• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน 2560
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 1325 , 08:12:33 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิธีสร้างภาวะผู้นำที่แท้จริงในตัวคุณ

-------------------------------------

 

.

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลังเลไม่กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเพราะกลัวว่าผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง

นั่นแสดงว่าคุณกำลังมีอาการของ “โรคภาวะผู้นำบกพร่อง” อยู่

 

นั่นแสดงว่าคุณกำลังมีอาการของ “โรคภาวะผู้นำบกพร่อง” อยู่

.

คนที่เป็นโรคภาวะผู้นำบกพร่องนี้จะไม่มีทางมีความสุขหรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนเองปรารถนาได้ เพราะพวกเขาจะผลาญเวลาอันมีค่าของตนเองให้หมดไปกับการนั่งฝันนอนฝันโดยไม่กล้าลงมือทำสิ่งใดจริงจังสักที

คนที่ถูกความกลัวครอบงำความคิดและพฤติกรรมจนเป็นโรคดังกล่าวนี้จะไม่มีทางได้รับผลลัพธ์ใหม่ในชีวิตได้

และมันจะยังเป็นเช่นนี้ต่อไปตราบเท่าที่พวกเขายังไม่สามารถเอาชนะความกลัวในจิตใจตนเองได้

.

สิ่งที่เหนี่ยวรั้งคนส่วนใหญ่ไว้จากความสำเร็จที่พวกเขาต้องการได้มากที่สุดและทรงพลังที่สุดก็คือ ความกลัว

คุณอาจรู้สึกว่า...

การมีต้นทุนในชีวิตน้อยกว่าคนอื่นในทุกด้านคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณยังไม่ประสบความสำเร็จ

แต่ความจริงแล้ว...

มีปัจจัยเพียงสองอย่างเท่านั้นที่ทำให้คนเราสำเร็จและล้มเหลวต่างกัน

นั่นคือ #ภาวะผู้นำ กับ #ทักษะการเป็นผู้นำ

.

มนุษย์ทุกคนมีพลังพิเศษอยู่ในตัวเองทั้งนั้น

แต่มนุษย์ทุกคนก็มีความกลัวอยู่ในหัวใจเช่นกัน ต่างกันแค่ว่าใครกลัวอะไร

บางคนกลัวสัตว์ บางคนกลัวคนอื่นไม่รัก(กลัวถูกแฟนทิ้ง) ในขณะที่บางคนกลัวการสูญเสียชื่อเสียงเงินทอง

แต่มีความกลัวอยู่ประเภทหนึ่งที่เหนี่ยวรั้งคุณไว้จากความสำเร็จได้มากที่สุด

นั่นคือ...การกลัวความล้มเหลว

.

คนที่มีความกลัวประเภทนี้อยู่มาก ก็จะจมอยู่กับสิ่งที่เป็นความเคยชินเก่าๆ ไม่กล้าเริ่มทำในสิ่งใหม่ที่ตนเองไม่คุ้นเคย

สุดท้ายความกลัวที่จะเริ่มทำในสิ่งใหม่เพราะกลัวถูกผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์และการไม่สามารถยอมรับความล้มเหลวได้นี่เองก็จะควบคุมคุณไม่ให้คุณทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่า “เป็นไปไม่ได้” ทั้งที่คุณเองสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำ และทำได้ดีมากเท่าที่คุณทุ่มเทฝึกฝน

.

สัญชาตญาณพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ก็คือการดิ้นรนต่อสู่เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด

ด้วยเหตุนี้ เราส่วนใหญ่จึง(ถูกจิตใต้สำนึกบังคับให้)คิดและทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง

แต่คนที่คิดและทำเพื่อตนเองเพียงฝ่ายเดียวจะไม่มีทางมีทางมี “ภาวะผู้นำ” ได้

เพราะ “ภาวะผู้นำ” มีจุดเริ่มต้นมากจากการคิดและทำเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตนเอง

.

“ภาวะผู้นำ” คือวิธีคิด “ทักษะการเป็นผู้นำ” คือวิธีทำ

ไม่ว่าคุณจะฝึกทักษะใดเพื่อนำไปใช้ในชีวิตก็ตาม

แต่หากคุณฝึกด้วยวิธีคิดของผู้ตาม คุณก็จะนำทักษะนั้นไปใช้แบบผู้ตาม

หากคุณฝึกทักษะด้วยวิธีคิดของผู้นำ คุณก็จะนำทักษะนั้นไปใช้แบบผู้นำ

และการนำทักษะไปใช้แบบผู้นำคือการทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม(แบบที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย)

.

ไม่มีใครสามารถมีอิสรภาพที่แท้จริงในชีวิตได้(และไม่สามารถปลดปล่อยผู้อื่นจากคุกคือความกลัวได้)

หากเขาเองไม่สามารถเอาชนะความกลัวในจิตใจของตนเองให้ได้เสียก่อน

“ภาวะผู้นำ” จึงเป็นสิ่งที่ผู้ที่ต้องการมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตจำเป็นต้องมี

และวิธีที่ดีที่สุดในการสร้าง “ภาวะผู้นำ” ก็คือ การฝึก “ทักษะการเป็นผู้นำ” ขึ้นมา

.

คนจำนวนมากไม่กล้าคิดไม่กล้าทำเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ใหม่ที่เขาไม่คุ้นเคย

ความกล้าที่จะรับผิดชอบกับผลลัพธ์ที่เกิดจากสิ่งที่ตัดสินใจทำลงไปคือจุดเริ่มต้นของการมี “ภาวะผู้นำ”

.

“ภาวะผู้นำ” คือความกล้าที่จะทำในสิ่งที่คุณคนอื่นบอกคุณว่า “เป็นไปไม่ได้”

มันคือรางวัลชิ้นสำคัญของคนที่เอาชนะความกลัวในใจตนเองได้สำเร็จ

มันคือกุญแจที่จะปลดล๊อคขุมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวคุณออกมา

มันคือจุดเริ่มต้นของการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

มันคือจุดเริ่มต้นของการเห็นคุณค่าในตนเองและเคารพในคุณค่าของผู้อื่น

มันคือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจและการยอมรับในความแตกต่าง

มันคือจุดเริ่มต้นของการให้อภัยในความไม่สมบูรณ์แบบของคนอื่น

มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นคนมีทัศนคติบวก

มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง

มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นคนที่ผู้อื่นยอมรับและชื่นชมได้อย่างแท้จริง

มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นคนที่ดีขึ้นว่าเดิมในทุกๆวัน

.

ไม่มี “ภาวะผู้นำ” แม้คุณจะอยู่ใน “ตำแหน่งผู้นำ” คุณก็เป็นได้เพียง “ผู้ตาม” เท่านั้น

-----------------------------------------------

.

ความกลัว คือศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของคุณ

เพื่อที่คุณจะเอาชนะ “ความกลัว” ในใจของคุณเองได้ คุณต้องทำความรู้จัก “ความกลัว” ให้ดีเสียก่อน

.

นักทฤษฎีเกี่ยวกับจิตวิเคราะห์ ได้แบ่งจิตออกเป็น 2 ระดับ คือ

จิตสำนึก คือจิตที่คอยควบคุมคุณให้ทำสิ่งต่างๆโดยที่คุณรู้สึกตัว เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกิดจากการตัดสินใจของคุณเอง เช่นการมองดู , การฟัง, การดม เป็นต้น

จิตใต้สำนึก คือจิตที่คอยควบคุมให้คุณทำสิ่งต่างๆโดยที่คุณไม่รู้สึกตัว เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกิดจากสัญชาตญาณ และความเคยชิน ไม่ได้อยู่ในอำนาจสั่งการของคุณ เช่น การเห็น , การได้ยิน, การได้กลิ่น, การจาม , การคิดถึง เป็นต้น

.

จิต ทำหน้าที่ “รับรู้” สิ่งที่มากระทบผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก่อนที่ จิตสำนึกของคุณจะแปลงความ “รับรู้” ที่เกิดขึ้นนั้นไปสู่การแสดงออกทางอารมณ์และการตอบสนองในรูปแบบต่างๆ

การแสดงออกใดที่คุณเลือกทำซ้ำๆ จิตใต้สำนึกของคุณจะคุ้นเคยกับการแสดงออกนั้น เราเรียกความเคยชินกับการทำบางสิ่งซ้ำๆของจิตใต้สำนึกนี้ว่า “นิสัย”

.

มีกฎของนิสัยอยู่ 2 ข้อ ที่คุณต้องทำความเข้าใจ

กฎของนิสัยข้อที่หนึ่ง

มนุษย์ทุกคนอยู่ภายใต้กฎของนิสัย คุณจะเป็นในสิ่งที่คุณทำซ้ำๆไม่ว่าคุณจะชอบผลลัพธ์ของมันหรือไม่

กฎของนิสัยข้อที่สอง

เมื่อคุณเคยชินกับการทำสิ่งใด คุณจะทำสิ่งนั้นได้ง่ายขึ้นในครั้งต่อไป ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็ตาม

.

 “ความกลัว” เกิดจากอวิชชา (ความไม่รู้) เป็นอารมณ์ที่อยู่ระดับจิตใต้สำนึกอย่างหนึ่งซึ่งยากที่จะควบคุมได้ 100%

เมื่อคุณกลัวสิ่งใดซ้ำๆโดยไม่พยายามหาทางเอาชนะมัน จิตใต้สำนึกของคุณก็คุ้นเคยกับความกลัวนั้นของคุณ

และตามกฎของนิสัยข้อที่สอง เมื่อคุณเคยชินกับการกลัวสิ่งนั้น คุณก็จะกลัวสิ่งนั้นได้ง่ายขึ้นในครั้งต่อๆไป

.

เรากลัวเพราะเราไม่รู้ ดังนั้น ความกลัวจึงเกิดจากการปรุงแต่งความคิดของคุณเอง

ยิ่งเราไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำมากเท่าไหร่ ความกลัวก็ยิ่งทรงพลังและควบคุมเราได้มากขึ้นเท่านั้น

.

วิธีเอาชนะความกลัววิธีเดียวที่ธรรมชาติมอบให้เรามาก็คือ...การเผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณกลัว

การลงมือทำในสิ่งที่คุณกลัว คือวิธีกำจัดความกลัวออกจากจิตใจได้ดีที่สุด ...ไม่มีวิธีอื่น

ดังนั้น คุณกลัวสิ่งใด คุณต้องลงมือทำสิ่งนั้นบ่อยๆจนเกิด “ความเคยชิน” 

.

ถ้าหากคุณกลัวความล้มเหลว วิธีแก้ก็คือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะทำให้คุณล้มเหลว

เมื่อคุณตัดสินใจเลือกที่จะเผชิญหน้าและลงมือทำทั้งๆที่กลัว

คุณอาจล้มเหลวหรือสำเร็จก็ได้ (50-50%)

แต่ถ้าคุณตัดสินใจหลีกเลี่ยงไม่ยอมเผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณกลัว นั่นเท่ากับคุณล้มเหลวไปเรียบร้อยแล้ว (100%)

ถ้าหากคุณยอมให้ความกลัวครอบงำคุณทั้งชีวิต คุณก็จะเป็นคนที่ล้มเหลวทั้งชีวิต

.

“ภาวะผู้นำ” คือกุญแจที่จะปลดปล่อยคุณจากความความกลัวที่พันธนาการให้ชีวิตคุณจมอยู่กับที่

และวิธีเดียวที่จะกระตุ้น “ภาวะผู้นำ” ในตัวคุณให้เกิดขึ้นได้ เพื่อที่คุณจะได้ใช้ประโยชน์จากพลังพิเศษที่คุณมีอยู่ในตัว

ก็คือการสร้าง “ทักษะการเป็นผู้นำ” ให้เกิดขึ้นในตัวคุณ และนำทักษะการเป็นผู้นำนั้นไปใช้ในแบบผู้นำ

.

บนเส้นทางแห่งการฝึกฝน “ทักษะการเป็นผู้นำ” เพื่อพัฒนาตนเองไปสู่การมี “ภาวะผู้นำ”

จะมีสิ่งที่คุณไม่คุ้นเคยจำนวนมากมายให้คุณได้เรียนรู้และฝึกฝนเพื่อที่จะเอาชนะความอ่อนแอในใจตนเอง

คุณจึงต้องคอยย้ำเตือนตนเองเสมอว่า...

คุณไม่มีทางได้ผลลัพธ์ใหม่ด้วยการลงมือทำในสิ่งเดิมๆ

หากคุณต้องการมีในบางสิ่งที่ไม่เคยมี  คุณต้องลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

.

ยิ่งคุณฝึกฝน “ทักษะการเป็นผู้นำ” ได้มากเท่าไหร่ “ภาวะผู้นำ” จะยิ่งมีมากขึ้น

“ภาวะผู้นำ” ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ความกลัวจะยิ่งครอบงำพฤติกรรมของคุณได้น้อยลงเท่านั้น

และนี่คือหนทางที่จะทำปลดปล่อยคุณให้เป็นอิสระจากความกลัวที่ครอบงำคุณอยู่

.

#นิสัย เป็นผลกระทบภายในในระดับจิตใต้สำนึกที่เกิดจากการที่คุณทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ จนเกิดเป็นความเคยชิน

#การสร้างนิสัยใหม่ ก็คือการลงมือทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับ “นิสัยเก่า” ให้นานมากพอจน “จิตใต้สำนึก” ของคุณยอมรับภาพลักษณ์ใหม่ในจิตใจที่ถูกสร้างขึ้นแทนภาพลักษณ์เดิม

และความเคยชินหนึ่งที่ทำให้คุณไม่มีโอกาสบรรลุการมี “ภาวะผู้นำ” ที่แท้จริงได้ก็คือ การทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองก่อนประโยชน์ของผู้อื่น

.

หากคุณต้องการสร้าง “ภาวะผู้นำ” ให้เกิดขึ้น

นิสัยใหม่ที่ขัดแย้งกับนิสัยเก่าที่คุณต้องสร้างขึ้นมาก็คือ #การทำเพื่อผลประโยชน์ผู้อื่นก่อนผลประโยชน์ของตนเองเสมอ

เพราะมีแต่คนที่เอาชนะความอ่อนแอในจิตใจของตนเองได้เท่านั้น ที่กล้าหาญพอที่จะสละผลประโยชน์ของตนเองเพื่อช่วยเหลือและปกป้องผลประโยชน์ของผู้อื่น

ผู้ที่สามารถทำเช่นนี้ได้คือคนที่มี “ภาวะผู้นำ” ที่แท้จริง

.

จิม รอห์น กล่าวว่า “แรกเริ่มเราสร้างนิสัย หลังจากนั้น นิสัยจะสร้างเรา”

ดังนั้น เพื่อที่คุณจะสร้าง “ภาวะผู้นำ” ขึ้นมาในตนเอง

คุณต้องใช้ “จิตสำนึก” เลือกสิ่งที่คุณ คิด พูด และ ทำ ในแต่ละวัน และ ทำซ้ำๆจนเกิดเป็นความเคยชิน (แรกเริ่มเราสร้างนิสัย)

เมื่อ “จิตใต้สำนึก” ของคุณยอมรับในเส้นทางพฤติกรรมใหม่นั้นแล้ว ความเคยชินหรือนิสัยใหม่นั้นก็จะนำผลลัพธ์ใหม่มาให้คุณ (หลังจากนั้น นิสัยจะสร้างเรา)

-----------------------------------------------

.

เราต่างทราบกันดีว่ายอดเขาที่สูงที่สุดในโลกคือยอดเขาเอเวอเรสต์

ด้วยข้อจำกัดภายนอกทั้งที่เกิดจากความสูงของยอดเขาเองหรือสภาพความพร้อมของร่างกายของคนที่จะปีนเขา

และข้อจำกัดภายในที่เกิดจากความกลัวล้มเหลว(การไม่กล้ายอมรับในผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัดสินใจทำ)

ทำให้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในโลกนี้ที่มีโอกาสขึ้นไปสัมผัสกับความรู้สึกของการอยู่ในจุดที่สูงที่สุดในโลกได้สำเร็จ

.

“ภาวะผู้นำ” เปรียบได้กับยอดเขาเอเวอเรสต์ที่สูงที่สุดในโลกนั้น

มันคือจุดที่สูงที่สุดของภาวะจิตทางบวกที่มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจะมีโอกาสได้ไปชื่นชมกับความยิ่งใหญ่ของมัน

.

เซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี่ ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จเป็นคนแรก ได้กล่าววลีอมตะเกี่ยวกับความสำเร็จของเขาเอาไว้ว่า

“สิ่งที่เขาพิชิตได้ไม่ใช่ยอดเขา แต่เป็นความอ่อนแอในจิตใจของเขาเอง”

ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนจึงมียอดเขาเอเวอเรสต์ให้ต้องพิชิตในทุกวัน

และยอดเขาเอเวอเรสต์ที่เราต้องพิชิตก็คือ ความอ่อนแอ(ความกลัว)ในจิตใจของเราเอง

.

คุณมีสองวิธีในการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในใจของคุณเองนี้

วิธีที่หนึ่ง : ปีนเขาคนเดียวไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก

วิธีนี้ไม่การันตีผลสำเร็จหรือถึงสำเร็จก็อาจช้ามาก

.

วิธีที่สอง : เรียนรู้ทักษะที่นักปีนอาชีพเขาเรียนกัน

วิธีนี้การันตีผลลัพธ์และคุณยังสามารถนำทักษะที่ฝึกฝนแล้วของคุณไปช่วยเหลือผู้อื่นให้พิชิตยอดเขาในใจของพวกเขาเองได้อีกด้วย

.

คุณไม่มีทางนำใครไปสู่อิสรภาพที่เขาต้องการได้หากคุณยังไม่สามารถนำตัวคุณเองออกมาจากความกลัวที่ครอบงำคุณอยู่ได้

.

คนที่อยู่ใน “ตำแหน่งผู้นำ” แต่ขาด “ภาวะผู้นำ” ก็จะทำทุกสิ่งเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น

และการทำเช่นนั้นย่อมทำให้เขาไม่อาจอยู่ใน “ตำแหน่งผู้นำ” นั้นได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ไม่ว่าตอนนี้คุณจะมี “ตำแหน่งผู้นำ” หรือไม่

หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้นไปในแบบที่ยั่งยืน

สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีก่อน "ตำแหน่งผู้นำ” ก็คือ “ภาวะผู้นำ” ในตัวคุณ

.

เมื่อคุณพัฒนา “ภาวะผู้นำ” ให้เกิดขึ้นด้วยการฝึกฝน “ทักษะการเป็นผู้นำ” จนชำนาญมากพอและพาตนเองไปสู่จุดสูงสุดของยอดเขาในจิตใจของตนเองได้แล้ว

“ทักษะการเป็นผู้นำ” ก็จะ...

ทำให้คุณก้าวหน้าในสิ่งที่คุณทำมากขึ้น

ทำให้คุณได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น

ทำให้คุณได้รับเงินเดือนหรือมีรายได้ที่มากขึ้น

ทำให้คุณได้รับโอกาสที่ดีในชีวิตที่มากขึ้น

ทำให้คุณได้รับรางวัลในชีวิตที่มากขึ้น

และที่สำคัญและยอดเยี่ยมที่สุด

มันทำให้คุณช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ใหม่ที่จะทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขและประสบความสำเร็จได้มากขึ้น

.

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้

หากเห็นว่ามีประโยชน์โปรดช่วยแชร์

.

.

โค้ชธนา คุณภาพใจกับนิสัยแห่งความสำเร็จ

XDREAMเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา

งานเห็นผลคนเห็นธรรม by โค้ชธนา

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]