• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2559
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 709 , 07:13:38 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในการจัดฝึกอบรมแต่ละครั้ง มีหลายเหตุผลมากที่ทำให้การฝึกอบรมมักไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ในหลักสูตร จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมสรุปสาเหตุเป็น 3 หัวข้อใหญ่ๆ ตามองค์ประกอบของการจัดฝึกอบรม 3 อย่าง ซึ่งได้แก่ 1) ผู้เรียน  2) หลักสูตร และ 3) ผู้สอน ก็แล้วกัน นั่นคือ

ในส่วนของผู้เรียน ผู้ทำการฝึกสอนไม่ได้ทำการศึกษาผู้เรียนของตนเองก่อนฝึกอบรม

ในส่วนของหลักสูตร ผู้สอนไม่ได้ออกแบบมาให้สอดคล้องต่อการบรรลุผลลัพธ์สำหรับผู้เรียนทุกคน

ในส่วนของผู้สอน ผู้สอนไม่มีกลวิธีหรือชั้นเชิงในการฝึกสอนที่ดีพอ

.

ดังนั้น เพื่อให้การฝึกอบรมแต่ละครั้งได้ผลลัพธ์ตามความคาดหวังของหลักสูตร สิ่งที่ผู้ทำการฝึกอบรมจำเป็นต้องทำจะมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ซึ่งผมขอเรียกสิ่งนี้ว่า “พุทธวิธีการฝึกคน”  ดังนี้

1) ใช้หลักความจริงเป็นพื้นฐานในการฝึกสอน

2) ทำความรู้จักผู้เรียน (KYC)

3) ฝึกสอนตามระดับความสามารถในการรับรู้ของผู้เรียน

.

*********************************************

.

พุทธวิธีการฝึกคน 3 ประการ

.

1) ใช้หลักความจริงเป็นพื้นฐานในการฝึกสอน

.

“ความจริง” เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถรู้สึกและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเพราะเป็นของสากลสำหรับทุกคน ไม่ใช่บางคน  แม้ว่ามนุษย์แต่ละคนจะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน  แต่ “ความจริง” มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ถ้าเราใช้ “หลักความจริง” เป็นพื้นฐานในการสอนแล้ว แม้ “ความคิดเห็น” หรือ “จริตการเรียนรู้” ของผู้เรียนแต่ละคนจะแตกต่างกันมากแค่อย่างไรก็ตาม ก็ย่อมหนี “ความจริง” ไปไม่ได้

.

พระพุทธเจ้าทรงสอนคนที่ความรับรู้แตกต่างกันและมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน แต่กลับได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันได้ นั่นเพราะพระองค์ทรงใช้ “หลักความจริง” ในการสอน

ยกตัวอย่างหลักสูตรที่เป็นหลักสูตรสำคัญที่พระองค์ทรงใช้โปรดเวไนยสัตว์ตลอด 45 พรรษาหลังจากทรงตรัสรู้แล้ว นั่นคือ อริยสัจ 4 (ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ)

อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) คือหลักความจริงของชีวิตที่ถือว่าเป็น “ข้อเท็จจริง” สำหรับคนทุกคน ผู้ใดนำไปปฏิบัติ ย่อมสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่คาดหวังได้เช่นเดียวกัน

.

ในการออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมในยุคนี้ก็เช่นกัน  เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถบรรลุผลลัพธ์ตามความคาดหวังของหลักสูตร การออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมที่ดีจึงต้องตั้งอยู่บน “หลักความจริง” ของชีวิตเช่นกัน

เมื่อคุณฝึกสอนโดยอิง “หลักความจริง” คุณย่อมมั่นใจได้ว่า ผู้เรียนย่อมสามารถรับรู้และเข้าใจตรงกันได้รวมถึงสามารถนำไปฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการในชีวิตได้เช่นเดียวกันอย่างแน่นอน

.

.

2) ทำความรู้จักผู้เรียน (KYC)

.

เพื่อทำให้การสอนทุกครั้งบรรลุวัตถุประสงค์ตามความคาดหวังของหลักสูตร ผู้ทำการฝึกอบรมต้องทำความรู้จักผู้เรียนของตนเองเสียก่อนเพื่อที่จะได้ค้นหาว่าจะฝึกสอนเขาด้วยวิธีใด ซึ่งการทำความรู้จักผู้เรียนของตนนี้ ภาษาการตลาดเรียกว่า KYC (Know Your Customer)

ว่าการว่า เราจะรู้จักผู้คนได้มากขึ้นจากวิธีการที่เขาใช้ตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ดังนั้น ผู้ฝึกสอนสามารถทำความรู้จักผู้เรียนได้จากการทำ Testimonial เพื่อทดสอบ ส่วนตัวของผมมักใช้กิจกรรมที่ต้องขีดๆเขียน

.

การให้ผู้เรียนทำกิจกรรมที่ต้องขีดๆเขียนๆก่อนการเข้าสู่การสอนจริง บอกสิ่งที่ผมต้องการรู้ได้ 2 เรื่องนั่นคือ ผมได้รู้ว่าผู้เรียนคนนั้นมีความสามารถในการรับรู้ข้อมูลอยู่ในระดับไหนจากคำตอบที่เขาเขียน กับ ผมได้รู้ว่าผู้เรียนท่านนั้นมีความกระตือรือร้นต่อการเรียนมากแค่ไหน จากวิธีที่เขาเขียน

.

การ KYC ลูกค้าไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่สมัยพุทธกาล ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะทรงเทศน์เพื่อสั่งสอนใคร พระองค์ก็ทรง KYC ลูกค้าหรือผู้ที่พระองค์จะต้องฝึกสอนก่อนเสมอเช่นกัน โดยพระองค์แบ่งเกรดของผู้เรียนของพระองค์โดยเปรียบเทียบระดับการรับรู้เหมือนบัว 4 เหล่า และใช้เทคนิคการสอน 3 ระดับง่ายๆเท่านั้น

.

#ผู้เรียนสี่ประเภท

#บัวเหล่าที่หนึ่ง : บัวพ้นน้ำ 

คือกลุ่มผู้เรียนที่มีความพร้อมจะเรียน อีกทั้งการรับรู้และความกระตือรือร้นอยู่ในระดับสูง

.

การฝึกสอนผู้เรียนกลุ่มนี้ มีโอกาสบรรลุความคาดหวังของการฝึกอบรมสูงที่สุดเนื่องจากผู้เรียนอยู่ในความพร้อมระดับสูงสุด มีความอยากประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการและมีแรงบันดาลใจในการลงมือทำอย่างต่อเนื่องมาในระดับหนึ่งแล้ว ได้รับเพียงคำแนะนำดีๆที่ถูกต้องเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้เรียนกลุ่มนี้สามารถบรรลุในสิ่งที่เขาต้องการได้ทันที

.

#บัวเหล่าที่สอง : บัวปริ่มน้ำ

คือกลุ่มผู้เรียนที่มีความพร้อมจะเรียน อีกทั้งการรับรู้และความกระตือรือร้นอยู่ในระดับปานกลาง

.

การฝึกผู้เรียนกลลุ่มนี้นอกจากผู้สอนจะต้องให้คำแนะนำและเลือกวิธีการถ่ายทอดที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจและความกระตือรือร้นในบางครั้งด้วย เพื่อให้เกิดการลงมือทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ จึงจะสามารถผลักดันพวกเขาไปสู่ความคาดหวังของหลักสูตรได้

.

#บัวเหล่าที่สาม : บัวใต้น้ำ

คือกลุ่มผู้เรียนที่มีความพร้อมจะเรียน แต่การรับรู้และความกระตือรือร้นอยู่ในระดับต่ำ

.

การสอนผู้เรียนกลุ่มนี้ ก่อนเข้าเนื้อหาที่จะสอน ผู้สอนต้องกระตุ้นความกระตือรือร้นในการเรียนให้เกิดขึ้นก่อน จากนั้นค่อยฝึกสอนด้วยเนื้อหาและกิจกรรมที่สอดคล้องกับจริตการเรียนรู้ของพวกเขา การฝึกสอนจึงจะบรรลุความคาดหวังที่ต้องการ อีกทั้งต้องคอยกระตุ้นความกระตือรือร้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และลงมือทำที่ต่อเนื่องต่อไปจนกว่าจะบรรลุความคาดหวังของหลักสูตร

ถึงแม้จะเป็นกลุ่มผู้เรียนที่คาดหวังผลในระดับสูงได้ยากกว่าสองกลุ่มแรก แต่ก็ไม่ใช่กลุ่มที่จะสอนไม่ได้โดยสิ้นเชิง ผู้สอนจำต้องใช้กำลังสติปัญญาให้มากในการฝึกสอนผู้เรียนกลุ่มนี้

.

#บัวเหล่าที่สี่ : บัวใต้โคลนตม

คือกลุ่มผู้เรียนที่ไม่มีความพร้อมจะเรียน อีกทั้งการรับรู้และความกระตือรือร้นอยู่ในระดับต่ำมาก

.

การสอนผู้เรียนกลุ่มนี้คาดหวังผลลัพธ์ในการสอนแทบไม่ได้เลย หากต้องฝึกสอน ก็เป็นกลุ่มที่ผู้สอนต้องใช้กำลังสติปัญญามากที่สุด โดยต้องหมั่นกระตุ้นความกระตือรือร้นให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังต้องคอยปรับวิธีการนำเสนอเนื้อหาให้เข้ากับระดับการรับรู้ของพวกเขาเพื่อให้การฝึกสอนสัมฤทธิ์ผล

แต่ใช่ว่าการฝึกสอนผู้เรียนกลุ่มนี้จะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว นั่นเพราะผู้เรียนกลุ่มที่สอนได้ยากนี้จะช่วยฝึกทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับการฝึกสอนหรือถ่ายทอดข้อมูลให้เกิดกับคนที่ทำหน้าที่ฝึกสอนได้ดีกว่าคนที่สอนได้ง่ายหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

.

.

3) ฝึกสอนตามระดับความสามารถในการรับรู้ของผู้เรียน

.

เมื่อทราบแล้วว่าผู้เรียนของคุณมีความรับรู้และความกระตือรือร้นอยู่ในระดับใดแล้ว งานอันดับต่อมาก็เป็นหน้าที่ของผู้ฝึกสอนที่ต้องหาวิธีการนำเสนอเนื้อหาหรือมอบหมายกิจกรรมให้สอดคล้องกับระดับความรับรู้และความกระตือรือร้นของเขาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แห่งการเรียนรู้ที่ต้องการตามความคาดหวังของหลักสูตร ซึ่งกระบวนการส่วนนี้ผมเรียกว่า “การปรับคลื่นความถี่ในการเรียนรู้”

การปรับคลื่นความถี่ของผู้เรียนให้ตรงกับคลื่นความถี่ของในการฝึกสอนนี่เองเป็นสิ่งที่ผู้สอนต้องทำอย่างเหมาะสมตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมแต่ละครั้ง

.

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็ทรงใช้วิธีการประบคลื่นความถี่ในการรียนรู้ที่ว่านี้มาก่อนเช่นกัน โดยหลักจากพิจารณาระดับความรับรู้และระดับความกระตือรือร้นของผู้เรียนแล้ว พระองค์จะทรงปรับคลื่นความถี่ของผู้เรียนตามขั้นตอนทั้ง 3 นี้ คือ

.

1) หากยังไม่ละชั่ว ก็ทรงแสดงธรรมชี้โทษของความชั่วเพื่อให้ละการกระทำชั่วอันเป็นเหตุให้จิตใจเศร้าหมองก่อน (สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง)

หากพระองค์ทรงแสดงธรรมที่สูงไปในทันทีในขณะที่จิตใจของผู้เรียนคนนี้ยังเต็มไปด้วยการคิด การพูด และการกระทำที่เป็นโทษต่างๆ ยากนักที่จะทำให้ผู้เรียนท่านนี้เกิดการเรียนรู้หรือความเข้าใจในสิ่งที่ทรงสั่งสอนได้

.

2) หากเป็นคนที่ละชั่วได้แล้ว ก็ทรงแสดงธรรมชี้ประโยชน์ของการทำความดี และให้ทำความดีในรูปแบบต่างๆตามที่เหมาะสมเพื่อให้หนักแน่นในความดีแห่งตนมากขึ้น (กุสะละสูปะสัมปะทา)

แม้จะเป็นคนที่ดีอยู่แล้ว แต่หากความดีที่ทำยังไม่ตั้งมั่นมากพอ ก็ยากที่จะทำให้ผู้เรียนท่านนี้เกิดความเข้าใจหรือบรรลุผลลัพธ์แห่งการปฏิบัติในเวลาอันรวดเร็วได้ ต้องเพิ่มพูนพลังแห่งกุศลในใจให้มากเพียงพอจนถึงจุดของมันเสียก่อน

.

3) หากเป็นคนที่ทำดีอย่างต่อเนื่องมาแล้ว จิตใจย่อมเป็นสมาธิตั้งมั่นได้ง่าย ก็จะทรงแสดงธรรมเครื่องออกจากกิเลสเพื่อทำให้จิตใจบริสุทธ์ผุดผ่องมากเพียงพอที่จะบรรลุธรรมเบื้องสูงต่อไป (สะจิตตะปะริโยทะปะนัง)

เมื่อจิตใจของผู้เรียนได้รับการยกระดับในสูงขึ้นแล้ว จึงค่อยทรงแสดงธรรมเบื้องสูงเพื่อการบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการต่อไป และนี่คือเทคนิคการถ่ายทอดองค์ความรู้ (เอตัง พุทธานะสาสะนัง) ของพระพุทธเจ้า

.

(ส่วนนี้เพิ่มเติมเพื่อเป็นความรู้นะครับ)

พุทธวิธีในการสอนของพระองค์ ทรงแยกละเอียดออกไปอีกได้ดังนี้

อันดับแรกทรงดูก่อนว่า ผู้ฟังเป็น ฆราวาสหรือบรรพชิต  ถ้าเป็นฆราวาสก็แสดงธรรมที่ฆราวาสพึงปฏิบัติต่อกันเพื่อให้มีความสุข  ถ้าเป็นบรรพชิตก็แสดงธรรมสำหรับบรรพชิต

.

จากนั้นจึงสอนตามระดับความเข้าใจซึ่งแบ่งได้เป็น 5 ระดับ ดังนี้

1) ถ้าเป็นผู้มีสติปัญญามาก ก็แสดงธรรมเบื้องสูงให้ผู้นั้นได้ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง

2) ถ้าเป็นผู้มีสติปัญญาปานกลาง ก็แสดงธรรมเพียงชั้นกลาง ไม่สูงไม่ต่ำนัก เพื่ออบรมนิสัยและสติปัญญาต่อไป

3) ถ้าเป็นเป็นผู้มีสติปัญญาไม่มาก ก็จะแสดงเพียงตื้นๆให้เข้าใจง่าย เพื่อจำเอาไปปฏิบัติและอบรมปัญญา

4) ถ้าเป็นผู้สุจริตอยู่แล้ว ก็แสดง “คุณแห่งสุจริต” เพื่อให้เกิดปิติยินดีและมุ่งมั่นอยู่ในสุจริตต่อไป

5) ถ้าเคยเป็นผู้ทำทุจริตมาก่อน ก็แสดง “โทษแห่งทุจริต” ให้เห็นและละประพฤติทุจริตนั้นเสีย

เพราะทรงใช้วิธีการสอนเช่นนี้ พระองค์จึงทรงสอนคนได้ทุกระดับชั้น และได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในทุกระดับชั้นอีกด้วย

.

ในการฝึกอบรมแต่ละครั้งย่อมมี “กำหนดเวลา” ที่เป็นเส้นตายเสมอ ดังนั้น ผู้ฝึกสอนจึงควรนำพุทธวิธีการฝึกคนทั้ง 3 ประการนี้ ไปปรับใช้ในการทำหน้าที่ของตนเองบ่อยๆให้เกิดความชำนาญ เพื่อให้การฝึกอบรมที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละครั้ง ผู้เรียนทุกคนสามารถบรรลุผลลัพธ์ตามความคาดหวังของหลักสูตรได้อย่างที่ควรจะเป็น

.

.

**************************************

.

.

#หลักสูตร "ผู้นำพันธุ์ X" (หลักสูตร 2 อาทิตย์)

วัตถุประสงค์หลักของหลักสูตรนี้นอกจากจะสร้าง “ภาวะผู้นำ” ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนแล้ว สิ่งที่ผู้เรียนจะได้เพิ่มเติมก็คือทักษะสำคัญ 3 อย่างที่ผู้นำที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมี นั่นคือ

1) ทักษะการคิดและการตัดสินใจ  

2) ทักษะการบริหารจัดการทั้งการจัดการตนเองและการจัดการผู้อื่น

3) ทักษะการเจรจาต่อรองเพื่อจูงใจและสลายความขัดแย้ง

เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรที่ซื้อ 1 ได้ถึง 3 เลยทีเดียว ไม่ต้องจ่ายเงินหลายรอบเพื่อแยกเรียนทีละหลักสูตร

.

#หลักสูตร "นักฝึกอบรมพันธุ์ X" (หลักสูตร 2 อาทิตย์)

วัตถุประสงค์ของหลักสูตรนี้คือการฝึกฝนผู้เรียนให้กลายเป็นนักฝึกอบรมมืออาชีพที่สามารถถ่ายทอดองค์แห่งการเรียนรู้ทั้งสาม (KSA) ไปสู่ผู้เรียน ผ่านสื่อการสอนและวิธีประเมินผลการฝึกอบรมในรูปแบบต่างๆได้ เพื่อให้คุณสามารถนำพาผู้เรียนของคุณทุกคนไปสู่ความสำเร็จที่พวกเขาต้องการได้

.

#ทั้งสองหลักสูตร เปิดรับสมัครหลักสูตรละ 4 ท่าน เท่านั้น

รับสมัครตั้งแต่วันนี้เป็นตนไป ปิดรับสมัคร วันเสาร์ ที่ 3 ธ.ค. 2559   เวลา 12.00 น. 

เริ่มเรียนวันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. 2559

.

@@@  Early Bird

#รับส่วนลด 25% ทันทีจากราคาเต็มของหลักสูตร สำหรับผู้ที่สมัครเรียนและทำการชำระค่าสมัครภายในวันที่ 30 พ.ย. 2559 นี้ (ปิดรับ Early Bird เวลา 20.00 น.)

ต้องการรายละเอียดหลักสูตรหรือสนใจสมัครเรียนในหลักสูตรใด In Box มาได้เลยครับ

 

#โค้ชธนา

#XDreamเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง

#งานเห็นผลคนเห็นธรรม by โค้ชธนา

#คุณก็เป็นวิทยากรเงินล้านได้ by โค้ชธนา

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]