*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 415190
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 4 มกราคม 2556
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 7398 , 11:40:46 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ภาษาไทย โหวตเรื่องนี้

เครดิต อ.เจริญ ตันมหาพราน นักประวัติศาสตร์ชุมชน นักเขียน และช่างภาพ

 

 

ที่มาที่ไป ของ”ตู้ไปรษณีย์ ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก” อยู่ที่ไหน และ มีความเป็นมาอย่างไร ???

เครดิต อ.เจริญ ตันมหาพราน นักประวัติศาสตร์ชุมชน นักเขียน และช่างภาพ ขอขอบคุณ มา ณ ที่นี้ครับ....

 

ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลกตู้แรก

ตู้ไปรษณีย์เป็นสิ่งบริการแก่ประชานชนอย่างหนึ่ง สำหรับส่งข่าวสารไปมาระหว่างจังหวัดต่อจังหวัด หรือฝากส่งข้ามประเทศก็ได้ โดยมีกฎระเบียดต้องผนึกตราไปรษณียากรตามอัตราที่กำหนดไว้ก่อนที่จะเดินไปหยอดตู้ไปรษณีย์ หรือฝาก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุด ต่อจากนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่จะนำไปรษณียภัณฑ์เหล่านั้นไปส่งยังผู้รับปลายทาง ด้วยเหตุนี้ ตู้ไปรษณีย์เปรียบเสมือนปัจจัยอย่างหนึ่งที่มนุษย์ต้องพึ่งพา และจะพบได้ตามขอบทางเท้าย่านชุมชนของถนนสายต่างๆ เรียงรายออกเป็นระยะๆ

แต่การสำรวจของสหภาพภาคไปรษณีย์สากลพบว่า ตู้ไปรษณีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในเขตท้องที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประเทศไทย

เบตง เป็นอำเภอใต้สุดของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศใต้ โดยทางรถยนต์ประมาณ ๑,๕๐๖ กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัดยะลา ๑๔๐ กิโลเมตร ซึ่งในแต่ละปีจะมีชาวไทยและชาวมาเลเซียเดินทางผ่านแดนเข้าออกด้านเบตงเป็นจำนวนมาก

ในวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๑ กรุงสยามกับอังกฤษได้ลงนามในสนธิสัญญา โอนรัฐกลันตัน ไทรบุรี ตรังกานู และเปอร์ริส ให้แก่อังกฤษ รวมเนื้อที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ตารางไมล์ และพลเมืองกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันกัน ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ โดยในสนธิสัญญาได้กำหนดให้มีการโอนดินแดนดังกล่าวให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับหลังจากวันแลกเปลี่ยนสัตยาบัน

 

 

การเสียดินแดนแก่อังกฤษในครั้งนั้น ไทยยังต้องเสียดินแดนอีก ๔ ตำบล คือ ตำบลบาโลม ตำบลโกรแน ตำบลอิตำ และตำบลแซะ หรือโกร๊ะของอำเภอยะรมไปด้วย เนื่องจากการปักปันเขตแดนมณฑลไทรบุรีให้อังกฤษ ในสัญญาได้ถือเอาสันเขา หรือทางน้ำเป็นเส้นเขตแดน ซึ่งสันเขาหรือทางน้ำที่อ้างไว้ในสัญญาก็ล้วนเป็นสิ่งที่มิสเตอร์เบอร์คลี่ พนักงานที่ดินของอังกฤษสำรวจไว้ล่วงหน้า โดยที่ไทยขาดความชำนาญในเรื่องการสำรวจและการทำแผนที่ รู้แต่เพียงต้นเชือกกับปลายเชือกเท่านั้น

ส่วนจะคดเคี้ยววกวนกินดินแดนไทยไปเท่าไรไม่รู้ เพราะระยะทางมันยาวนับร้อยนับพันกิโลเมตร ข้ามเขาลงห้วยผ่านไปในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเจ้าพนักงานไทยยังไม่เคยสำรวจผ่านเส้นทางเส้นนี้เลย พอถึงเวลาจริงไทยเลยหมดโอกาสโต้แย้งหรือคัดค้านใดๆทั้งสิ้น

ผลจากการปักเขตแดน ซึ่งไทยต้องเสียพื้นที่ในอำเภอยะรมให้แก่อังกฤษไป ๔ ตำบล ดังที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น ทำให้พระพิชิตบัญชาการ นายอำเภอยะรมสมัยนั้นได้ย้ายสถานที่ตั้งอำเภอจากหมู่ที่ ๑ บ้านฮางุด ตำบลเบตง มาตั้งที่หมู่ที่ ๖ บ้านกำปงมัสยิด ในตำบลเดียวกัน

เนื่องจากท้องที่ยะรมอยู่ห่างความเจริญ การคมนาคมไม่สะดวก จึงได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอระยม มาเป็น“ที่ว่าราชการอำเภอเบตง” และมีฐานะเทียบเท่ากับจังหวัดหนึ่งของไทย(แต่ใช้อยู่จนถึง พ.ศ.๒๔๗๖ ก็ยกเลิก) โดยแบ่งเขตการปกครองใหม่เป็น ๔ ตำบล คือตำบลเบตง ตำบลยะรม ตำบลอัยเยอร์เวง และตำบลตาเนาะแมเราะ

หากเปรียบแผ่นดินภาคใต้เป็นอาวุธ เบตงก็ไม่ต่างกับใบหอกที่พุ่งปักเข้าไปในพื้นที่ของสหพันธรัฐมาเลเซีย เพราะถูกล้อมรอบด้วยเขตแดนของมาเลเซียถึง ๓ ด้าน คือ

ทิศเหนือ           จรดพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

ทิศตะวันออก   จรดอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และ อำเภอกริ๊ก รัฐเประ สหพันธรัฐมาเลเซีย

ทิศใต้   จรดกิ่งอำเภอโกร๊ะ และอำเภอกริ๊ก รัฐเประ สหพันธรัฐมาเลเซีย

ทิศตะวันตก     จรดกิ่งอำเภอบาลิ่ง รัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

 

ภาพสถานที่ทำการไปรษณีย์ อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อ 20 ปีก่อน (ภาพสะสม อ.เจริญ ตันมหาพราน)

 

สมัยนั้น เหตุการณ์บ้านเมืองทั่วไปสงบเรียบร้อยดี แต่เค้าแห่งความวุ่นวายก็เริ่มก่อตัวอย่างเงียบๆอยู่หลายปี โดยนายโลวเซ็กงี่ อดียนายสิบตำรวจลับแห่งมลายู เข้ามาปักหลักทำมาหากินอยู่อำเภอเบตงก่อนปี พ.ศ.๒๔๗๐ ดูจากภายนอกนายโลวเซ็กงี่เหมือนคนเรียบร้อย รักความสงบ ไม่มีท่าที่จะกลายเป็นหัวหน้าโจรจีนที่ปล้นเบตงที่เกรียวกราวสุดๆในประวัติศาสตร์ไทย

วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๖ ในท้องที่เบตงเกิดมีโจรจีนกลุ่มหนึ่ง ภายใต้การนำของนายโลวเซ็กงี่บุกเข้าปล้นสถานที่ราชกาลต่างๆ แต่ก็ได้รับการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการหลายฝ่าย ในที่สุดโจรจีนได้ล่าถอยจากไป

หนังสือ“อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ต.หลวงเจริญ ตำรวจการ ๙ ธันวาคม ๒๕๒๓” ได้มีข้อความเกี่ยวกับการปราบปรามโจรจีนภาคใต้ ดังต่อไปนี้

“...ครั้นเวลา ๑๓.๐๐ น. พวกโจรจีนประมาณ ๕๐๐ คน ได้แยกย้ายกันมาทิศทางต่างๆ มุ่งเข้ายึดสถานีตำรวจอำเภอเบตง พวกโจรจีนได้ประเดิมด้วยการระดมยิงเข้ามายังฝ่ายเราอย่างหูดับตับไหม้ทีเดียว ข้าพเจ้ารีบตัดสินใจสั่งการให้ตำรวจเข้ายึดเสาปูนโรงพักขนาด ๒๔ นิ้วเป็นที่กำบัง พร้อมกับสั่งให้ทำการยิงสกัดกั้นแบบถวายชีวิต คำว่า“ถอยหรือหลบหนี” ไม่ให้มีเป็นอันขาด ได้มีการยิงต่อสู้กันอยู่ถึงสองชั่วโมงเต็มโจรจีนที่บุกเข้าถึงบันไดโรงพัก ถูกยิงตายคาที่ถึง ๓ ศพ ต่อหน้าต่อตาของข้าพเจ้า ครั้นแล้วพวกโจรจีนก็ล่าถอยไปอย่างไม่เป็นขบวน ตำรวจฝ่ายเราทั้ง ๑๖ นาย ปลอดภัย เมื่อออกไปตรวจเหตุการณ์ข้างนอกโรงพัก ปรากฏว่าโจรจีนถูกยิงตายทั้งสิ้น รวม ๘๒ ศพ

สำหรับเรื่องนี้อำมาตย์ตรี พระทำนุประชากิจ ผู้ว่าราชการอำเภอเบตง ได้มีหนังสือไปยังอำมาตย์ตรี หลวงสถิตย์โทรกล ผู้จัดการไปรษณีย์โทรเสขภาคใต้สงขลา ดังมีข้อความต่อไปนี้

ที่ ๒/๕๕๖

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๗๖

เรียนอำมาตย์ตรี หลวงสถิตย์โทรกล ผู้จัดการไปรษณีย์โทรเลข ภาคใต้ สงขลา

ตามหนังสือของท่านที่ ๑๖๐๗ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ เรื่องอนุญาตให้นายสงวน จิรจินดา นายไปรษณีย์ไปช่วยราชการอำเภอ ความแจ้งอยู่แล้วนั้น

บัดนี้ การงานทางอำเภอได้สิ้นสุดลงและได้อนุญาตให้ นายสงวน จิรจินดา กลับไปรับราชการตามหน้าที่ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคมศกนี้แล้ว โดยหนังสือฉบับนี้ข้าพเจ้าได้ทำบันทึกกิจการที่นายสงวน จิรจินดา ได้ปฏิบัติมาแล้ว

ในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๔๗๖ ซึ่งเป็นวันที่โจรจีนยกเข้ามาปล้นสถานีตำรวจอย่างรุนแรงร้ายกาจนั้นขณะที่กองโจรด้านตะวันตกกำลังแตกถอย นายสงวน จิรจินดา ได้วิ่งมาสถานีตำรวจ จวนเจียนจะได้รับอัตรายจากกระสุนปืนของตำรวจเอง เมื่อมาถึงสถานี ผู้บังคับกองตำรวจได้จ่ายปืนให้ นายสงวน จิรจินดา ได้ลงไปยึดมั่นที่หน้าสถานี เพื่อต่อสู้กับโจรจีนที่รุกเข้ามาทางด้านตะวันออก ต่อมาข้าพเจ้าได้ร้องสั่งลงไปจากบนสถานี นายสงวน จิรจินดา นำตำรวจ ๓ นาย ไปยึดที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อป้องกันรักษาและส่งโทรเลขแจ้งไปยังจังหวัดและกระทรวง

 

นายสงวน จิรจินดา ผู้สร้างตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก

 

นายสงวน จิรจินดา ได้ยิงต่อสู้กับผู้ร้ายที่ยกเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์เป็นเวลา ๓๐ นาที ในระหว่างต่อสู้ นายสงวน จิรจินดา ยังได้เขียนโทรเลขซึ่งต้องหยุดบ้างเขียนบ้างเป็นระยะส่งไปถึงเจ้าเมืองและเทศาฯ เพื่อแจ้งเหตุการณ์และขอกำลังตำรวจโดยถูกต้องอีกด้วย เมื่อเขียนโทรเลขเสร็จยังได้นำตำรวจ ๓ นายนั้นรุกเข้าไปถึงตลาด เพื่อรับตัวบุรุษไปรษณีย์ให้ไปที่ทำการไปรษณีย์และรับตัวเสมียนไปรษณีย์ให้ไปส่งโทรเลข ซึ่งในเวลานั้นยังมีสมัครพรรคพวกผู้ร้ายจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในโรงรถว่างห่างกันราว ๒ เส้นเท่านั้น กับยังได้ระวังป้องกันอยู่กับเจ้าหน้าที่โทรเลขจนเสร็จ

แลในเย็นวันนั้นเองนายสงวน จิรจินดา ได้ติดตามผู้บังคับกองตำรวจออกทำการตรวจค้นพวกผู้ร้ายในตลาด ได้ทำหน้าที่ตำรวจอยู่ยามเป็นต้นจนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๗๖

ต่อจากนั้น ข้าพเจ้าได้ยืมตัวนายสงวน จิรจินดา มาช่วยราชการทางอำเภอ เพื่อเขียนโทรเลขโรมันไนส์และทำการติดต่อโต้ตอบกับทางต่างประเทศ เรียบเรียงและแปลภาษาต่างๆที่เกี่ยวกับปล้นรายนี้เป็นเวลา ๑ เดือนเต็ม

อนึ่ง ในตอนเช้าวันที่ ๒๘ ตุลาคม ก่อนที่จะเกิดการปล้นไม่กี่ชั่วโมง นายสงวน จิรจินดา ได้เป็นธุระบอกผู้บังคับกองตำรวจให้ทราบเรื่องราษฎรแตกตื่นจะเกิดการปล้น เพื่อให้ผู้บังคับกองมาหา หรือกับข้าพเจ้ากับยังได้ให้ความรู้ในเรื่องการผิดสังเกตของนายโลวเซ็กงี่ผู้ร้ายตัวการสำคัญ จนข้าพเจ้าสั่งให้จับตัวนายโลวเซ็กงี่หัวหน้าโจรรายนี้ เป็นการตัดทอนกำลังของพวกโจรจีนลงได้เป็นอันมาก

การกระทำของนายสงวน จิรจินดา ครั้งนี้นับว่าเป็นประโยชน์แก่ทางราชการทั้งฝ่ายกำลังและฝ่ายธุรการ สมควรได้รับความชอบเป็นบำเหน็จ จึงขอท่านได้โปรดเสนอเพื่อพิจารณาเป็นลำดับต่อไป

โอกาสนี้ขอแสดงความนับถือมายังท่าน

อำมาตย์ตรี พระทำนุประชากิจ

ผู้ว่าราชการอำเภอเบตง

ประทับตราประจำตำแหน่งมาเป็นสำคัญ

ในเวลาต่อมานายสงวน จิรจินดา ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังสำเนาต่อไปนี้

ที่ ก.ท. ๑/๑๒

๒๖ เมษายน ๒๔๘๐

เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

จากอธิบดีไปรษณีย์โทรเลข ถึง นายสงวน จิรจินดา นายไปรษณีย์เบตง

ตามที่ท่านได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่านบ้านเมืองเข้าต่อสู้โจรจีนที่เบตง เพื่อป้องกันทรัพย์สมบัติของรัฐบาลและประชาชนเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖๗ นั้น คณะรัฐมนตรีได้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์มงกุฎสยามให้ บัดนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแล้ว จึงขอส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยาม ๑ ดวง มาพร้อมกับหนังสือนี้

เมื่อการกระทำของท่านบังเกิดผลเป็นเกียรติยศทั้งแต่ตนเอง ตลอดถึงหมู่คณะเช่นนี้ ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นหัวหน้ากรมรู้สึกปลาบปลื้มยินดีปีติเป็นอย่างยิ่ง หวังว่าเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้จะเป็นเครื่องส่งเสริมให้ท่านประกอบแต่คุณความดี อันจะนำเกียรติยศและชื่อเสียงมาสู่ตนและหมู่คณะในกาลต่อไปยิ่งๆขึ้น

ในที่สุด ข้าพเจ้าขออำนวยพรให้ท่านจงมีความเจริญด้วยจตุรพิตร คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ เทอญ

ขอแสดงความนับถือ

อริจกิจวิจารณ์

ผู้ช่วยอธิบดีฝ่ายการในประเทศ ลงนามแทน

ต่อมา นายสงวน จิรจินดา นายไปรษณีย์โทรเลขเบตง มีประสบการณ์จากเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า เวลาบ้านเมืองมีเหตุวุ่นวาย ไม่สามารถที่จะติดต่อกับหน่วยงานอื่นๆได้ ดังนั้นครบเกษียณอายุราชการ จึงได้ออกมาสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลและได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเบตงคนแรก และแลเห็นว่าท้องที่อำเภอเบตงอยู่ห่างไกลมาก ไม่สามารถติดต่อสื่อสารใดๆ ได้ นอกจากทางจดหมายเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอเบตง ในด้านการติดต่อสื่อสารและในอดีตเคยเป็นนายไปรษณีย์โทรเลข จึงได้สร้างตู้ไปรษณีย์ขึ้น โดยใช้คอนกรีตเสริมเหล็กรูปวงกลม ทรงกระบอก แยกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนฐานและส่วนตู้

ส่วนกลางที่เป็นฐาน วัดเส้นรอบวงได้ ๑๖๐ เซนติเมตร สูงจากพื้นดิน ๑๓๐ เซนติเมตร

ส่วนบนเป็นตัวตู้วัดเส้นรอบวงได้ ๑๔๐ เซนติเมตร ความสูงของตัวตู้วัดได้ ๒๙๐ เซนติเมตร ในขณะเดียวกันด้านบนของตู้ไปรษณีย์ได้บรรจุลำโพงไว้ข้างในและเจาะรูกลมๆไว้รอบๆ สำหรับกระจายเสียงในยามเช้า เพื่อรายงานข่างสารทางราชการเวลาชาวบ้านไปจ่ายตลาด โดยตั้งอยู่ตรงสี่แยกหอนาฬิกา ดังนั้น หากจะนับจากฐานขึ้นไปถึงส่วนสูงของตู้ไปรษณีย์ ทั้งหมดวัดได้ ๔๒๐ เซนติเมตร

ปัจจุบัน ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตู้แรกใบนี้ ยังสามารถใช้การได้อยู่

ข้อมูลจาก หนังสือที่ระลึกงานแสดงตราไปรษณียากรแห่งชาติ

ครั้งที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๔๔ หน้าที่ ๖๙-๗๑

 

 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 ชมวิวทิวทัศน์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ภาษาไทย วันที่ : 04/01/2013 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

ขอบคุณเรื่องราวตู้ไปรษณียที่น่าภูมิใจ
อ่านแล้วนึกถึงพี่นุ คนช่างเล่า ค่ะ
Voteๆ ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 ชมวิวทิวทัศน์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทิวสน วันที่ : 04/01/2013 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ขอบคุณสำหรับเรื่องและภาพที่น่ารู้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน