาละวินในช่วงน้ำลง จะเต็มไปด้วยหาดทรายขาวนุ่มละเอียด นักท่องเที่ยวที่มาสาละวินนิยมนั่งเรือทวนสายน้ำขึ้นไปหาหาดทรายเหมาะๆ กางเต็นท์พักแรม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่บรรยากาศเป็นใจชักชวนให้หนุ่มสาวพากันออกเดินทาง ท่องเที่ยวการเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติสาละวิน นักท่องเที่ยวจะต้องลงเรือที่ท่าแม่สามแลบโดยเรือเร็ว ทวนสายน้ำใช้เวลาประมาณ ๕๐ นาที เจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจ กองร้อยทหารพราน ๓๖๐ บ้านแม่สามแลบ บอกกับเราว่า การนั่งเรือไปยังอุทยานแห่งชาติสาละวินจะต้องเดินทางก่อนเวลา ๑๘.๐๐ น. ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างทหารไทยกับพม่า ถ้าหลังจากนั้นแล้วทางทหารพรานจะไม่รับรองความปลอดภัย ดังนั้นหากใครที่ไม่สามารถลงเรือก่อนเวลา ๑๘.๐๐ น. ได้ก็จะต้องนอนค้างที่บ้านแม่สามแลบก่อน ๑ คืนแล้วจึงลงเรือได้ในวันรุ่งขึ้น

 

 อุทยานแห่งชาติสาละวิน เพิ่งได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อต้นปี ๒๕๓๗ บนพื้นกว่า ๔๖๘,๐๐๐ ไร่ เลียบฝั่งน้ำสาละวินในเขตอำเภอแม่สะเรียงและกิ่งอำเภอสบเมยเป็นขุนเขาและป่าไม้เบญจพรรณ ในช่วงหน้าหนาวจนถึงหน้าแล้งระดับน้ำในสาละวินจะลดลง สามารถมองเห็นหาดทรายขาวละเอียดทั้งสองฟากฝั่งสลับกับก้อนหินขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในหน้าหนาวสายหมอกจะปกคลุมทั่วทั้งลำน้ำ นอกจากนี้ป่าเบญจพรรณสองฝั่งน้ำจะเริ่มผลัดใบ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงอมส้มให้นักเดินทางได้ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ ส่วนในหน้าร้อนประมาณเดือนเมษายน หิมะบนภูเขาจะละลายไหลลงมา แม่น้ำจึงใสและเย็นกว่าปกติ หากจะกล่าวว่าผู้คนในดินแดนพม่า ไทใหญ่ ไทน้อยและจีน ได้อาศัยกินและอาบใช้น้ำของหิมะที่ละลายจากเทือกหิมาลัยก็คงจะไม่ผิดนัก

ชุมชนห้องแถวเรือนไม้บ้านแม่สามแลบ เปิดเป็นร้านค้าขายของเบ็ดเตล็ดนานาชนิด

 

เรื่องราวของการทำไม้ในผืนป่าสาละวิน ยังคงบอกกล่าวเรื่องราวในดินแดนอันลี้ลับที่เสียงเลื่อยตัดไม้ดังระคนกับเสียงปืน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ ๕-๖ ปี ป่าสาละวินไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แม้ว่าป่าผืนนี้จะดิบทึบอุดมสมบูรณ์ เป็นสังคมป่า ซึ่งเรียกว่า “อินโดเบอร์ม่า” ที่ยังปรากฏเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย พรรณพืชส่วนใหญ่ในพื้นที่ได้รับอิทธิพลมาจากเทือกเขาหิมาลัย มีพรรณไม้เขตหนาวหลายชนิดปรากฏอยู่ รวมถึงสังคมพืชแถบอินโดมาลายากระจายขึ้นตามเทือกเขาตะนาวศรี รวมถึงไม้สักซึ่งเป็นพันธุ์ไม้เด่นแห่งป่าสาละวิน

 

ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.๒๔๕๐-๒๔๕๒ บริษัทอีสเอเชียติกได้เข้ามาทำสัมปทานไม้ หลังจากนั้นบริษัทบอมเบย์เบอร์ม่าก็ได้เข้ามารับช่วงสัมปทานต่อใน พ.ศ.๒๔๕๓-๒๔๗๖ ปัจจุบันแม้ว่าการสัมปทานไม้ในป่าจะยุติไปเนิ่นนานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าการลักลอบตัดไม้ในป่าสาละวินยังไม่เคยยุติ..

 

รุ่งเช้าสายหมอกของวันในฤดูหนาวก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนแต่หัวรุ่ง โรยตัวกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ กระทั่งมองไม่เห็นส่วนยอดของเทือกเขา บรรยากาศที่หุ้มห่อรอบตัวกำลังสบาย ช่วยแต่งแต้มความสดชื่นของวันในยามเช้าได้เป็นอย่างดี หาดทรายขาวละเอียดด้านหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติสาละวินถูกเนรมิตให้เป็นลานพักแรมที่สุดแสนจะโรแมนติก หนุ่มสาวหลายคู่พากันออกมารับไอหนาวและนั่งชมแสงดาวในราตรีที่ปราศจากเงาของพระจันทร์ ชนิดที่เรียกว่าขณะที่ตากำลังมองดาวเท้าก็ยังเหยียบทราย

ความงดงามของทะเลหมอกเหนือขุนเขาและป่าไม้เบญจพรรณ ปกคลุมลงมาจนถึงลำน้ำสาละวิน

 

ผู้คนผ่านไปแล้ว แต่ภูเขาและแม่น้ำยังคงอยู่ เรื่องราวของการทำไม้และสงครามในดินแดนฝั่งตะวันตกของประเทศยังคงเป็นตำนาน ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของนักเดินทางคนแล้วคนเล่าที่เข้ามาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งแม่น้ำสาละวิน การเดินทางของสายน้ำยังไม่สิ้นสุด ทว่าการเดินทางของคนมาถึงที่สิ้นสุด ภาพสุดท้ายของอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาจึงนับเป็นความทรงจำสุดท้ายก่อนการจากลา "สาละวิน" ผมได้แต่หวังในใจว่า สักวันหนึ่งสันติภาพและความสงบสุขคงจะมาเยือนสาละวิน แต่จะอีกนานสักแค่ไหน ไม่มีใครกล้าคิด  (หมายเหตุ ภาพถ่ายเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕)



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน