• ริบหรี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : taboo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 310
  • จำนวนผู้ชม : 215984
  • ส่ง msg :
  • โหวต 131 คน
สัพเพเหระที่ไม่ไร้สาระ
คิดไกลๆ เขียนใกล้ๆ คิดแปลกใหม่ ไม่ได้ลอกใครมา ว่ากันทุกเรื่องที่ประเทืองสังคม ผสมความรักชาติ ที่จะขาดเสียมิได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/twitty
วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม 2551
Posted by ริบหรี่ , ผู้อ่าน : 784 , 13:53:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ท่านเฉลิม อยู่บำรุง กำลังจะปัดฝุ่น ให้เปิดบ่อนเสรี ผมขอเตือนว่าให้คิดให้ดีนะครับ พะณะท่าน ของแบบนี้ลองผิดลองถูกไม่ได้ เปิดแล้วเลิกไม่ได้ มีแต่จะลามมากขึ้น ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีมาก็นาน จะอยู่ไปอีกนานเท่าไรไม่รู้ แต่ประวัติศาสตร์มีความเที่ยงตรงอยู่อย่างที่มักไม่ให้อภัยคนที่คิดการทำลายชาติ แม้เป็นการคิดแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม พณฯ ท่านอย่ามองเห็นแต่การได้แบบตื้นๆ ต้องมองผลเสียที่ลึกๆ ให้เห็น ผมเขียนบทความนี้ไว้สัก 3 ปีได้แล้ว ลองอ่านกันดูนะครับ ยาวสักหน่อย

 

อังกฤษเคยเป็นมหาอำนาจที่ครองโลกทั้งโลก บัดนี้กลายเป็นประเทศขนาดกลาง ถูกญี่ปุ่นแซงหน้าไปแล้ว เพราะอะไร เพราะเปิดการพนันเสรีไม่ใช่หรือ แล้วไทยเราเป็นใครถึงจะได้อาจหาญจะกระทำเช่นนั้นบ้าง

 

บ่อนกาสิโนจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ?

                                                                                                           

สังคมไทยกำลังถูกแบ่งเป็นสองขั้วในการวิพากษ์กันว่าจะอนุญาตให้เปิดบ่อนกาสิโนเสรีได้ไหม ฝ่ายสนับสนุนให้เหตุผลหลักว่าควรให้เปิดเสรีเพราะอย่างไรเสียก็ไม่สามารถกำจัดบ่อนการพนันเถื่อนที่มีอยู่มากมายในประเทศได้ และ ยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศปีละมหาศาลทั้งจากภาษีที่จะเก็บได้จากเงินที่เคยเป็นเศรษฐกิจนอกระบบของบ่อนเถื่อนในประเทศ และ จากการลดการสูญเสียเงินที่คนไทยขนไปเล่นการพนันในประเทศเพื่อนบ้านที่มีบ่อนกาสิโนแบบถูกกฎหมาย ส่วนฝ่านคัดค้านให้เหตุผลหลักว่าบ่อนเสรีจะนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม และ ปัญหาสังคมต่างๆที่จะตามมา

ประเด็นที่ว่าการเปิดบ่อนการพนันเสรีจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจชาตินับเป็นประเด็นที่น่าสนใจที่สุด เพราะดูเสมือนว่ามีเหตุผลและมีตัวเลขสนับสนุนพอสมควรทีเดียว  (นัยว่าอาจถึงปีละแสนล้านบาท) อาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ระดับดอกเตอร์บางท่านจากมหาวิทยาลัยชื่อดังถึงกับออกมาให้การสนับสนุนเต็มตัว(โดยไม่สนใจใยดีกับการสอนความรู้คู่คุณธรรมตามแนวที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ) ทำให้ประเด็นนี้มีน้ำหนักมากขึ้นอีกอักโข แต่ผู้เขียนใคร่ขอให้ใตร่ตรองกันให้รอบคอบในประเด็นนี้ก่อนที่จะด่วนสรุปเพราะหากสรุปผิดอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยแบบที่ไม่สามารถจะย้อนกลับคืนได้อีก ถึงเวลานั้นอนาคตอาจจะไม่ให้อภัยคนรุ่นเราเลย

ปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นมีทั้งแบบตรงๆ ที่มองเห็นกันง่ายๆ กับแบบซ่อนเร้นที่เห็นยากสักหน่อย เช่น หากมองแบบตรงๆ ก็จะเห็นว่ากาสิโนเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจดังที่ได้ให้เหตุผลไว้แล้ว แต่หากมองให้ลึกลงไปกว่านั้นจะเห็นว่าเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจมากมายหลายประการด้วยกัน เช่น

1)                          ยิ่งจำนวนเงินถูกดูดซับเข้าไปในระบบกาสิโนมากเท่าใด ก็จะทำให้เงินสูญหายไปจากระบบเศรษฐกิจปกติเท่านั้น ซึ่งจะยังผลให้เกิดการลดลงของการบริโภคสินค้าและการบริการอื่นๆ ยังผลให้เกิดการลดลงของการจ้างงานและการผลิตต่างๆเป็นเงาตามตัว ซึ่งยังผลให้เศรษฐกิจในภาคปกติถดถอยลงในภาพรวม  และเนื่องจากวงจรเศรษฐกิจการผลิตนั้นมีผลคูณทางแรงงานสูง (คือมีการใช้แรงงานเป็นระดับหลายระดับ) ในจำนวนเงินหมุนเวียนเท่าๆกันอุตสาหกรรมจะใช้แรงงานมากกว่าธุรกิจกาสิโนมาก ดังนั้นแรงงานที่เกิดจากการจ้างของธุรกิจกาสิโนจึงไม่อาจทดแทนจำนวนแรงงานที่ต้องสูญเสียไปในระบบอุตสาหกรรมได้ ทั้งในเชิงปริมาณ และ เชิงคุณภาพ

2)                          การสูญเสียทางเศรษฐกิจในข้อ 1 นั้น เป็นการสูญเสียระยะสั้นในรอบที่หนึ่งเท่านั้น การสูญเสียระยะยาวในรอบสองสามสี่จะตามมาอีกเป็นระลอก กล่าวคือ จำนวนเงินที่หากไม่สูญหายไปนี้จะไปสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจเป็นระลอกๆ ตามวงจรเศรษฐกิจ แต่พอถูกดูดซับหายไปในธุรกิจกาสิโนการเจริญเติบโตในส่วนนี้ก็ต้องลดลงเป็นของธรรมดา ซึ่งหากคำนวณดูให้ดีตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์หลายคนอาจจะตกใจว่าในเวลา 20 ปีประเทศไทยจะต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจไปเท่าไร (แม้คิดเพียงต่อเดียวก็มากมหาศาลแล้ว คือดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 10 บวกเงินต้นปีละแสนล้านทุกปี) จริงอยู่เงินที่ถูกดูดเข้าไปในธุรกิจกาสิโนก็ไม่ได้หายไปไหน ส่วนหนึ่งก็เป็นรายได้ของลูกจ้างที่จะต้องเอามาซื้อสินค้าและบริการตามปกติ อีกส่วนหนึ่งพวกลูกจ้างก็เอากลับเข้าไปเล่นกาสิโนอีก (เพราะพวกนี้ติดในวงจรแล้วมักหนีไม่ค่อยพ้น) ส่วนกำไรที่เจ้าของกิจการได้รับนั้นตามลักษณะนิสัยของคนในวงการนี้ก็คงไม่แคล้วที่จะเอาไปลงทุนสร้างกาสิโนเพิ่มขึ้น หรือลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้อง เช่น ไนท์คลับ บาร์ เทค อาบอบนวด เป็นต้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศไทยจมดิ่งลงไปในวงจรธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น

3)                          จะเกิดการสูญเสียทางแรงงานของลูกจ้างพนักงานมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ บรรดาผู้บริหาร ลูกจ้าง พนักงาน ของบริษัทต่างๆ ที่เข้าไปเล่นกาสิโนกันในช่วงวันหยุด จำนวนมากคงจะเล่นกันจนดึกดื่น อย่างต่อเนื่อง พอเริ่มเปิดทำงานวันแรกของสัปดาห์ ก็จะไม่มีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า  วันทั้งวันอาจสูญเสียไปกับการง่วงเหงาหาวนอน หรือ ครุ่นคิดหงุดหงิดกับเงินที่ได้สูญเสียไปและวางแผนเพื่อจะให้ได้กลับคืนมา บางคนอาจถึงกับต้องลาป่วย การสูญเสียเหล่านี้นับเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจด้วยเพราะทำให้กำลังและประสิทธิภาพการผลิตลดลง นายจ้างต้องสูญเสียผลประโยชน์

4)                          การใช้เวลาไปเล่นการพนัน เป็นการสูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ (แถมเป็นโทษ) แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อน หรือ พัฒนาตนในวิชาชีพให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชาติทางอ้อม

5)                          รัฐจะต้องเสียงบประมาณมากขึ้นในการต่างๆ (นับเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญเสีย) เช่น

5.1   เพิ่มกำลังตำรวจในการปราบปรามพวกแกงค์มิจฉาชีพที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกับธุรกิจกาสิโนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

5.2   เพิ่มกำลังตำรวจและหน่วยงานสังคมสงเคราะห์เพื่อรองรับจำนวนโสเภณีที่จะต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างสอดคล้องกับธุรกิจกาสิโนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

5.3   เพิ่มเวลาและงบประมาณในการประชาสัมพันธ์เพื่อแก้ข่าวเชิงลบที่องค์กรต่างๆทั่วโลกจะวิจารณ์ประเทศไทย  

6)                          ต่างชาติอาจมาลงทุนในประเทศไทยน้อยลง เพราะในปัจจุบันนี้ได้เกิดกระแสจิรยธรรมในหมู่นักธุรกิจอย่างกว้างขวางว่าจะไม่ลงทุน(ซื้อหุ้น)ในธุรกิจที่มีส่วนทั้งโดยตรงและโดยอ้อมในการทำลายความดีงามของสังคม เช่น ธุรกิจสุรา บุหรี่ อาวุธ เป็นต้น และได้รวมไปถึงไม่ลงทุนในประเทศที่มีนโยบายทางสังคมไม่ดีด้วย เช่น ในอาฟริกาใต้ (ที่มีการแบ่งผิว)

7)                          ในทำนองเดียวกันกับข้อ 6 นักท่องเที่ยวชั้นดีอาจประท้วงด้วยการไม่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย  สิ่งที่เราจะได้เพิ่มขึ้นคือนักท่องเที่ยวชั้นเลวที่เข้ามา เสพ และ “เล่น” ซึ่งคงจะเข้ามาเพิ่มปัญหาให้กับสังคมไทยพอสมควร นอกจากนี้ยังน่าเป็นห่วงจริยธรรมของประเทศไทยเรา คือเราไม่อยากให้คนไทยเราขนเงินไปเล่นการพนันในเมืองนอก แต่อยากให้คนนอกขนเงินมา”เสีย”ให้กับเรา โดยไม่สนใจใยดีว่าลูกเมียทางบ้านเขาจะขาดรายได้ จะไม่มีเงินผ่อนหรือซ่อมแซมบ้าน หรือส่งเสียลูกไปโรงเรียน เราสนใจเงินของเขาอย่างเดียว

8)                          สำหรับบ่อนกาสิโนเถื่อนที่เข้าใจกันว่ามีอยู่เกลื่อนเมืองไทยนั้น หากมองเฉพาะแง่เศรษฐกิจก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าระบบเปิดเสรีเท่าไรนัก เพราะเงินที่ถูกดูดเข้าไปก็ไม่หายไปไหน คงวนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจเช่นเดียวกับระบบเปิด รัฐคงจะสูญเสียรายได้จากภาษีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งนับเป็นการ”เสียที่คุ้มได้” การเปิดเสรีนั้นใช่ว่าจะเก็บภาษีได้เต็มที่เพราะคงหนีไม่พ้นการคอรัปชันเพื่อให้เสียภาษีน้อยกว่าเป็นจริงอย่างหนีไม่พ้นตามระบบไทยๆ โดยเฉพาะกำลังทำธุรกิจกับกลุ่มคนที่มีลักษณะเป็นนักพนันอยู่แล้วจะยิ่งมีความโน้มเอียงที่จะเกิดคอรัปชันได้ง่าย ระบบเถื่อนจะดีกว่าในเชิงผลกระทบต่อสังคมเพราะแม้ปราบไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้ไม่เกิดการกระจายตัวจนมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง คนที่เล่นก็คงจำกัดอยู่ในวงแคบๆเท่านั้น

