• toymcp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : toymcp@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-11
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 161444
  • ส่ง msg :
  • โหวต 96 คน
toymcp
Always Manchester United
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/toymcp
วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2552
Posted by toymcp , ผู้อ่าน : 1960 , 15:22:42 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

007 CAMBODIA Casino Royale No.2

 

This is Angkor Wat..

 

          สะดุ้งตื่นพร้อมเวลาแปดโมงเช้า เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็ลงมาจากห้องพัก เพื่อหาอาหารเช้ากันซะหน่อย เช้านี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ กาแฟ กับ ปาท่องโก๋ (ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา) ที่หน้าปากซอย Guest House นี่เอง

 

          ตุ๊ก ตุ๊ก ที่เราว่าจ้าง ก็มารอรับตรงเวลาไม่มีขาดไม่มีเกิน ต้องแนะนำเพื่อน ๆ ที่ต้องการไปเยือน Angkor Wat สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วยอย่างที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าไม่รวมสตางค์ที่ต้องมีแล้ว ก็คือ

     น้ำดื่ม (จะไปซื้อเอาดาบหน้า บอกได้เลยครับว่า มี แต่ แพง)

     แว่นตากันแดด (สำหรับผู้ที่ต้องการถนอมดวงตา และ ผู้ที่ต้องการความเท่ห์)

     หมวก (เหมาะมากกับคนที่ขี้ร้อน และ ผู้ที่หัวล้าน แต่ใจไม่น้อยฮะ)

     รองเท้าผ้าใบ (ควรจะใส่ไปนะครับ เพราะมันต้องมีการปีนป่ายบ้างเล็กน้อย แต่ใครจะลากแตะไปเลยก็ไม่ว่า แต่ต้องเป็นแตะที่เหนียวและทนหน่อยนะ หากใส่แล้วขาดอายเขาแย่)

     กล้องถ่ายรูป ถ่านสำรอง (ไม่เหมาะกับผู้ที่ขี้หลงขี้ลืม เดี๋ยวไปลืมกล้องทิ้งไว้ จะเสียดายนะจะบอกให้)  เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ออกเดินทางกันครับ

 

          ถนนยามเช้าที่เสียมเรียบ หรือ เสียมราฐ เป็นไปอย่างคึกคัก วุ่นวาย ดูมีชีวิต ชีวา ตุ๊ก ตุ๊ก วิ่งบดฝุ่นมาไม่เกิน 30 นาที เราก็มาถึงจุดจำหน่ายตั๋วเข้าชม Angkor Archaeological Park โดยจะมี 3 แบบให้เลือก มี 1 วัน 3 วัน และแบบ 7 วัน ผมกับเพื่อนเลือกไว้แล้วตั้งแต่ก่อนมาที่นี้ คือเราซื้อแบบ 3 วัน ในสนนราคา 40 USD ตั๋วเข้าชมจะมีการถ่ายรูปนักท่องเที่ยว ติดบนตั๋วด้วยครับ เจ๋งจริง ๆ บ้านเรามีกันยังครับ ผมไม่แน่ใจ?

 

          จากจุดจำหน่ายตั๋ว ต้องขับเข้าไปด้านในอีกประมาณ 10 นาที มองจากด้านไกลลิบ ๆ เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก กำลังเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ตัว Angkor Wat ใจผมเริ่มรู้สึกตื่นเต้นนิด ๆ กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ซักพักตุ๊ก ตุ๊ก ก็มาจอดตรงหน้าทางเข้า ผมพยายามจะไม่เหลียวไปมองก่อน เพราะอยากจะเห็นแบบเต็ม ๆ ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

 

          อือหือ…ว้าว…โอ้โห้… คำอุทานทั้งหมดที่สามารถจะมีได้ นั้นคือความรู้สึกแรกที่ผมได้เห็น สิ่งที่คนเราเรียกกันว่า Angkor Wat ครับ ผมถึงขนาดต้องถอดแว่นตากันแดดออก เพื่อจะได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งนี้เต็ม ๆ ตา  ทางเดินหิน เข้าสู่ประตูทางเข้า ทอดตัวยาว ขนาบสองข้างด้วย บึงน้ำขนาดใหญ่ ประตูทางเข้าแผ่ความกว้าง แสดงความอลังการของสถานที่ ตามอง มือถ่ายรูป นั้นคือกิริยาของผมในตอนนั้น

 

          เดินซักพักเริ่มเห็นคนกัมพูชา กลุ่มใหญ่แต่งตัวดูดี มีสกุล ใส่กันทั้งชุดราตรี ชุดสูท ตอนแรกคิดว่าจะมาเที่ยวทั้งที่ แต่งกันยังงี้ ไม่ร้อนหรือไง? แต่พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงถึงบางอ้อ ว่าคนกลุ่มนี้เขามาถ่ายรูปแต่งงานกันครับ ทั้งถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ (คงเหมือนบ้านเราครับ เวลาจะแต่งงาน ก็จะไปถ่ายรูปกันตาม สวนหลวง ร.9 สวนลุมพินี หรือแม้แต่สวนสาธารณะต่างๆ) แต่ต่างจากบ้านเราตรงที่ คนกัมพูชามีรูปแต่งงาน โดยมีฉากหลังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกครับ ผมเลยนึกว่าถ้าผมแต่งงาน ผมจะไปถ่ายรูปให้มีฉากหลังเป็นวัดพระแก้วครับ

 

          ผ่านประตูทางเข้า ก็ยังมีถนนหินทอดยาวเข้าสู่ตัวปราสาท ด้านนอกดูยิ่งใหญ่แล้ว ด้านในดูยิ่งใหญ่กว่า เพราะเริ่มเห็นตัวปราสาทที่ตั้งตระหง่าน แสดงความยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหน้า พอเดินมาถึงตัวปราสาท ใจก็นึก หินก้อนใหญ่ นำมาวางต่อกัน ทีละก้อน ทีละก้อน พร้อมแกะสลักอย่างงดงาม เหมือนกับสลักลายบนไม้ แต่นี้เป็นการสลักลายบนหิน คนสมัยก่อนเขาทำกันได้ยังไง?

 

          นางอัปสร นางอัปสรา ถูกแกะสลักไว้บนเสา บนกำแพงวัด เต็มไปหมด ลวดลายนูนชัดมาก ๆ เหมือนนางกำลังจะเดินออกมาจากเสา บรื๋อออ… ประวัตินางอัปสราที่พอรู้มา คือ นางเกิดจากตำนาน การกวนเกษียรสมุทร เพื่อเอาน้ำอมฤตขึ้นมา คำว่า อัป (หมายถึง น้ำ) สร (หมายถึง การเคลื่อนไป)

 

          ผมกับเพื่อนก็ไม่รู้จะเดินไปดูทางไหนก่อนดี เพราะทั้งกว้างและใหญ่มาก มีทางเดินมากมาย ก็สุ่มเดินกันไปเรื่อย ๆ เข้าทางนั้น ออกทางนี้ไปเรื่อย ด้านในตัวปราสาทก็จะมีรูปแกะสลักเรื่องราวต่าง ๆ บนผนัง และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ตั้งเรียงรายอยู่ แต่ที่หน้าสังเกต คือหลาย ๆ องค์ ไม่มีเศียรเหมือนบ้านเรา

 

          Angkor Wat ขณะนี้เริ่มมีการบูรณะเป็นบางส่วน เหมือนกับคำที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทุกสิ่งล้วน ไม่จีรัง ขนาดหินที่ว่าแข็งแกร่ง ก็ยังมีวันแตกหัก นับประสาอะไรกับคนเรา มีเจริญ ก็ต้องมีตกต่ำครับ (ไงครับ สัจธรรมเกินไปหรือเปล่าฮะ)

 

          ผมเดินสำรวจตรวจตรา อยู่เกือบชั่วโมง ก็ออกมาจากปราสาท เพื่อเดินไปดูปราสาทอีกหลังซึ่งอยู่ด้านหลัง ตอนนี้อากาศเริ่มร้อน อบอ้าวสุด ๆ นักท่องเที่ยวเริ่มมาชม Angkor Wat กันเต็มไปหมด ผมกับเพื่อนเดินกันจนเริ่มหมดแรงด้วยอากาศที่ร้อน จึงทำให้ต้องหาที่นั่งพักตามร่มไม้ เติมออกซิเจนให้กับปอด

 

          หลังจากนั่งพัก และ ออกเดินดูปราสาทรอบ ๆ ผมก็กลับเข้ามาที่ Angkor Wat อีกครั้งเพื่อเดินดู ในจุดที่ยังไม่ได้สำรวจ ซักพักเพื่อนผมก็ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ เขาพูดไทยได้คล่องทีเดียว เขาบอกกับเราว่า Angkor Wat ก็คือ วัดที่ไว้ใช้ในการปฎิบัติธรรม ในสมัยก่อน ซึ่งด้านในของ Angkor Wat จะมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มาก ประดิษฐานอยู่ด้านใน แต่ไม่เปิดให้ขึ้นไปชม หลังจากคุยกันได้สักพัก ก็เริ่มรู้สึกว่า ถ้าไม่นับรวมเรื่องเขาพระวิหารแล้ว เรากับกัมพูชาก็ยังเป็นเพื่อนประเทศที่ดีต่อกันครับ

 

           เที่ยงครึ่งแล้วตอนนี้ ผมกับเพื่อนจึงออกจาก Angkor Wat พร้อมกับเหงื่อที่ท่วมตัวอยู่ในขณะนี้ ด้านข้างจะมีร้านขายของที่ระลึก ให้ได้เลือกชม เลือกซื้อกัน ถ้าจะซื้อก็ต้องต่อราคากันแบบแม่ค้ากันเลยหล่ะ พอเราออกมาด้านหน้า ตุ๊ก ตุ๊ก ก็รอเราอยู่แล้ว และบอกว่าจะพาไป War Museum ระหว่างทางไป เราเจอบริการนั่งบอลลูน ขึ้นชม Angkor Wat ในมุมสูง จึงเข้าไปถามราคา ก็เหนาะ ๆ 15 USD ต่อคน แต่วันนี้นั่งไม่ได้เพราะบอลลูนเจ๊งครับ ด้านข้างก็จะมีบริการ นั่งเฮลิคอปเตอร์ด้วย แต่ไม่ต้องไปถามให้เมื่อยตุ้ม เพราะแพงแน่ ๆ

 

          ครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึง War Museum ซึ่งต้องเสียค่าเข้าคนละ 3 USD ด้านในก็จะมีการจัดแสดง เครื่องมือทำลายล้างต่าง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น รถถัง ปืนใหญ่ ปืน ค. เครื่องยิงจรวด ระเบิดนานาชนิด ทุกอย่างถูกตั้งแสดงไว้กลางแจ้ง

 

          ผมก็เดินดูความโหดเหี้ยมของมนุษยชาติ อย่างหดหู่ เดินมาถึงแผนกระเบิด มีป้ายเตือนว่า กรุณาอย่าจับ (โอ้.. พี่..จะบ้ารึ ?...ใครจะกล้าไปจับครับ เกิดผีผลักขึ้นมา ผมไม่ต้องเป็นผีเฝ้าที่นี้ไปเลยเหรอฮะ) เดินครบทุกมุม เพื่อนผมก็นั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่าครอบครัวเขา เป็นเหยื่อของสงคราม พ่อกับแม่และตัวเขา เหยียบกับระเบิด พ่อแม่เสียชีวิตทันที ส่วนตัวเขาต้องเสียแขนไปข้าง ต้องใส่เหล็กด้ามไว้ข้างใน เวลาหน้าหนาวมาเยือน เหล็กที่ด้ามไว้จะหนาวมาก จนไม่สามารถนอนหลับได้สนิท นี้คือความโหดร้ายของ สงคราม

 

          เกือบบ่ายสาม ท้องเริ่มร้อง หน้าเริ่มมัน ตัวเริ่มเปียกด้วยเหงื่อ ผมกับเพื่อนจึงตัดสินใจหาอะไรกินดีกว่า นึกขึ้นมาได้ว่า KFC มีแอร์ เลยไม่ต้องคิดมากครับ จัดไป และคิดว่าวันนี้พอแค่นี้กันก่อน กลับไปนอนเอาแรงที่ Guest House คงจะดีไม่ใช่น้อย

 

          ตกเย็น หาซื้อเครื่องดื่มมึน ๆ เย็น ๆ มานั่งดื่มพร้อมกับดูฟุตบอล พรีเมียร์ ลีค ในห้องผมลืมบอกไปครับ ที่นี้มี ทรูวิชั่น ด้วยนะครับ มีหมดครับ ทรูสปอต์ 1 ถึง 5 เลย เจ๋งจริง ๆ บอลจบ พร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนหน้า สามทุ่มแล้ว คงต้องออกไปหาข้าวกินกันด้านนอก

 

          อาหารมื้อนี้ก็ธรรมดาครับ ข้าวผัดไก่ ในราคา 1 USD อิ่มเสร็จสรรพ ก็ออกสำรวจราตรี คืนนี้เลือกที่จะใช้บริการบาร์ ที่นี้สักหน่อย เดินมองไปมองมาสะดุดกับร้าน Temple Club ไงครับ แค่ชื่อร้านก็น่าเข้าแล้ว ถ้าเป็นบ้านเราใช้ชื่อแบบนี้ ท่าทางจะเปิดได้ไม่เกินเดือนเราสั่งเครื่องดื่ม พร้อมกับ นั่งดูบรรยากาศยามค่ำคืน ของเมืองเสียมเรียบ (เสียมราฐ)

 

          เที่ยงคืน ร่างกายเริ่มแสดงอาการ จากการรับสิ่งมึนเมาเข้าร่างกาย คงได้เวลากลับซะที เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าเช่นเคย เพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่ มหานคร Angkor Thom

 

พัด พัด

 

คอยติดตามวันที่สามกันนะฮะ   




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จะมาอ่านตอนต่อไปนะครับผม..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
toyubom วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toyubom
toyubom

ท่านเพื่อน กว่าจะหลุดมาแต่หล่ะตอน กรูจะชวนมึงไปอีกรอบแระ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PlaBin วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 18.59 น.

อ่านแล้วอยากไปค่ะ เล่าเรื่องได้สนุกดี
รีบเขียนวันต่อไปเร็วๆ นะคะ ;-)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มารำลึกความหลัง..
จ่าไปมาสามปีที่แล้วครับผม.
มันอลังการมากครับผม..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน