• บุษยมาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : trangnaewna@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-21
  • จำนวนเรื่อง : 280
  • จำนวนผู้ชม : 212650
  • ส่ง msg :
  • โหวต 116 คน
หนังสือพิมพ์ตรังแนวหน้า
ครบเครื่องเรื่องข่าว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trangnaewnanews
วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by บุษยมาศ , ผู้อ่าน : 1597 , 22:07:41 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                 ผมจำไม่ได้หรอกว่า วันเวลาที่เริ่มขึ้นไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯจริงๆ นั้น เป็นเดือน หรือปีอะไรกันแน่ แต่ความทรงจำที่ยังแว่วๆ หวานๆ อยู่ก็คือว่า น่าจะเป็นประมาณต้นๆ ของปี 2516 เพราะอะไรหรือ ก็เพราะว่าหลังจากนั้นได้ไม่นาน ตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 4 หรือ ปีแรกที่ไปเป็นเด็กเทพฯ เป็นช่วงที่เกิดเหตุ 14 ตุลาฯ อันลือลั่นนั่นเอง

                สิ่งที่จำได้ จากเรื่องราวที่ขึ้นไปกรุงเทพฯใหม่ๆ มีเรื่องเชยๆ เปิ่นๆ เกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมายมหาศาล ตามประสาเด็กบ้านนอกคอกควาย นับตั้งแต่ นั่งรถไฟไปเที่ยวแรก ดันเมารถไฟเสียนี่... อ้าว... คงไม่เคยได้ยินสิท่า คนเมารถไฟก็มีนะ อย่างน้อยๆ ก็ผมนี่แหละ และมีอยู่วันหนึ่ง เดินไปเดินมา เพื่อหาข้าวกิน ไม่รู้ดวงดาวพาดผ่านดวงซวยอย่างไร คนบ้ามาจากไหนก็ไม่รู้ ดันมาชกผมผางเข้า แล้ววิ่งหนี นี่กระมัง ที่เป็นเหตุให้ผมไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตกับเขามาจนกระทั่งบัดนี้ เอาเถอะ แล้วจะค่อยๆ ทยอยเล่าให้ฟัง

                ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ถามว่า ทำไมพอเรียนจบชั้น ม.ศ. 3 ที่โรงเรียนวิเชียรมาตุแล้วจะต้องขึ้นไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯด้วย คำถามนี้ เป็นคำถามเดียวกับที่คุณครูของโรงเรียนที่ผมไปเรียน ได้ตั้งเป็นคำถามกับผมขณะที่สอบสัมภาษณ์ “ทำไมเธอจึงต้องขึ้นมาเรียนที่กรุงเทพฯ...” คำตอบที่ผมคิดว่า สุดยอดในห้วงวินาทีนั้น และยังยืนยันว่า เป็นคำตอบตามความเป็นจริงและแสนซื่อ ก็คือ “พ่อผมส่งมาครับ...”

                ก็เป็นความจริงอย่างนั้นนี่ครับ เพราะพอใกล้จะสอบไล่ชั้น ม.ศ. 3 พ่อบอกว่า เอ็งต้องไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตามประสาเด็ก ไม่รู้หรอกว่า พ่อคิดอะไรอยู่ แต่มารู้ทีหลังว่า พ่อใครๆ ก็คิดไปไกลๆ ให้ลูกได้เรียนที่ดีๆ และกรุงเทพฯเมืองฟ้า น่าจะเป็นทุกคำตอบ และทุกความต้องการของคนในยุคนั้น หรือแม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ตามที

                พ่อมีเพื่อนที่พอมีฐานะทั้งทางการงานและสังคมอยู่บ้าง จึงได้สอบถาม ติดต่อให้ช่วยหาที่เรียนให้ลูกชายคนเดียวคนนี้ เพื่อนพ่อคนหนึ่งได้ติดต่อให้ได้ที่หนึ่งแล้วคือ โรงเรียนวัดราชาธิวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีคนใต้เรียนอยู่เยอะมาก ผ่านไปกว่า 30 ปี จนวันนี้ ผมยังไม่รู้ว่า โรงเรียนที่ว่านี้อยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ เพราะสุดท้ายผมได้ไปเรียนที่โรงเรียนอื่น แถวๆ ฝั่งธนบุรีโน่น...

                เที่ยวแรกๆ ก่อนที่จะได้โรงเรียนที่แน่นอน ผมขึ้นไปอยู่กับบรรดาน้าๆ ในซอยอะไรสักอย่างแถวๆ ศรีย่าน เป็นบ้านไม้สองชั้น ถ้าให้ไปตอนนี้คงจะไปไม่ถูกอย่างแน่นอน มีน้าๆ ซึ่งเป็นน้องชายของพ่อแต่คนละแม่กับแม่ของพ่อซึ่งเป็นย่าของผม เอาเข้าไป... งงกันล่ะสิ

เริ่มใหม่... ก็คือว่า ตอนใหม่ๆ มีน้าๆ เขาสอนให้ขึ้นรถเมล์ โดยครั้งแรกๆ ก็ไปส่งให้ถึงที่ที่โรงเรียนสอนกวดวิชาแถวๆ ถนนราชดำเนิน เป็นโรงเรียนที่เขาติวเพื่อจะสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งสมัยนั้นเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศไทยในด้านคุณภาพและชื่อเสียง น้าเขาไปส่ง ไปรอรับอยู่วันสองวัน จากนั้นก็ให้ผมไปและกลับเอง เหงื่อแตกสิครับ แม้ว่าน้าชายจะบอกแล้วบอกอีกว่าให้ระวัง อย่าขึ้นรถเมล์ผิดด้าน เพราะมันจะไปอีกที่ และจำหมายเลขสายให้ดีๆ ผมก็ไม่วายหลงทิศหลงทางจนได้ แต่ไม่เป็นไร เพราะน้ายังบอกอีกว่า อย่าตกใจ แล้วรถเมล์มันก็จะเวียนกลับมาเอง

พูดถึงเรื่องโรงเรียนติวแห่งนี้นิดหนึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าชื่อโรงเรียนอะไร แต่พอเรียนจบ อาจารย์ผู้สอนเขาบอกว่า วันที่จะไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมฯจริงๆ ทางโรงเรียนจะเป็นผู้พาไปสมัครด้วยตัวเอง แต่ผมดื้อไม่เข้าเรื่องเข้าราว ไม่ได้ไปพร้อมเขา แต่ไปสมัครเองโด่เด่เดียวดาย สุดท้ายผมสอบเข้าโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งนี้ไม่ได้ และไม่รู้ว่า การที่โรงเรียนกวดวิชาเป็นผู้พาไปสมัครจะมีผลต่อการสอบได้หรือไม่ได้ หรือไม่ จึงเป็นอีกกังขาหนึ่งที่ติดอยู่ในใจผมมานานกว่า 36 ปีแล้ว

                พอผมบอกพ่อว่า ผลการพิจารณาจากคะแนนสอบในครั้งนั้น ผมสอบได้โรงเรียนทวีธาภิเศก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับวัดอรุณราชวราราม หรือวัดแจ้ง แถวๆ ฝั่งธนบุรี พ่อก็ขอไปสอบถามเพื่อนที่เคยติดต่อกับอีกโรงเรียนหนึ่งไว้ก่อน ไม่นาน พ่อก็ติดต่อกลับมาว่า ให้เรียนที่สอบได้ เพราะเป็นโรงเรียนที่ดีกว่าโรงเรียนวัดราชาธิวาส และผมมารู้ทีหลังอีกว่า โรงเรียนที่ผมไปเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนอันดับ 3 รองมาจากเตรียมอุดมฯ และบดินทร์เดชา ในสมัยนั้น

                ก่อนจะถึงเวลาเปิดเทอมแรก พ่อให้ผมย้ายไปพักอยู่อีกบ้านหนึ่ง เป็นบ้านเพื่อนพ่อซึ่งอยู่แถวๆ วงเวียนใหญ่ อาจจะเป็นเพราะอยู่ฝั่งเดียวกันกับโรงเรียนกระมังครับ และเพราะว่าแม่ผมเป็นครู พ่อไม่ค่อยจะว่าง การเดินทางเที่ยวนั้นจึงมีคุณตา (นายแปลง จำนงค์ ทนายความ) พ่อของแม่ซึ่งขณะนั้นมีบ้านอยู่แถวๆ คลองห้วยยาง เป็นผู้ไปส่งผมเข้าสู่บ้านหลังใหม่

                สมัยนั้น การเดินทางด้วยรถไฟจากบ้านเรา มักจะมีแต่ตู้ชั้นสามเก่าคร่ำคร่า แต่ผมแต่งตัวซะหล่อเฟี้ยว ยังจำได้เลยว่า ใส่กางเกงขายาวรัดรูป ใส่เสื้อแขนยาว จุกชายเสื้อไว้ในกางเกง เรียบร้อยมาก แถมคาดเข็มขัดเส้นหนาเกือบคืบตามสมัยนิยม รองเท้าหนัง ถุงเท้าหนา โอย... ยังนึกได้จนบัดนี้อยู่เลย...

                เป็นการเดินทางที่แสนทรมาน เพราะผมไม่สามารถนั่งหลับเหมือนคนอื่นๆ เขาได้ เมื่ออดหลับ อดนอนมาทั้งคืน พอรุ่งเช้า ยังไม่ทันถึงกรุงเทพฯ ผมเป็นลม ฮา... มีอาการคล้ายกับคนเมารถ ที่ผมบอกในตอนต้นว่า คนเมารถไฟก็มีไงล่ะ อิ อิ อิ นึกๆ ไปแล้ว น่าบัดสีคนเหลือเกิน...

                ฉบับหน้า ผมจะกลับมาเล่าเรื่องราวอีกมากมาย อ้าว... แล้วน้องสาวที่เกิดตามหลังผมมา 14 วันคนนั้นล่ะ หายไปไหน... เดี๋ยวมาครับ...




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]