• ไตร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cheeptham333@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-01
  • จำนวนเรื่อง : 341
  • จำนวนผู้ชม : 649226
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
บันทึกของไตร ชีพธรรม คำวิเศษณ์
นักจัดรายการวิทยุ รายการ 101newschannel.net FM101 อา 19.30-21.00 น. ผู้อำนวยการหลักสูตร Social Media For PRเพื่อประชาสัมพันธ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/trimemory
วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม 2559
Posted by ไตร , ผู้อ่าน : 2035 , 09:39:59 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




 
ภาพจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
 
ภายหลังจากที่สำนักพระราชวังประกาศว่า 13 ตุลาคม 2559 ในหลวงเสด็จสวรรคตสู่สวรรคาลัย เป็นวันที่คนไทยทั้งโสดงความรักต่อพระองค์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เสียใจมากที่สุดผมนั่งติดตามข่าวสารทางทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คเห็นข่าวสารความอาลัยต่อในหลวงและภาพที่สะดุดตามผมมากที่สุดก็คือภาพการแต่งชุดดำของคนไทยไปจุดเทียนไว้อาลัยที่ภูมิพลสแควร์ เมืองเคมบริดจ์รัฐแมสสซาชูเซสประเทศสหรัฐอเมริกา  ซึ่งในหลวงทรงพระราชสมภพหรือศัพท์แบบชาวบ้านก็คือท่านเกิดที่โรงพยาบาลเมาท์ออเบริน์   ถ้าหากเดินจากภูมิพลสแควร์ไปก็ประมาณเพียง 500 เมตรเห็นจะได้และจากภูมิพลสแควร์ก็ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก
 
หลังจากที่ผมเห็นภาพนี้ผมอยากจะเขียนเล่าว่าแท่นหลักศิลาตรงภูมิพลสแควร์นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร 
ใครเป็นผู้สร้างขึ้น  สร้างมาตั้งแต่เมื่อไหร่ข้างใต้แท่นหลักศิลานั้นมีอะไรบรรจุอยู่เงินที่สร้างมาจากไหน 
บังเอิญเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อต้นปีเดือนมกราคมถึงเดือนต้นเดือนมีนาคม.. 2552 
ผมได้มีโอกาสไปพักอาศัยและทำงานอยู่กับผู้ที่สร้างแท่นหลักศิลาอนุสาวรีย์ภูมิพลสแควร์นั่นก็คือ 
มูลนิธิ The King Of Thailand Birthplace Foundation  หรือมูลนิธิพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  

 

 



        คลิปภาพประวัติการสร้างอนุสาวรีย์ภูมิพลสแควร์ ติดตั้งการติดตั้งแท่นศิลาและการเฉลิมฉลอง

คุณชลธณีแก้วโรจน์และคุณมานะสงวนสุขสองสามีภรรยาชาวไทยที่เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิทั้งสองท่านเป็นสามีภรรยาอพยพย้ายถิ่นฐานจากเมืองไทยไปตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกาใน.. 2523  คุณมานะเป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์รับราชการครูมาก่อนส่วนคุณชลธนี 
เป็นชาวอำเภอท่าเรือ.พระนครศรีอยุธยาก่อนไปอยู่สหรัฐฯเธอรับราชการครู 


คุณชลธณี แก้วโรจน์ และ คุณมานะ สงวนสุข ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ KTBF


 
มูลนิธิ The King Of Thailand Birthplace  (http://thailink.com/ktbf) ตั้งอยู่ที่บ้านอาศัยของทั้งสองท่าน  มูลนิธิได้ทำการรวบรวมประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสมเด็จพระราชบิดาและสมเด็จย่าเมื่อครั้งมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนการสาธารณะสุขและการแพทย์มหาลัยฮาร์วาร์ดค้นคว้าอย่างละเอียดลึกซึ้ง 
ตั้งแต่สมเด็จพระราชบิดาทำไมถึงมาเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้มีการค้นคว้าจาก
หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์โดยคุณมานะสงวนสุขได้เคยแปลไว้และผู้เขียนได้ทำการอัดคลิปโพสไว้บนยูทูบการเดินทางกลับประเทศไทย  นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังได้เก็บประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในเมืองไทยเช่นทำไมสมเด็จย่าทำไมต้องไปพระราชสมภพในหลวงที่โรงพยาบาลเมาท์ออเบริ์นหรือโรงพยาบาลเคมบริดจ์ อ่านเพิ่มเติม สถานที่ประทับของสมเด็จพระราชบิดาในบอสตันและเคมบริดจ์


ดร.ฟรานซิส บีแซร์ (พระยากัลยณไมตรี) 


เนื่องจากดร.ฟรานซิลบีแซร์ (พระยากัลยาณไมตรี) ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในหลวง.7 ท่านเป็นลูกเขยของอดีตประธานาธิาบดีวูดโรวิลสันและเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนกฏหมายฮาร์วาร์ดเป็นเพื่อนกับสมเด็จพระราชบิดาซึ่งมีบ้านอยู่แถวเคมบริดจ์ได้บอกให้สมเด็จย่ามาฝากครรภ์และคลอดที่นี่เพื่อตัวท่านและภรรยาจะได้คอยดูแลทารกน้อยหรือในหลวงในวันที่ 5 .. 2470 และทางมูลนิธิยังได้ทำการรวบรวมบ้านที่ประทับของสมเด็จพระราชบิดาและสมเด็จย่าภายในเมืองบอสตันและเคมบริดจ์ให้คนไทยที่ไปเที่ยวได้เดินทางไปเที่ยวชมบ้านเหล่านั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ  ล่าสุดเมื่อวันที่ 25-27 สิงหาคม 2559 ทางมูลนิธิได้จัดงานรำลึกครบรอบ 100 ปี 

ที่สมเด็จพระราชบิดามาเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่คณะสาธารณสุขศาสตร์และโรงเรียนการแพทย์ฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) อ่านเพิ่มเติม
ความสัมพันธ์ประเทศไทยกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 


       คลิปคุณมานะ สงวนสุข ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ แปลหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ สมเด็จพระราชบิดาให้สัมภาษณ์ PRINCE COMES HERE TO STUDY FOR SIAM ฉบับวันที่ 24 กันยายน 2459 (ค.ศ.1916)
น่าแปลกตรงกับวันมหิดล  คลิ๊กดาวน์โหลดอ่าน
http://query.nytimes.com/gst/abstract.html?res=9B0DE4DD1F3FE233A25756C2A96F9C946796D6CF&legacy=true

คุณชลธณีเคยเล่าให้ผมฟังว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะสร้างอนุสาวรีย์ได้เพราะว่าชาวบ้านและชุมชนไม่ค่อยเข้าใจวัตถุประสงค์ที่ต้องการทำและสหรัฐอเมริกาก็ไม่มีกษัตริย์กว่าจะก่อสร้างได้กินเวลาและอาศัยความสัมพันธ์ภายหลังจากเพื่อนได้มาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเคมบริดจ์  และการสร้างอนุสาวรีย์เป็นเหมือนกับของขวัญวันเกิดของในหลวงอายุครบรอบ 76 พรรษาใน.. 2003 (..2546) อนุสาวรีย์เป็นแท่นศิลาเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ King of Thailand Birthplace Monument” ตั้งอยู่ในภูมิพลสแควร์ แปลว่าอนุสรณ์สถานพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีชาวอเมริกันเป็นผู้ตั้งชื่อและร่วมแปลเป็นภาษาไทย



ประธานาธิบดีวูดโร วิลสัน (คนยืน) ดร.ฟรานซิ บีแซร์ และเด็กทารา ฟรานซิสบีแซร์จูเนียร์
 (เคยมาอยู่เมืองไทย)
 
คุณชลธณี แก้วโรจน์ ถ่ายภาพกับ ฟรานซิส บีแซร์จูเนียร์ (เสียชีวิตแล้ว)
 

 
อนุสาวรีย์เริ่มสร้างในปี..2002  ก่อนจะเริ่มสร้างถูกปฏิเสธจากนายกเทศมนตรีเมืองเคมบริดจ์มาถึง 3-4  สมัยเพราะจะต้องผ่านคณะกรรมการของฮาร์วาร์ดสแควร์ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเพื่อนชื่อเดวิดได้เลื่อนเป็นนายกเทศมนตรีเคมบริดจ์ก็ถามว่ามูลนิธิต้องการทำอะไรก็เลยบอกเขาไปว่าต้องการปรับภูมิทัศน์ของภูมิพลสแควร์



คุณเฉลิมพล อินถะ สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์ 

 
พี่ชลธณีบอกเล่าให้ฟังว่าคิงภูมิพลสแควร์มีอยู่ก่อนแล้วซึ่งสมเด็จพระเทพฯและ 
สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์เคยมาทรงเปิดไว้โดยเมืองเคมบริดจ์เป็นผู้สร้าง  มีเสาสูงๆเขียนชื่อในหลวงคนไทยที่ไปถีงเมืองเคมบริดจ์ผ่านไปมาก็หาไม่พบเพราะเหมือนกับป้ายชื่อถนนฝรั่งขี่จักรยานผ่านไปมาก็นำจักรยานมาล๊อคคอคล้องไปซะอีกเป็นการไม่สมเพราะเกียรติอย่างยิ่งแต่ทางมูลนิธิเป็นผู้สร้างแท่นศิลาอนุสาวรีย์สร้างให้สมพระเกียติกับพระเจ้าอยู่หัวของเรา
 
คุณเฉลิมพลอินถะซึ่งเป็นเพื่อนกับคุณชลธนี  เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบแทนศิลาขึ้นมาและได้เป็นผู้ที่บริจาคเงินในการก่อสร้างมากที่สุด และทางเมืองเคมบริดจ์ก็อนุญาตให้มูลนิธิ KTBF ได้สร้างอนุสาวรีย์


การติดตั้งอนุสาวรีย์
 
อนุสาวรีย์อยู่ใกล้กับฮาร์วาร์ดสแควร์มากและตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 
 
ใต้ฐานศิลามีอะไรอยู่บ้างครับพี่ผมถามพี่ชลธณีเพิ่มเติม
พี่เขียนพินัยกรรมไว้หลังจากตายไปแล้วว่าในหลักศิลานั้นมีอะไร
แล้วทำไมชุมชนถึงไม่ยอมครับ
ถ้าเป็นกษัตริย์ประเทศอื่นมาขอบ้างจะทำอย่างไรชาวเมืองเขากลัวอย่างนั้นและช่วงนั้นสหรัฐอเมริกาประสบกับความเศร้าทั้งประเทศ 9-11 เครื่องบินชนตึกเวลิ์ดเทรดแต่ความพยายามของเราก็ทำได้
เพราะความช่วยเหลือของนายกเทศมนตรีที่รู้จักกับคณะกรรมการของมูลนิธิเป็นการส่วนตัว
 
 




ผู้เขียนนำเที่ยวจัตุรัสภูมิพลสแควร์ เดือนมกราคม พ.ศ. 2552


นี่คือประวัติศาตร์การสร้างอนุสาวร์ที่คิงส์ภูมิพลสแควร์
 และประวัติการสร้างอย่างละเอียดเชิญอ่านได้ใน

 

Press Release ที่คุณชลธณี แก้วโรจน์ ได้เขียนขึ้นเมื่อการเปิดอนุสาวรีย์
 
 
 







แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน