*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 172
  • จำนวนผู้ชม : 413155
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 19 มกราคม 2556
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 2319 , 12:40:00 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พันธุ์สังหยด โหวตเรื่องนี้

 

ไอเดีย สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด และทุกทิศทุกทาง แต่ถ้าประเทศเรา ขาดแคลนวิศวกร ผู้รังสรรค์ ผู้คิดค้นอะไรใหม่ๆ ก็นับเป็นเรื่องน่าเสียดาย ของประเทศไทย เกี่ยวกับโอกาส เพราะในนานาประเทศ เค้าสร้างมูลค่าเพิ่มกัน ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์ มันประเมินไม่ได้เลยจริงๆ ....ผู้เผยแพร่ คิดว่า มันเป็นมูลค่าเพิ่มที่สูงจริงๆ น่ะครับ

 

วิศวกรสร้างสรรค์ ขาดแคลนแสนกันดาร

เครดิตภาพ http://board.atcomink.com/photo/4820664459.gif

 

เข้าสู่บทความที่ผมคัดลอกมาอีกทีครับ

เครดิต http://www.sujitwongthes.com มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 16 มกราคม 2556 และ Ed Anajak Luckchai (ชื่อ บน FACEBOOK) ขอขอบคุณ มา ณ ที่นี้ครับ

อ้างอิง ข้อมูล มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 16 มกราคม 2556

 

วิศวกรสร้างสรรค์ ขาดแคลนแสนกันดาร

 

พลังสร้างสรรค์เกือบทุกอย่างหรือทั้งหมดอยู่นอกห้องเรียน ในห้องเรียนมีไม่มาก หรือไม่มีเลย

 

ฉะนั้น จะผลิตวิศวกรสร้างสรรค์สำเร็จ ต้องแสวงหาพลังจากนอกห้องเรียนที่ไม่ถูกครอบงำโดยจารีตนิยม

 “ขณะนี้ประเทศไทยขาดแคลนวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์อย่างมาก เพราะวิศวกรที่สถาบันอุดมศึกษาไทยผลิตออกมาปีละเกือบ 1 แสนคน มีไม่ถึงเปอร์เซ็นต์ที่เป็นวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์”

 

เครดิตภาพ Future Cape Town & Smart Growth Thailand

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=534525956578556&set=a.296746903689797.74550.192382937459528&type=1&theater

 

รศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวต่อไปว่าส่วนใหญ่เป็นวิศวกรแรงงานจบออกมาแล้วทำงานเลย แถมไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โอกาสในการทำงานวิจัยน้อย ทั้งที่ในอนาคตยุคของการแข่งขัน การแลกเปลี่ยน เคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี

 “บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ที่สามารถแข่งขันได้ ไม่ตกงาน ต้องเป็นวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เช่น ผลิตโทรศัพท์มือถือให้เล็กลง ทำโทรทัศน์ให้บางลง คิดสิ่งประดิษฐ์เพื่อนำมาใช้ผ่าตัดหัวใจได้ง่ายขึ้น เป็นต้น”

 

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. จึงพยายามผลิตวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์ พร้อมทั้งเปิดสาขาที่เป็นความต้องการของในอนาคต (คม ชัด ลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2556

 

แหล่งพลังสร้างสรรค์นอกห้องเรียน ผมเคยเขียนบอกมาก่อนแล้ว ว่าอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมในไทยซึ่งเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ามีหลากหลาย เช่น มิวเซียม, ห้องสมุด, หอศิลป์, โรงมหรสพ (โรงหนัง, โรงละคร, โรงดนตรี, โรงลิเก, ฯลฯ), เป็นต้น

ล้วนมีคุณสมบัติเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวพร้อมกันในตัวเอง

เฉพาะที่มีคุณสมบัติเป็นแหล่งเรียนรู้ ล้วนมีพลังสูง จูงใจให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ แล้วสั่งสมพลังความคิดสร้างสรรค์ เข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้

 

แหล่งพลังสร้างสรรค์นอกห้องเรียน (หมายเหตุ :: ผู้เผยพร่...มีมากมายมหาศาล กว่าตัวอย่างที่ยกมาครับ)

เครดิตภาพ จากอินเตอร์เน็ต http://nongsukjai.files.wordpress.com/2012/09/thai-entertain-activit.png

 

ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างฯอย่างนี้ในไทยมีไม่พอ ส่วนที่มีก็มีคุณภาพและศักยภาพไม่พอ คนส่วนมากเข้าถึงยากลำบาก บางทีไม่มีโอกาสเข้าถึงเลย

