• ผู้ชายเจ้าชู้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ultra-presale@outlook.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-08
  • จำนวนเรื่อง : 70
  • จำนวนผู้ชม : 374721
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
ผู้ชายเจ้าชู้ชวนชิม
ผู้ชายเจ้าชู้ชวนชิม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ultrataro
วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน 2551
Posted by ผู้ชายเจ้าชู้ , ผู้อ่าน : 11721 , 12:22:39 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

 

 

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ความง่าย อร่อย และราคาถูก ทำให้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด  จนอาจจะพูดได้ว่า "ทุกวันนี้อาหารที่คนทั่วโลกรับประทานมากที่สุดคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" ก็คงไม่ผิดจากความเป็นจริงเท่าไหร่

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศญี่ปุ่น  โดยนาย  อันโด โมโมฟุกุ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท นิชชิน

วันที่ 25 สิงหาคน ปี 1958  ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นประสบกับปัญหาข้ามยากหมากแพง  ทำให้ชาวญี่ปุ่นต้องทานแต่อาหารที่ราคาถูกและสะดวกในการทำหรือหาทาน  ซึ่งก็คือ ราเมน

วันหนึ่งของฤดูหนาวในโอซาก้า  นาย อันโด ได้เห็นสภาพของชาวญี่ปุ่นที่ยืนเข้าแถวยาวเหยียด  เพียงเพื่อรอทานราเมนแค่ 1 ชาม เพื่อเป็นอาหารคลายหนาว  ทำให้นาย อันโด ได้พยายามคิดค้น ราเมนที่ สามารถทำทานเองที่บ้าน เก็บไว้ได้นาน และราคาถูก ขึ้นมา  จนในที่สุดก็ได้ "ชิกิ้นราเมน" ขึ้นมา

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตอนแรก ทำโดยนำเส้นราเมนที่ได้จากผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่(โทริคะระ)  ทอดในน้ำมันปาล์มเพื่อไล่ความชื้นออกไป  ทำให้เก็บไว้ได้นานและแค่เพียงเติมน้ำร้อน   เส้นก็จะคืนสภาพเดิมสามารถกินได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติมเลย  เพราะว่าเส้นผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่แล้ว (ในตอนแรก ชิกิ้นราเมนมีราคาอยู่ที่ 35 เยน)

ในปัจุบัน ชิกิ้นราเมน ก็ยังเป็นรสที่ขายดี ที่ยังคงความอร่อยมาอยู่ถึงทุกวันนี้

ต่อมา นาย อันโด ก็ได้ ก่อตั้งบริษัทนิชชินขึ้นมา  และได้พัฒนาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติและรูปแบบอื่นๆขึ้นมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น "คัพเมน" ที่ได้แนวคิดมาจากการทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของคนอเมริกา (ในตอนแรกนั้นภาชนะที่ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะเป็น ชาม แต่เพียงอย่างเดียว)

สำหรับ คัพเมน(หรือคัพนู้ดเด้ล)นั้นยังมีเกร็ดที่มาของความนิยมอยู่  คือในตอนแรกนั้น ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก  จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์การลักพาตัวประกันโดยกลุ่มต่อต้านจักรวดิญี่ปุ่น ที่จังหวัดนากาโน่ 

ในเวลานั้นได้มีการถ่ายทอดสดตลอดเวลา ต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 10 วัน อีกทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ญี่ปุ่น(90%)  และนอกจากภาพเหตุการณ์การละกพาตัวประกันแล้ว ยังมีภาพของคนที่กำลังทาน คัพนู้ดเด้ลในสถานที่เกิดเหตุด้วย (ปกติคนญี่ปุ่นจะทานข้างกล่องหรือ เบ็นโตะ แต่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์นั้น เป็นช่วงอากาศหนาวเย็น ทำให้ข้าวกล่องแข็งจนทานไม่ได้)

คนญี่ปุ่นจึงได้รู้จัก คัพนู้ดเดิ้ล ในวงกว้าง และเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกจนเป็นอาหารที่คนทานมากที่สุดในโลก

(ถ้าจะย้อนประวัติของ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คงต้องย้อนไปถึง "โลเมียง" ซึ่งเป็นภาษาจีน ที่แปลว่า "บะหมี่ที่ต้มแล้ว" บะหมี่แบบจีนเป็นอาหารที่นิยมอย่างมากในเมืองซับโปโร  และพื้นที่อื่นของประเทศญี่ปุ่น)

 

สำหรับประเทศไทย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้เข้ามาราวปี พ.ศ. 2514-2515  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกในประเทศคือ "ซันวา"  ที่มีต้นแบบมาจากบะหมี่ญี่ปุ่นที่ต้องต้มก่อนทาน  ส่วน "มาม่า" เป็นยี่ห้อที่ 3-4 ของประเทศไทย หาใช่ ยี่ห้อแรกอย่างที่ใครๆเข้าใจกัน

"มาม่า" จัดเป็น "Generic Name" หรือชื่อสามัญที่คนไทยในปัจจุบันใช้เรียก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป   ซึ่งแสดงถึงPowerของยี่ห้อ มาม่าได้เป็นอย่างดี

(จากการสำรวจของบริษัท ซินโนเวต ในปี 2007 มาม่าเป็นตามสินค้าอันดับ 2 ที่ผู้บริโภคชาวไทยนึกถึง  ส่วนอันดัน 1 คือ โนเกีย)

ผู้ให้กำเนิดมาม่าคือ  บริษัท ไทยเพรซิเด้นท์ ฟูดส์ จำกัด(มหาชน) หรือ TF ซึ่งอยู่ใต้ร่มธงของเครือสหพัฒน์ 

(บริษัทไทยเพรซิเด้นท์ ฟูดส์ จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2515)

สาเหตุที่มาม่าได้รับความนิยมอย่างมากและต่อเนื่องนั้น  ถ้าวิเคราะห์ตามหลัก 4Ps คือ

Price ราคาที่ ถูก คือ 5 บาท โดยที่ทางสหพัฒฯได้เน้นที่ กลยุทธ์ Pricing เป็นอย่างมาก  ทำให้มาม่ามีราคาขายแค่ 5 บาท เป็นเวลานานถึง 10 ปี

Place มาม่ามีวางจำหน่ายทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย ห้างสรรพสินค้า หรือแผงหาบเร่ อีกทั้งยังครอบคลุมทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ที่ยากจะเข้าถึง(หมู่บ้านบนเขาหรือเกาะกลางทะเล)

Product มาม่ามีหลายรสชาติให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น รสหมูสับ ต้มยำ ฯลฯ และมาม่ามักจะเป็นผู้นำทางด้านการคิดค้นรสชาติใหม่ๆเสมอ

Promotion มาม่ามีโปรโมชั่นการขายสินค้าที่หลายหลากและต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ลด แลก แจก แถม ซึ่งเปลี่ยนสลับกันอย่างต่อเนื่องมาตลอด

นอกจากนี้ มาม่า ยังใช้กลยุทธ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม(Value Added) ด้วยวิธีการนำเสนอในรูปแบบ ถ้วยและชาม ที่เน้นความสะดวกในการทาน  และยังสร้างภาพลักษณ์ให้กับยี่ห้อด้วยการ ออก แบบถ้วยกระดาษ ที่เน้นถึงความอนุรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

ปัจจุบัน คนไทยทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 6 ล้านซองต่อวัน และเป็นการทานมาม่ามากกว่า 50%

 

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในยุคศตวรรษที่ 50 จนถึงปัจจุบัน และยังคงเป็นอาหารที่มีคนรับประทานในปริมาณต่อหน่วยต่อบุคคลมากที่สุด(ในกลุ่มชนชั้นกลางและกลางล่าง) อีกทั้งยังเป็นอาหารที่มีทานแทบจะทุกชนชาติ  ทั้งๆที่ถือกำเนิดมาแค่ครึ่งศตวรรษ 

จึงสามารถพูดได้ว่า

"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เป็นอาหารแห่งยุคศตวรรษที่ 50 จนถึงปัจจุบัน"

 

พูดมาตั้งเยอะล่ะ เรามาทำมาม่าทานกันดีกว่าครับ  เมนูนี้ ผมได้ความคิดจาก การบ่นของเพื่อนสนิทผมคนนึง ที่บ่นว่า "แค่มาม่ามรึงใช้เวลาทำ ครึ่งชั่วโมง"  ผมก็เลย  อืมมม...ก็เห็นบอกว่าอยากทานอาหารที่ ง่ายๆแต่มีวิธีทำที่พิเศษไม่ใช่หรอ?

มาม่าเมนูนี้ ผมดัดแปลงให้เป็นอาหาร Fission Food สไตล์ East meet West  ครับเป็นอีกรูปแบบที่พัฒนามาจาก มาม่าที่ผมได้ทำให้เพื่อนทานในวันนั้น

 

DSCF0170.jpg picture by ultrataro

ส่วนผสมก็มี

1 มาม่า

2 ไข่ไก่

3 มะเขือเทศ

4 กะหล่ำปลี

5 แครอท

6 ถั่วลันเตา

7 เก๋ากี่

8 ดอกไม้จีน

9 รากบัวจีน

10 หูฉลาม(แบบกึ่งสำเร็จหาซื้อได้ที่ ซอนอิศรานุภาพในเยาวราช)

11 หมูสับ

12 ซีอิ๋ว

13 ครีมซุปเบส

DSCF0172.jpg picture by ultrataro

นำส่วนผสมที่ 3-9 มาต้มให้สุก จากนั้น แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง ใส่ไข่ขาวลงไป และน้ำ หูฉลามลงไปต้ม แล้วตักออกมา

DSCF0173.jpg picture by ultrataro

เอาครีมซุปเบส 5 ช้อนพูน ละลายน้ำ

(ครีมซุปเบสหาซื้อได้ที่ วิลล่า มาเก็ต)

DSCF0175.jpg picture by ultrataro

เอาไข่แดงลงไปลวก ให้พอสุกนิดๆ(นิดๆจริงๆ) แล้วเทครีมซุมที่ละลายน้ำแล้วเทลงไป (ตรงนี้ใช้ไฟกลางหรืออ่อน) หมั่นคน จนสุก

ทีนี้มาดูการจัดใส่จานกันนะครับ

DSCF0176.jpg picture by ultrataro

นำเส้นมาม่าใส่ตรงกลางจาน

(ถ้าใครชอบเส้นแบบนิ่มๆก็เอาเส้นไปลวกก่อน)

DSCF0177.jpg picture by ultrataro

วางรากบัวที่ตรงกลาง

ทั้งข้างบนและข้างล่างเส้น

DSCF0178.jpg picture by ultrataro

วางถั่วลันเตากับมะเขือเทศแบบนี้(ตักจากหม้อที่ต้น)

DSCF0179.jpg picture by ultrataro

ตักน้ำซุปและเครื่องใส่ โป๊ะไข่แดงไว้ตรงกลาง  วางหูฉลามรอบๆไข่แดง แค่นี้เป็นอันเสร็จแล้วครับ

การจัดจานอาจจะจัดแบบอื่นก็ได้นะครับ ตามแต่ชอบครับ  แต่ถ้าอยากให้สวยจริงๆก็ควรจะตักเอาเครื่องใส่ที่ด้านล้างของเส้น ก่อน เวลาจัดจานจะได้แค่ใส่ซุปลงไป เครื่องจะได้ไม่รบกวนความสวยด้านบน ครับ ^^

ส่วนผสม ก็ดัดแปลงกันได้ตามสบายเลยครับ  ใครชอบอะไรก็ใส่ลงไปได้เลยครับ ตามแต่ชอบครับ ^0^

ลองๆทำทานกันดูนะครับ

 

  

 

ปล.

- ลองๆทำทานกันดูนะครับ ^0^

- วันนี้ออกแนวกึ่งการตลาด+ชวนชิมนิดๆครับ ^^

- ใส่มาม่าแบบแข็งๆลงไป แต่พอเจอน้ำร้อนราดแป๊บๆก็นิ่มๆครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบทานมาม่าแบบแข็งๆอะครับ รู้สึกมันกรอบๆดี

- ทีนี้ก็รู้กันแล้วนะครับว่า ผู้ชายเจ้าชู้ทานมาม่าแบบไหน 55555

 

อาหารแห่งยุคศตวรรษที่ 50 จนถึงปัจจุบัน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kokuril วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 02.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kokuril

ครีมซุบเบส เป็นไงหว่า ไว้คงต้องไปหาดูตามซูเปอร์มาเก็ตบ้างแฮะ

ผมดูแล้วงงๆ เล็กน้อยตรงที่ว่า ที่ต้มผักสารพัดนั่น ต้มเสร็จแล้วเอาผักมาวางเฉยๆเหรอครับ ส่วนน้ำราดก็เอา ซุบเบสกับไข่แดง เอาไปเคี่ยวเหรอครับ

ว่าแต่ปริมาณผักในหม้อทองเหลือง ไม่สัมพันธ์กับในจานเลยแฮะ ทำแล้วกินได้กี่จานอ่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Devil_Cat วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DevilCat

โอ้ว..ว หรูโค-ตร

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
joeyman วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind


น่ากินจังเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ดีจัง..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
apooh วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]