• ริบหรี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : taboo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 310
  • จำนวนผู้ชม : 214663
  • ส่ง msg :
  • โหวต 131 คน
สัพเพเหระที่ไม่ไร้สาระ
คิดไกลๆ เขียนใกล้ๆ คิดแปลกใหม่ ไม่ได้ลอกใครมา ว่ากันทุกเรื่องที่ประเทืองสังคม ผสมความรักชาติ ที่จะขาดเสียมิได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/twitty
วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน 2550
Posted by ริบหรี่ , ผู้อ่าน : 676 , 09:14:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โสเภณี...ตัวบ่งชี้ช่องว่างสังคม

 

            ผมเชื่อว่าตัวบ่งชี้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในประเทศที่ดีที่สุดคือปริมาณโสเภณีต่อหัวประชากร และผมเชื่อว่า ไทย  ฟิลิปินส์ และเม็กซิโก น่าจะเป็นสามประเทศที่มีจำนวนโสเภณีต่อหัวประชากรสูงที่สุดในโลก

            นานๆครั้งผมจะมีโอกาสได้ดูโทรทัศน์ ครั้งหนึ่ง (ประมาณ พศ. 2548) ได้ดูรายการโทรทัศน์ที่ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาถกกันเรื่องโสเภณี ดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เพราะจากโพลสดๆที่ให้คนดูโทรเข้ามาดูเหมือนว่า 70% ของผู้ชม จะเห็นด้วยกับการเปิดโสเภณีเสรี อีก 30% ไม่เห็นด้วย ผมคงจะเป็นพวกไดโนเสาร์กลุ่มน้อยกระมังจึงได้เกิดปริวิตกนี้

            ในการอภิปรายได้เชิญมา 3 ฝ่าย คือฝ่ายผู้หญิงนักสังคมสงเคราะห์ (ซึ่งเห็นด้วยกับการทำโสเภณีให้ถูกกฎหมาย) ฝ่ายหญิงค้าบริการ (ซึ่งเห็นด้วยกับกฎหมายให้ค้าประเวณี) และฝ่ายอาจารย์(ผู้ชาย) (ที่ไม่เห็นด้วยกับการค้าประเวณี เพราะกลัวว่าจะทำให้สังคมเลวร้ายลง)

            ความเห็นหลักของฝ่ายสนับสนุนโสเภณีประมวลได้ดังนี้

1)      โสเภณีเป็นอาชีพเก่าแก่ที่สุด ห้ามอย่างไรก็คงไม่ได้

(แต่ผมว่า อาชีพรับจ้างฆ่ากันเก่ากว่า อาชีพขโมยก็เก่ากว่า)

2)      โสเภณีเป็นเหยื่อของความอยุติธรรมในสังคม ควรได้รับการปกป้อง

(แต่ผมว่า ผู้เที่ยวโสเภณีก็เป็นเหยื่อด้วย เพราะถูกโสเภณียั่วยวนให้เข้าไปเที่ยว)

3)      กฎหมายห้ามค้าโสเภณี เป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อโสเภณี เพราะทำให้ต้องจ่ายหัวคิวให้กับสถานให้บริการเพื่อจะได้รับการปกป้องจากตำรวจ (ซึ่งสถานบริการจ่ายส่วยให้เพื่อแลกกับการคุ้มครอง)

(อ้อ...เพราะตำรวจรับสินบนเลยโทษกฎหมาย ถ้าตำรวจจับหมดก็คงไม่ได้มานั่งอภิปรายด่ากฎหมายหรอก  ของไม่ดีก็ต้องมีกฎหมายบ้านเมืองควบคุม เพื่อไม่ให้ระบาดมาก การทำอาชีพที่ผิดกฎหมายก็ต้องลำบากอย่างนี้แหละ แถมไม่มีเกียรติศักดิ์ ก็อย่าไปทำซิครับ จะได้หมดเรื่อง)

4)      ไม่มีใครอยากเป็นโสเภณี หากมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เป็นความผิดของรัฐบาลที่ไม่สร้างโอกาส และ ทางเลือกอาชีพให้หลากหลาย

(ไม่มีใครอยากเป็นแม่ค้าหาบเร่ ขายพวงมาลัย ขุดดิน กรรมกร ภารโรง เหมือนกัน เพราะงานหนัก รายได้น้อย ไร้เกียรติ ในขณะที่โสเภณี ไร้เกียรติอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทำงานสบายกาย และรายได้ดีกว่าพวกนั้นตั้งเยอะ...อย่าบ่นเลย)

5)      การควบคุมต้องได้สมดุล โดยควบคุมจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เล่นงานแต่หญิงบริการแต่ฝ่ายเดียว

(เออ เห็นด้วย แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องเห็นใจตำรวจเขาด้วยว่าต้องเลือกทางที่ปฏิบัติง่ายที่สุดไว้ก่อน (คือจับโสเภณี) ทางที่ดีรู้ว่าผิดกฎหมายก็อย่ามาเลือกอาชีพนี้เสียก็สิ้นเรื่อง)

6)      องค์การแรงงานสากลก็ให้การยอมรับในอาชีพนี้แล้ว ควรที่รัฐบาลไทยจะให้การยอมรับได้แล้ว

(องค์กรไม่ได้เดือดร้อนกับประเทศไทยด้วย จะพูดอะไรก็ได้ พูดง่ายแต่ทำยาก)

7)      การเปิดเสรี จะไม่ทำให้จำนวนโสเภณีมากขึ้น เพราะได้มาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว

(รู้ได้งัยว่าอิ่มตัว...อย่างนั้นน่าจะเปิดเสรีให้ฆ่ากัน ลักขโมย คอรัปชัน สูบยาบ้า ด้วย เพราะน่าจะอิ่มด้วยกันแล้วทั้งนั้น)

8)      ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

(เสพยาบ้ายังดีกว่าเพราะทำให้เฉพาะตนเดือดร้อนเท่านั้น การพนัน การกินเหล้า

การกินหัวคิวโครงการ ก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่โสเภณีทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะ

เสียเงิน ติดโรค เสียเวลา เสียวิญญาณ)

 

ส่วนฝ่ายค้านโสเภณีให้เหตุผลหลักดังนี้

1)      แม้มีกฎหมายห้าม ยังมีโสเภณีมากเช่นนี้ หากเปิดเสรีจะยิ่งมีมากกว่านี้

(ถ้าสังคมและโลกยอมรับก็ไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้เขายังไม่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง )

2)      จะนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมของศีลธรรม

(ศีลธรรมเป็นเรื่องของสังคมบัญญัติ ถ้าสังคมยอมรับว่าเป็นอาชีพดีก็ไม่ถือว่าผิดศีลธรรมหรอกครับ)

3)      จะเกิดการเพิ่มขึ้นของปัญหาครอบครัว (ที่ภรรยาไปเป็นโสเภณี)

(ตรงกันข้าม...หากสามีและสังคมยอมรับก็ไม่เป็นปัญหา มีรายได้เพิ่มขึ้น ครอบครัวเป็นสุข)

4)      จะเกิดการเพิ่มขึ้นของปัญหาเยาวชนที่หันมาประกอบอาชีพนี้มากขึ้น

(ก็ไม่เห็นเป็นไรอีกน่ะแหหละ ถ้าสังคมยอมรับซะอย่าง ดีซะอีก วัยรุ่นจะได้รู้จักหาเงินซะบ้าง ดีกว่าแบมือขอพ่อแม่)

5)      ปัญหาสุขภาพ

(มีส่วนจริง แต่ก็สามารถป้องกันได้ หากให้การศึกษาให้ดี)

 

ผมขอเพิ่มประเด็น

1)      เสียวิญญาณ

2)      เพิ่มอาชญากรรม เพราะมันมักมาหลังการดื่มเหล้า

3)      นักปราชญ์ติเตียน (สังคมส่วนใหญ่โง่ นักปราชญ์มีน้อยย่อมสู้ไม่ได้เรื่องคะแนนเสียงอยู่แล้ว แต่สิ่งใดที่นักปราชญ์ติเตียน ต้องรับฟัง)

4)      ส่วนใหญ่ที่เป็นข่าวคือโสเภณีเป็นคนดี ถูกหลอกเข้ามาให้เป็น แต่ส่วนใหญ่ก็รู้กันว่าเป็นพวกสมัครใจทำทั้งนั้น ที่ถูกบังคับมีน้อย ผมยังไม่เคยได้ยินข่าวเด็กหญิงเรียนเก่ง เข้าวัดฟังธรรมถูกหลอกมาขายตัวสักที ได้ยินก็แต่เด็กที่ใจแตกน่ะแหละที่ถูกหลอก เพราะตัวเองก็พร้อมที่จะให้เขาหลอกอยู่แล้ว

 

ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าโสเภณีเกิดจากความยากจน  แต่ผมว่าไม่ใช่ เชื่อว่าเกิดจากช่องกว้างทางเศรษฐกิจในสังคมมากกว่า  โสเภณีไทยเริ่มระบาดหนักเมื่อเราเริ่มรับเอาระบบเศรษฐศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชาวตะวันตกเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาเองจากรากฐานเดิมของตน ทำให้ความร่ำรวยกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีโอกาสสูงกลุ่มน้อยๆ เท่านั้น เพราะไม่มีเวลาที่จะค่อยๆวิวัฒนาการพอที่จะได้กระจายตัวออกไปในวงกว้างได้

ในอดีตเราไม่มีช่องว่างทางชนชั้นมากเช่นนี้ จึงไม่มีปัญหามากเท่านี้ ข้อมูลปัจจุบันระบุว่ากรุงเทพมีพลเมืองประมาณ 10%  ของประเทศแต่เสียภาษีบำรุงประเทศเป็นจำนวนประมาณ  80% ของทั้งประเทศ  ซึ่งแสดงว่าเศรษฐกิจ(และเทคโนโลยี)ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพ(และปริมณฑล) ที่เป็นเช่นนี้มิใช่ว่าประชาชนต่างจังหวัดจะมีคุณภาพมันสมองต่ำกว่าชาวกรุงเทพ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าชาวกรุงเทพส่วนใหญ่ก็อพยพมาจากต่างจังหวัดทั้งสิ้น แต่น่าจะเป็นผลพวงจากการกระจุกตัวของเทคโนโลยีและฐานการผลิตในบริเวณนี้อันเนื่องมาจากแผนพัฒนาและนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบไม่กระจายตัวนั่นเอง  การกระจุกตัวทำให้คนกรุงเทพ (และหัวเมือง) สบโอกาสในการสร้างความร่ำรวยได้มากกว่าชาวชนบท

ช่องว่างทางรายได้อันกว้างของสังคมเป็นเหตุผลสำคัญอันหนึ่ง (หรืออาจเป็นเพียงเหตุผลเดียว) ที่ทำให้เกิดการแพร่หลายของโสเภณีในประเทศไทยจนมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลก เพราะเป็นที่น่าสังเกตว่าหากทุกคนรวยเท่าๆ กันหมด (เช่นในประเทศตะวันตก) ก็จะมีโสเภณีน้อย หรือหากจนเท่าๆ กันหมดก็จะมีโสเภณีน้อยเช่นเดียวกัน สังเกตได้ว่าจำนวนโสเภณีต่อหัวประชากรแปรผันโดยตรงกับช่องว่างรายของรายได้ โดยจะมีโสเภณีมากในประเทศที่เข้าข่ายเช่น  ไทย ฟิลิปปินส์ บราซิล เม็กซิโก  แต่มีน้อยในซูดาน โซมาเลีย รวันดา  (ทั้งที่ประเทศในชุดแรกรวยกว่าในชุดหลังเสียอีก) ในระดับของประเทศไทยเองก็เห็นได้ว่า ในสังคมชนบททุกครัวเรือนพอมีพอกินเท่าเทียมกันหมด ครอบครัวที่รวยที่สุด (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) ก็ไม่ได้รวยกว่าครอบครัวที่จนที่สุดสักเท่าไร ก็เลยไม่มีซ่องโสเภณี แต่ถ้าเป็นหัวเมืองจะเริ่มมีซ่อง (เพราะช่องกว้างทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น) ยิ่งในกรุงเทพและปริมณฑลจะมีมากที่สุด เพราะมีคนรวยมากและคนจนมากเป็นจำนวนมาก

จึงน่าจะสรุปได้ว่าโสเภณีเกิดได้มากหากมีช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างคนในสังคมมาก เพราะคนจนมากต้องการหารายได้จากคนรวยมากที่มีกำลังซื้อสูงเพื่อหาเงินอย่างง่ายๆในการบริโภควัตถุนิยมตามที่ถูกปั่นหัวให้ทำตามนโยบายรัฐบาล หนทางแก้คือ รัฐบาลเลิกมอมเมาประชาชนด้วยแนวทางการพัฒนาแบบเน้นวัตถุนิยมเสียที พร้อมกับกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ด้วยกฎหมายแรงงานที่ยุติธรรม การกระจายรายได้คือสิ่งสำคัญสุดในการแก้ไขปัญหาโสเภณี

วิธีการวัดช่องว่างทางเศรษฐกิจวิธีหนึ่งขององค์การสหประชาชาติคือ การเอารายได้มวลรวมของคนที่มีรายได้สูง 20% แรก หารด้วยรายได้มวลรวมของคนที่มีรายได้ต่ำใน 20% ท้าย หากตัวเลขนี้สูงย่อมแสดงว่ามีช่องว่างมาก ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีช่องว่างสูงมาก และก็น่าเชื่อได้ว่าสังคมใดมีช่องกว้างมากก็ย่อมมีการกระจายตัวของคุณภาพชีวิตที่ต่ำด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบคุณภาพชีวิตของคนในสังคมทั้งหมด (ทั้งในระดับสูงและระดับต่ำ) ในที่สุด

            น่าสงสารพวกผู้หญิงกรรมกรก่อสร้าง ที่ต้องทำงานหนักแต่รายได้น้อย แถมไม่มีเกียรติ แต่พวกโสเภณีทำงานสบายแถมได้เงินมากกว่าหลายเท่า และยังมีเกียรติกว่าเพราะมีเอ็นจีโอคอยยกย่อง เราไม่ควรให้ท้ายอาชีพโสเภณีกันจนเกินไปนัก ก่อนอื่นต้องตระหนักกว่าไม่ใช่อาชีพสุจริต เพราะผิดกฎหมาย และ เป็นอาชีพที่ต้องหลอกลวง ยั่วยวน ผู้ชายให้หลงผิด ไม่ผิดอะไรกับบุหรี่ สุรา ยาบ้า เพราะดูเหมือนว่าสมัครใจไปหาเสพเอง แต่ลึกๆแล้วถูกหลอกลวงให้หลงติดในรสแห่งการเสพนั้น

            พวกเราทุกคน หญิง หรือ ชาย พระพุทธเจ้า ก็ออกมาจากช่องคลอดของสตรีด้วยกันทั้งนั้น เราจึงต้องช่วยกันพิทักษ์ศักดิ์ศรีของสิ่งนั้นไว้ให้สูงส่ง อย่าช่วยกันส่งเสริมให้กลายเป็นวัตถุที่ซื้อขายได้เพื่อบำบัดความใคร่สกปรกของใครก็ไม่รู้  อย่าตะแบงอ้างเหตุผลง่ายๆว่าสังคมตะวันตกเขายอมรับแล้วเท่านั้น เราต้องใช้ปัญญาของเรา เอาให้ถึงสอนฝรั่งให้ฉลาดขึ้นกว่านี้ได้ก็จะดี

 

---------------------------------------------------------------------------------2548

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ku_khuan วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khuan
<<"วันนึงชั้นก็ตื่นขึ้นมา!...แล้วพบว่า....ตัวเองเป็นแค่ถ่านไฟฉายก้อนนึง">>

อย่างว่าค่ะ

ปัญหานี้เมื่อไรจะแก้ได้นะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

บางหนทางไม่อยากเป็นไม่อยากมี
แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้...
แม้สามารถเลือกทางเดินให้ตัวเองได้ก็จริง

แต่เข้าตาจน

..........
มีใครบ้างไหม จะเข้าใจเธอ หรือหวังเพียงแค่สังเวยความใคร่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

ทั้งหลายทั้งปวง
ต้องบอกทั้งชาย และ หญิง
ว่า...เงินซื้อความรักไม่ได้

คิดไป คิดไป
ให้สงสัยว่า
การซื้อความสุขชั่วคราว
จากร่างกายคนนั้น
รู้สึกตะขิดตะขวงใจกันมั่งไหมเออ!

(บอกทั้งสองเพศ เพราะปัจจุบันโสเภณี
มิใช่มีเฉพาะผู้หญิง)

...
เห็นด้วยหลายประการที่เขียนมาค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]