• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205178
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันอังคาร ที่ 29 พฤษภาคม 2561
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 657 , 08:48:19 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มีแค่คำว่าทำหรือไม่ทำ_ไม่มีคำว่าลอง

--------------------------------

.

-1- #ความรู้เรื่องการปลดล๊อค (Knowledge)

#คุณสามารถลองเป็นคนดีด้วยการทำชั่วได้หรือไม่?

อาจารย์โยดา ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ เคยสอน ลุค สกายวอล์คเกอร์ เจไดหนุ่ม ครั้งแรกที่มารับการฝึกฝนเป็นเจไดว่า

“มีแค่ทำ หรือ ไม่ทำ ...ไม่มีคำว่าลอง”

เมื่อใดก็ตามที่เราทำบางสิ่งด้วยใจที่คิดจะ “ลอง” นั่นเท่ากับว่าเราจะทำสิ่งนั้นไม่ 100%

และการทำอะไรไม่ 100% นอกจากจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่ 100% เช่นกันแล้ว

บ่อยครั้งทีเดียวที่มันนำความล้มเหลวมาสู่ชีวิตด้วย

.

ไม่มียุคไหนในโลกที่คำว่า “ปลดล๊อค” จะถูกนำมาใช้เพื่อการตลาดได้มากเท่ายุคนี้อีกแล้ว

การให้ผู้อื่นมาปลดล๊อคปัญหาตนเองให้ ไม่ใช่การ “ปลดล๊อค” แต่เป็นการ “ซุกปัญหา” ไว้ใต้ใจตนเองเท่านั้น

.

การเข้าใจหลักเหตุและผลอย่างถ่องแท้ต่างหาก คือกุญแจในการปลดล๊อคชีวิตที่ยั่งยืน

ส่วนคุณจะปลดล๊อคได้เร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับ “พลังสติปัญญา” ของตัวคุณเอง

.

จากประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานฝึกอบรมของ Habit Coach เช่นผม

#การปลดล๊อค หมายถึงการที่เราไม่ทำผิดซ้ำในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอีกตลอดชีวิต

และคนเราจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้

ก็ต่อเมื่อตนเองมี “วิธีคิด” และ “วิธีทำ” ที่ถูกต้องในเรื่องนั้นๆได้แล้วเท่านั้น

.

หากคุณยังทำผิดพลาดซ้ำๆในเรื่องเดิม อย่าเพิ่งไปตะโกนด้วยความสะใจว่า “ตรูปลดล๊อคแล้วโว้ยยยยย” เลย

มันเหลวไหลทั้งเพ! ที่คุณจะเปลี่ยนพฤติกรรมที่คุณสั่งสมมาทั้งชีวิตได้ด้วยการที่คุณฟังใครสักคนพูดเพียงไม่กี่คำ หรือดีดนิ้วแล้วบอกว่า “จงปลดล๊อคเดี๋ยวนี้”

.

มนุษย์ทุกคนมี “ปม”

และที่คนเรามี “ปม” เพราะความผิดพลาดที่ “กิเลส” สั่งสมมาให้ทั้งชีวิต

แต่ “ปม” ที่สั่งสมในใจมานานจากการทำผิดซ้ำๆ มักทำให้คนรอบข้างต้องเจ็บปวดเสียใจจากการแสดงที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมของเราเองอยู่บ่อยๆ จริงไหมครับ?

.

ความจริงแล้ว เนื้อแท้ของมนุษย์ทุกคนพร้อมที่จะเป็นคนดี เหมือนดังรอยยิ้มของเด็กทารกที่ไร้มารยา

แต่ที่เราเลือกแสดงออกในทางที่เห็นแก่ตัวหรือทำผิดก็เพราะมีกิเลส 3 ตัวคอยบงการคุณอยู่

แม้คุณจะรู้สึก “ละอายใจ” บ้างในบางครั้ง แต่อำนาจของสิ่งที่เรียกว่า “นิสัย” ก็ทำให้คุณถอนตัวจากพฤติกรรมดังกล่าวได้ยากเหลือเกิน

.

#กิเลสที่คอยบงการให้มนุษย์ที่ขาดสติทุกคนทำเรื่องผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา 3 ตัว ได้แก่

1) โลภะ (ความอยากได้อยากมีจนเกินพอดี)

2) โทสะ (ความขุ่นข้องหมองใจ ความกลัว ความโกรธ ความเกลียด)

3) โมหะ (ความเชื่อแบบผิดๆที่เกิดจากอวิชชา ความศรัทธาบางสิ่งที่ขาดเหตุผลอย่างรุนแรง)

.

การมี “สติ” และ ใช้ “ปัญญา” ในการดำรงชีวิต จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากกิเลสทั้ง 3 ตัวนี้ได้

“#พลังของสติ” จะทำให้คุณรู้ดีรู้ชั่ว รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ รู้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์ สิ่งใดไม่มีประโยชน์

แต่การที่คุณจะสามารถเลือกทำสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ได้นั้น คุณจำเป็นต้องอาศัย “#พลังของปัญญา” ที่มากพอเช่นกันด้วย

.

คนเราทำผิดเพราะมีกิเลส 3 ตัวนี้คอยบงการ และทำผิดซ้ำๆเพราะอำนาจของสิ่งที่เรียกว่า “นิสัย” (ความเคยชิน)

เมื่อคุณทำผิดคิดชั่วเพราะตกอยู่ใน “อำนาจแห่งนิสัย” คุณก็ต้องแก้ด้วย “อำนาจแห่งนิสัย” ที่จะไม่ทำผิดคิดชั่วเช่นกัน

ไม่มีทางลัดที่ “ง่าย” กว่านั้น

ด้วยเหตุนี้ การปลดล๊อค จึงมี 2 ระดับ ได้แก่ การปลดล๊อคในระดับของความคิด กับ การปลดล๊อคในระดับของการกระทำ

.

การที่คุณมี “สติ” ไม่ปล่อยให้ “ความคิด” ของคุณตกเป็นทาสของกิเลสทั้ง 3 ตัวที่คอยบงการคุณอยู่ เรียกได้ว่า “การปลดล๊อคทางความคิด”

ส่วนการที่คุณสามารถใช้ชีวิตด้วย “ปัญญา” หาทางออกที่มีประโยชน์โดยไม่ลดตัวลงไปไม่ทำผิดพลาดในเรื่องเดิมซ้ำๆได้อีก เราเรียกว่า “การปลดล๊อคทางการกระทำ"

และการปลดล๊อคทั้ง 2 ระดับนี้ คือการปลดล๊อคที่จะทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขและประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนแท้จริง

การปลดล๊อคทั้ง 2 ระดับนี้ นอกจากจะเป็นการปลดล๊อคที่จะนำความสงบใจมาสู่ชีวิตคุณอย่างแท้จริงแล้ว ยังนำสันติสุขและความสมดุลมาสู่โลกใบนี้อีกด้วย

.

เราทุกคนปรารถนาชีวิตที่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น

ความปรารถนาเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น

แต่การแสวงหาความสำเร็จด้วยการยอมทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามการบงการของกิเลสต่างหาก ที่ไม่ถูกต้อง

.

ความสำเร็จที่คุณแสวงหา แม้จะนำความสุขมาสู่คุณก็จริง แต่ต้องดูด้วยว่ามันนำความทุกข์ไปสู่ผู้อื่นไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่?

ด้วยเหตุนี้ หากสิ่งที่เราเรียกว่า “ความสำเร็จ” มันไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลของทั้งตนเองและผู้อื่นด้วยเสมอ

ก็ยากนักที่ความสำเร็จที่ได้รับมาจะเป็นความสำเร็จที่นำความสุขแบบยั่งยืน

.

“พลังของสติ” และ “พลังของปัญญา” ที่มากเพียงพอที่จะต่อกรกับกิเลส จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะการประสบความสำเร็จด้วยวิธีการที่ถูกต้อง(การทำความดี)ว่ายากแล้ว

แต่การรักษาตนเองไม่ให้กลับไปทำชั่ว(เพื่อรักษาความสำเร็จที่หามาได้)อีก ยากกว่ามาก

เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์มักแสวงหาความสำเร็จในหนทางที่ง่ายดายเสมอเพราะสอดคล้องกับกิเลส

ด้วยเหตุนี้ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงทรงมีพระดำรัสถึงแนวทางในการดำรงตนให้มีความสุขและประสบความสำเร็จที่ยั่งยืนไว้ที่คำว่า "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" นั่นก็เพราะว่า....

“....การทำความดีนั้น โดยมากเป็นการเดินสวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยากและเห็นผลช้า แต่จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่ แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว...”

-------------------------

.

-2- #วิธีฝึกฝนเพื่อการปลดล๊อค (Skill)

การจะปลดล๊อคพันธนาการทางจิตใจทั้ง 2 ระดับนั้น มีขั้นตอนปฏิบัติอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้

#ขั้นตอนที่หนึ่ง : เข้าใจ

ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องที่จะปลดล๊อคนั้นๆให้ถูกต้องเสียก่อน

พูดง่ายๆก็คือต้องมี “วิธีคิดที่ถูกต้อง” ในเรื่องนั้นๆให้ได้ตลอดเวลาเสียก่อน

.

#ขั้นตอนที่สอง : เข้าถึง

ต้องนำเรื่องที่เรียนรู้จนเข้าใจถูกต้องแล้วนั้นไปลงมือปฏิบัติด้วย “วิธีทำที่ถูกต้อง” จนกว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่ตนเองปรารถนา

.

#ขั้นตอนที่สาม : พัฒนา

ต้องหมั่นพัฒนาวิธีคิดและวิธีทำที่ถูกต้องในเรื่องนั้นๆให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการกลับมาของ “นิสัยเก่า” ที่ไม่มีประโยชน์

---------------------------

.

-3- #ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปลดล๊อค (Attitude)

แม้ในหนังชุด Star Wars จะกล่าวถึงเรื่องราวของสงครามในจักรวาลอันไกลโพ้นก็ตาม

แต่ในความจริง พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะลิขิตชะตาและนำความสงบสุขมาสู่ชีวิตของคุณกลับอยู่ที่จิตใจของคุณเองตลอดเวลา

และ “เจได” คือกลุ่มคนที่ถูกใช้เป็นตัวแทนการต่อสู้ระหว่าง “ด้านมืด” กับ “ด้านสว่าง” ภายในจิตใจของเราเองนี้

.

“พละกำลังของเจไดนั้นมาจากพลัง แต่จงระวังด้านมืดไว้ ความโกรธ ความกลัว ความรุนแรง ล้วนเป็นด้านมืดแห่งพลัง มันจะนำความรวดเร็วมาสู่เจ้าในการต่อสู้ แต่ถ้าเจ้าลดตัวลงสู่ด้านมืด มันจะคุมลิขิตของเจ้า กลืนกินเจ้าดังเช่นศิษย์ของโอบีวัน”

“ด้านมืดแกร่งกว่าใช่ไหมครับ?” ลุค สกายวอล์กเกอร์ ถามด้วยความสงสัย

“ไม่ ...แค่เร็วกว่า ง่ายกว่า น่าลองกว่า” อาจารย์โยดาชี้แจง

“แล้วเราจะแยกด้านดีออกจากด้านชั่วได้อย่างไร?”

“เจ้าจะรู้เมื่อจิตใจของเจ้าเย็น สงบ สุขุม ...เจไดนั้นใช้พลังเพื่อความรู้และเพื่อปกป้องตนเอง ไม่ใช่เพื่อจู่โจม ....ข้าจะไม่ตอบอะไรเจ้าอีกแล้ว ปล่อยคำถามออกจากใจให้หมด”

.

ในเส้นทางสู่ความสุขและความสำเร็จที่ทุกคนปรารถนา

จะมีช่วงเวลาที่คุณต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง “การทำสิ่งที่ถูก” กับ “การทำสิ่งที่ง่าย”

แน่นอนว่า หากในขณะนั้น จิตใจของเราไม่หนักแน่นในความดี จิตใจของเราก็จะถูกลวงเข้าสู่ด้านมืดได้ง่าย

.

หากคุณพ่ายแพ้พลังของด้านมืดในจิตใจตนเอง

คุณจะเลือก “การทำสิ่งที่ง่าย” เสมอเพราะมันให้ผลเร็ว

แทนที่จะเลือก “การทำสิ่งที่ถูก” ที่ให้ผลช้า แต่สร้างความสุขและความสำเร็จที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์กว่า

ด้วยเหตุนี้ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงทรงแนะนำพวกเราว่า “จงหนักแน่นในความดี”

.

วิธีฝึกฝนจิตใจตนเองให้มีพลังสติปัญญาที่เหนือกว่าอำนาจฝ่ายต่ำทั้ง 3 นั้น ก็คือ #การลงมือทำเพื่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ

“การลงมือทำเพื่อผู้อื่น” อยู่เสมอจนกลายเป็นนิสัยจะช่วยลด “ความเห็นแก่ตัว” ในใจลง

“ความเห็นแก่ตัว” ยิ่งลดน้อยลงเท่าไหร่ “อัตตา” จะยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น

“อัตตา” ยิ่งลดน้อยเท่าไหร่ “ความสงบแห่งจิต” จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

และ “ความสงบแห่งจิต” นี่เอง ที่เป็นหนทางเข้าถึง “พลังอำนาจของจิตใจ” (พลังของสติปัญญา) อย่างแท้จริง

การชนะใจตนเองได้เป็นชัยชนะที่จะไม่กลับมาแพ้อีก

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า... “จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้”

.

เมื่อคุณเข้าใจ “พลังอำนาจของจิตใจ” (พลังสติปัญญา) ของตนเองและฝึกฝนจนสามารถใช้มันลิขิตชีวิตที่คุณต้องการได้แล้ว

คุณก็จะสามารถใช้พลังที่ยิ่งใหญ่นั้นช่วยให้ชีวิตผู้อื่นดีขึ้นได้ด้วย

ผู้ที่มีวิถีชีวิตเช่นนี้จึงจะเรียกได้ว่ามีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ

และได้ชื่อว่าได้รับชัยชนะที่แท้จริงในการได้เกิดเป็นมนุษย์

.

#การลองเป็นคนดีแล้วล้มเหลวน่ากลัวพอๆกับการลองเป็นคนไม่ดีแล้วสำเร็จ

ดังนั้น วิธีเล่นเกมชีวิตให้ชนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ มีแค่คำว่า “ทำ” หรือ “ไม่ทำ”  ไม่มีคำว่า “ลอง”

คุณจะชนะศึกภายนอกแล้วตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าตนเองเป็นคน(ดี)ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

หากคุณยังพ่ายแพ้แก่ด้านมืดในจิตใจของตนเองอยู่ทุกวัน

.

คนเก่งที่ถูกด้านมืดครอบงำย่อมสร้างความเสียหายต่อทุกชีวิตได้มากกว่า

ดังนั้น หน้าที่หลักสำหรับนักฝึกอบรมอย่างผมคือการฝึกฝนผู้เรียนหรือลูกศิษย์ ไม่ใช่แค่เพื่อให้เป็น “คนเก่ง” แต่ต้องฝึกให้เป็น “คนดี” อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ การปลดล๊อคที่จะนำพาความสันติสุขมาสู่ทุกคนจึงเป็นการปลดล๊อคจิตใจผู้เรียนจากด้านมืดที่คอยบงการชีวิตของพวกเขาก่อน ซึ่งผู้ฝึกสอนเช่นผมสามารถทำได้ผ่าน “การฝึกฝนทักษะ” และ “การสร้างวินัย” จนทั้ง 2 สิ่งนี้กลายเป็น “นิสัยที่แข็งแกร่ง” ของพวกเขา

.

“พระพุทธเจ้า” ทรงเป็นแสงสว่างที่โชติช่วงมาสองพันห้าร้อยปี ไม่ใช่เพราะพระองค์เป็น “คนที่เก่งที่สุด” อย่างเดียว แต่เพราะพระองค์เลือกที่จะเป็น “คนที่ดีที่สุด” ด้วยการไม่พ่ายแพ้แก่กิเลสด้วย

“อาจารย์โยดา” ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ปรมาจารย์เจไดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ไม่ใช่เพราะเขาเป็น “คนที่เก่งที่สุด” แต่เพราะเขาเลือกที่จะเป็น “คนที่ดีที่สุด” ผู้ไม่ยอมลดตัวเข้าสู่พลังของด้านมืด

“ลุค สกายวอล์คเกอร์” กลายเป็น “ความหวังของทั้งกาแลคซี่” ไม่ใช่เพราะเขาเป็น “เจไดที่เก่งที่สุด” แต่เพราะเขาศรัทธาในความดีและเลือกที่จะยืนหยัดหนักแน่นในความเป็น “คนดี” ด้วยการดึงคนที่หลงผิดเข้าสู่ด้านมืดอย่าง “ดาร์ธเวเดอร์” ให้กลับมาสู่ด้านสว่างได้สำเร็จ

.

อาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแทบทุกคน ก่อนที่พวกเขาจะยิ่งใหญ่เช่นนั้นได้ ก็ล้วนเคยทำเรื่องผิดพลาดมาด้วยกันทั้งนั้น

เพราะการทำผิดพลาดเป็นวิสัยของมนุษย์ทุกคน

แต่การมีสติเพื่อ “รู้ตัวเอง” และใช้ปัญญาหาทาง “ชนะตัวเอง” ด้วยการแก้ไขไม่ทำสิ่งผิดพลาดนั้นอีกเป็นวิสัยของคนบางคนเท่านั้น

.

“อวิชชา” ซึ่งเป็นนายใหญ่ของกิเลสทั้ง 3 ตัว คือด้านมืดที่น่ากลัวที่สุด

แต่การรู้จักอวิชชาอย่างเดียว (รู้ตัวเอง) ยังไม่พอ คุณต้องตัดสินใจเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง (ชนะตัวเอง) ด้วย

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้า องค์สัพพัญญูผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ยังทรงย้ำไว้เลยว่า

“ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น”

หน้าที่ในการเดินไปตามเส้นทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์นั้น เป็นหน้าที่ของคุณเอง

.

ใน Star Wars : The Last Jedi

แม้ลุค สกายวอล์คเกอร์ จะได้กลายเป็นอาจารย์เจไดผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับอาจารย์โยดาแล้ว

แต่ในขณะที่จิตใจสับสน อาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาก็ต้องการคำแนะนำเช่นกัน

.

อาจารย์โยดา ปรมาจารย์เจไดผู้ยิ่งใหญ่ จึงได้ใช้จิตเดินทางกลับมาสอน ลุค สกายวอล์คเกอร์ อีกครั้งหนึ่งว่า...

“จงส่งต่อสิ่งที่เจ้ารู้  กำลัง ความเชี่ยวชาญ รวมทั้งจุดอ่อน ความเขลา ความล้มเหลว

โดยเฉพาะความล้มเหลวของอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

ศิษย์นั้นต้องไปได้ไกลกว่าเรา นี่คือหน้าที่แท้จริงของเหล่าอาจารย์”

.

เส้นทางสู่การเป็น “คนดีและคนเก่ง” ในโลกใบนี้ก็เช่นกัน

นักฝึกอบรมอย่างผมทำได้เพียงฝึกฝนผู้เรียนให้พร้อมมากที่สุดสำหรับรับมือกับกิเลส(ด้านมืด)ในจิตใจตนเอง

ส่วนการที่ผู้เรียนจะเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้องและยืนหยัดหนักแน่นในความดี(ด้านสว่าง)ได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เรียนเอง

.

ในวันนี้เมื่อสองพันกว่าปีก่อน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทำการปลดล๊อคตนเองจากกิเลสที่คอยบงการชีวิตของพระองค์ และนำพาจิตใจที่อยู่ในด้านมืดออกมาสู่ด้านสว่างได้สำเร็จ

การตรัสรู้ (การปลดล๊อค) ของพระองค์เป็นประโยชน์แก่คนอีกจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

และเหล่าพระอริยสาวกของพระองค์ ซึ่งเปรียบได้กับเหล่าเจไดในหนังเรื่องสตาร์วอร์ ต่างก็ทำหน้าที่เป็น “แสงสว่าง” ให้กับคนที่ชีวิตยังอยู่ในอำนาจบงการของด้านมืดมาจนถึงทุกวันนี้

ดังนั้น ในวันวิสาขบูชาปี 2561 นี้ ผมจึงขอใช้บทความเพื่อการปลดล๊อคนี้เป็น “แสงสว่าง” ส่องทางให้กับจิตใจของผู้ที่ยังถูก “ด้านมืด” ครอบงำ เพื่อนำพาพวกเขาออกมาสู่ “ด้านสว่าง” ของชีวิต

.

#ขอพลังแห่งสติปัญญาจงสถิตอยู่กับทุกคน

#ขอให้ผมช่วยได้อีกคน

.

#โค้ชธนา Habit Coach

#XDreamเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา

#งานเห็นผลคนเห็นธรรม by โค้ชธนา

.

.

หากต้องการฝึกฝนจิตใจเพื่อการปลดล๊อคความอ่อนแอในจิตใจและเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม

สมัครเข้าโปรเจ็ค “คนมีวินัยทำอะไรก็สำเร็จ” ได้ฟรี อ่านรายละเอียดตามลิงค์นี้

https://web.facebook.com/SpiritualeyebyThana/photos/a.270918739964579.1073741828.270438480012605/719632191759896/?type=3&theater

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]