9)                          ท้ายสุดการคิดว่าการเปิดบ่อนเสรีจะทำให้คนไทยหยุดขนเงินไปเล่นการพนันเมืองนอกนั้นอาจไม่เป็นความจริง เพราะเชื่อได้ว่าการไปเล่นเมืองนอกนั้นมีเหตุผลแอบแฝงอื่น เช่น ต้องการปิดบังตนเอง หรือ ไปพักผ่อนท่องเที่ยวด้วย จะว่าไปแล้วการที่บุคคลพวกนี้ขนเงินไปเสียให้เมืองนอกเสียบ้างก็นับว่ามีส่วนดีอยู่บ้าง เพราะคาดเดาได้ว่าเงินพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินร้อนที่ได้มาง่ายๆ  (จึงสามารถเอาไปใช้สาดเสียเทเสียได้ง่ายๆ) หากอยู่ในเมืองไทย เงินพวกนี้ก็คงถูกใช้ไปในทางที่จะทำให้สังคมไทยย่ำแย่ลง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

ที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างการสูญเสีย(หรือการจะไม่ได้มากเท่าที่ควร)ทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการเปิดบ่อนเสรี ซึ่งอาจมีการสูญเสียมากกว่าที่กล่าวมาอีกก็เป็นได้ จึงใคร่ขอฝากบรรดาท่านนักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยให้ช่วยกันคิดเพิ่มเติมในแง่มุมอื่นให้สมบูรณ์ต่อไป และเนื่องจากสังคมชาติเป็นสิ่งที่มีวิญญาณด้วย จึงควรที่เราจะต้องคำนึงถึงผลกระทบเชิงสังคมจากการเปิดบ่อนเสรีด้วย เช่น

1)                          ปัญหาอาชญากรรมที่จะเพิ่มขึ้น เพราะที่ไหนมีบ่อนที่นั่นต้องมีแกงค์มิจฉาชีพ และ แกงค์อิทธิพลคุมบ่อนต่างๆ เพิ่มขึ้น (เช่นที่เป็นข่าวในนิตยสารไทม์ เกี่ยวกับแกงค์พวกนี้ในมาเก๊า)

2)                          ปัญหาโสเภณีที่จะมากขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งมีผลพวงคือภาพลักษณ์ต่อหญิงไทยจะแย่ลงอีก (จากที่แย่มากอยู่แล้ว) การเดินทางไปประเทศอื่นเดี๋ยวนี้หากเป็นหญิงไทยแทบจะต้องเอาปี๊บคลุมหัวเพราะพวกตรวจคนเข้าเมืองเขาจะมองด้วยสายตาแปลกๆ และ ซักถามถี่ถ้วนเป็นพิเศษ ในสหรัฐอเมริกาเองคำว่า “ผู้หญิงเนวาดา” ก็มีความหมายเชิงเสียดสีที่เป็นที่รู้กันดี (รัฐเนวาดาเป็นรัฐที่ให้เปิดบ่อนได้เสรี เช่น เมืองลาสเวกัส และ รีโน)

3)                          ปัญหาสุขภาพ เพราะคนไปเล่นมักจะสูบบุหรี่ และ ดื่มจัดพร้อมกันไป ในรัฐเนวาดา  สหรัฐอเมริกาถึงกับบริการเหล้าฟรี เพราะต้องการมอมให้ผู้เล่นเมา จะได้ใช้เงินพนันแบบมือเติบ

4)                          ปัญหาครอบครัวจะตามมา เพราะพ่อไม่อยู่กับบ้านเนื่องจากเอาเวลาไปเล่นกาสิโน และไม่เหลือเงินกลับมาเจือจุนครอบครัวมากเท่าที่ควร (ถูกดูดไปหมด) ไม่พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด  ลูกเต้าไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรอาจมีปัญหาต่อสังคมในระยะยาว

 

ส่วนข้อที่มักชอบอ้างกันว่าคนไทยมีนิสัยนักพนันอยู่ในสายเลือดทำยังไงเสียก็ปราบไม่ได้เพราะยังไงคนไทยก็ต้องแอบเล่นการพนันจนได้ สู้เปิดเสรีเสียเลยจะดีกว่า จะได้มาเล่นกันบนดิน รัฐก็มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย  ผู้เขียนใคร่ขอติงว่าหากคิดกันอย่างนี้หมดเราก็คงต้องเปิดอะไรเสรีอีกมากทีเดียว(เพราะอย่างไรก็ปราบไม่ได้) เช่น

-ฮั้วโครงการเสรี

-ซื้อเสียงเลือกตั้งเสรี

-โสเภณีเสรี (ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงเสียด้วย และยังได้รับการยอมรับจากพวกนักสังคมสงเคราะห์อีกด้วย ยังไงก็ควรเปิดเสรีพร้อมกันกับกาสิโนเสียเลย พิจารณาเป็นพรบ.เดียวกันก็ดี จะได้ประหยัดเวลาด้วยกันทุกฝ่าย)

-ซื้อขายยาบ้าเสรี

-รีดไถเสรี(ตอนนี้ความจริงก็เกือบเสรีอยู่แล้ว)

            เมื่อเราเห็นว่าอะไรเป็นลักษณะที่ไม่ดีของคนไทย ก็ควรที่เราจะช่วยกันหาวิธีแก้ไข หรือ บรรเทา ด้วยมาตรการต่างๆ แม้กำจัดได้ไม่หมดอย่างน้อยให้เหลือปริมาณน้อยที่สุดก็ยังดี แต่หากปล่อยตามกระแสความอยากรวยเป็นที่ตั้งโดยการเปิดเสรีมากๆเพื่อให้ได้เงินเข้ารัฐมากๆ สักวันหนึ่งสังคมอาจจะแบกรับไม่ไหว จนเกิดการล่มสลายแบบเฉียบพลันได้ กล่าวคือระบอบอนาธิปไตยจะครองเมืองจนเกินกำลังที่จะปราบได้แม้ประสงค์จะปราบอย่างเด็ดขาดก็ตาม เช่น การกำเริบเสิบสานของแก็งค์มาเฟียในสหรัฐอเมริกา (ที่ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวพันอยู่กับการพนัน)

สิ่งไม่ดีทั้งหลายในสังคม(ซึ่งการพนันเป็นหนึ่งในนั้น)อาจเปรียบได้กับเชื้อโรคที่บ่มเพาะตนเองเพื่อรอวันที่ร่างกายอ่อนแอเมื่อไรก็จะออกอาละวาดเมื่อนั้นซึ่งอาจรุนแรงจนทำลายชีวิตเจ้าของได้ ก่อนที่สังคมเราจะให้การสนับสนุนเพื่อเพาะเลี้ยงเชื้อโรคอีกตัวหนึ่งไว้ในร่างกายเราก็ควรคิดกันอย่างรอบคอบ (เพราะอาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หลังอูฐหักลงได้) นักวิชาการควรต้องแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมด้วยการออกโรงมาแสดงความคิดเห็นช่วยสังคมกันบ้าง เพราะท่านเปรียบเสมือนระบบภูมิคุ้มกันของชาติ แม้หากไม่ช่วยจะอยู่เฉยๆ ก็ยังดี ไม่ควรออกโรงมาสนับสนุนเสียเอง

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
popcorn วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/popcorn

คำว่า "พอเพียง" เดี๋ยวนี้ลืมกันไปหมดแล้วใช่ไหม
อยากบอกว่า รัฐจะทำอะไรก็เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี มีสุข ไม่ใช่อะไรๆ ก็มองแต่เรื่องเงินอย่างเดียว ประเทศต้องพัฒนา คนส่วนหนึ่งได้ประโยชน์ แต่ประชาชนตาย สรุปแล้วเข้ามาทำประโยชน์เพื่อใคร

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นิสัยคนไทยเมื่อชอบการพนันก็เปิดไปเถอะ...
ดีกว่าเงินรั่วไหลไปนอก
แต่ถ้าใครทำผิดกฎหมาย กล้าลงโทษจริงไหมล่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อ่านเสร็จเรียบร้อย เข้าใจ.....ทุกข้อความที่ท่านริหรี่เขียนไว้
และผมมาเขียนเมนท์ใหม่ว่า
.
ได้อย่าง....เสียหลายอย่าง.........
.
.
ขอบพระคุณครับ
เมื่อวานผมถึงกล่าวประชดไว้ว่า....กล้า ๆ หน่อย....
.
พระยังไม่ออกมาโวยนะครับ....ครูเริ่มออกมาโวยกันแล้ว
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมมาเซ็นต์ชื่อไว้ก่อน และผมจะไปนั่งอ่านช้า ๆ
และเม้นท์ข้อความไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
"ได้อย่างเสียอย่างครับ"
.
ว่ากันไปเถอะ....
ประเทศไทยไม่ใช่ของผมคนเดียว
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]