• บุษยมาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : trangnaewna@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-21
  • จำนวนเรื่อง : 280
  • จำนวนผู้ชม : 212554
  • ส่ง msg :
  • โหวต 116 คน
หนังสือพิมพ์ตรังแนวหน้า
ครบเครื่องเรื่องข่าว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trangnaewnanews
วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by บุษยมาศ , ผู้อ่าน : 1735 , 22:10:28 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จำได้ดีว่า สมัยนั้น... สมัยที่เพิ่งเดินทางขึ้นไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนทวีธาภิเศก ใกล้ๆ กับวัดอรุณฯ ฝั่งธนบุรี ผมเป็นคนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย

ตัวอย่างที่จำมาสนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้ ไม่หนีไปจากกรณีที่ว่า ก็แล้วแต่ครูจะจับให้ไปเรียนอะไร ม.ศ. 4 ปีนั้น ผมจึงเริ่มต้นด้วยการเรียนแผนกศิลป์ คณิตศาสตร์ ฟังแล้วยังงงๆ มาถึง พ.ศ.นี้ ไปเรียนอะไรมา (วะ) ทั้งๆ ที่ไม่ชอบวิชาที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่เหลือเชื่อว่า ตอนเรียน ม.ศ. 4 ผมดันทำการบ้านเกี่ยวกับวิชาพีชคณิต (มันคืออะไรอ่ะ...) ได้ครบทุกข้อ เพราะอาจารย์ผู้สอนเป็นคนที่เอาเรื่องเอาราวกับการเรียนของลูกศิษย์ชนิดที่ดีแบบสุดๆ ขณะที่ปีต่อมา ผมทำการบ้านวิชาเดียวกันได้ไม่ถึง 10 ข้อ เพราะอาจารย์อีกคน เขาไม่ค่อยจะสนใจ ดูสิ... จำได้มากมายถึงขนาดนี้

ตอนนั้น โรงเรียนของเรา มีอาคารเก่าแก่ แบบโบราณนานกาเลอยู่หลังหนึ่ง มีอาคารใหม่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกหลังหนึ่ง เข้าไปเรียนปีแรก เขาให้เด็กใหม่เรียนในอาคารใหม่หลังนี้แหละ ส่วนตรงกลางเป็นสนามฟุตบอลเล็กๆ ที่ไม่มีเวลาให้หญ้างอก เป็นดินทรายที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ตลอดเวลา แถมในหน้าฝนยังมีแอ่งน้ำขังให้เห็นอีกต่างหาก อ้อ... โรงเรียนที่นี่ เขาให้นักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้าๆ กันหน้าห้องเรียนครับ เพราะสนามเล็กจนเกินไป...

ผมเป็นนักเรียนที่มักจะไปถึงโรงเรียนเป็นคนแรกๆ ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ยังขึ้นมาไม่ค่อยจะสูงสักเท่าไหร่เลย มองออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียนไกลๆ นั่น เป็นยอดพระปรางค์ของวัดอรุณ เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นจริงๆ (ยามนี้ก็ยังรู้สึกเช่นนั้น แม้เวลาจะผันผ่านไปแล้วกว่า 30 ปี)

สำหรับการไปโรงเรียน ผมจะเดินออกจากบ้านในซอยเล็กๆ ข้างๆ วงเวียนใหญ่ ลัดเลาะไปสักครึ่งวงเวียน ก็เดินตรงไปยังทิศทางของสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ ที่ทอดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปสู่ฝั่งกรุงเทพฯ แต่ผมเดินทุกๆ เช้าด้วยระยะทางแค่ 3-4 ป้ายรถเมล์ ก็จะถึงสี่แยกบ้านแขก แล้วจึงเดินเลี้ยวซ้ายไปยืนรอรถเมล์ราคาค่าโดยสาร 50 สตางค์ ที่นั่น (ถ้าให้เดินไปตอนนี้ก็น่าจะไปถูก แต่ไม่รู้ว่าจะไปลงรถตรงไหนนะสิ...)

ไปเรียนที่เมืองกรุง (ธนบุรี) ใหม่ๆ ก็คิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อนๆ แน่นอนล่ะครับ ย่อมคิดถึง ‘น้องสาว’ ผู้เกิดหลังผมเพียง 14 วันคนนั้นด้วย ซึ่งพอผมย้ายที่เรียนจากโรงเรียนวิเชียรฯไปต่อที่ทวีธาฯ เธอก็ย้ายจากสภาราชินีไปเรียนต่อสายวิทยาศาสตร์ที่วิเชียรฯ

 สมัยนั้น การติดต่อกลับมาหาพ่อแม่ หรือเพื่อนๆ มีอยู่แค่สองวิธี คือ การเขียนจดหมาย กับการส่งข้อความผ่านระบบโทรเลข วิธีการหลัง คงจะมีเพียงคนเดียวที่ได้รับ คือแม่ของผมเอง “เงินหมดแล้ว ส่งด่วน” ทำนองนั้นแหละ...

การสื่อสารส่วนใหญ่จึงเป็นการเขียนจดหมาย ส่วนโทรศัพท์มีบ้างก็เฉพาะในตัวเมืองทับเที่ยง ไม่รู้จะโทรไปหาใคร และไม่มีความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น แถมค่าโทรแต่ละครั้งก็ยังแพงระยับ (ในอำเภอที่ผมอยู่เพิ่งมามีโทรศัพท์ในอีกสิบกว่าปีต่อจากนั้น...) วิธีการนอกเหนือจากนี้ ถ้าจะมีก็น่าจะเป็นการส่งสัญญาณด้วยควันไฟ เท่านั้นกระมัง... อิ อิ อิ

ผมจึงเป็นคนที่ชอบการเขียนจดหมาย กลับมาจากโรงเรียนก็ต้องอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เหงาๆ ขึ้นมาไม่รู้จะทำอะไรก็นั่งเขียนจดหมาย กับที่บ้านไม่ค่อยจะได้เขียนสักเท่าไหร่หรอก จะเป็นเพื่อนๆ เสียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับ ‘น้องสาว’ คนที่ผมรัก ผมหวง ซึ่งจะเป็นการเขียนกันแบบต่อเนื่อง แถมมีหมายเลขกำกับในแต่ละฉบับด้วย

พอเขียนเสร็จ วันรุ่งขึ้นก็จะนำไปหยอดตู้แดงตรงปากซอย จากนั้นก็รอไปเถอะ ถ้าผู้รับเขียนตอบแล้วส่งคืนทันที เร็วที่สุดสำหรับการไปและกลับของจดหมายสมัยนั้นก็จะเป็น 7-8 วัน แต่อย่างไรก็ต้องรอ จึงน่าจะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นนั้นใจเย็น รอได้ อดทนได้มากกว่าเด็กๆ สมัยนี้

จดหมายทุกฉบับ ผมจะให้ส่งไปที่โรงเรียน บางวันมีจดหมายมาถึงมากกว่า 1 ฉบับ บางวันก็มากมายตั้ง 7-8 ฉบับ ก็จะตื่นเต้นน่าดูเลยล่ะครับ ลองทายสิครับว่า... หากมีจดหมายของเธอปนมากับกองจดหมายเหล่านั้น ผมจะอ่านตัวหนังสือน่ารักๆ ของเธอเป็นฉบับแรก หรือฉบับสุดท้าย.../////////

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท)

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]