 

สาเหตุจากสังคมไทยพิทักษ์จารีตนิยมสุดโต่ง จึงเคร่งครัดลักษณะเจ้าขุนมูลนาย แม้ภายนอกดูทันสมัย แต่ภายในไม่พัฒนา โครงสร้างฯที่ไทยมีอยู่(อย่างจำกัด)จึงไม่มีชีวิตชีวา และไม่น่าเข้าใกล้

 

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นที่รับรู้ทั่วโลกว่าจะเกิดขึ้นแล้วเติบโตได้ ต้องถึงพร้อมด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายอย่างให้ “รู้เขา รู้เรา รู้เท่าทันโลกและชีวิต” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมด้วย

ที่สำคัญคือต้องใจกว้าง เป็นสังคมเปิดที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทั้งในความคิดและพฤติกรรมที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น

 

เครดิตภาพ http://www.nep.go.th/upload/modWhatsnew/small_tn-233-102.jpg

 

ความคิดสร้างสรรค์ มีผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าจะมีได้ก็ด้วยการสั่งสมข้อมูลและประสบการณ์ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด หรือบอกจำนวนไม่ได้

 

แต่ต้องการข้อมูลความรู้มากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องราวต่อหน้า หากหมายถึงประวัติความเป็นมาของสิ่งเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นพลังผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

 

 

ปัญหาอยู่ที่พลังจารีตนิยมในไทย เป็นปฏิปักษ์ต่อสิ่งสร้างสรรค์ที่ยกมานี้

 

และระบบการศึกษาไทยเน้นแยกส่วน เลยทำให้สายวิทยาศาสตร์และสายอาชีพไม่แลกเปลี่ยนเรียนรู้แหล่งพลังสร้างสรรค์จากสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

 

 

 

แต่แล้วมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ถูกครอบงำอย่างแข็งแรงและมิดชิดโดยพลังจารีตนิยม เลยหาพลังสร้างสรรค์ยากยิ่งในการผลิตวิศวกรสร้างสรรค์

 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 19/01/2013 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

คนเรียนจบมาแบบมีสมองไม่ต้องกลัวว่าจะตกงานหรอกครับเขาสร้างงานให้ตัวเองได้

ความคิดเห็นที่ 1 ชมวิวทิวทัศน์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามเสาร์ วันที่ : 19/01/2013 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

เรื่องนี้...ต้องทำให้ภาครัฐและนักการเมืองที่หมุนเวียนมาเป็นรัฐบาล
ตั้งธง...ให้ประเทศพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเองได้และมีวิวัฒนาการในศิลปะวัฒนธรรม...และทำจริง
ที่มีเอกลักษณ์ต่อยอดต่อยุคสมัย
การพัฒนาประเทศบนพื้นฐานการพึ่งพาตนเองนี่แหล่ะ...จะเป็นเหตุให้ทุกภาคส่วน
ต้องปรับปรุงพัฒนาทั้งศาสตร์และศิลปเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้
ความเจริญเติบโตและพัฒนาจะเกิดขึ้นได้
ภาครัฐและภาคประชาชนต้องมีสำนึกและยอมเจ็บตัวในช่วงแรก
ต้องกล้าและยอมเจ็บที่จะใช้ของที่ผลิตโดยคนไทยเอง แล้วปรับปรุงพัฒนาต่อยอด
สังเกตุมั๊ยครับ...ประเทศที่สามารถผลิตรถยนต์ได้เอง จะมีอุตสาหกรรมชั้นสูงอื่นๆ อยู่ด้วยเสมอ
ลองสังเกตุเกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย จีนทั้งไต้หวันและแผ่นดินใหญ่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ สหรัฐฯ...
รถยนต์...เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย...แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดเทคโนโลยีอื่นๆ ตามมามากมาย
ประเทศไทยไม่รู้ว่าหลงหรือหลอกตัวเอง (คนทั้งประเทศ) ว่ามีอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก
แต่เข้าไปดูเนื้อในซิครับว่าเราอยู่ในสถานะอะไรในอุตสาหกรรมนี้...
เรื่องนี้ยาวครับ...และลำพังภาคเอกชน ไม่สามารถทำอะไรได้มากพอ...
...ถ้าภาครัฐและผู้มีอำนาจพึ่งพอใจที่จะเป็นเพียงขุนอากรบ่อนเบี้ยเท่านั้น...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน