• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม 2560
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 1684 , 18:51:45 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

#การสอนวิธีหาปลาคือการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนที่สุด

.
-1- Knowledge (ความรู้)
ในการฝึกอบรมทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรออนไลน์หรือออฟไลน์ จะต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบนี้เสมอ คือ ผู้เรียน, หลักสูตร(เรื่องที่จะเรียน) และผู้ฝึกสอน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังในหลักสูตร คือจุดมุ่งหมายสำคัญที่ทำให้องค์ประกอบทั้งสามมาพบกัน
.
พลังที่แท้จริงของความรู้ทุกชนิดอยู่ที่การนำความรู้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
ดังนั้น “ผลลัพธ์ที่หลักสูตรคาดหวัง” จึง ไม่ได้หมายถึงการสอนให้จบๆชั่วโมงไป แต่หมายถึงการที่ผู้เรียนสามารถฝึกฝนทักษะได้ตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดไว้เพื่อที่จะได้นำสิ่งที่เรียนรู้นั้นไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตได้จริงๆ
และการที่ “ผู้เรียน” จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามความคาดหวังของหลักสูตรได้ “ผู้เรียน” จะต้องรู้ก่อนว่า “หลักสูตร” ที่เขาเรียนจะพาเขาไปไหน และ “ผู้ฝึกสอน” เองก็ต้องรู้วิธีที่จะพา “ผู้เรียน” ของตนเองไปให้ถึงผลลัพธ์เช่นนั้นให้ได้ด้วย
เราเรียกกระบวนการเช่นนี้ว่า #การถ่ายทอดองค์ความรู้
.
ไม่มียุคไหนจะเป็นยุคทองของนักส่งมอบ “คุณค่า” เท่ายุคนี้อีกแล้ว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า “หากคุณไม่สามารถอธิบายเรื่องใดให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายๆแล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณยังไม่เข้าใจเรื่องนั้นดีพอ"
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นในฐานะใดก็ตาม สิ่งที่คุณต้องรู้เหมือนที่นักฝึกอบรมอาชีพจำเป็นต้องรู้ก็คือ
หน้าที่ของการเป็น “ผู้นักฝึกอบรม” หลักๆเลยคือการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องเข้าใจง่ายสำหรับผู้เรียน
เพราะนั่นคือ “ค่าความสามารถ” ของคุณที่คนอื่นยอมจ่ายเงินเพื่อที่จะมาเรียนรู้และฝึกฝนจากคุณ
.
หากคุณมีความรู้ที่จะมอบให้ผู้อื่น แต่ถ่ายทอดไม่เป็น หรือ อธิบายสิ่งที่ซับซ้อนให้คนอื่นเข้าใจง่ายๆไม่ได้ หรือ สักแต่พูดๆๆให้จบชั่วโมงไปโดยไม่สนใจถึงผลลัพธ์ที่ผู้เรียนควรได้รับ การส่งมอบคุณค่าในครั้งนั้นจะมีความหมายอะไร
ด้วยเหตุนี้ หากคุณต้องการเป็นนักถ่ายทอดความรู้หรือผู้ฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝน “หลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้” ให้เชี่ยวชาญเสียก่อน
.
องค์ความรู้ หรือ #องค์แห่งการเรียนรู้ (KSA) มีอยู่ 3 อย่าง ด้วยกันคือ
1) Knowledge หรือ K >>> ส่วนที่เป็นความรู้
สมมุติ คุณจะต้องฝึกสอนเรื่อง “ภาวะผู้นำ” สิ่งที่คุณต้องทำในส่วนของความรู้ก็คือ การทำให้ผู้เรียนรู้ว่า ภาวะผู้นำคืออะไร และมีประโยชน์ต่อชีวิตอย่างไร เป็นต้น
2) Skill หรือ S >>> ส่วนที่เป็นการฝึกฝนเพื่อสร้างทักษะและพัฒนาความเชี่ยวชาญ
สมมุติ คุณจะต้องฝึกสอนเรื่อง “ภาวะผู้นำ” สิ่งที่คุณต้องทำในส่วนของทักษะก็คือ การออกแบบกิจกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนตนเองเพื่อสร้าง “ภาวะผู้นำ” ให้เกิดขึ้น เป็นต้น
3) Attitude หรือ A >>> ส่วนที่เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรู้ในเรื่องนั้นๆ
สมมุติ คุณจะต้องฝึกสอนเรื่อง “ภาวะผู้นำ” สิ่งที่คุณต้องทำในส่วนของทัศนคติก็คือ การทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ “ภาวะผู้นำ” มากพอที่เขาจะนำสิ่งที่เรียนนี้ไปปรับใช้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน เป็นต้น
.
ในการถ่ายทอดความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันความรู้ประเภท How to ในรูปแบบต่าง หรือ การออกแบบหลักสูตรเพื่อฝึกอบรมแบบจริงจัง สิ่งที่คุณในฐานะผู้ส่งมอบคุณค่าขององค์ความรู้นั้นต้องใส่ใจจะมีอยู่ด้วยกัน 3 สิ่ง นั่นก็คือ
1) กลุ่มเป้าหมาย >> สอนใคร เป็นเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ วัยทำงาน
2) เงื่อนเวลา >> กี่ชั่วโมง กี่วัน
3) หัวข้อที่ฝึกสอน >> ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนและเงื่อนเวลาโดยไม่ให้ยากต่อการเรียนรู้และฝึกฝนจนเกินไป
.
หลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ (KSA) ทั้ง 3 นี้ สามารถนำไปใช้ได้ในทุกสื่อการสอน ไม่ว่าจะเป็น วีดิโอ หรือ Live, คอนเท้นต์ประเภทบทความ หรือ การจัดฝึกอบรมด้วย Power Point
แม้แต่ในการฝึกอบรมด้วย Power point หากคุณต้องการทำให้การนำเสนอองค์ความรู้ในครั้งนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือ สามารถรักษากรอบเวลาที่จำกัดในการอบรม และรักษาผลลัพธ์ที่ผู้เรียนจะได้รับเอาไว้ได้
ในการนำเสนอสไลด์แต่ละสไลด์ คุณก็จำเป็นต้องนำเสนอด้วยโดยใช้หลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ดังนี้
.
เทคนิคในการฝึกอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ด้วย Power Point 4 ขั้นตอน
1.เปิดตัว (Attitude)
เพื่อสร้างความสนใจใคร่รู้และอารมณ์ร่วมในการเรียน ทุกสไลด์ ผู้ฝึกสอนอาจกระตุ้นด้วยการใช้คำถาม เป็นต้น
2.เนื้อหา (Knowledge)
เนื้อหาต้องไม่มีตัวอักษรล้นจนเกินไป แต่ให้เน้นที่ไปความคิดรวบยอด (Concept) ของสไลด์นั้นก็พอ แล้วให้ใช้ตัวผู้ฝึกสอนเป็นผู้ดำเนินเนื้อหาเป็นหลัก การทำเช่นนี้จะช่วยทำให้ผู้ฝึกสอนสามารถรู้ได้ว่าผู้เรียนคนไหนยังไม่เข้าใจในประเด็นที่ต้องการจะสอนอย่างแท้จริง จะได้แก้ไขเป็นรายบุคคลได้ทันท่วงที
3.กิจกรรม (Skill)
ในสไลด์ทุกสไลด์ ถ้าเป็นไปได้ ควรมีกิจกรรมเพื่อสร้างทักษะประกอบด้วยเสมอ เนื่องจากว่าการสอนด้วยเนื้อหาเพียงอย่างเดียวจะมีผลต่อการจดจำน้อยกว่าการทำกิจกรรม ซึ่งการทำกิจกรรมที่ต้องใช้การลงมือทำจะช่วยกระตุ้นความจำของผู้เรียนได้ดีกว่า
4.สรุปจบ (Attitude + Knowledge + Skill)
สรุปความคิดรวบยอดของสไลด์นั้นอีกครั้ง และเชื่อมโยงเนื้อหาส่งต่อไปยังสไลด์ถัดไป
.
หากเป็นการถ่ายทอดความรู้ด้วยช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ Power Point ผู้ฝึกสอนก็สามารถใช้หลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ได้เช่นเดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนของคุณ
.
ผู้ฝึกสอนหรือนักถ่ายทอดความรู้ที่ดีจะให้ความสำคัญกับ “เวลา” เป็นอย่างมาก
หากคุณสอนคน 20 คน ด้วยเนื้อหาที่กำหนดเวลาการฝึกสอนไว้ 1 ชั่วโมง แต่หากคุณควบคุมเนื้อหาและความเข้าใจของผู้เรียนไม่ได้ และคุณสอนเกินหรือสอนเพลินจนเกินเวลาไป 30 นาที นั่นเท่ากับว่า การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ในครั้งนั้น จะเสียเวลาของทุกคนรวมกันถึง 10 ชั่วโมง (30 นาที X 20 คน = 600 นาที / 60 นาที = 6 ชั่วโมง)
การอบรมแบบ In-house Training หรือ Public Training ส่วนใหญ่ใช้เวลาฝึกอบรม 6 ชั่วโมงต่อวัน
ดังนั้น 6 ชั่วโมงที่เสียไปจากการไม่สามารถควบคุมเนื้อหาและความเข้าใจของผู้เรียนตามที่ควรจะเป็นได้ ทำให้คุณสามารถจัดฝึกอบรมแบบทั่วๆไปได้ 1 วันเต็มเลยทีเดียว
.
ผมเคยต้องออกแบบหลักสูตรเพื่อฝึกฝนทักษะการขายให้พนักงานขายประกันทางโทรศัพท์ที่ไม่มีประสบการณ์งานขายไม่ว่าจะช่องทางไหนหรือสินค้าอะไรมาก่อนเลย ให้สามารถลงห้องขายให้ได้ภายใน 2 วันและต้องทำงานในช่วง On The Job Training ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ผู้บริหารต้องการด้วย ซึ่งการอบรมที่คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ด้วยเวลา 2 วัน ถือว่าเป็นระยะเวลาที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับการอบรมพนักงานขายของบริษัททั่วไป
.
เวลาที่ผมต้องออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมทุกครั้ง หรือในเวลาที่ผมเจอปัญหาเกี่ยวกับเงื่อนเวลาในการฝึกอบรมที่ไม่มีสิทธิต่อรองแบบนี้ วิธีออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมของผมจะเป็นดังนี้ครับ
หากมีเวลาในการอบรมมากพอ ผมจะใช้กฎข้อที่ 1 ของผม นั่นคือ “#เนื้อหาอะไรที่เขาเรียนแล้วเขาจะได้ประโยชน์”
.
แต่หากเนื้อหาที่ผู้เข้ารับการอบรมจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับแก้ปัญหาที่อาจเจอในการทำงานจริงมีปริมาณมาก แต่มีเวลาให้ฝึกอบรมและฝึกฝนทักษะแบบจำกัด (อย่างที่ผมมักเจอบ่อยๆตอนเป็นเทรนเนอร์) ผมจะใช้กฎข้อที่ 2 ของผม นั่นคือ “#เนื้อหาอะไรที่ถ้าเขาไม่ได้เรียนแล้วเขาจะเสียประโยชน์”
และในฐานะที่ผมเป็นศิษย์มีครู เมื่อต้องใช้กฎข้อที่ 2 ครั้งใด ผมจะค่อยๆตัดทอนเนื้อหาออกด้วยความเคารพทุกครั้ง แต่จะต้องรักษาไว้ซึ่ง “ผลลัพธ์ที่หลักสูตรคาดหวัง” เสมอ เพราะนั่นคือ “วัตถุประสงค์” ที่แท้จริงของการถ่ายทอดความรู้หรือการจัดฝึกอบรมในแต่ละครั้ง
-------------------------------
.
-2- Skill (ทักษะ)
สมองของมนุษย์มีความสามารถในการรับรู้และจดจำที่จำกัด ดังนั้น การที่ผู้ฝึกสอนจำการถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้เรียนให้เกิดประสิทธิภาพในการจดจำได้มากที่สุดนั้น ผู้สอนจำเป็นต้องเข้าใจความสามารถในการจดจำของมนุษย์ให้ได้เสียก่อนเพื่อที่จะได้สามารถออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ “ผลลัพธ์ที่หลักสูตรคาดหวัง”
เราเรียกความสามารถในการจดจำสิ่งที่เรียนนี้ว่า “ปิรามิดแห่งการเรียนรู้” (Pyramid of Learning : Edgar Dale) ซึ่งออกแบบโดย เอ็ดการ์ เดล
.
หากข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ฝึกสอนส่งไปมีค่าเท่ากับ 100%
ความสามารถในการจดจำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปในช่องทางต่างๆของผู้เรียนจะเป็นดังนี้
>>> การอ่าน 10%
>>> การฟัง 20%
>>> การเห็น 30%
>>> การเห็นและการฟัง 50%
>>> การพูดและเขียน 70%
>>> การพูดและลงมือทำ 90%
.
หากสังเกตให้ดีคุณจะเห็นว่า เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจดจำสิ่งที่เรียนรู้และฝึกฝนทักษะอันเป็น “ผลลัพธ์ที่หลักสูตรคาดหวัง” ได้สำเร็จ ในการฝึกอบรมส่วนใหญ่ นักฝึกอบรมที่เป็นมืออาชีพจะออกแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสบรรลุ “วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้” ได้สูงถึง 90%
.
##กิจกรรมของคุณ##
จงฝึกออกแบบกิจกรรมที่ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสจดจำข้อมูลได้มากที่สุดมา 3 กิจกรรม โดย “ผลลัพธ์ที่คาดหวังของกิจกรรม” คือการทำให้ผู้เรียนเข้าใจความสำคัญของ “ทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ” ว่ามีส่วนสำคัญต่อการเป็น “นักถ่ายทอดความรู้มืออาชีพ” อย่างไร
-------------------------------------
.
-3- Attitude (ทัศนคติ)
หากคุณอยากช่วยใครสักคนอย่างแท้จริง สิ่งที่คุณต้องให้เขาไม่ใช่ปลา แต่เป็นวิธีหาปลา
ปลาเปรียบเหมือนความรู้ แต่วิธีหาปลาคือทักษะ ด้วยเหตุนี้ การสอนวิธีหาปลาจึงเป็นการส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุดด้วย
.
ทุกครั้งที่คุณต้องการจะส่งมอบคุณค่าด้วยการให้ความรู้แก่ใคร คุณไม่ได้ให้เพียงผู้ให้ “ความรู้ใหม่” แก่เขาเท่านั้น แต่คุณกำลังให้ “ชีวิตใหม่” กับเขาด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะส่งมอบคุณค่าของคุณในบทบาทหรือฐานะใดก็ตาม หากคุณได้มีโอกาสทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น สิ่งที่คุณต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาก็คือ
การให้ความรู้ในครั้งนั้นจะเป็นการสร้างคุณค่าและทำเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง หรือเป็นการทำเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวคุณในฐานะผู้สอนเพียงอย่างเดียว ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณฝึกสอนหรือให้ความรู้กับเขาด้วยวิธีใด
หากคุณในฐานะ “ผู้ฝึกสอน” ไม่ได้เน้นผลลัพธ์ที่ “ผู้เรียน” ควรจะได้ นั่นแสดงว่าคุณกำลังทำเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองมากกว่าทำเพื่อส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้เรียนของคุณ
.
หากพูดถึงการทำหน้าที่ “นักฝึกอบรม” ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการฝึกอบรมอย่างแท้จริงแล้ว
ผมมักจะนำหนังเรื่อง The Guardian ที่ชื่อไทยยาวมากคือ “วีรบุรุษพันธุ์อึดฝ่าทะเลเดือด” มาเป็นเรื่องเล่าประกอบ
หนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของนักว่ายน้ำกู้ชีพมือเก๋าที่เกิดสูญเสียเพื่อนร่วมทีมไปในภารกิจสุดท้ายและตนเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนถูกบังคับให้ย้ายไปเป็นครูฝึกอาวุโสผู้ทำหน้าที่สอนเด็กใหม่ ตามการขอร้องแกมออกคำสั่งของเพื่อนที่เป็นผู้บังคับบัญชา
.
หนังเรื่องนี้มีการผูกเรื่องแบบตรงไปตรงมาโดยผู้กำกับได้วางปมความขัดแย้งไว้สองส่วน
ความขัดแย้งส่วนแรกคือการเป็นคนทุ่มกับงานจนชีวิตคู่มีปัญหาของพระเอก กับความขัดแย้งส่วนที่สองเป็นเรื่องการฝึกนักประดาน้ำกู้ชีพให้ผ่านการทดสอบ ซึ่งโจทย์ที่ยากสำหรับเขาก็คือตัวพระรองอย่างเจคอบ ฟิชเชอร์ (รับบทโดยแอชตัน คุชเชอร์) ที่มีปมอดีตอันแสนเจ็บปวด
.
วันแรกที่เบน แรนดอล (รับบทโดยเควิน คอสเนอร์) ต้องไปทำหน้าที่เป็น “ครูฝึกอาวุโส” เขาก็แทบจะรื้อหลักสูตรการสอนที่อิงตำราแบบเดิมๆทิ้งไปจนหมด ด้วยเห็นว่าตำรากับการปฏิบัติจริงมีช่องว่างมากเกินไป
และด้วยการสอนในแบบที่ครูฝึกคนอื่นไม่เข้าใจและไม่พอใจในตอนแรกนี่เอง กลับส่งผลให้เด็กที่มาฝึกเป็นนักว่ายน้ำกู้ชีพในรุ่นนั้นสามารถสอบผ่านบททดสอบที่แสนหินของทางหน่วยงานและปฏิบัติภารกิจจริงจนสำเร็จลุล่วงไปได้ ยังความยินดีให้เกิดขึ้นแก่ครูฝึกกลุ่มนั้นมากและเข้าใจในตัวตนของเบนมากขึ้นจนถึงกับออกปากชมว่า “ไม่เคยเห็นใครสอนเก่งเท่าเบนมาก่อน”
.
เบน แรนดัล ใช้การสูญเสียเพื่อนร่วมทีมเป็นจุดสิ้นสุดอาชีพการช่วยชีวิตคนอื่นของเขา จนกฎแรงดึงดูดพลักดันให้เขาต้องมาเป็น หัวหน้าครูฝึกอาวุโส
แต่เจค ฟิชเชอร์ ใช้การที่อดีตเคยสูญเสียเพื่อนร่วมทีมว่ายน้ำสมัยมัธยมไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นแรงผลักดันตัวเขามาสู่งานช่วยชีวิตคนอื่นอย่างเช่นการเป็น “นักว่ายน้ำกู้ชีพ” ที่จะช่วยไถ่บาปในใจเขาได้ ซึ่งกฎแรงดึงดูดก็นำพาเขาทั้งสองมาพบเจอกัน
.
แม้ฟิชเชอร์ อดีตแชมป์ ม.ปลาย ที่มีดีกรีจะไปสมัครแข่งขันที่ไหนก็ได้ จะเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับเบนเพราะฟิชเชอร์มีปมในใจที่ไม่ยอมเปิดเผย แต่เบนก็จับจุดที่จะสอนฟิชเชอร์จนได้
ด้วยคุณสมบัติของความเป็นแชมป์ของฟิชเชอร์ เบนไม่ยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มคนนี้หลุดมือไปได้ง่ายๆ เพราะในสายตาของนักว่ายน้ำกู้ชีพมือเก๋าที่คิดถึงแต่ประโยชน์ของผู้ประสบภัยเป็นที่ตั้งอย่างเบนแล้ว ทุกครั้งที่เขามองเจค เขาเห็นคนที่เร็วพอจะไปถึงผู้ประสบภัยก่อนคนอื่น คนที่อึดพอที่จะอยู่ช่วยผู้ประสบภัยได้นานกว่าคนอื่น และที่สำคัญ ด้วยอดีตที่เป็นแรงขับของฟิชเชอร์ ทำให้เบนเห็นคนที่มีแรงบันดาลใจและกล้าหาญพอที่จะสละชีวิตตนเองเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น และนั่นเป็นสิ่งที่ “นักว่ายน้ำกู้ชีพ” ที่อยากเป็นมืออาชีพจำเป็นต้องมี
.
ตั้งแต่ผมได้มีโอกาสทำหน้าที่อันทรงเกียรติอย่างอาชีพ “นักฝึกอบรม” นี้ ไม่มีวันไหนในการทำหน้าที่ของผมเลยที่ผมไม่รู้สึกรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้เรียน ไม่ว่าจะเพราะต้องทำตามหน้าที่ในตำแหน่งงาน หรือตามจริยธรรมของอาชีพก็ตาม
หลายๆครั้งในการทำหน้าที่ตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยที่สุดทั้งกายและใจ
แต่ทุกครั้งที่ผมรู้สึกเช่นนี้ทีไร ผมจะนึกถึงคำพูดของเบนที่เขาสอนผู้เข้ารับการฝึกในวันที่ทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายวันแรก
.
เบนได้แสดงจุดยืนที่แตกต่างจากครูฝึกคนอื่นอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า...
“คุณเป็นใครผมไม่สน จะมาจากไหน จะไปที่ไหนก็ช่าง สิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมใส่ใจนั่นก็คือเหยื่อภัยพิบัติที่คุณจะช่วยในอนาคต ถ้าผมเห็นว่าคุณช่วยเขาไม่ได้ ผมจะให้ตก เข้าใจ๋! ...ตามตารางเช้านี้จะเป็นการทดสอบสมรรถภาพ แต่ผมคิดว่าคงจะไม่จำเป็น คุณต้องปฏิบัติการในน้ำ ฉะนั้น ก็ต้องทดสอบในน้ำ การทดสอบนี้จะมาแทนการทดสอบสมรรถภาพเป็นการตัดสินว่าคุณอยู่หรือไป ...พยุงตัวในน้ำหนึ่งชั่วโมง แตะขอบสระคือตก หรือแตะโดนก้นสระก็คือตก ตกคือกลับบ้านไปเลย ...ขนาดน้ำอุ่นๆนิ่งๆสบายๆ ยังเอาตัวไม่รอดก็ไม่จำเป็นต้องฝึกต่อแล้ว เข้าใจไหม”
และนี่คือวลีทองของเขา
“ขอให้ทุกคนจงจำใส่ใจไว้ ...เพราะมันจะต้องมาถึงจุดที่ตัวเราเองรู้สึกหมดแรงจนคิดจะยอมแพ้ คำถามคือ จะยอมมั๊ย?”
.
แม้คติพจน์ของนักว่ายน้ำกู้ชีพรุ่น 5506 คือ “ยอมตายเพื่อให้ผู้อื่นรอด”
แต่วันนั้นเจค ฟิชเชอร์ ได้ปล่อยให้เพื่อนคนหนึ่งซึ่งถูกตะคริวกินขาต้องสอบตกแล้วกลับบ้านไป จนเบนต้องสอนบทเรียนแรกให้นั่นคือ “เรา(นักว่ายน้ำกู้ชีพ)ทำงานเป็นทีมเท่านั้น แชมป์”
.
คนที่เป็นแสงสว่างให้ผู้อื่น เขาย่อมยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างด้วยเสมอ
มนุษย์ทุกคนมี “คุณค่า” ในตัวของตัวเอง
แต่หากคุณต้องการใช้ “คุณค่า” ในตัวของคุณนั้นเป็น “แสงสว่าง” ที่ช่วยส่องทางให้กับชีวิตของผู้อื่น
คุณต้องเรียนรู้วิธีที่จะเปล่ง “แสงสว่าง” ในตัวคุณให้ถูกต้องและเชี่ยวชาญเสียก่อน
เพราะเมื่อคุณกลายเป็น “แสงสว่าง” ที่ผู้อื่นใช้เป็นเครื่องส่องทางในไปสู่เป้าหมายในชีวิตของพวกเขาแล้ว
คุณต้องมั่นใจแบบ 100% ว่า “แสงสว่าง” ในตัวคุณจะไม่นำพวกเขาไปในทางที่ผิด
ที่คุณต้องให้ความสำคัญกับจุดนี้อย่างมากก็เพราะว่า คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า คนที่คุณส่งมอบคุณค่าให้นั้นอาจใช้ความรู้ที่เขาได้เรียนรู้และฝึกฝนไปจากคุณนั้นไปสร้างคุณค่าต่อด้วยการเป็นแสงส่องทางให้กับผู้คนได้อีกนับไม่ถ้วนก็เป็นได้
.
ฉากที่ทำให้ผมซื่อสัตย์ต่อการทำหน้าที่นักฝึกอบรมของผมเสมอก็คือ ฉากที่ฟิชเชอร์ถามเบน แรนดัล ก่อนที่เขาจะลาออกจากการเป็นครูฝึก
“คุณช่วยมาแล้วกี่คน” ฟิชเชอร์
เบนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “22”
“ก็ไม่เลว ถึงจะไม่ใช่ 200 หรือ 300” ฟิชเชอร์พยายามไม่แสดงสีหน้าผิดหวังในคำตอบของครูฝึก เพราะเป็นตัวเลขที่แตกต่างอย่างมากจากที่เขาร่ำลือกัน
“22 คือคนที่ช่วยไม่สำเร็จ ฉันจำแต่ตัวเลขนี้”
.
เบน เคยอธิบายความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องการเลือกคนที่เขาจะช่วยชีวิตในวินาทีวิกฤติของการประสบภัยทางทะเลนี้ไว้ว่า
“จะมีเวลาที่ต้องตัดสินใจว่า จะให้ใครอยู่ จะให้ใครตาย เป็นส่วนที่ทำใจลำบาก แต่ก็ต้องทำในฐานะนักว่ายน้ำกู้ชีพ แต่ที่สำคัญกว่าคือ มันจะติดอยู่ในใจเราไปตราบเท่าที่ยังเป็นคน”
ในการฝึกอบรมแต่ละครั้งที่มีเงื่อนเวลาและจำนวนผู้เรียนเป็นตัวกำหนดก็เช่นกัน
คุณอาจช่วยผู้เรียนของคุณไม่ได้ทุกคน แต่คุณมีหน้าที่ช่วยผู้เรียนของคุณให้ได้มากที่สุด
เพราะคนที่คุณช่วยชีวิตเขาไม่ได้จะกลายเป็นครูที่ดีที่สุดของคุณ และความล้มเหลวในการเรียนรู้ของเขาจะติดอยู่ในใจของคุณตราบเท่าที่คุณยังเป็นคน
.
“#ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน” เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องที่สุดเสมอ
เบน แรนดัล ก็เลือกที่จะสอนบทเรียนสุดท้ายให้ เจค ฟิชเชอร์ ลูกศิษย์เอกของเขาด้วยการ “เป็นแบบอย่างที่ดี” ให้เจคได้เห็นถึงคติพจน์ของ “นักว่ายน้ำกู้ชีพ” ที่ว่า “สละชีวิตตนเองเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น”
และคนสุดท้ายที่เบน แรนดัล ได้สละชีวิตตนเองเพื่อช่วยเหลือก็คือเจค ฟิชเชอร์ นั่นเอง
เจค เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากพอที่เบนจะสละชีวิตตนเองให้กับภารกิจได้
.
บทสรุปของหนังเรื่องนี้เป็นไปตามคำที่ แฟรงค์ เพื่อของเบน ที่มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฝึก กล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการฝึกหลักสูตรนักว่ายน้ำกู้ชีพในวันแรกที่ว่า...
“จากชายหญิงผู้ได้รับการบรรจุเป็นยามฝั่ง 39,000 คน มีเพียง 280 คนที่ได้เป็นนักว่ายน้ำกู้ชีพ เพราะเราคือสุดยอดของหน่วยกู้ภัยชายฝั่ง คือที่สุดของที่สุด เมื่อพายุทำให้เอาเรือออกไม่ได้ เราออกโรง เมื่อทัพเรือต้องหลบให้เฮอริเคน เราออกโรง เมื่อพระผู้เป็นเจ้ายื่นพระหัตถ์ลงมาจากสวรรค์ เพื่อทำลายสิ่งที่พระองค์สร้างด้วยพลังลมที่หอบบ้านทั้งหลังขึ้นไปได้ เราออกโรง
เปอร์เซนต์ผู้ผ่านการฝึก มีไม่ถึง 50% ไม่ว่าด้วยปาฏิหาริย์อะไรก็ตามที่ทำให้คุณได้มาเป็นหนึ่งในพวกเรา คุณจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินเดือนอันน้อยนิด พร้อมกับโอกาสค่อยๆจบชีวิตอย่างหนาวเหน็บโดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทร แต่ได้มีโอกาสที่จะช่วยชีวิตของผู้คน ไม่มีกุศลใดยิ่งใหญ่กว่านั้นแล้ว”
.
สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตก็คือการมีชีวิต และภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของทุกชีวิตก็คือการมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ
คุณไม่อาจบรรลุความสุขและประสบความสำเร็จที่ปรารถนาในชีวิตได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้” (ปลา)
แต่สามารถบรรลุได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ทักษะ” (วิธีหาปลา)
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีกุศลใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้ส่งมอบ “คุณค่า” หรือ “วิธีหาปลา” ให้กับผู้อื่นเพื่อให้คนเหล่านั้นได้มีโอกาสมี “ชีวิตใหม่” ที่มีความสุขและประสบความสำเร็จได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกแล้ว
.
.
#ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้
##หากเห็นว่ามีประโยชน์โปรดช่วยแชร์
.
#โค้ชธนา คุณภาพใจกับนิสัยแห่งความสำเร็จ
#XDreamเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา
#งานเห็นผลคนเห็นธรรม by โค้ชธนา
.
.
#หมายเหตุจากผู้เขียน
เนื่องจากทักษะเรื่องการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจรมีเนื้อหากว้างมากเกินกว่าจะเขียนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ในบทความเดียว ดังนั้น หากเพื่อนๆท่านใดสนใจที่จะเรียนรู้ทักษะเรื่องการถ่ายทอดองค์ความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปรับใช้ในการส่งมอบคุณค่าของคุณ in box มาพูดคุยกันได้ครับ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]