*/
  • Twilight_Idea
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 57638
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันศุกร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2555
Posted by Twilight_Idea , ผู้อ่าน : 34854 , 12:31:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 สืบเนื่องจากที่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนอุตสาหกรรม การเกษตร และบริการ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยสนับสนุนให้มีการติดต่อและการแข่งขันระหว่างกันนั้น รัฐบาลจากประเทศสมาชิก GMS จึงได้กำหนดแนวพื้นที่เศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำโขงจำนวน 9 เส้นทางหลัก ให้เป็นแนวพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของอนุภูมิภาค และหนึ่งในเส้นทางที่ขณะนี้กำลังเริ่มปรากฎผลเชิงรูปธรรมได้แก่เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) 

 EWEC มีระยะทางยาว 1,450 กม. อยู่ในเขตไทยเป็นระยะทางยาวที่สุดคือประมาณ 950 กม. เส้นทางเริ่มจากเมืองท่าดานังของเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว (Lao Bao) อันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามซึ่งติดกับชายแดนสปป.ลาว จากนั้นเส้นทางหมายเลข 9 จะผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตในสปป.ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่จังหวัดมุกดาหาร ผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนไปสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเข้าไปยังประเทศพม่าจนทะลุ อ่าวเมาะตะมะที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง (Mawlamyine / Mawlamyaing) เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอาจจะสามารถเชื่อมต่อไปยังอินเดียและตะวันออกกลางต่อไป ขณะนี้โครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงประเทศทั้งสี่เข้าด้วยกันในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตกนี้สามารถเปิดใช้แล้วในระยะไทย-เวียดนาม มีเพียงช่วงหนึ่งในดินแดนพม่าที่ยังก่อสร้างอยู่

          เมื่อเดือนธันวาคม 2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าสปป.ลาวและรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) สามฝ่าย เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวบนเส้นทาง EWEC และจะร่วมมือกันดำเนินการตามแผนงานเพื่อให้ความร่วมมือในด้านต่างๆบรรลุผลสำเร็จในช่วงปี 2551-2552 โดยประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับ SMEs มี ดังนี้

          1) การอำนวยความสะดวกด้านการค้า ให้จัดทำเวลาทำการของด่านมุกดาหาร-สะหวันนะเขต และด่านแดนสะหวัน-ลาวบาว ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ ทั้งสามประเทศยังเร่งรัดที่จะให้สัตยาบันภาคผนวกและพิธีสารแนบท้ายการดำเนินการความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement: GMS CBTA) เพื่อให้สามารถเริ่มบังคับใช้การอำนวยความสะดวกการผ่านแดนของคนและสินค้าในอนุภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งไทยและลาวจะจัด Single Window Inspection: SWI เพื่อเอื้อต่อการตรวจปล่อยสินค้า ณ จุดเดียว Single Stop Inspection: SSI ที่ด่านมุกดาหาร-สะหวันนะเขต

          2) การส่งเสริมการค้า โดยจัดงานแสดงสินค้าพร้อมการจับคู่ธุรกิจโดยเฉพาะ ธุรกิจลอจิสติกส์บนเส้นทาง EWEC ตลอดปี 2551 เช่นงาน Thailand Outlet 2008 ที่ดานัง เวียดนาม งาน Thailand Exhibition 2008 ที่สะหวันนะเขต สปป.ลาว เป็นต้น

          3) การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน โดยกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนด้านอำนวยความสะดวกการค้าและลอจิสติกส์บนเส้นทาง EWEC

          4) ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมุ่งส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมบนเส้นทาง EWEC

          ในส่วนของลู่ทางการลงทุนบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ EWEC นั้น จากความพยายามของสามฝ่ายเพื่อผลักดันโครงการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยการรวมแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศที่สาม ทำให้หลังจากที่ได้เปิดสะพานมิตรภาพ 2 และเปิดใช้ถนนสาย EWEC ในระยะไทย-เวียดนามแล้วพบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทัวร์ที่เป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวไทยคือการเดินทางไปเที่ยวทะเลที่เวียดนาม ถือเป็นการไปเที่ยวเมืองนอกที่ประหยัดที่สุด นอกจากนี้ยังมีจุดขายเรื่องการรับประทานอาหาร 3 ชาติใน 1 วัน อย่างไรก็ตาม พบว่าลาวค่อนข้างได้ประโยชน์น้อยที่สุดในเชิงการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ค่อยหยุดจับจ่ายหรือรับประทานอาหารในลาวมากนัก เพราะยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดไม่มากนัก ขณะนี้สปป.ลาวจึงมีนโยบายเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนร้านอาหารและโรงแรม ดังนั้น จึงเป็นลู่ทางอันดีสำหรับนักลงทุนไทยที่อยากเข้าไปทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก สถานีบริการน้ำมันที่มีร้านสะดวกซื้อ ศูนย์ซ่อมรถ และจุดพักรถ ซึ่งยังขาดแคลนมากตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะที่เมืองพินในแขวงสะหวันนะเขต

          นอกจากนี้ รัฐบาลสปป.ลาวยังมีนโยบายเปิดประเทศเพื่อรับการลงทุนจากต่างประเทศโดยใช้ลาวเป็นฐานการผลิต โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวันเซโน แขวงสะหวันนะเขต ตามแนวเส้นทางหมายเลข 9 มีศักยภาพที่เหมาะสมต่อการลงทุนด้านเกษตรและเหมืองแร่ ในเดือนธันวาคม 2550 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังได้จัดการสัมมนาและการศึกษาดูงานเรื่อง ‘การพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทย-สปป.ลาวด้านการค้าการลงทุน การขนส่งและลอจิสติกส์บนเส้นทางเศรษฐกิจ EWEC’ ระหว่างการสัมมนาครั้งนี้ สองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรแบบมีสัญญา (contract farming) โดยได้วางแผนขยายการผลิต การตลาด การย้ายฐานการลงทุนผลิตสินค้าเชื่อมโยง โดยเฉพาะสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในกรอบความร่วมมืออาเซียนและการส่งออกไปสู่ประเทศที่สามโดยเฉพาะตลาดจีน รายการพืชที่ผู้ประกอบการไทยและลาวได้เสนอเข้าร่วมโครงการจำนวนมี 16 รายการ ได้แก่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน ยูคาลิปตัส ละหุ่ง ถั่งเขียว กล้วยน้ำว้า มะขามเปียก มะเขือเทศ สับปะรด ส้มโอ ฝ้าย มันเทศ มันสำปะหลัง ข้าวเหนียว ปอสา และว่านหางจระเข้ พืชอื่นๆที่ได้มีนักลงทุนจากไทยขอสัมปทานพื้นที่เพาะปลูกในสะหวันนะเขตคือ อ้อย ยูคาลิปตัสเพื่อผลิตกระดาษ และยางพารา การลงทุนด้านเกษตรที่แขวงสะหวันนะเขตที่ผ่านมาได้ผลน่าพอใจเนื่องจากสภาพดินดีให้ผลผลิตสูง ขณะนี้ภาครัฐกำลังผลักดันให้มีการบริหารการนำเข้าสินค้าเกษตร โดยไทยขอให้สปป.ลาวเร่งรัดการจัดตั้ง One Stop Service ที่ชายแดน ตลอดจนไซโลรองรับผลผลิต การจัดระบบขนส่ง และขนสินค้าข้ามแดนทั้งในด่านสากลและด่านท้องถิ่นระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การทำเกษตรแบบมีสัญญา

          ส่วนในด้านการลงทุนพบว่าสาขาที่สปป.ลาวสนใจร่วมทุนและขยายกิจการได้แก่ สาขาก่อสร้าง (อิฐบล๊อก พื้นสำเร็จ เสาเข็ม) ร่วมทุนแปรรูปและเฟอร์นิเจอร์ไม้ กิจการโรงแรม บ้านพัก รีสอร์ต (บริเวณที่ดินในปักเซใกล้น้ำตกคอนพะเพ็ง แขวงจำปาสัก) สินค้าพื้นบ้าน น้ำยาล้างจาน และขยายกิจการสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งเส้นทาง EWEC ทำให้การขนส่งสินค้าทำได้สะดวกขึ้น

... สถาบันเอเชียศึกษา 
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน