• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205178
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม 2560
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 673 , 05:55:08 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จิตที่พร้อมจะเรียนรู้คือครูที่แท้จริง
-----------------------------

.
-1- #Knowledge (ความรู้)
.
ไม่มียุคสมัยใดที่ผู้คนจะเข้าถึง “ความรู้” ได้ง่ายเท่ายุคสมัยนี้อีกแล้ว
แต่น่าแปลกที่ยิ่งผู้คนสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่ายมากขึ้นเท่าใด คนที่ล้มเหลวจากการเรียนรู้กลับมีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
.
การล้มเหลวจากการเรียนรู้ หมายความได้ 2 กรณี คือ
เรียนแล้วไม่ได้ความรู้ กับ เรียนแล้วรู้เรื่อง เข้าใจเนื้อหาแต่ไม่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดเป็นทักษะได้
.
ความล้มเหลวในการเรียนรู้ทั้งสองกรณีนี้ ในงานฝึกอบรมเรียกว่า การไม่บรรลุผลลัพธ์ที่คาดหวังในหลักสูตร
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพวกเราส่วนมากยังไม่ได้เปิด “ตาที่สาม” ด้วยการทำความเข้าใจในเรื่อง “วัตถุประสงค์” ของการฝึกอบรมไงล่ะครับ
.
“ตาที่สาม” ที่ผมหมายถึงนี้คือ ความเข้าใจใน “องค์แห่งการเรียนรู้ 3 อย่าง” ซึ่งถือเป็น “วัตถุประสงค์” ในการจัดฝึกอบรมของทุกหลักสูตรฝึกอบรมในโลกนี้
.
ในการฝึกอบรมทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรออนไลน์หรือออฟไลน์ จะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้เสมอ คือ ผู้เรียน, หลักสูตร(เรื่องที่จะเรียน) และผู้ฝึกสอน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังในหลักสูตร คือจุดมุ่งหมายสำคัญที่ทำให้องค์ประกอบทั้งสามมาพบกัน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ไม่ได้หมายถึงการสอนให้จบๆชั่วโมงไป แต่หมายถึงผู้เรียนสามารถฝึกฝนทักษะได้ตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดเพื่อที่จะได้นำสิ่งที่เรียนรู้นั้นไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตได้จริงๆ
ยิ่งองค์ประกอบทั้ง 3 นั้นเป็น “องค์ประกอบชั้นดี” ด้วยแล้ว
การฝึกอบรมในครั้งนั้นๆ ผู้ฝึกสอนย่อมทำให้ผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์ที่หลักสูตรคาดหวังไว้อย่างไม่ยากเลย
.
>>> องค์ประกอบชั้นดีทั้งสามนั้นคืออะไร?
.
องค์ประกอบที่หนึ่ง : ผู้เรียนชั้นดี
ผู้เรียนชั้นดี ได้แก่ผู้เรียนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต
ผู้เรียนที่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนนี้ จะมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เขาจะมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้และเป้าหมายของตน ทำให้ผู้ฝึกสอนกระตุ้นได้ไม่ยากนัก
ต่างจากคนที่ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ผู้เรียนกลุ่มนี้จะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แต่จะคาดหวังว่าผู้ฝึกสอน(และโลก)จะประเคนทุกอย่างที่ทำให้เขาสำเร็จมาให้
ผู้เรียนกลุ่มนี้ ผู้สอนจะกระตุ้นใจได้ค่อนข้างยาก ปลุกใจกันที ก็ลุยกันที ทำทุกสิ่งแบบไฟไหม้ฟาง
ระดับความกระตือรือร้นของผู้เรียน สำคัญและมีผลต่อความสำเร็จในการเรียนมากกว่าระดับไอคิวของผู้เรียน
.
องค์ประกอบที่สอง : หลักสูตรชั้นดี
หลักสูตรชั้นดี ได้แก่หลักสูตรที่ตอบโจทย์ KSA ครบทั้งสามส่วน
.
#องค์แห่งการเรียนรู้ (KSA) 3 อย่าง (หรือที่ผมเรียกว่า “ตาที่สาม”) คือ
1) Knowledge หรือ K >>> ต้องทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ในเรื่องนั้นๆ
2) Skill หรือ S >>> ต้องทำให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ในเรื่องนั้นๆไปฝึกฝนจนเกิดเป็นทักษะได้
3) Attitude หรือ A >>> ต้องทำให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องมากพอที่จะนำทักษะที่ฝึกฝนแล้วนั้นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปด้วยตนเองจนกว่าจะประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ
.
หลักสูตรใดออกแบบโดยมีองค์ประกอบครบทั้งสามอย่างนี้ หลักสูตรนั้นถือเป็นหลักสูตรที่ควรค่าและคุ้มค่าแก่การเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักสูตรที่จะทำให้คุณสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการได้อย่างแท้จริง
แต่ตัวหลักสูตรเอง ต่อให้มีองค์แห่งการเรียนรู้ครบทั้งสามอย่าง ก็ยังต้องอาศัยตัวแปรสำคัญตัวสุดท้ายอยู่พอสมควร นั่นคือ ผู้ฝึกสอน
.
องค์ประกอบที่สาม : ผู้ฝึกสอนชั้นดี
ผู้ฝึกสอนชั้นดี ได้แก่ผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญซึ่งมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดกับตัวผู้เรียนเป็นหลัก
ผู้ฝึกสอนที่ดีจะต้องมีความเข้าใจในตัวอุปนิสัยใจคอและความสามารถในการรับรู้ของผู้เรียนเป็นอย่างดี เพื่อที่เขาจะได้คิดหาวิธีการฝึกสอนและแก้โจทย์ผู้เรียนแต่ละคนให้สามารถบรรลุผลลัพธ์ที่หลักสูตรคาดหวังได้ภายในเวลาที่หลักสูตรกำหนดไว้
.
เพื่อทำให้การสอนทุกครั้งบรรลุวัตถุประสงค์ตามความคาดหวังของหลักสูตร ผู้ฝึกสอนต้องทำความรู้จักผู้เรียนของตนเองเสียก่อนเพื่อที่จะได้ค้นหาว่าจะฝึกสอนเขาด้วยวิธีใด ซึ่งการทำความรู้จักผู้เรียนของตนนี้ ภาษาการตลาดเรียกว่า KYC (Know Your Customer)
การ KYC ผู้เรียนไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่สมัยพุทธกาล ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะทรงเทศน์เพื่อสั่งสอนใคร พระองค์ก็ทรง KYC ผู้ที่พระองค์จะต้องฝึกสอนก่อนเสมอเช่นกัน โดยพระองค์แบ่งเกรดของผู้เรียนของพระองค์โดยเปรียบเทียบระดับการรับรู้เหมือนบัว 4 เหล่า เพื่อจะได้เลือกวิธีการสอนที่เหมาะสมสอดคล้องกับการรับรู้ของผู้เรียนแต่ละคน
.
สามองค์ประกอบชั้นดีนี้ เมื่อรวมกับ “ความเชื่อมั่น” ในกันและกันแล้ว ย่อมทำให้การฝึกอบรมในแต่ละครั้งสามารถบรรลุผลลัพธ์สูงสุดที่ทุกฝ่ายคาดหวังได้อย่างแน่นอน
------------------------------------------
.
-2- #Skills (ทักษะ)
และเพื่อให้คุณเข้าใจเรื่อง “องค์แห่งการเรียนรู้” หรือ “ตาที่สาม” มากยิ่งขึ้น ผมมีกิจกรรมให้คุณทำครับ
.
#กิจกรรมเพื่อเปิดตาที่สามให้คุณ
ให้คุณอ่านเหตุการณ์ทั้ง 3 เหตุการณ์ดังต่อไปนี้ แล้ววิเคราะห์ว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ทั้ง 3 นั้นโดยเขียนคำตอบที่ได้เป็นข้อๆลงในสมุด
.
>>>> เหตุการณ์ที่หนึ่ง >>>>
อาจารย์ชิฟูนำข่าวการแหกคุกของไต้ลุงมาแจ้งแก่อาจารย์อูเกวยเพื่อหาทางออก
“ข้ามีข่าวร้ายมากๆเลย” ชิฟูพูดกับอาจารย์อูเกวยด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ
“เดี๋ยวก่อนชิฟู” อาจารย์อูเกวยเตือนสติอาจารย์ชิฟูด้วยน้ำเสียงราบเรียบสงบนิ่ง “มีแต่ข้าว ไม่มีดีหรือร้ายหรอก”
“นิมิตของท่านถูกต้อง ไต้ลุงแหกคุกออกมาแล้ว เขากำลังมาที่นี่”
“นั่นเป็นข้าวร้าย” อาจารย์อูเกวยเว้นระยะนิดนึง “ถ้าเจ้าไม่เชื่อว่านักรบมังกรจะหยุดเขาได้”
อาจารย์ชิฟูค้านว่า “เจ้าแพนด้าเหรอ? อาจารย์ เจ้าหมีแพนด้านั่นไม่ใช่นักรบมังกร เขาไม่ควรมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไป มันเป็นเรื่องบังเอิญ!”
อาจารย์อูเกวยตอบด้วยน้ำเสียงและแววตาที่อ่อนโยนยิ่งขึ้น “เรื่อง บัง เอิญ ไม่ มี จริง”
“ใช่ ข้ารู้ ท่านเคยพูดแล้ว สองครั้ง”
“และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” อาจารย์อูเกวยกล่าวย้ำด้วยรอยยิ้ม
“สามแล้ว” อาจารย์ชิฟูพึมพำกับตัวเอง
อาจารย์อูเกวยแบกกระดอกที่หนักอึ้งของตนเดินต้วมเตี้ยมตรงมาหาชิฟู สหายของตน
“สหายข้า เจ้าแพนด้าไม่มีทางบรรลุเป้าหมาย เจ้าก็เช่นกัน จนกว่าจะลืมภาพลวงแห่งการควบคุมได้”
“ภาพลวงเหรอ?” อาจารย์ชิฟูทวนคำด้วยความงุนงง
“ใช่ ดูต้นไม้ต้นนี้สิ ...ข้าไม่สามารถทำให้มันออกดอกได้อย่างที่ต้องการ หรือออกผลก่อนเวลาของมัน”
“แต่มีหลายอย่างที่เราควบคุมได้” ว่าแล้วชิฟูก็ถีบต้นไม้หนึ่งครั้งตนผลร่วงหล่นลงมา “ข้ากำหนดให้ลูกของมันหล่นได้ และข้าก็กำหนดจุดที่จะปลูกมันได้ นั่นไม่ใช่ภาพลวง ท่านอาจารย์”
อาจารย์อูเกวยอมยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นลูกท้อผลหนึ่งในจำนวนลูกท้อมากมายที่หล่นลง ตกลงมาใส่หัวของชิฟูพอดิบพอดี
เขากล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเมตตาว่า “จริงอยู่ แต่ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร เม็ดนั้นย่อมโตขึ้นเป็นต้นท้อ เจ้าอาจอยากให้เป็นแอ๊ปเปิ้ลหรือส้ม แต่เจ้าจะได้ต้นท้อ”
“แต่ลูกท้อเอาชนะไต้ลุงไม่ได้หรอกนะ” อาจารย์ชิฟูค้าน
“มันอาจทำได้ ถ้าเจ้าจะนำทางให้มัน เลี้ยงดูมัน เชื่อมั่นในมัน”
“แต่ยังไงล่ะ ยังไง! ท่านต้องช่วยข้า อาจารย์” อาจารย์ชิฟูขอร้องเพราะตนเองมองไม่เห็นหนทางเอาชนะไต้ลุงได้เลย
“ไม่! แต่เจ้าต้องเชื่อมั่น สัญญากับข้า ชิฟู สัญญาว่าเจ้าจะเชื่อมั่น”
“ข้า.. ข้าจะ พยายาม” อาจารย์ชิฟูตอบรับด้วยความจำใจ
อูเกวยมอบไม้เท้าให้แก่ชิฟูผู้เป็นทั้งศิษย์และเพื่อนรักก่อนจะกล่าวอำลา
“ดี เวลาของข้ามาถึงแล้ว เจ้าต้องเดินทางต่อไปโดยไม่มีข้า”
“ท่านจะทำอะไร ท่านอาจารย์ อย่าทิ้งข้าไป” อาจารย์ชิฟูข้อร้องอาจารย์อูเกวยอีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล
คำสุดท้ายก่อนร่างของปรมาจารย์กังฟูผู้ยิ่งใหญ่จะจางหายไปกับสายลมแห่งกาลเวลาก็คือ
“เจ้าต้อง เชื่อ มั่น น น น น”
.
.
>>>>เหตุการณ์ที่สอง>>>>
โป แพนด้าตัวอ้วนวิ่งหนีลงจากเขา เมื่อได้ทราบว่าตนเองในฐานะของ “นักรบมังกร” ต้องเป็นผู้หยุดยั้งไต้ลุงที่กำลังเดินทางมาแก้แค้น แต่ถูกอาจารย์ชิฟูใช้วิชาตัวเบากระโดมาสกัดที่ทางลงเขา
“เจ้าจะหนีไปไม่ได้ นักรบที่แท้จริงต้องไม่ยอมแพ้” อาจารย์ชิฟูเตือนสติ
“คอยดูแล้วกัน” กล่าวเสร็จ โปก็พยายามจะหนีต่อ แต่ถูกอาจารย์ชิฟูใช้ไม้เท้าของอาจารย์อูเกวยเกี่ยวแล้วเหวี่ยงโปกลับไปจุดเดิมที่เคยยืนอยู่
“ไม่เอาน่า ข้าจะชนะไต้ลุงได้อย่างไร แค่วิ่งมาที่บันได ท่านก็ชนะข้าแล้ว” โปผู้มีความเชื่อมั่นอยู่น้อยนิดถามอาจารย์ชิฟูอย่างสิ้นหวัง
อาจารย์ชิฟูเอาไม้เท้าชี้ไปที่โป “เจ้าจะชนะเขา เพราะเจ้าคือนักรบมังกร” ก่อนจะใช้ไม้เท้ากระทุ้งไปที่พุงหนึ่งครั้ง
“ท่านไม่เชื่อหรอก ท่านไม่เคยเชื่อตั้งแต่ข้าก้าวมาอยู่ที่นี่แล้ว ท่านพยายามกำจัดข้า” เป็นอีกครั้งที่โปพยายามจะหนี แต่ถูกอาจารย์ชิฟูใช้ไม้เท้าตวัดขาจนหงายหลังล้มลง
“ใช่ แต่ว่าตอนนี้ข้าขอให้เขาเชื่อมั่นในอาจารย์ของเจ้า เหมือนที่ข้าเชื่อมั่นในอาจารย์ของข้า” อาจารย์ชิฟูชี้ไม้เท้าไปที่โปและแสดงความตั้งใจด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังอีกครั้ง
โปปัดไม่เท้าตรงหน้าตนเองออกไป “ท่านไม่ใช่อาจารย์ข้า และข้าก็ไม่ใช่นักรบมังกรด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ถอนตัวไป เจ้ารู้ว่าข้าพยายามกำจัดเจ้า แต่เจ้าก็ยังอยู่ต่อ”
“ใช่ ข้าอยู่” แพนด้าค่อยๆลุกขึ้นยืน “...ข้าอยู่เพราะทุกครั้งที่ท่านเอาหินขว้างหัวข้า หรือบอกว่าข้าเหม็น มันเจ็บ! แต่มันไม่เจ็บไปกว่าการเป็นตัวข้าเองในทุกๆวันที่ผ่านมา” โปให้เหตุผลพร้อมกับเอามือโอบพุงของตนเองขึ้นมาพร้อมกับปล่อยลงไปจนพุงกระเพื่อม “ที่ข้าอยู่เพราะข้าคิดว่า ถ้าจะมีใครเปลี่ยนข้าได้ ทำให้ข้า...ไม่ใช่ข้า...ก็คือท่าน อาจารย์กังฟูที่เก่งที่สุดในเมืองจีน”
“แต่ข้าเปลี่ยนเจ้าได้ ข้าต้องทำให้เจ้าเป็นนักรบมังกรให้ได้ ข้าจะทำ” อาจารย์ชิฟูกล่าวด้วยความเชื่อ
“ไม่เอาน่า ไต้ลุงกำลังจะบุกมาที่นี่แล้ว ถึงเขาจะใช้เวลาเป็นร้อยปีกว่าจะบุกมาถึงนี่ แล้วท่านจะเปลี่ยนข้าให้เป็นนักรบมังกรได้อย่างไร” โปคาดคั้น “หา!!!..ยังไง ยังไง ยังไง”
“ข้าไม่รู้” อาจารย์ชิฟูตอบด้วยนัยน์ตาเหม่อลอยครุ่นคิด “ข้าไม่รู้”
“ข้าก็คิดอย่างนั้น”
.
.
>>>>เหตุการณ์ที่สาม>>>>
เมื่อโปทำให้ชิฟูประหลาดใจด้วยการขึ้นไปเอาคุกกี้ที่อยู่หลังตู้สูงๆได้โดยแยกขาแบบสมบูรณ์แบบด้วย ทำให้ชิฟูเข้าใจสิ่งที่อาจารย์อูเกวยบอกก่อนหน้านี้ นั่นคือ เรื่องบังเอิญไม่มีจริง!
เมื่อเขาพาโปไปยังสระน้ำตาศักดิ์สิทธิ์ แล้วถามโปว่า “เจ้าจะเรียนกังฟูไหม”
โปตอบรีบตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า “เรียน”
“งั้นข้าคืออาจารย์ของเจ้า”
“โอเค” โปดีใจจนน้ำตาคลอหน่วย
“เวลาที่เจ้าฝึกกังฟู เวลาที่สำรวมความคิด เจ้าห่วย อาจเป็นความผิดของข้าที่จะฝึกเจ้าอย่างห้าผู้พิทักษ์ไม่ได้ ข้ารู้แล้วว่าข้าต้องฝึกเจ้าโดย” ชิฟูเอาถ้วยซาลาเปาที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมาให้โปดูแล้วกล่าวต่อไปว่า “...ใช้ไอ้นี่”
หลังจากฝึกฝนด้วยแนวทางนี้ ทำให้ไม่นานโปก็สามารถฝึกกังฟูได้สำเร็จในระดับหนึ่ง
แม้กังฟูที่โปฝึกได้จะไม่ใช่ระดับที่สูงมาก แต่ชิฟูก็ทำให้แพนด้าตัวอ้วนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ฝึกกังฟูจริงๆสามารถทำเรียนกังฟูได้สำเร็จตามที่เขาคาดหวังไว้ตั้งแต่แรก
.
หมายเหตุ : “ผู้เรียนชั้นดี” จะไม่ลักไก่อ่านเฉลยในข้อ 3 ก่อนทำกิจกรรมเสร็จนะครับ
------------------------------------
.
-3- #Attitude (ทัศนคติ)
.
#จิตที่พร้อมจะเรียนรู้คือครูที่แท้จริง และ "ตาที่สาม" คือจิตที่พร้อมจะเรียนรู้ที่ว่านั้น
.
ผู้เรียนที่ใจปิด และไม่พร้อมจะเรียนรู้อะไร ต่อให้เขายืนอยู่ต่อหน้าครูที่เก่งที่สุดในโลก หรือคลุกคลีอยู่กับคนเก่ง
เขาก็จะไม่สามารถได้รับประโยชน์อะไรจากครูที่เก่งคนนั้นได้เลย
.
พระพุทธเจ้าเปรียบคนประเภทนี้เหมือน ถ้วยที่คว่ำ กับทัพพีที่ตักแกง
ถ้วยที่คว่ำอยู่กลางแจ้ง ผ่านไปร้อยปี น้ำก็ไม่มีทางเต็มแก้วได้
ทัพพี แม้จะถูกใช้ตักแกงทุกวัน แต่ก็ไม่อ่านได้ลิ้มรสของแกง
ผลลัพธ์แห่งการเรียนรู้ไม่เกิดขึ้นเพราะ “ผู้เรียน” ไม่มี “จิตที่พร้อมจะเรียนรู้” นั่นเอง
.
#จิตที่พร้อมจะเรียนรู้ จึงเป็นครูเพียงคนเดียวที่จะทำให้ผู้เรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ของตนได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าเรื่องที่ผู้เรียนจะเรียนรู้นั้นจะเป็นเรื่องที่เรียนให้สำเร็จได้ยากมากแค่ไหนก็ตาม
.
จิตที่พร้อมจะเรียนรู้นี้ เป็นสิ่งที่จำเป็นกับทั้ง “ผู้เรียน” และ “ผู้ฝึกสอน”
.
>>> ในกรณีของผู้สอนเช่นอาจารย์ชิฟู
แม้หลักสูตรที่อาจารย์ชิฟูใช้ฝึกห้าผู้พิทักษ์ จะเป็นหลักสูตรกังฟูชั้นยอดที่ได้รับการพิสูจน์ผลลัพธ์มาแล้วก็ตาม
แต่กับผู้เรียนอย่างโป ชิฟูต้องใช้วิธีการฝึกสอนที่ต่างออกไป ซึ่งหากชิฟูไม่ได้ใช้ “ตาที่สาม” มองดูโป จนนำไปสู่การพลิกแพลงวิธีการฝึกสอนที่เหมาะสมจนสามารถฝึกกังฟูให้โปได้สำเร็จตามที่คาดหวัง
การมองผู้เรียนด้วยความเชื่อมั่นและปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกสอนให้เหมาะสมจนผู้เรียนเช่นโปสามารถฝึกกังฟูสำเร็จทำให้อาจารย์ชิฟูกลายเป็น “ผู้สอนชั้นดี” ในที่สุด
.
“ผู้เรียน” ทุกคนคือ “ครู” ที่ดีที่สุดสำหรับ “ผู้ฝึกสอน”
ยิ่งเคสที่สอนไม่สำเร็จด้วยแล้ว ยิ่งเป็นครูชั้นยอดในการเรียนรู้สำหรับนักฝึกอบรมอาชีพ
เพราะคำตอบที่คุณได้รับมาจะทำให้การฝึกอบรมผู้เรียนของคุณในครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้นเสมอ
.
>>> ในกรณีของผู้เรียนเช่นโป
แม้โป จะเป็นแพนด้าที่ตัวอ้วนอุ้ยอ้ายและไม่มีวิทยายุทธอะไรติดตัวเลย แต่โปก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนที่อยากจะมีวิทยายุทธและมีความมุ่งมั่นกระตือรือร้นในการเรียนรู้ฝึกฝนอย่างแท้จริง ทำให้โปเป็น “ผู้เรียนชั้นดี” ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จได้ไม่ยาก
ชิฟูวัดศักยภาพการเรียนของโปโดยใช้มาตรฐานในการฝึกห้าผู้พิทักษ์เป็นเกณฑ์ ทำให้เกิดอคติในการฝึกสอน
จนเมื่ออาจารย์อูเกวยบอกใบ้ถึงภาพลวงแห่งการควบคุมให้กับเขาและย้ำให้ “เชื่อมั่น” ในตัวผู้เรียนของตน เขาจึงเริ่มตระหนักได้ว่า เขาไม่อาจฝึกโปให้สำเร็จวิชากังฟูได้ด้วยวิธีการที่เขาใช้ฝึกฝนห้าผู้พิทักษ์
แต่เมื่อภาพลวงแห่งการควบคุม ถูกทำลายลงด้วยความเชื่อมั่นในตัวผู้เรียน
ภาพลวงแห่งพลังในการเรียนรู้ของโปก็ถูกทำลายลงไปด้วยเช่นกัน
.
เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษที่แตกต่างกัน
พลังพิเศษที่แตกต่างในตัวของพวกเราทุกคนสามารถบรรลุถึงจุดสูงสุดได้หากได้รับการผลักดันที่ถูกต้องจากคนที่ถูกต้อง
ด้วยเหตุนี้ กาลิเลโอ กาลิเลอิ จึงกล่าวไว้นานแล้วว่า “เราไม่สามารถสอนอะไรใครได้ เราทำได้เพียงทำให้เขาค้นพบความสำเร็จในแบบของเขาเท่านั้น”
.
ตอนที่อาจารย์ชิฟูได้ข่าวการกลับมาของไต้ลุง จึงเอาคัมภีร์มังกรมอบให้แก่โป ด้วยหวังว่าจะให้โปใช้พลังในคัมภีร์มังกรมาต่อกรกับไต้ลุง แต่เมื่อโปเปิดดูภายในคัมภีร์ กลับพบแต่ความว่างเปล่า ทำให้อาจารย์ชิฟูและโปจะประหลาดใจ
และเมื่อรู้ว่าไต้ลุงสามารถใช้วิชาดัชนีปราบห้าผู้พิทักษ์ลงได้หมด อาจารย์ชิฟูจึงต้องยอมรับชะตากรรมว่าฝีมือของโปเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ไม่สามารถรับมือไต้ลุงได้แน่นอน เขาจึงสั่งให้ห้าผู้พิทักษ์และโปพาคนในหมู่บ้านอพยพไปให้หมด
แต่ระหว่างที่โปเตรียมพาพ่อของเขาหนีอยู่นั้น พ่อของเขาก็ปลอบใจด้วยการบอกว่าถึงไม่ได้เป็นเจ้าแห่งวิชากังฟูตามที่ปรารถนา โปก็สามารถเป็นคนทำก๊วยเตี๋ยวที่อร่อยที่สุดได้
เมื่อพ่อของโปบอกความจริงเกี่ยวกับน้ำซุปที่แสนอร่อยว่า “สูตรลับก็คือไม่มีอะไร ไม่มีสูตรลับอะไรหรอก ในการทำสิ่งที่พิเศษของเพียงเจ้าเชื่อว่ามันพิเศษ”
.
เมื่อโปได้ยินเช่นนั้นจึงถึงบางอ้อว่า เคล็ดลับที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์มังกรก็คือ “ความเชื่อมั่นในตนเอง”

จงเป็นตัวของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จสูงสุดในแบบของคนอื่นได้ แต่เราทุกคนสามารถประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ในแบบของเรา
เราทุกคนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่แตกต่างกัน ดังนั้น จงค้นหาส่วนที่ดีที่สุดของคุณให้พบและเป็นตัวของตัวเองให้มีความสุข ไม่นานความสำเร็จจะตามมาเองอย่างเช่นที่โปเป็น
เมื่อโปเข้าใจความจริงข้อนี้แล้ว โปจึงมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น และสามารถใช้ความเป็นหมีแพนด้าตัวอ้วนที่บ้ากังฟูของเขา เอาชนะวิชาดัชนีของไต้ลุงที่คนอื่นทั้งหมดต้องพ่ายแพ้ให้ แต่ใช้กับโปไม่ได้ผล เพราะชั้นไขมันที่หนามากของเขา
.
แพนด้าตัวอ้วนที่เพิ่งเรียนกังฟูสำเร็จได้ระดับผิวๆอย่างโป จะไม่มีทางเอาชนะผู้ที่มีวิทยายุทธสูงจนน่ากลัวอย่างไต้ลุงได้ หากเขาไม่ได้ใช้ “ตาที่สาม” ในการเรียนรู้
เมื่ออาจารย์ชิฟู “เชื่อมั่น” ในตัวโป โปจึงฝึกกังฟูสำเร็จ
เมื่อโป “เชื่อมั่น” ในตัวเอง โปจึงบรรลุเคล็ดวิชาที่ถูกเก็บซ่อนเป็นความลับในคัมภีร์มังกร
และเคล็ดวิชานั้นก็คือ “แค่คุณเชื่อมั่นในตนเองว่าสิ่งที่คุณทำเป็นสิ่งพิเศษ ผลที่ได้ก็จะพิเศษ”
.
จิตที่พร้อมจะเรียนรู้คือครูที่แท้จริงนี้ ยังช่วยยืนยันข้อเท็จจริงในการเรียนรู้ได้อย่างหนึ่งนั่นคือ
เวลาที่เราอ่านหนังสือเล่มเดิม หรือ ดูหนังเรื่องเดิม ในเวลาที่ต่างออกไป ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่เหมือนเดิม
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ “จิตที่พร้อมจะเรียนรู้” หรือ “ตาที่สาม” ของเราเติบโตขึ้นไปตามประสบการณ์ชีวิตนั่นเอง
.
ด้วยเหตุนี้ คนที่ล้มเหลวในการเรียนรู้ในเรื่องใดในวันนี้ จึงไม่ได้หมายความว่าเขาจะล้มเหลวในการเรียนรู้เรื่องนั้นในอนาคต
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ อย่างการที่ผมเขียนบทความโดยใช้การ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง “กังฟูแพนด้า” นี้เป็นเครื่องมือในการนำเสนอ
เมื่อประมาณ 5 ปี ก่อน ผมเองเคยนำเสนอเรื่องราวของ “กังฟูแพนด้า” ไปแล้ว แต่เป็นในมุมมองอื่น
ซึ่งในช่วงเวลานั้น ต้องยอมรับว่าผมเองยังไม่ได้มองเห็นในประเด็นเกี่ยวกับงานฝึกอบรมมากนัก นั่นเพราะ “จิตที่พร้อมจะเรียนรู้” หรือ “ตาที่สาม” ในฐานะของ “ผู้ฝึกสอน” ยังไม่ถูกเปิดขึ้นนั่นเอง
มันถูกเปิดขึ้นแค่ในฐานะของ “ผู้เรียน” เท่านั้น บทความเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้ในตอนนั้นจึงถูกเขียนไปในมุมมองของผู้เรียนเป็นหลัก
.
สิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกอย่างหนึ่งคือ
การที่คุณล้มเหลวในการเรียนรู้ อาจไม่ได้เกิดจากตัวคุณเพียงอย่างเดียวก็ได้
นั่นเพราะ อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าการฝึกอบรมในแต่ละครั้งจะสำเร็จได้ผลลัพธ์ตามความคาดหวังของหลักสูตรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมีองค์ประกอบที่สำคัญครบ 3 อย่างหรือไม่
นั่นคือ ผู้เรียนที่ดี, หลักสูตรที่ดี และท้ายที่สุด ผู้ฝึกสอนที่ดี
.
ถ้าคุณเป็น “ผู้เรียนที่ดี” เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้เช่นที่ โป แพนด้าตัวอ้วนของเรามี
เป้าหมายที่ชัดเจนนั้นและความเชื่อมั่นในตัวเองของคุณจะนำทางคุณไปจนพบกับ “หลักสูตรที่ดี” และ “ผู้ฝึกสอนที่ดี” ได้ในที่สุด
.
ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเป็นนักฝึกอบรมเช่นผม จึงค่อยเรียนรู้เรื่องของ KSA หรือ “องค์แห่งการเรียนรู้”
ความเข้าใจถึง “วัตถุประสงค์” แห่งการเรียนรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ยังจำเป็นต้องเรียนรู้ทุกคน ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็น “ผู้เรียน” หรือ “ผู้สอน”
เพราะ “ตาที่สาม” ที่ถูกเปิดขึ้นแล้ว จะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเรียนรู้ที่ไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ควรจะเป็น
.
ดังนั้น นับจากนี้เป็นต้นไป
ทุกครั้งที่คุณจะเรียนรู้สิ่งใด ขอให้ใช้ “ตาที่สาม” หรือ ความเข้าใจใน “องค์แห่งการเรียนรู้ 3 อย่าง” เป็นหลักในการเรียนโดยการตอบตนเองให้ได้ว่า...
>>> Knowledge หรือ เนื้อหาส่วนที่เป็นความรู้ที่คุณได้เรียนไปมีอะไรบ้าง?
>>> Skill หรือกิจกรรมที่คุณจะใช้ฝึกฝนทักษะในเรื่องนั้นคืออะไรและฝึกแล้ว ได้ผลลัพธ์เช่นใดบ้าง?
และท้ายที่สุด...
>>> Attitude หรือ ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องที่คุณเรียน ที่จะทำให้คุณเห็นความจำเป็นในการนำความรู้และทักษะที่เรียนนั้นไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นได้นั้น คืออะไร?
หากคุณตอบตนเองได้ทุกข้อ คุณไม่มีทางล้มเหลวจากการเรียนรู้อย่างแน่นอน
.
.
#ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้
##หากเห็นว่ามีประโยชน์โปรดช่วยแชร์
.
.
#โค้ชธนา คุณภาพใจกับนิสัยแห่งความสำเร็จ
#XDREAMเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา
#งานเห็นผลคนเห็นธรรม by โค้ชธนา


หมายเหตุ : บทความนี้ถูกเขียนโดยใช้หลักในการเสนอองค์ความรู้แบบ KSA เพื่อนๆท่านใดสนใจฝึกฝนตนเอง สามารถลองฝึกทำกิจกรรมในส่วนของ Skill ได้เลยนะครับ

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]