• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันเสาร์ ที่ 15 เมษายน 2560
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 449 , 05:31:18 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

#วันนี้คุณเล่มเกมชีวิตโดยอาศัยกฎธรรมชาติข้อใดอยู่?

##หากเห็นว่ามีประโยชน์โปรดช่วยแชร์

----------------------------------

 

.

การมองไม่เห็นรูปร่างของอะไรหลายๆอย่างไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง

คุณอาจมองไม่เห็นไฟฟ้า แต่คุณรู้ถึงการมีอยู่จริงของไฟฟ้าเมื่อคุณมองเห็นหลอดไฟให้แสงสว่าง

กฎแรงดึงดูดเองก็เช่นกัน

คุณมองไม่เห็นแรงดึงดูด แต่คุณรู้ว่ามันมีอยู่จริงเมื่อคุณได้เจอกับสิ่งที่คุณต้องการจะเจอ

.

ความลี้ลับของกฎแรงดึงดูดเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากให้ความสนใจอย่างยิ่งในสองสามศตวรรษที่ผ่านมา

มีคำอธิบายมากมายเกี่ยวกับพลังของกฎแรงดึงดูดจากผู้ที่ใช้และเคย(คิดว่า)ได้รับประโยชน์จากมัน

แต่คำอธิบายเหล่านั้นเปรียบเหมือนการมองเห็นและอธิบายสีแต่ละด้านของลูกรูบิคจากมุมมองของแต่ละคน

.

ในฐานะที่ผมทำงานฝึกอบรม ผมคงไม่อาจอธิบายให้ตาสีตาสาคนธรรมดาทั่วไปเข้าใจได้ว่า “เขาคิดถึงสิ่งใด เขาจะได้รับสิ่งนั้น” ได้ เพราะเกรงว่าเขาจะบอกว่าเขาอยากถูกรางวัลที่หนึ่งและเล่นหวยทุกงวดอย่างมีตรรกะแต่ทำไมเขายังไม่ได้รับในสิ่งที่เขาคิดถึงมาตลอดนั่นคือรางวัลที่หนึ่งสักที

ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้คนธรรมดาที่เป็นใครก็ได้ ได้มีโอกาสรู้จักว่ากฎแรงดึงดูดคืออะไร และมันมีประโยชน์ต่อชีวิตอย่างไร

ผมขออธิบายกฎแรงดึงดูดด้วยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผมเองก็แล้วกัน

.

มีข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ 2 ข้อที่อธิบายการทำงานของกฎแรงดึงดูด

ข้อเท็จจริงที่หนึ่ง : เมื่อคุณมองหาสิ่งใด คุณก็จะมองเห็นสิ่งนั้น

ข้อเท็จจริงที่สอง : สิ่งที่เหมือนกันย่อมดึงดูดเข้าหากัน (โดยเฉพาะ “ความเชื่อ” ที่เหมือนกัน)

.

ก่อนผมจะกลายมาเป็น “นักฝึกอบรม” อย่างในปัจจุบัน

ผมเคยเป็นคนที่มีความรู้น้อยมาก(และวุฒิการศึกษาก็น้อยด้วย)และเป็นคนที่ทำงานล้มเหลวมากกว่าสำเร็จมาก่อน

.

ผมอาจเคยเดินผ่านสิ่งต่างๆมากมายที่สามารถทำให้ผมกลายมาเป็นในสิ่งที่ผมปรารถนาจะเป็นเช่นทุกวันนี้ได้มาเป็นพันๆครั้ง

แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าการมีอยู่ของสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคล, หนังสือ, ข้อมูลข่าวสาร หรือแม้แต่กระทั่งเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันบางอย่าง กลับไม่เคยอยู่ในสายตาผมเลย

นั่นเป็นเพราะผมไม่ได้ “กำหนดใจที่จะมองหามัน” อย่างจริงจัง

.

(2532) เมื่อผมรู้ว่าผมชอบงานสืบสวนสอบสวน

สายตาผมก็เริ่มมองเห็นหนังสือนิติเวชมากมายหลายเล่ม และมองเห็นรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนมากมาย อีกทั้งมองเห็นเงื่อนงำในชีวิตหลายอย่างที่ท้าทายตรรกะและความเพียรของนักสืบ

.

(2534) เมื่อผมอยากจะเป็นนักเขียน

สายตาของผมก็เริ่มมองเห็นหนังสือนิยายและวรรณกรรมจำนวนมากที่มีทั้งเอาไว้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินและหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการเขียนนิยายหลายเล่ม

อีกทั้งยังมองเห็นนักเขียนรวมไปถึงบรรณาธิการจำนวนมากที่วิธีการทำงานของพวกเขาสามารถนำมาเป็นต้นแบบในงานด้านนี้ของผมได้

ตัวอักษรทุกตัวในหนังสือนวนิยายที่เคยอ่านเอาสนุกก็ปรากฏแก่สายตาอีกครั้งในรูปแบบที่ต่างออกไป มันแสดงให้เห็นกรรมวิธีและกระบวนการนำเสนอที่นักเขียนใช้ถ่ายทอดงานเขียนของเขาให้น่าสนใจแทน

.

(2547) เมื่อผมต้องการเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ

สายตาของผมก็มองเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จเรื่องงานขายและหนังสือเกี่ยวกับการเพิ่มทักษะการขายหลายเล่มที่ผมเองก็ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

ผมเริ่มมองเห็นหนังสือที่ใช้พัฒนาบุคลิกภาพและหนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเองดีๆหลายเล่ม รวมถึงได้รับรู้เรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากมายที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นหรือรู้จักแม้กระทั่งชื่อของพวกเขามาก่อน

.

(2554) เมื่อผมต้องการเป็นนักฝึกอบรมอาชีพทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ในงานด้านนี้มาก่อน

สายตาของผมก็มองเห็นข้อมูลที่จำเป็นนับไม่ถ้วนเพื่อการเป็นนักฝึกอบรมที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น...

ความรู้ในสายงานทรัพยากรบุคคลทั้งที่เป็น HRD และ HRM

ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมอง

ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ (ซึ่งมีเป็นทุนอยู่แล้วจากหนังสือนิติเวชและนิยายและซีรี่ย์สืบสวนสอบสวน)

ความรู้เกี่ยวกับการผูกมิตรและการสร้างแรงจูงใจ (ซึ่งมีเป็นทุนอยู่แล้วจากประสบการณ์งานขาย)

ความรู้เกี่ยวกับทักษะการบริหารและการเจรจา (ซึ่งมีเป็นทุนอยู่แล้วจากประสบการณ์บริหารทีมตอนเป็นนักขาย)

ความรู้เกี่ยวกับการสร้างนิสัยแห่งความสำเร็จที่ยั่งยืน

ความรู้เกี่ยวกับการฝึกอบรมให้ประสบความสำเร็จ

.

ทั้งหมดนี้อธิบายข้อเท็จจริงที่หนึ่งที่ว่า “เมื่อคุณมองหา คุณก็จะมองเห็น” ได้อย่างชัดเจน

แต่การอ่านหนังสือหรือศึกษาประวัติบุคคลหรือการเสียเวลาดูหนังหรือซีรี่ส์จำนวนมากนี้ จะไม่สามารถทำให้ผมกลายมาเป็น “นักฝึกอบรม” อย่างที่เป็นอยู่นี้ได้เลย หากผมไม่มีการนำความรู้เหล่านั้นไป “ลงมือทำ” ให้ชีวิตของผมและคนรอบข้างดีขึ้น

.

กฎแรงดึงดูดจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคุณมีสองสิ่งนี้

เป้าหมาย(Purpose)ที่ชัดเจน กับ การลงมือทำ(Action)ที่ชัดเจน

.

มีคนจำนวนมากที่มีเป้าหมาย แต่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนเองปรารถนาได้

นั่นเพราะการมี “เป้าหมายที่ชัดเจน” อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

ต้องอาศัย “การลงมือทำที่ชัดเจน” เพื่อการบรรลุใน “สิ่งที่ต้องการจะมีและจะเป็น” นั้นอีกด้วย

เราจึงไม่ต้องพูดถึงคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเกิดมาเพื่อเป็นอะไร(คนที่ไม่มีเป้าหมาย)

.

>>> วิลเบอร์ ไรท์ กับ ออร์วิน ไรท์  จบการศึกษาแค่ชั้นมัธยมเท่านั้น

แม้ทั้งสองจะเปิดโรงพิมพ์ และร้านซ่อมจักรยานของตนเอง แต่ก็มีความฝันอยากจะบินมาตลอด

หลังจากจดหมายของพวกเขาถูกสถาบันสมิทโซเนียนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลการบิน พวกเขาจึงร่วมกันประดิษฐ์รถจักรยานติดปีกขนาดใหญ่รวมถึงเครื่องยนต์เพื่อทำการบินครั้งแรก

.

>>> ในปี 1900 พวกเขาร่วมกันทำเครื่องบินลำแรกที่มีลักษณะคล้ายเครื่องร่อนซึ่งบินระยะสั้นๆได้เพียง 1-2 นาที และแม้จะทำลำที่สองออกมา ก็ยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักที่หนักเกินไปและควบคุมทิศทางไม่ได้

>>> ในปี 1902 เครื่องบินลำที่ 3 ได้รับการพัฒนาจนสามารถควบคุมทิศทางได้โดยได้ทดลองบินถึง 1,000 ครั้ง

>>> ในปี 1903 พวกเขาผลิตเครื่องบินที่มีน้ำหนักเบามากขึ้นและเครื่องยนต์แรงขึ้น แต่ติดปัญหาเรื่องสภาพอากาศและต้องใช้คนนำขึ้น จนต้องผลิตเครื่องบินให้มีล้อและสร้างทางวิ่งของเครื่องบิน (Runway) ครั้งนี้ประสบความสำเร็จและพัฒนาจนเครื่องบินสามารถบินได้ 59 วินาที และไกล 852 ฟุต ความเร็วในการบิน 31 ไมล์

>>> ในปี 1908 พวกเขาได้สร้างเครื่องบินหนึ่งที่นั่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยบินได้เร็ว 56 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ในปี 1909 เออร์วิล ไรท์ ได้บินข้ามช่องแคบอังกฤษเป็นผลสำเร็จ

.

เมื่อสองพี่น้องตระกูลไรท์ คิดว่านกไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่สามารถบินได้และเริ่มต้นสร้างสิ่งที่เรียกว่า “เครื่องร่อน” ในปี 1900

สองพี่น้องนั้นต้องใช้เวลานานถึง 9 ปี ทีเดียวกว่าพวกเขาจะทำได้สำเร็จในปี 1909

มันก็มีความห่างพอสมควรระหว่าง “เป้าหมายที่ชัดเจน”(อะไรสักอย่างที่ทำให้คนบินได้) กับ “ความสำเร็จที่ชัดเจน”(เครื่องบินที่มีประสิทธิภาพที่ไม่ใช่แค่จักรยานติดปีก) ที่พวกเขาต้องการ

.

สิ่งที่คุณกำหนดขึ้นมาเป็น “เป้าหมายที่ชัดเจน” ของคุณเองก็เช่นกัน

มันย่อมต้องมีความห่างพอสมควรระหว่าง “เป้าหมายที่ชัดเจน” กับ “ความสำเร็จที่ชัดเจน”

แต่ไม่ว่า “เป้าหมายที่ชัดเจน” ของคุณนั้นจะมีขนาดใหญ่เพียงใด หรือว่ามันแสนวิเศษเกินกว่าจินตนาการของคุณจะยังมองเห็นภาพสมบูรณ์ของมันได้ในตอนที่เริ่มตั้งเป้าหมายก็ตาม

“การลงมือทำที่ชัดเจน” คือเครื่องมือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะทำให้คุณได้เข้าใกล้สิ่งที่คุณ “ต้องการจะเป็น” หรือ “ต้องการจะมี” มากขึ้นเรื่อยๆ

มันจะค่อยๆเขยิบเข้าใกล้ความสำเร็จไปทีละนิดๆ หากคุณยังควบคุมตนเองให้ลงมือทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอได้

.

ตัวผมเองตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะ “เป็นวิทยากรที่มีรายได้ปีละ 1 ล้านบาทขึ้นไป” ซึ่งเป้าหมายนี้ ถูกบังคับด้วยสองเงื่อนไขคือ บทบาทที่จะเป็น กับจำนวนเงินที่จะได้

มันย่อมมีความห่างของ “เป้าหมายที่ชัดเจน”(สิ่งที่ผมอยากทำให้ได้) กับ “ความสำเร็จที่ชัดเจน”(สิ่งที่ผมทำได้จริง) อยู่พอสมควร เพราะผมไม่มีทางทำได้สำเร็จในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนจากทุกสิ่งที่ผมมีและเป็นอยู่ในตอนนั้น(ปี2554)

ดังนั้น เพื่อที่บรรลุ “เป้าหมายที่ชัดเจน” นั้น ผมจึง #ค่อยๆเก็บไปทีละอย่าง ผ่าน “การลงมือทำที่ชัดเจน”

.

ผมตั้ง “เป้าหมายที่ชัดเจน” ว่าจะเป็น Trainer ให้ได้ก่อนเมื่อเดือนเมษายน 2554

“การลงมือทำที่ชัดเจน” ของผม ทำให้ผมบรรลุเป้าหมายนั้นในเวลา 3 เดือน 15 วัน

เมื่อผมได้เป็น Trainer ตามเป้าหมายแล้ว ผมก็ตั้ง “เป้าหมายที่ชัดเจน” ของผมให้สูงขึ้นไปที่การเป็น “วิทยากรอิสระ”

“การลงมือทำที่ชัดเจน” ของผม ก็ทำให้ผมบรรลุเป้าหมายนั้นในเวลา 5 ปี 5 เดือน

.

ทุกครั้งที่ผมตั้งเป้าหมายอะไรก็ตาม ผมต้องมีกำหนดเวลาสำเร็จ(เส้นตาย)ให้กับทุกเป้าหมายย่อยของผมเสมอ

แต่ถามว่า “ผมรู้ไหมว่าจะสำเร็จตามเส้นตายที่ตั้งไว้หรือไม่?”

คำตอบคือ ผมไม่รู้ เพราะ “ผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ผมควบคุมไม่ได้

มีแต่ “การลงมือทำที่ชัดเจน” ในแต่ละวันของผมเท่านั้นที่เป็นปัจจัยภายในที่ผมสามารถควบคุมได้ 100%

.

และสิ่งที่ผมรู้แน่ชัดอีกสิ่งหนึ่งซึ่งคุณจะเห็นและสัมผัสได้ด้วยตัวคุณเองเช่นเดียวกับผม ก็คือ

ยิ่งคุณมี “เป้าหมายที่ชัดเจน” และมี “การลงมือทำที่ชัดเจน” ตามเป้าหมายของคุณมากเท่าไหร่

ข้อเท็จจริงที่สองที่ว่า “สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน” ก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเท่านั้น

.

ตอนนี้ผมตั้ง “เป้าหมายที่ชัดเจน” ไปที่การเป็น “วิทยากรอิสระที่มีรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี(เฉลี่ยเดือนละ 84,000)”

และแน่นอนว่ามันย่อมมีความห่างของ “เป้าหมายที่ชัดเจน”(สิ่งที่ผมอยากทำให้ได้) กับ “ความสำเร็จที่ชัดเจน”(สิ่งที่ผมทำได้จริง) อยู่พอสมควร

แต่ผมเชื่อแบบสุดจิตสุดใจโดยเอา “การลงมือทำที่ชัดเจน” ของผมเป็นเดิมพันว่า...

ผมจะได้บรรลุ “เป้าหมายที่ชัดเจน” นี้ของผมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

.

ถามว่า “อะไรทำให้ผมเชื่อได้ขนาดนั้น?”

คำตอบคือ มันมีข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดอยู่อย่างหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะรู้ว่ามันมีอยู่หรือมองเห็นมันหรือไม่ก็ตาม

ข้อเท็จจริงที่ว่านั้นก็คือ...

#เราทุกคนจะเป็นในสิ่งที่เราเชื่อ เพราะความเชื่อคืออารมณ์ที่ผลักดันเราทุกคนให้ทำอะไรก็ได้เพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นจริง ดังนั้น จงเลือกสิ่งที่คุณจะเชื่อให้ดี

ผมเลือกที่จะเชื่อว่า “ผมทำได้” มาโดยตลอด และตามข้อเท็จจริงข้างต้น ผมก็จะทำทุกสิ่งที่พิสูจน์ความเชื่อของผมว่าเป็นจริง จน “การลงมือทำที่ชัดเจน” ของผมทำให้ผมได้รับความช่วยเหลือจากกฎแรงดึงดูด

.

การลงมือทำที่ชัดเจนของคุณ จะทำให้คุณเห็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “เป้าหมายที่ชัดเจน” ของคุณปรากฏตัวขึ้นมากมายเพื่อคอยช่วยเหลือและผลักดันคุณให้บรรลุเป้าหมายที่คุณต้องการได้

การลงมือทำที่ชัดเจนของคุณ จะทำให้คุณเห็นหนังสือบางเล่มหรือฉากบางฉากในหนังบางเรื่องที่ช่วยทำให้คุณเกิดความคิดแบบปิ๊งแว้บที่สามารถแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่กำลังเผชิญอยู่อย่างน่าประหลาด

การลงมือทำที่ชัดเจนของคุณ จะทำให้คุณได้รับโอกาสที่มาในรูปแบบต่างๆมากมายที่ตัวคุณเองแทบไม่เชื่ออยู่เสมอ

“ปรากฏการณ์” แปลกๆที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่คุณเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากคุณไม่ขวนขวายทำตัวคุณให้มี “คลื่นความถี่” ที่ใกล้เคียงกับปรากฏการณ์เหล่านั้นเสียก่อน

.

มองกันง่ายๆแบบไม่ต้องคิดให้เป็นวิทยาศาสตร์อะไร

“เป้าหมายที่ชัดเจน” ไม่มากพอ จะไม่ทำให้คุณเกิดความกระตือรือร้นใน “การลงมือทำ” อะไร

แต่เมื่อคุณมี “เป้าหมายที่ชัดเจน” เป้าหมายนั้นจะผลักดันให้คุณก้าวเท้าออกไปจากจุดที่คุณเคยอยู่เพื่อค้นหา “จิ๊กซอว์” แต่ละชิ้น และหากคุณยังไม่ล้มเลิกไปกลางครัน “การลงมือทำที่ชัดเจน” ของคุณจะนำพาให้คุณไปพบกับ “จิกซอว์” ทุกชิ้นจนครบไม่ว่ามันจะแสวงหายากสักเพียงใดก็ตาม

กฎแรงดึงดูด จะมีจริงหรือไม่ หรือ ทำให้คุณมีความสุขและประสบความสำเร็จได้รวดเร็วเพียงใด จึงขึ้นอยู่กับ “เป้าหมาย” กับ “การลงมือ” ของคุณเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการนั้น “ชัดเจน” มากน้อยเพียงใด

.

###สรุป###

#กฎแรงดึงดูด (Law of Attraction) แท้จริงแล้วคือ #กฎแห่งการลงมือทำที่ชัดเจนเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ชัดเจนนั่นเอง

#เป้าหมายต้องมาคู่กับการลงมือทำเสมอ

ในส่วนของเป้าหมาย คุณต้องค่อยๆค้นหาอย่างใจเย็นว่าสิ่งใดคือสิ่งที่คุณต้องการจะเป็นจริงๆ

ต่างจากส่วนของการลงมือทำ ที่ต้องลงมือทำทันทีด้วยความกระตือรือร้น

.

เมื่อคุณมี “เป้าหมายที่ชัดเจน” และมี “การลงมือทำที่ชัดเจน” เพื่อการบรรลุเป้าหมายนั้น

คุณจะเริ่มมองเห็นในสิ่งที่คุณไม่เคยมองหาและเห็นมันมาก่อน(ไม่ว่ามันจะอยู่ใกล้ตาคุณเพียงใดก็ตาม)

และเมื่อ “การลงมือทำที่ชัดเจน” ของคุณเข้มข้นมากพอจนมี “คลื่นความถี่” อยู่ในระดับเดียวกับสิ่งที่คุณต้องการจะเป็นแล้ว

ความเข้มข้นนั้นจะดึงดูด “ปรากฏการณ์” บางอย่างที่มีคลื่นความถี่คล้ายๆกันกับคลื่นความถี่ในตัวคุณเข้ามา เพื่อช่วยเหลือให้คุณบรรลุ “เป้าหมายที่ชัดเจน” ของคุณต่อไป

.

บทความชิ้นนี้ ผมเขียนถ่ายทอดมุมมองที่ผมสัมผัสเกี่ยวกับกฎแรงดึงดูด(มุมมองด้านหนึ่งของรูบิค 6 ด้าน) ผ่านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองในแบบที่ผมเชื่อว่า คุณจะเข้าใจและสัมผัสมันได้เช่นเดียวกับผม

ผมจึงขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า #นี่คือประสบการณ์ส่วนตัว

และจากประสบการณ์ส่วนตัวของผม

คุณจะมีโอกาสเห็นกฎแรงดึงดูดทำงานก็ต่อเมื่อคุณมี “เป้าหมายที่ชัดเจน” กับ “การลงมือทำที่ชัดเจน” แล้วเท่านั้น

.

เตือนสติกันอีกครั้ง

สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับโลกและจักรวาลที่กว้างใหญ่ที่เราอาศัยอยู่นี้มีน้อยมากเมื่อเทียงกับสิ่งที่เราไม่รู้

มนุษย์ตัวเล็กๆอย่างพวกเราต่างใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎฟิสิกส์ กฎแรงโน้มถ่วง กฎแห่งเหตุผล(กฎแห่งการเก็บเกี่ยว) หรือแม้แต่กฎแรงดึงดูด

กฎธรรมชาติเหล่านี้ควบคุมชีวิตเราทุกคนอยู่ไม่ว่าคุณจะเชื่อในการทำหน้าที่ของมันหรือไม่

เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นคนรวยหรือคนจน

หากคุณตกจากตึก 20 ชั้น กฎแรงโน้มถ่วงจะให้ผลเช่นเดียวกันเสมอ นั่นคือทำให้คุณถึงแก่ความตาย

กฎธรรมชาติเหล่านี้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

.

กฎธรรมชาติเหล่านี้ก็เหมือนกติกาในเกมกีฬาที่คุณชื่นชอบ

เพื่อทำให้คุณมีกำลังใจในการเอาชนะอุปสรรคขวากหนามในชีวิตของคุณ คุณจะยึดถือกฎใดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตก็ได้ นั่นเป็นสิทธิของคุณ

คุณชื่นชอบกีฬาประเภทใด คุณก็ต้องยึดถือกฎและกฏิกาของกีฬาประเภทนั้น

.

แต่อย่าลืมว่า #เราทุกคนจะเป็นในสิ่งที่เราเชื่อ

แม้พลังของกฎธรรมชาติเหล่านี้จะดูเหมือนยิ่งใหญ่เพียงใด

แต่พลังความเชื่อบวกกับพลังแห่งการลงมือทำเพื่อพิสูจน์ความเชื่อของมนุษย์เรายิ่งใหญ่กว่า

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” (อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ)

ดังนั้น หากคุณอยากมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ

คุณก็ต้องศึกษาการทำงานของกฎธรรมชาติเหล่านี้ให้ดีแล้ว #เล่นไปตามกฎ #โดยอาศัยสติปัญญาของตนเองให้มาก ในการเอาชนะอุปสรรคขวากหนามต่างๆ #จนกว่าจะได้มีได้เป็นในสิ่งที่คุณปรารถนา

.

สำหรับตัวผมเอง ผมศรัทธาในกฎแห่งเหตุและผล(หรือในทางพุทธศาสนาเรียกว่า อิทัปปัจจยตา)

ความเข้าใจในกฎแห่งเหตุและผลนี้ ทำให้ผมขอบคุณทั้งมิตรและศัตรูทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ความเข้าใจในกฎแห่งเหตุและผลนี้ ทำให้ผมขอบคุณทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิต

ความเข้าใจในกฎแห่งเหตุและผลนี้ ทำให้ผมขอบคุณโอกาสและหมู่มิตรที่ทำให้ผมใช้ชีวิตได้มีประโยชน์มากขึ้น

ความเข้าใจในกฎแห่งเหตุและผลนี้ ทำให้ผมขอบคุณอุปสรรคและศัตรูที่ทำให้ผมใช้ชีวิตได้ฉลาดมากขึ้น

ผมเข้าใจธรรมชาติเรื่องนี้ดีแล้วเล่นเกมชีวิตของผมเต็มที่ทุกวันภายใต้กฎธรรมชาติข้อนี้

แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณเล่มเกมชีวิตโดยอาศัยกฎธรรมชาติข้อใดอยู่?

.

.

.

#โค้ชธนา คุณภาพใจกับนิสัยแห่งความสำเร็จ

#XDREAMเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา

#งานเห็นผลคนเห็นธรรม by โค้ชธนา





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]