• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 205181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม 2561
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 371 , 12:05:55 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Barber Story Episode 11 : ของขวัญปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด (ตอนจบ)

เรื่องโดย : Coach Thana

ภาพประกอบโดย : Mim Pha Mon

+++++++++++++++

.

“ปีนี้มีของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองหรือยังครับ?” ช่างตัดผมหนุ่มสนทนาพาทีกับลูกค้าที่นอกจากจะเป็นรายสุดท้ายของวันนี้ ยังเป็นรายสุดท้ายของปีอีกด้วย

“วุ่นวายหาแต่ของขวัญปีใหม่ให้คนอื่นอยู่ครับ เลยยังไม่ได้คิดเรื่องหาของขวัญให้ตัวเองเลย” ลูกค้าสารภาพ

.

อุณหภูมิที่ต่ำลงในฤดูหนาว ปลุกความมืดให้ทำงานเร็วกว่าปกติตามที่เคยเป็นมาทุกปี

“แล้วปีนี้ล่ะ ช่างเตรียมให้อะไรตัวเองเป็นของขวัญครับ?” ลูกค้าถามเผื่อจะได้ไอเดียไปใช้กับตัวเอง

“คุณลูกค้าคิดว่าอะไรคือของขวัญปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดล่ะครับ?”

ลูกค้าใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนให้คำตอบ “ผมว่าน่าจะเป็น –ชีวิตใหม่- หรือเปล่าครับ?”

.

“เป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยมมากๆครับ” ช่างตัดผมชื่นชมลูกค้าคนนี้ด้วยความจริงใจ นั่นเพราะคำตอบนี้สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าคนนี้ให้ความสำคัญกับ –สิ่งที่เป็น- แทนที่จะให้ความสำคัญกับ –สิ่งที่มี- ดังเช่นที่คนส่วนใหญ่ในสังคมเป็นกัน “แล้วคุณลูกค้าคิดว่าเราต้องทำอย่างไรเหรอครับ เราจึงจะได้ –ชีวิตใหม่- เป็นของขวัญตามที่เราต้องการ?”

.

ใช้เวลานานกว่าเดิมในการหาคำตอบให้คำถามนี้ แต่เหมือนทุกคำตอบที่ลูกค้าคิดได้จะไม่ถูกใจ คำตอบที่ช่างตัดผมได้รับจึงเป็นรอยยิ้มที่มาพร้อมความเงียบแทน

มือของช่างตัดผมหนุ่มทำงานของตนเองบนศีรษะลูกค้าด้วยความเชี่ยวชาญ ในขณะที่สายตาของเขาก็มองลูกค้าด้วยความอ่อนโยนเมตตา

.

“ความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากสิ่งที่คุณมี แต่วัดจากสิ่งที่คุณเป็น ด้วยเหตุนี้ ความสำเร็จที่คุณแสวงหาจึงวัดได้จาก 2 สิ่งนี้ นั่นคือ วัดจากสิ่งที่คุณมี ได้แก่ การมีบ้าน มีรถ หรือมีทรัพย์สินเงินทองตามที่ต้องการ กับ วัดจากสิ่งที่คุณเป็น ได้แก่ การมีความรู้และทักษะที่เพิ่มมากขึ้นตามที่ต้องการ” ช่างตัดผมหนุ่มมองหน้าลูกค้าก่อนจะตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่า ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจและเพื่อการอธิบายขยายความที่ถูกต้องชัดเจน “สำหรับคุณ คุณวัดความสำเร็จของคุณจากอะไรล่ะ?”

.

แทนที่จะตอบคำถาม ลูกค้าถามกลับเพื่อทำความเข้าใจคำกล่าวของช่างตัดหหนุ่มให้มากขึ้นก่อน “แล้ว –สิ่งที่มี- กับ –สิ่งที่เป็น- มันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรครับ?”

“ถามได้น่าสนใจครับ” ช่างตัดผมหนุ่มชื่นชมพร้อมใช้คำถามในการอธิบายตามสไตล์ที่เขาถนัด “คุณคิดว่า –เงิน- กับ –ทักษะ- มีข้อแตกต่างกันตรงไหนครับ?”

.

เมื่อเห็นว่าลูกค้าเงียบเพราะจนใจในคำตอบ ช่างตัดผมจึงเฉลยให้ฟัง

“ข้อแตกต่างที่หนึ่ง : เงินที่คุณหามาได้จะอยู่กับคุณเพียงชั่วคราว แต่ทักษะที่คุณฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้วจะอยู่กับคุณชั่วชีวิต

ข้อแตกต่างที่สอง : เงินเป็นสิ่งที่คนอื่นขโมยหรือช่วงชิงไปจากคุณได้ แต่ทักษะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครขโมยหรือช่วงชิงมันไปจากคุณได้

ข้อแตกต่างที่สาม : เงิน เวลายิ่งผ่านไป มูลค่ายิ่งลดลง ส่วน ทักษะ เวลายิ่งผ่านไป มูลค่ายิ่งเพิ่มสูงขึ้น”

.

“โห ผมคิดไม่ถึงเลยนะครับเนี่ย” ลูกค้ารู้สึกอัศจรรย์ใจกับข้อเท็จจริงที่เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต ก่อนที่การพยายามเชื่อมโยงข้อมูลของเขาจะนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า “งั้นแสดงว่าถ้าผมต้องการ –ชีวิตใหม่- ผมต้องพัฒนาความรู้และทักษะของผมใช่ไหมครับ?”

“ถูกต้องครับ” ช่างตัดผมหนุ่มรับคำด้วยรอยยิ้ม “และวิธีเดียวที่จะการันตีว่าคุณจะมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนก็คือ การที่คุณพัฒนาตนเองจนกลายเป็นมืออาชีพในงานที่คุณทำ”

.

“ยังไงครับ?”

“สตีฟ จอบส์ กล่าวว่างานจะครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในชีวิตของเราทุกคน แต่งานมี 2 แบบ คือ –งานเลี้ยงตัว- กับ –งานเลี้ยงใจ-” ช่างตัดผมใช้การตั้งคำถามเพื่ออธิบายความเช่นเดิม “คุณเห็นด้วยไหมครับว่า คนทุกคนที่ยังต้อง ‘ทำงานเลี้ยงตัว’ อยู่ ส่วนใหญ่พวกเขาแค่ –มีอาชีพ- แต่มีไม่กี่คนที่พัฒนาตนเองไปสู่ความเป็น –มืออาชีพ- ในงานนั้นๆได้สำเร็จ?”

.

“แล้วช่างวัดว่าใครเป็น –มืออาชีพ- ในเรื่องไหนได้จากอะไรเหรอครับ?” ลูกค้าขาประจำถามด้วยความสงสัย

“จากประสบการณ์ของผม การที่ใครสักคนจะเป็นมืออาชีพในงานใดได้นั้น อันดับแรก เขาต้อง –มีอาชีพ- หรือพูดง่ายๆคือสามารถมีรายได้จากงานประเภทนั้นให้ได้เสียก่อน เมื่อมีรายได้จากงานประเภทนั้นอย่างเป็นกิจลักษณะแล้ว การที่เขายังคงพัฒนาตนเองให้เชี่ยวชาญในงานของเขามากขึ้นไปเรื่อยๆจนกลายเป็นคนที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ตรงนี้คือสิ่งที่ผมเรียกว่า –มืออาชีพ- ครับ” ช่างอธิบายด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายที่สุดก่อนจะสรุปประเด็นเรื่องงานเลี้ยงใจที่เปิดไว้เมื่อครู่ต่อ

.

“ทุกๆปี คนส่วนใหญ่ฝันถึงชีวิตใหม่ แต่ตลกตรงที่ผ่านปีใหม่ไปได้ไม่กี่เดือน ทุกคนก็กลับไปมีชีวิตเหมือนเดิม คุณลูกค้าทราบไหมครับว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร?”

“เป็นเพราะขาดการลงมือทำจริงจังหรือเปล่าครับ?”

“ถูกต้องครับ” ช่างตัดผมหนุ่มใช้มือซ้ายรวบเส้นผมของลูกค้าก่อนจะใช้กรรไกรบรรจงตัดปลายผมให้เท่ากัน “เพราะ ‘เป้าหมายชีวิต’ กับ ‘การลงมือทำ’ มันไม่สอดคล้องกัน ยิ่งความขัดแย้งตรงนี้มีมากเท่าไหร่ ชีวิตของคนเหล่านั้นก็จะยิ่งสับสน และไม่มีความสุขมากเท่านั้น”

.

“แล้วเราจะลดความขัดแย้งที่ว่านี้ได้อย่างไรครับ?”

“สิ่งที่จะทำให้ชีวิตขึ้นได้เห็นผล 100% ไม่ใช่การแก้กรรม แต่คือการแก้พฤติกรรมครับ”

.

“ผมว่าคนส่วนใหญ่ก็อาจะอยากเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้นะครับ แต่พอทำอะไรไปสักพักหนึ่งแล้วส่วนใหญ่ก็มักล้มเลิก ช่างมีวิธีที่แก้ปัญหาในเรื่องนี้หรือเปล่าครับ?”

.

“ก็ด้วยการที่คุณทำงานโดยโฟกัสไปที่การพัฒนาทักษะในงานอาชีพที่คุณทำแทนการทำงานโฟกัสที่เงินไงครับ” ช่างตัดผมตวัดข้อมืองัดปลายปัตตาเลี่ยนเบาๆเพื่อไล่เก็บเงาโดยรอบ “งานบนโลกนี้มี 2 แบบ คือ (1) งานรับใช้ความฝันของตนเอง กับ (2) งานรับใช้ความฝันของคนอื่น สมมุติ คุณยังเป็นคนที่ต้องทำงานรับใช้ความฝันคนอื่นอยู่ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม คุณยังไม่พร้อมที่จะขยับขยายไปเป็นทำงานรับใช้ความฝันตัวเอง สิ่งที่คุณต้องเตรียมพร้อมไว้ให้มากกว่าเงินก็คือ ความเชี่ยวชาญในอาชีพของคุณ ยิ่งคุณมีทักษะในงานเชี่ยวชาญมากเท่าไหร่ ช่องว่างระหว่าง –สิ่งที่ทำได้- กับ –สิ่งที่ทำไม่ได้- ก็จะยิ่งแคบลงมากเท่านั้น จริงไหมครับ?”

.

“แต่เราทุกคนต้องทำงานเพื่อเงินไม่ใช่เหรอครับ?”

ช่างตัดผมให้คำตอบพร้อม มือก็ดึงเอาใบมีดเก่าไปหย่อนทิ้งไว้ในขวดที่เตรียมไว้สำหรับใส่ใบมีดโกนหนวดใช้แล้ว ก่อนจะนำใบมีดใบใหม่ที่คมกริบเสียบใส่ไปในมีดโกนแทน “ก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่เงินคือแรงจูงใจที่มีพลังน้อยที่สุดในบรรดาแรงจูงใจทั้งหมด” ช่างตัดผมมองลูกค้าด้วยสายตาอ่อนโยน “ลองคิดตามนะครับ เมื่อคุณทำงานโดยโฟกัสเอาเงินเป็นที่ตั้ง เมื่อคุณไม่ได้เงินอย่างที่อยากได้ คุณก็จะคงความกระตือรือร้นในการทำงานได้นานแค่ไหน จริงไหมครับ? ด้วยเหตุนี้ หากเป้าหมายของคุณคือต้องการที่จะเปลี่ยนนิสัยเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม คุณต้องใช้สิ่งที่มีพลังมากกว่าเงินเป็นแรงจูงใจในการทำงานในแต่ละวันครับ ซึ่งสิ่งที่มีพลังมากกว่าเงินที่ผมหมายถึงก็คือทักษะครับ”

.

“ถูกของช่างครับ” ปากลูกค้าขยับ แต่ความคิดล่องลอยกลับไปในชีวิตหลายปีของตัวเขาเองก่อนหน้านี้

“คุณคิดว่าบริษัทของคุณจ้างคุณไปทำอะไรให้เขาล่ะครับ ถ้าไม่ใช่จ้างคุณไปแก้ปัญหาให้เขา” ช่างตัดผมหนุ่มปรับพนักพิงให้เอนลงไปเพื่อโกนหนวดกันหน้า “องค์กรใหญ่ๆจำนวนมากในโลกยุคนี้ เขาไม่สนกันแล้วนะครับ ว่าคุณจะเรียนจบอะไรมา สิ่งที่เขาสนคือ คุณจะใช้ความรู้และทักษะที่คุณมีแก้ปัญหาอะไรให้เขาได้บ้าง ด้วยเหตุนี้ แม้จะเป็นในกลุ่มคนที่ยังต้องทำงานรับใช้ความฝันคนอื่นอยู่ก็ตาม คนที่ไม่เป็นมืออาชีพในงานตนเอง นับวันจะอยู่ยากขึ้นจริงไหมครับ?”

.

ด้วยข้อมูลใหม่ที่ถูกอัพโหลดลงไปในสมอง ลูกค้าราวกับถูกพัดลมเพดานที่หมุนติ้วๆเป็นวงกลมดึดดูดเข้าสู่ห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล รู้สึกว่าทักษะที่ตนเองมีเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่โลกต้องการมันช่างเล็กกระจ้อยร่อยเหลือประมาณ ช่างตัดผมเข้าใจอารมณ์ตรงนี้ดีจึงปล่อยให้ลูกค้าได้มีโอกาสประมวลผลและเชื่อมต่อ –ข้อมูลใหม่- กับ –ชีวิตเก่า- เข้าด้วยกัน

.

เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลา ช่างตัดผมจึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยคำถามที่สร้างความสั่นสะเทือนระดับ 50 ริกเตอร์

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของคุณลูกค้าคืออะไรครับ?”

คำถามนี้ หากถามก่อนหน้านี้ คำตอบอาจไม่ชัดเจน แต่หลักจากลูกค้ารู้แล้วว่าเส้นทางที่เขาเลือกเดินมานั้นเป็น –การทำงานรับใช้ความฝันคนอื่น- มาโดยตลอด คำตอบที่มีให้กับคำถามนี้ในตอนนี้จึงเปลี่ยนไป

.

“เพราะความอยากรวย ผมจึงเลือกทำงานเป็นพนักงานขายมานานหลายปี ถึงจะทำเงินได้มาก แต่กลับไม่เคยรู้สึกมีความสุขหรือรู้สึกว่าประสบความสำเร็จจริงๆเลยสักครั้ง ผมเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่าที่ผมทำไปทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของผมเองเลย ต่อให้ผมทำงานสำเร็จ แต่ชีวิตมันเหมือนไม่ถูกเติมเต็ม ความรู้สึกภายในมันกลับกลวงโบ๋ว่างเปล่า” ถ้อยคำที่ลูกค้าเปล่งออกมา ถึงจะเชื่องช้าแต่หนักแน่น และที่สำคัญ น่าจะเป็นถ้อยคำที่มีสติที่สุดในชีวิต “ตอนนี้ผมชัดเจนกับตัวเองแล้วครับ สิ่งที่ผมอยากเป็นมาโดยตลอด แต่หลงลืมมันไปคือการเป็นเจ้าของร้านกาแฟครับ ร้านกาแฟในสไตล์ที่ผมฝันไว้”

.

“เยี่ยมครับ” แม้ช่างตัดผมหนุ่มจะไม่รู้ว่าร้านกาแฟในความฝันของลูกค้ารายนี้จะเป็นร้านกาแฟที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน แต่เขาก็กล่าวชื่นชมลูกค้าด้วยหัวใจที่พองโตไม่แพ้กัน “คราวนี้มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดแล้วครับ”

“อะไรครับ ส่วนที่สำคัญที่สุด?”

.

“คนทุกคนมีความฝันครับ แต่คนที่จะมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตคือคนที่รับผิดชอบความฝันของตนเองครับ” ช่างตัดผมปรับพนักเก้าอี้ตัดผมให้กลับมาตั้งตรงตามปกติ จากนั้นเดินไปหยิบปากกาไวท์บอร์ดมาเขียนบางสิ่งบนกระจกด้านหน้าเก้าอี้ตัดผม เขาใช้กระจกแทนกระดานไวท์บอร์ดเพื่อลากเส้นทำตารางให้ลูกค้าเห็นวิธีการเขียน Action Plan

ปากกาเสียดสีกับกระจกส่งเสียงดังอี๊ดๆไปตามจังหวะมือของช่างตัดผม กลิ่นของหมึกเคมีรุนแรงพอๆกับความปรารถนาที่จะเดินตามความฝันที่เกิดขึ้นในใจของลูกค้า

.

“สิ่งที่คุณต้องไปทำหลังจากนี้ก็คือ

(1) เขียนจุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตให้ชัดเจนว่าต้องการเป็นอะไร

(2) กำหนดเป้าหมายที่จะใช้วัดผลความสำเร็จของตนเองที่จะทำให้สำเร็จในช่วงระยะ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี

(3) กำหนดชิ้นงานที่จะทำในแต่ละวันเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ว่านั้น

จากนั้นก็ควบคุมตัวเองให้ลงมือทำงานที่ต้องทำในแต่ละวันให้เสร็จโดยโฟกัสความสำเร็จที่จะวัดผลใน 1 ปีให้ได้ก่อน เพราะงานเสร็จ เท่ากับ งานสำเร็จ ถ้าเป้าหมาย 1 ปี ไม่สำเร็จ ยังไม่ต้องไปพูดถึงเป้าหมาย 3 ปี ตามทันนะครับ”

.

“ตามทันครับ แต่ที่ยากที่สุดก็เห็นจะเป็น การควบคุมตนเองให้ทำงานให้เสร็จนี่แหละครับ” ลูกค้ากล่าวยิ้มๆให้กับความไม่มีระเบียบวินัยของตัวเอง

“ทักษะความเชี่ยวชาญ และ นิสัยที่มีประโยชน์ที่เราต้องใช้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างให้สำเร็จได้ในวันเดียวครับ” ช่างตัดผมกล่าวสรุป “มหาสมุทรคืออะไรหากไม่ใช่หยดน้ำเล็กๆมารวมกัน ในการทำงานโดยโฟกัสทักษะที่เพิ่มขึ้นก็เช่นกัน สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การทำสิ่ง 1 สิ่งให้ดีขึ้นวันละ 1000% แต่เป็นการทำ 1,000 สิ่งที่จำเป็นต้องทำให้ดีขึ้นวันละ 1% ...ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่สุด”

.

“แค่ผมมีความเชี่ยวชาญในงานที่ผมทำมากขึ้นกว่าเดิมแค่วันละ 1% ผมก็มีโอกาสสำเร็จแล้วเหรอครับ?”

“ในโลกนี้มีความสำเร็จมากมายที่ไม่ใช่ –ความสำเร็จในแบบของคุณจริงๆ- แต่เป็น –ความสำเร็จในแบบที่คนอื่นบอกว่าเป็นความสำเร็จของคุณ- ดังนั้น หากคุณไม่ยืนหยัดเพื่ออะไรสักอย่าง คุณก็อาจตกหลุมพรางไปกับอะไรก็ได้ จริงไหมครับ? ด้วยเหตุนี้ คุณจึงต้องกำหนดนิยามความสำเร็จของคุณขึ้นมา อย่างผมเอง นิยามความสำเร็จของผมคือการที่ชีวิตในวันนี้ของผมดีขึ้นกว่าเมื่อวาน นี่คือความสำเร็จในแบบที่เป็นของผมจริงๆ”

.

“และนี่คือ บทเรียนสุดท้ายสำหรับการใช้ชีวิตในทุกปีที่เหลือนะครับ” ช่างตัดผมหนุ่มเขียนคำว่า “วันนี้” ไปที่กระจกอีกครั้ง “อันที่จริงเราทุกคนได้รับของขวัญที่ยิ่งใหญ่กันทุกวันอยู่แล้ว นั่นคือ วันนี้ ดังนั้น คุณจะรอเปลี่ยนตัวเองตอนปีใหม่ไปทำไม่ในเมื่อคุณเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ในทุกวัน”

.

“ใช่จริงๆด้วย”

“เราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน มันถูกจำกัดด้วยเมื่อวานที่ผ่านไปแล้ว และถูกจำกัดด้วยวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง” ช่างตัดผมเว้นระยะนิดนึงเพื่อให้ลูกค้าทำความเข้าใจ “เมื่อวานคือเช็คที่สั่งจ่ายไปแล้ว วันพรุ่งนี้คือเช็คสั่งจ่ายล่วงหน้าที่ไม่รู้ว่าจะขึ้นเงินได้หรือเปล่า มีแต่วันนี้เท่านั้นที่เป็นเงินสด และคุณมีหน้าที่ต้องใช้จ่ายมันอย่างระมัดระวังเพื่อให้เวลาทุกวินาทีที่เปรียบเหมือนเงิน 86,400 บาท เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด”

.

“แล้วผมเลือกเป้าหมายชีวิตหลายๆอย่างได้ไหมครับ?”

“มันก็ได้นะ หากคุณมีชีวิตที่เป็นอมตะ” ช่างตัดผมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แต่ตามกฎของนิสัยแล้ว คุณให้เวลากับสิ่งใด คุณก็จะกลายเป็นสิ่งนั้น ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในสิ่งใด 100% คุณก็ต้องให้เวลากับสิ่งนั้น 100%”

ช่างตัดผมเปิดผ้าคลุมออกเป็นสัญญาณให้ลูกค้ารู้ว่าเขาทำงานของเขาเสร็จแล้ว “เราทุกคนมีเวลาในชีวิตจำกัด สตีฟ จอบส์ จึงได้ให้คำแนะนำที่ยอดเยี่ยมในเรื่องการใช้เวลาในแต่ละวันที่มีจำกัดนี้ไว้ว่า สิ่งที่สำคัญพอๆกับการตัดสินใจว่าจะทำอะไร ก็คือการตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรครับ เมื่อคุณตัดสินใจเลือกเส้นทางใดแล้ว คุณก็ต้องหนักแน่นยืนหยัดในเส้นทางที่คุณเลือกนั้นด้วย ต้องให้เวลากับมัน คุณจึงจะมีโอกาสบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตที่คุณตั้งเป้าหมายไว้ได้”

.

ช่างตัดผมรับเงินค่าแรงจากลูกค้าพร้อมส่งเงินทอนให้ “ตอนนี้คุณลูกค้าน่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วนะครับว่า คุณจะไม่มีทางได้รับ ‘ของขวัญชิ้นใหญ่คือปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด’ ได้ หากคุณไม่ใช้ ‘วันนี้’ ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ของขวัญชิ้นเล็กที่ยอดเยี่ยม’ ให้คุ้มค่าที่สุดด้วยการทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นผ่านการพัฒนาทักษะให้เชี่ยวชาญขึ้นวันละเล็กวันละน้อย”

.

