• แมวเหมียวสิบชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wholeinone.trainer@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 241
  • จำนวนผู้ชม : 235955
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
โค้ชธนา Excellent Habit Coach
สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ หรือติดต่อฝึกอบรม/บรรยาย Tel : 084-9775245
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trainthetrain
วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2562
Posted by แมวเหมียวสิบชีวิต , ผู้อ่าน : 305 , 09:18:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

#ทำงานเลี้ยงตัวยังไงให้มีชีวิตที่ใช่และมีความสุข

++++++++++++++++++++++++

.

-1-

สตีฟ จอบส์ กล่าวว่า #งานจะครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในชีวิตของเรา อีกทั้ง #เราทุกคนมีเวลาจำกัด

“ความสุข” คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา แต่ปัญหาที่เรามักพบเห็นกันตลอดชีวิตก็คือ

คนจำนวนมากที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิต พอทำงานไปสักระยะกลับเริ่มมีชีวิตการทำงานที่ไม่มีความสุข

.

การไม่มีความสุขนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งยากมากที่จะเอามาระบุและอธิบายวิธีแก้ได้หมดในที่นี้

ดังนั้น ในหลักสูตรนี้ผมจะพาคุณไปพบต้นตอของปัญหาในเรื่องด้วยคำพูดง่ายๆสั้นแค่ประโยคเดียวแทน คำพูดที่ว่านี้คือ

“#คุณเอาความสุขในการทำงานไปผูกไว้กับสิ่งใด_คุณก็จะมีความสุขเพราะสิ่งนั้น”

.

ในหลักสูตร 9C Excellent Freedom ผมได้แบ่ง “งาน” บนโลกนี้ออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. งานเลี้ยงตัว

2. งานเลี้ยงใจ

และจากงาน 2 ชนิดนี้ได้ก่อกำเนิดคน 2 ประเภทตามมา นั่นคือ

1. คนที่ทำงานรับใช้ความฝันของคนอื่น

2. คนที่ทำงานรับใช้ความฝันของตัวเอง

.

จากที่ผมสังเกตมาตลอดชีวิต มนุษย์จะ “ตัดสินใจเลือก” ทำงานจาก “แรงจูงใจ” หลักแค่ 2 ประการเท่านั้น คือ

1. ความมั่นคง (ทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการทำเพื่อให้ใครบางคนรู้สึกพอใจ)

2. เงิน

แน่นอนว่าทั้งสองสิ่งนี้สามารถทำให้คุณดูเหมือนจะมีความสุข (ผมเรียกสภาวะจิตนี้ว่า “”ความสบายใจ”)

แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครยอมถูกจ้างงานเพียงเพราะทำแล้วมี “ความสุข” อย่างเดียวเป็นแน่

.

ลองสังเกตตัวเองดูสิครับ ทุกครั้งที่ชีวิตคุณเดินทางมาถึง “ทางแยก” ของการตัดสินใจเลือก “งานอาชีพ”

ทั้งสองสิ่งนี้ก็จะแอบมีอิทธิพลต่อ “การตัดสินใจเลือก” ของคุณรวมถึงคนทำงานทุกคนไม่มากก็น้อย

.

ไม่ผิดนะครับ ที่เราจะใช้ 2 สิ่งนี้เป็น “แรงจูงใจ” ในการเลือกอาชีพและทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว

แต่อย่างที่บอกไว้เมื่อครู่ว่า คุณเอาความสุขในการทำงานไปผูกไว้กับสิ่งใด คุณก็จะมีความสุขเพราะสิ่งนั้น

แต่เหรียญมี 2 ด้านครับ เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ หรือสิ่งที่เคยเอาใจไปผูกไว้ไม่ตอบโจทย์

การทำงานในสถานที่นั้น องค์กรนั้น บริษัทนั้น หรือหน่วยงานนั้น ก็ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขได้อีกต่อไป

.

หากคุณทำงานเพื่อตอบสนองความมั่นคงทางกายและใจ หากเมื่อใดไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้แล้ว คุณก็จะไม่มีความสุข

หากคุณทำงานเพื่อให้ใครสักคนพอใจ หากไม่มีคนๆนั้นแล้วหรือความพอใจของคนๆนั้นเปลี่ยนไป คุณก็จะไม่มีความสุข

หากคุณทำงานเพื่อเงินในจำนวนที่ต้องการ เมื่อไมได้เงินในจำนวนที่ต้องการ คุณก็จะไม่มีความสุข

.

ด้วยเหตุนี้ ทางออกที่หลักสูตร 9C Excellent freedom ได้วางไว้ให้คือ การเลือก “อาชีพ” จากการทำสิ่งที่รัก

เพราะเคล็ดลับของความสุข คือการทำในสิ่งที่รัก

ส่วนเคล็ดลับของความสำเร็จ คือการรักในสิ่งที่ทำ

.

“งานเลี้ยงใจ” ที่ถูกออกแบบให้กลายเป็น “อาชีพที่ใช่” คือสิ่งที่คุณจะตื่นมาทำมันได้อย่างมีความสุขทุกวันตลอดชีวิต

และเมื่อมันคือ “อาชีพ” เราคงไม่อยากจะแค่ทำงานเหมือนคน “มีอาชีพ” ไปวันๆจริงไหมครับ?

คุณก็ต้องยกระดับตนเองสู่ความเป็น “มืออาชีพ” ด้วยการพัฒนาทักษะในสายอาชีพของคุณผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญที่มีไปช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คน

.

เมื่อคุณทำงาน “คุณค่า” คือใช้ความเชี่ยวชาญที่มีช่วยยกระดับชีวิตผู้คนได้มากพอ โลกก็จะจ่าย “มูลค่า” ที่คู่ควรกับความเชี่ยวชาญนั้นให้กับคุณเองไปตามลำดับ

แต่ถ้าวันนี้ คุณยังเป็นคนที่ยังต้องทำ “งานเลี้ยงตัว” อยู่ล่ะ คุณจะมี “ชีวิตที่ใช่” และมี “ความสุข” ในการทำงานนั้นได้อย่างไร?

.

.

-2-

ไม่ว่าจะเป็น “งานอาชีพ” อะไรในมุมมองทั่วไป หรือจะเป็น “งานเลี้ยงตัว” ตามความหมายของหลักสูตรนี้ก็ตาม

#งานทุกงานมีคุณค่าในตัวของมันเอง อีกทั้งคนทุกคนที่รับผิดชอบงานนั้นต่างก็มีคุณค่าในตัวของตัวเองเช่นกัน

ทุกงานและทุกคนที่ต้องทำงานนั้นให้สำเร็จลุล่วง ต่างเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้สังคมเดินหน้า

.

และหากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ยังต้องทำ “งานอาชีพ” นั้นเพื่อ “เลี้ยงตัว” อยู่

สิ่งที่คุณต้องการมากกว่า “เงินค่าตอบแทน” จากการทำงาน จะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ

1. ความสุข

2. ความนับถือตัวเอง (รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า)

.

แต่ปัญหาที่ผมเห็นมาตลอดชีวิตจากการต้องฝึกฝน “ทักษะอาชีพ” ให้พนักงานในองค์กรในหลายๆระดับ ก็คือ

แรงงานเหล่านั้นส่วนใหญ่พอทำ “งานอาชีพ” ไประยะหนึ่งก็จะขาด “ความสุข” ในการทำงาน พอสะสมนานเข้าๆ ก็ลามไปขาด “ความนับถือตัวเอง” ในที่สุด

และจากสาเหตุที่ทำให้คนเราขาดความสุขในการทำงานอาชีพ 2 สาเหตุหลักที่สรุปไว้ก่อนหน้า มักจะชักนำให้คนทำงานพบเจอกับ 5 สัญญาณเตือนนี้เสมอ

.

5 สัญญาณเตือนที่บอกให้คุณเตรียมพร้อมออกไปทำ “งานเลี้ยงใจ”

1) #ทัศนคติลบ (มองอะไรเป็นบวกยากขึ้นทุกที สเต็ปนี้เริ่มที่...ความคิด)

2) #ขี้บ่น (บ่นทุกส่งไม่ว่าจะเป็นคน, สิ่งของ หรือเหตุการณ์ สเต็ปนี้เริ่มพ่นออกทาง...ปาก)

3) #ไม่มีความสุข (กับทุกเรื่องของชีวิต สเต็ปนี้...บรรยากาศในที่ทำงานจะเริ่มเปลี่ยนไป)

4) #ไม่มีแรงบันดาลใจ (เกลียดการตื่นนอนและใช้ชีวิตไปวันๆแบบซังกะตายไร้พลัง สเต็ปนี้ความรู้สึกแย่ๆเริ่มลามมาที่...เตียงนอน)

5) #ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง (รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ามากขึ้นทุกวัน สเต็ปนี้คือความเบื่อหน่ายเข้ายึดครองตัวคุณโดยสมบูรณ์ในทุกที่)

.

เมื่อการ “ขาดความสุข” กับการ “ขาดความนับถือตัวเอง” มาผสมโรงกับ 5 สัญญาณเตือนนี้เมื่อใด

คนเราก็พร้อมที่จะตัดสินใจลาออกจากงานทันที

.

แต่หากการลาออกครั้งนั้นเป็นการลาเพื่อเปลี่ยนไปทำ “งานเลี้ยงตัว” ในสถานที่ใหม่ สุดท้ายมันจะเป็นเพียงการเปลี่ยนสถานที่ที่จะมีปัญหาเท่านั้น เพราะไม่นานเหตุการณ์เดิมก็จะวนกลับมาแบบเดจาวู

.

แต่หากการลาออกครั้งนั้น เป็นการลาออกเพื่อไปทำ “งานเลี้ยงใจ” ก็จะเป็นการลาออกเพื่อความสำเร็จที่เดิมพันสูงมาก และมักลงเอยด้วยความล้มเหลวก่อนจะยอมจำนวนแล้วพาตนเองกลับไปทำ “งานเลี้ยงตัว” บนแรงจูงใจด้านการเงินอีกครั้ง

ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย ฟังดูไม่ดีสักทางสำหรับคนที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันทำงานหาเลี้ยงชีพ

.

ไม่มีใครอยากให้ตนเองต้องตกอยู่ภายใต้สัญญาณเตือนทั้ง 5 นี้ และก็ไม่มีใครอีกเช่นกันที่อยากลาออกจาก “งานลี้ยงตัว” เพื่อไปทำ “งานเลี้ยงใจ” ในขณะที่ตนเองยังรู้สึกขาดความพร้อมในระดับที่เพียงพอ จริงไหมครับ?

และหากตอนนี้คุณกำลังคิดจะลาออก นี่คือ “คุณลักษณะ 2 ประการ” ที่ผมอยากให้คุณสำรวจตัวเองในตอนนี้

.

“คุณลักษณะ 2 ประการ” ของคนที่จะเป็นนายตัวเอง

1. (นิสัยทำงานบน) เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน

2. นิสัยทำงานเกินเงินเดือน

คุณลักษณะทั้ง 2 ประการนี้คือใบรับประกันความสำเร็จของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น “งานเลี้ยงตัว” หรือ “งานเลี้ยงใจ”

.

สำหรับคนที่ทำงานเลี้ยงตัวอยู่

1. แม้จะเป็นการทำงานรับใช้ความฝันคนอื่นอยู่ แต่หาก “เป้าหมายชีวิต(ความฝัน)” ของคุณในฐานะลูกจ้างกับ “เป้าหมายองค์กร” ของนายจ้างคุณ ยังสอดสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

2. และคุณยัง “รัก” ที่จะทำงานนั้นอยู่ (ไม่ว่าคุณจะผูก “ความสุข” ของการทำงานนั้นไว้กับสิ่งใดก็ตาม)

องค์ประกอบ 2 ทั้งข้อนี้ก็จะทำให้คุณยังทำ “งานเลี้ยงตัว” ได้อย่างมีความสุขต่อไปได้ไม่ยากครับ

.

และในขณะที่คุณยังต้องทำ “งานเลี้ยงตัว” อยู่นั้น

การมี “เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน” จะเป็นไฟส่องทางให้คุณรู้ว่าคุณจะทุ่มเทกำลังเพื่อสร้างความก้าวหน้าในงานเลี้ยงตัวนั้นอย่างไร สิ่งที่คุณต้องทำในส่วนนี้คือการตั้งเป้าหมายความก้าวหน้าในชีวิตของคุณให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานในองค์กรที่คุณทำงานให้ โดยกำหนดตำแหน่งงาน, ขั้นเงินเดือน หรือ สวัสดิการที่ต้องการให้ชัดเจน

.

จากนั้นให้คุณทำงานนั้นด้วย “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” เพื่อผลักดันตนเองให้ก้าวหน้ากว่าคนอื่น

แต่หากคุณมีแต่ “เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน” เพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของ “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน”

จะมีช่วงเวลาไหนที่เหมาะจะฝึกฝน “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” ให้ตนเองมากกว่าไปช่วงเวลาที่มีคนยอมจ่ายเงินเดือนข้างเรา จริงไหมครับ ไม่เครียดเรื่องรายได้มากจนเกินไปแล้ว ยังมี “ฐานเงินเดือน” ที่ชัดเจนให้เราใช้เป็นตัววัดอีกด้วย

.

“สูตร 3 ส.” คือรูปแบบการฝึกของหลักสูตร 9C ที่นอกจากจะช่วยคนที่ยังต้องทำ “งานเลี้ยงตัว” อย่างคุณให้กลายเป็น “บุคลากร” ผู้มีผลงานโดดเด่นยอดเยี่ยมชนิดที่ทุกองค์กรต้องการตัวได้แล้ว ยังช่วยเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับการลาออกไปทำ “งานเลี้ยงใจ” ให้สำเร็จได้ง่ายขึ้นด้วย

.

“สูตร 3 ส.” ของ 9C Excellent Freedom

1) เสร็จ (Finish)

2) สำเร็จ (Succeed)

3) สมบูรณ์ (Complete)

.

สมมุติคุณทำงานเป็น “ครู”

หน้าที่หลักของครู คือการสอนและทำให้เด็กนักเรียนได้รับความรู้ตามโครงสร้างวิชาที่รับผิดชอบ

การสอนเสร็จในแต่ละคาบชั่วโมง คือ #เสร็จ ตามความหมายของคำว่า “สอน”

.

แต่หากมีเด็กนักเรียนบางคนไม่เข้าใจระหว่างที่สอน ครูได้มีการยกตัวอย่างที่อยู่นอกเหนือจากตำรา และกระตุ้นให้เด็กนักเรียนคนนั้นเข้าใจในจุดที่เคยสงสัยได้ ส่วนนี้ถือว่าทำงาน #สำเร็จ ตามความหมายของคำว่า “ทำให้เด็กได้รับความรู้”

.

แต่หากเมื่อถึงคราวนำความรู้ไปปรับใช้จริงเพื่อสอบให้ผ่าน เด็กนักเรียนมีปัญหาในส่วนนี้จนไม่อาจทำข้อสอบได้คะแนนดีหรือสอบผ่านอย่างที่ควรจะเป็น การที่ครูหาทางช่วยเหลือและทำให้เด็กนักเรียนสามารถสอบผ่านได้คะแนนในระดับที่น่าพอใจตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนนี้เรียกว่าทำงาน #สมบูรณ์ ตามความหมายของคำว่า “ครู”

.

คุณอาจมีคำถามที่แสนธรรมดาดังเช่นที่คนทำ “งานเลี้ยงตัว” ส่วนใหญ่มักตั้งคำถามกันก็คือ

“ทำงานกินเงินเดือนชาวบ้านเขา เราต้องทุ่มเทขนาดนี้เลยเหรอ?”

.

เป็นการยากมากที่จะให้คนที่ทำ “งานเลี้ยงตัว” ซึ่งหลายคนอาจกำลังถูก 5 สัญญาณเตือนเล่นงานอยู่

ให้ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มกำลังความสามารถทุกครั้ง ไม่ว่างานนั้นจะได้รับ “ค่าตอบแทน” หรือไม่ก็ตาม

แต่จากประสบการณ์ของผม การทำงานทุกชิ้นด้วย “สูตร 3 ส.” นอกจากจะฝึกนิสัยทำงานเกินเงินเดือนให้เกิดขึ้นแล้ว ยังมีข้อดีถึง 3 ประการ ดังนี้

.

#ประโยชน์ที่ได้จากการทำงานให้สมบูรณ์ (แม้ไม่ได้รับค่าจ้าง)

1) ผลงานที่ยอดเยี่ยมจะสะท้อน “ความเป็นมืออาชีพ” ในตัวคุณ

เมื่อเวลาผ่านไป ผลงานที่คุณทำจะเป็นหลักฐานที่คอยประกาศ “ความเชี่ยวชาญ” ในงานนั้นของคุณให้โลกได้รับรู้ ว่าสิ่งที่คุณทำทิ้งไว้ คุณทำไปไม่ใช่แค่เพราะ “#มีอาชีพ” แต่สร้างสรรค์งานนั้นออกมาแบบ “#มืออาชีพ”

.

2) ในการพยายามทำงาน(ยากๆ)ให้สำเร็จ “ทักษะ” ของคุณจะเพิ่มขึ้น

บนเส้นทางของการพัฒนาทักษะ “งานอาชีพ” งานยิ่งยาก คุณยิ่งเชี่ยวชาญ

คนที่วันๆเอาแต่หลีกเลี่ยงงานยาก จะไม่มีโอกาสได้พัฒนาทักษะที่ยอดเยี่ยม ต่างจากคนที่เดินหน้าชนกับงานที่ยากๆ งานที่ยากๆนั้นจะพัฒนาจนความเชี่ยวชาญของคนกลุ่มนี้ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ

.

3) คุณจะได้ “ความนับถือตัวเอง” ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินจำนวนมากแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้

ในการทำงานให้สุดฝีมือทุกครั้ง แม้ว่าคุณจะได้รับค่าตอบแทนจากงานนั้นมากน้อยหรือไม่ได้เลยก็ตาม

เท่ากับคุณกำลัง “จ่ายราคา” เพื่อสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน สิ่งนั้นคือ “ความนับถือตัวเอง”

.

“#ความนับถือตัวเอง” เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ของตนเองหรือทำงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยเอาผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมของงานเป็นที่ตั้ง

.

“นายจ้าง” ก็อยากจ่ายค่าตอบแทนให้ลูกจ้างน้อยที่สุด แต่อยากได้ผลลัพธ์ของงานคุ้มค่าเงินลงทุนมากที่สุด

ขณะที่ “ลูกจ้าง” ก็อยากจะทำงานให้น้อยที่สุด แต่คาดหวังค่าตอบแทนจากนายจ้างแบบให้มากที่สุดเช่นกัน

“ผลประโยชน์” ที่คอยจะสวนทางกันระหว่าง “นายจ้าง” กับ “ลูกจ้าง” นี่เองที่ทำให้นับวันจะหาคนที่มี “ความนับถือตัวเอง” ได้ยากมากขึ้นทุกวัน ขณะที่คนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเองเริ่มมีมากขึ้นทุกวัน

.

หากตอนนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่ยัง(ต้อง) “งานเลี้ยงตัว” รับใช้ความฝันคนอื่นอยู่ ยังไม่อาจลาออกไปทำ “งานเลี้ยงใจ” เพื่อรับใช้ความฝันของตันเองได้ ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะบ่มเพาะนิสัยสำคัญนี้ให้เติบโตงอกงาม

เพราะสิ่งที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างดี ไม่ใช่อาศัยแต่ “ความเชี่ยวชาญ” ในงานอาชีพนั้นเท่านั้น แต่ต้องอาศัย “ความนับถือตัวเอง” ที่ส่งผ่านไปในงานที่ตนเองรับผิดชอบทุกชิ้นอีกด้วย

ซึ่งมีแต่คนที่มี “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” นี้เท่านั้นที่จะทำงานทุกชิ้นได้ออกมาไม่ใช่แค่ “เสร็จ แต่ “สำเร็จ” และ “สมบูรณ์” ตาม “สูตร 3 ส.” ที่ผมได้มอบเป็นแนวทางไว้

.

.

-3.-

นโปเลียน ฮิลล์ ผู้แต่งหนังสือ “ปรัชญาชีวิต ศาสตร์แห่งความสำเร็จ” ได้กล่าวถึง “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” ไว้ในหนังสือของเขา ซึ่งตัวผมเองได้ใช้นิสัยนี้ในการทำงาน ทั้งสมัยที่ยังทำ “งานเลี้ยงตัว” อยู่จนกระทั่งนิสัยนี้ที่เติบโตแข็งแรงดีในจิตใจของผมแล้วนั้นได้ส่งผมมาสู่การทำ “งานเลี้ยงใจ” ซึ่งเป็น “อาชีพที่ใช่” ของผมในปัจจุบัน

.

และจากการที่ผมเองได้เป็นผลลัพธ์ของนิสัยนี้แล้วนั้น ผมการันตีได้อย่างหนึ่งว่า

ไม่มีใครจะสามารถพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญใน “งานอาชีพ” ของตนไปสู่ระดับที่จะได้รับค่าตอบแทนจน “พอใจ” และ “พอใช้” ได้ หากขาดซึ่ง “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” ที่บ่มเพาะให้งอกงามเติบโตในจิตใจ

“นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” จึงเป็นนิสัยที่รองรับความสำเร็จทั้งของ “งานเลี้ยงตัว” และ “งานเลี้ยงใจ”

.

ความเชื่อมั่นในการทำงานที่มหัศจรรย์ของ “กฎแห่งการตอบแทนทวีคูณ” ที่ทำงานผ่านนิสัยนี้ ทำให้ผมนำเอาคำกล่าวในหนังสือของนโปเลียน ฮิลล์ มากำหนดเป็นคำปฏิญาณในการมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมข้อที่ 3 ที่ว่า

“ข้าพเจ้าจะทำงานให้มากกว่าค่าจ้างที่ข้าพเจ้าได้รับ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าในไม่ช้า ข้าพเจ้าจะได้รับค้าจ้างมากกว่างานที่ข้าพเจ้าทำ กฎแห่งการตอบแทนทวีคูณดูแลสิ่งนี้เสมอ”

.

แต่ “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” จะสร้างผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์ให้แก่ชีวิตคุณน้อยกว่าที่ควรจะเป็น หากคุณขาด “นิสัยทำงานบนเป้าหมายสำคัญที่แน่นอน”

.

ทั้งนิสัยทำงานบนเป้าหมายสำคัญที่แน่นอน กับ นิสัยทำงานเกินเงินเดือนนี้ จะ #ยากตอนปลูก แต่เพราะความยากของมันนี่แหละที่ทำให้ชีวิตคุณ #ง่ายตอนเก็บเกี่ยว

ดังนั้น มันจึงคุ้มค่าเหลือประมาณที่ใครสักคนที่ต้องการมี “ชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ” จะลงทุนปลูกมันลงไปและทำให้ “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” นี้กลายเป็นคุณลักษณะที่ถาวรของตน

.

จอห์น เอฟ. เคนเนดี เคยกล่าวไว้ว่า “เวลาที่ดีที่สุดในการซ่อมหลังคา คือตอนที่ฝนยังไม่ตก”

แต่สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ คนเรามักลาออกไปทำงานรับใช้ความฝันตัวเองเอาในวันที่ฝนตกแล้ว

.

ด้วยเหตุนี้ ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานอาชีพอะไรสักอย่างเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวและดูแลคนที่รักเช่นเดียวกับผม คุณไม่จำเป็นต้องรอให้วงจรของ “งานเลี้ยงตัว” (การทำงานรับใช้ความฝันผู้อื่น) ผลักดันคุณจน “ขาดความสุข” และ “ความนับถือตนเอง” นานจนกระทั่งถูก 5 สัญญาณเตือนเล่นงานแล้วจึงค่อยเริ่มมองหา “งานเลี้ยงใจ” (การทำงานรับใช้ความฝันตนเอง) นะครับ

.

คุณควรเริ่มมองหา “งานเลี้ยงใจ” ไว้บ้างตามแนวทางการค้นหา “ตัวตนที่ใช่” และ “อาชีพที่ใช่” ของ 9C แล้วกำหนดให้เป็น “เป้าหมายสำคัญที่แน่นอน” คุณจะได้รู้ว่าคุณมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ในการทนทำงานที่ให้แต่ “ค่าตอบแทน” แต่ไม่สร้าง “ความสุข” และ “ความนับถือตัวเอง” ให้กับคุณอีกแล้ว

จากนั้นให้ “แบ่งเวลา” ที่ชัดเจนในแต่ละวันไปพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญใน “อาชีพที่ใช่” นั้นตาม “สูตร 3 ส.” ไปเรื่อยๆจนกระทั่งรายได้จาก “งานเลี้ยงใจ” มากเท่ากับรายได้ที่ได้จาก “งานเลี้ยงตัว”

นี่คือเกมของพวกเราทุกคนในฐานะคนที่ยังต้องทำงานอาชีพอะไรสักอย่างในโลกใบนี้

.

ความสุขและความสำเร็จในโลกนี้มีมากมายหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกหยิบจับวิธีคิดและวิธีการของผู้ประสบความสำเร็จคนใดมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

ความสุขที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รักจนสามารถประสบความสำเร็จในแบบที่เป็นตัวคุณเองอย่างแท้จริง คือวัตถุประสงค์หลักสูงสุดหนึ่งเดียวของหลักสูตร 9C Excellent Freedom

.

เมื่อคุณใช้ “สูตร 3 ส.” พัฒนาความเป็นมืออาชีพในการทำ “งานเลี้ยงตัว” ของคุณจนได้เป็นเข้าของคุณลักษณะที่สำคัญทั้งสองประการคือ “นิสัยทำงานบนเป้าหมายสำคัญที่แน่นอน” กับ “นิสัยทำงานเกินเงินเดือน” นี่แล้ว และคุณลักษณะทั้งสองประการนี้ได้ทำให้คุณมีรายได้จาก “งานเลี้ยงใจ” เท่ากับหรือมากกว่า “งานเลี้ยงตัว” ได้แล้วในวันหนึ่งนับจากนี้

ถึงตอนนั้น คุณจะรู้ได้ด้วยหัวใจของคุณเองว่า คุณจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในแต่ละวันให้หมดไปกับการทำงานชนิดใด คุณจึงจะมีชีวิตที่มีความสุขได้ทุกลมหายใจเข้าออกของชีวิตที่เหลืออยู่

.

และนี่คือการทำ “งานเลี้ยงตัว” ให้มีความสุขและประสบความสำเร็จตามแนวทางของ 9C ครับ

.

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Habit_Coach

#Rakdee_Training

 

สอบถาม / สมัครเรียนในหลักสูตร 9C Excellent Freedom by Coach Thana

หรือติดต่อฝึกอบรม แจ้งความประสงค์ทาง In Box ครับ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]