“ขอบคุณช่างมากครับ” ลูกค้ายกมือไหว้ช่างตัดผมเป็นการตอบแทนของขวัญที่เขาได้รับไป

“ขอให้มีความสุขกับของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในชีวิตครับ” ช่างตัดผมอวยพร

****************************

.

หลังจากลูกค้ารายสุดท้ายของปีและเป็นลูกค้ารายสุดท้ายของอาชีพช่างตัดผมจากไปแล้วพร้อมกับของขวัญปีใหม่

ก็ถึงเวลาที่ช่างตัดผมจะให้ของขวัญปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตให้กับตัวเองบ้างเช่นกัน

เขาเดินไปปลดป้ายร้านที่เขียนด้วยอักษรสีทองว่า “Rakdee Barber” ลง ก่อนจะนำป้ายใหม่ขึ้นไปติดแทน

.

อับราฮัม ลิงคอล์น เคยกล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนเดินช้า แต่ข้าพเจ้าไม่เคยเดินถอยหลัง”

เมื่อช่างตัดผมนึกถึงคำกล่าวของรัฐบุรุษที่ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ทำให้เขานึกย้อนไปถึงเส้นทางที่เขาเลือกเดินในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

เส้นทางที่แตกต่างสายนี้ไม่เคยง่ายสำหรับเขาเลยสักวัน แต่ก็ไม่เคยมีสักวันเช่นกันที่เขารู้สึกเสียใจหรือเสียดาย

.

สำหรับเขา การทำงานรับใช้ความฝันของตนเองแม้จะเหนื่อย แต่เหนื่อยน้อยกว่าการทำงานรับใช้ความฝันคนอื่นเสมอ

ในเส้นทางสู่การเป็น “นักฝึกอบรมที่ยอดเยี่ยม” ที่เขาตั้งเป้าหมายไว้

ถึงเขาจะเดินช้าไปบ้าง แต่เขาไม่เคยเดินถอยหลัง

การใช้ “วินัย” ฝึกฝน “ทักษะ” จนกลายเป็น “นิสัย” ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นวันละเล็กวันละน้อยมาโดยตลอด อาจเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคง

.

เขาเดินถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะหันหลังกลับมาเล็งด้วยสายตาว่าป้ายใหม่ที่แขวนนั้นเอียงหรือไม่ เมื่อเห็นว่าตรงดีแล้ว เขาจึงเพ่งมองตัวอักษรสีเหลืองทองคำว่า “Rakdee Training” ที่ปรากฏอยู่ในแผ่นป้ายนั้นด้วยความภาคภูมิใจ

.

Action Plan ที่เขียนบนกระจกร้านตัดผมเพื่ออธิบายให้ลูกค้ารายสุดท้ายในอาชีพช่างตัดผมฟังทำให้เขานึกถึง Action Plan ในชีวิตของเขาเอง

เส้นทางสายนี้ยังมีชิ้นงานให้รอเขาจัดการอีกมากมาย มากพอๆกับความรู้และทักษะในอาชีพที่รอให้เขาเรียนรู้ฝึกฝน

.

เมื่อหัวใจนำทาง...ทุกอย่างจะชัดเจน เขาคิดพร้อมยิ้มอย่างมีความสุขให้กับ "ของขวัญปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิต"

++++++++++++++++++

.

หมายเหตุ : “ของขวัญปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด” โพสครั้งแรก ที่ Facebook Profile : Thanarak Konrakdee  และที่เพจ “X-DREAM : เปลี่ยนความต่างให้เป็นพลัง by โค้ชธนา”  วันที่ 31 ธ.ค. 2561

.

** สนใจฝึกทักษะและวินัยในการเขียนทั้งบทความและนิยาย หรือ ต้องการมีภาพประกอบน่ารักสวยงามสำหรับใช้ประกอบบทความหรือเรื่องสั้นในสไตล์ของคุณ

ติดต่อ โค้ชธนา ทางอินบ๊อคได้เลยครับ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]