• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 208428
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1541 , 12:34:07 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มุสิกะตะวัน โหวตเรื่องนี้

(เรียงตามวันเดือนปีเกิด)

Confucius (
ขงจื๊อ 551-479 BC): เมื่อมหามรรคามีชัย ก็มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มที่เพื่อทุกคน โดยไม่มีการถือเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว . . . นี่คือยุคแห่งทรัพย์สินร่วมกันอันยิ่งใหญ่แห่งสันติภาพและความรุ่งเรือง [1]

Plato (427-347 BC):
เมื่อมีภาษีเงินได้ ผู้ที่ยุติธรรมจะจ่ายมากกว่า และผู้ไม่ยุติธรรมจะจ่ายน้อยกว่า สำหรับรายได้จำนวนเท่ากัน [2]

Aristotle (384-322 BC):
ที่ดินทั้งหมด (ของ Attica) อยู่ในมือของคนไม่กี่คน และถ้าผู้เพาะปลูกไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ดิน เขาก็อาจถูกพันธนาการหรือกลายเป็นทาส [3]

Pliny the Elder (23-79 AD):
การผูกขาดที่ดินนำหายนะมาสู่โรม [3]

Pope Saint Gregory the Great (540-604 AD):
ผู้ถือเอาของขวัญจากพระเจ้าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวแสร้งทำโดยไร้ผลว่าตนเป็นผู้สุจริต . . . . เพราะโดยครอบครองเครื่องหาเลี้ยงชีพของคนจนดังนี้ พวกเขาคือฆาตกรสำหรับผู้ซึ่งตายทุกวันเพราะความขาดแคลนสิ่งนั้น [2]

John Locke (1632-1704):
แผ่นดินเป็นสิทธิเก็บกินของผู้มีชีวิตและถูกประทานมาเป็นสมบัติร่วมกันสำหรับมนุษย์อยู่อาศัยและทำงาน [2]

Baruch Spinoza (1632-1677):
ที่ดินทั้งหมดควรเป็นทรัพย์สินสาธารณะ [3]

William Penn (1644-1718):
ถ้าทุกคนเป็นผู้เช่าที่ดินสาธารณะและมีการนำธัญญาหารส่วนเกินและการใช้จ่ายส่วนเกินไปให้แก่ส่วนที่ขาด ก็จะไม่ต้องมีการเก็บภาษีต่าง ๆ อีกต่อไป [3]

Voltaire (1694-1778):
ผลแห่งแผ่นดินคือมรดกร่วมกันของทุกคน ซึ่งทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน [1]

Jean Jacques Rousseau (1712-1778):
จะเป็นอันหมดหวังสำหรับท่านถ้าท่านลืมว่าผลแห่งแผ่นดินเป็นของเราทุกคน และแผ่นดินเองมิใช่ของใคร ๆ [1]

Mirabeau the Elder (1715-1789):
การใช้ระบบภาษีที่ดินจะเป็นความก้าวหน้าทางสังคมเทียบได้กับการค้นคิดใช้การเขียนและเงินตรา [3]

Adam Smith (1720-1790):
ทั้งค่าเช่าที่ดินที่ตั้งอาคารและค่าเช่าที่ดินเกษตรต่างเป็นรายได้ชนิดที่ส่วนมากเจ้าของได้รับโดยตนเองมิต้องเอาใจใส่หรือสนใจ ถึงแม้จะเก็บเอาส่วนหนึ่งของรายได้นี้จากเจ้าของมาเป็นค่าใช้จ่ายของรัฐก็จะไม่ทำให้เกิดการท้อถอยแก่อุตสาหกรรมชนิดใด ๆ . . . . ดังนั้นค่าเช่าที่ดินที่ตั้งอาคารและค่าเช่าที่ดินเกษตรอาจเป็นรายได้ชนิดที่สามารถจะเก็บภาษีเป็นพิเศษได้ดีที่สุด [1]

Thomas Paine (1737-1809):
มนุษย์มิได้สร้างแผ่นดิน . . . นั่นคือมูลค่าของการปรับปรุงเท่านั้น และมิใช่แผ่นดินเองที่เป็นทรัพย์สินของแต่ละบุคคล . . . เจ้าของที่ดินทุกคนเป็นหนี้ค่าเช่าต่อชุมชนสำหรับที่ดินที่เขาถือครอง . . . จากค่าเช่าที่ดินนี้ . . . ข้าพเจ้า . . . เสนอ . . . ตั้งกองทุนแห่งชาติ ซึ่งจากกองทุนนี้จะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ทุกคน [3]

Thomas Jefferson (1743-1826):
แผ่นดินเป็นสิ่งประทานมาให้เป็นสมบัติร่วมกันสำหรับมนุษย์จะได้ทำงานและอยู่อาศัย . . . ถ้ามีที่ดินว่างเปล่าและมีคนจนที่ไม่มีงานทำไม่ว่าในที่ใดในแผ่นดินใด ก็ชัดเจนว่ากฎแห่งทรัพย์สินได้ถูกขยายออกมากไปจนละเมิดสิทธิโดยธรรมชาติ [1]

Simonde de Sismondi (1773-1842):
โดยทั่วไปเมื่อไม่มีที่ดินว่างอีกแล้ว เจ้าของที่ดินก็จะมีอำนาจผูกขาดชนิดหนึ่งเหนือผู้อื่นในโลก [1]

John Stuart Mill (1806-1873):
เจ้าของที่ดินรวยขึ้นขณะนอนหลับโดยไม่ต้องทำงาน เสี่ยง หรือ หาทางประหยัด การที่ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการใช้ความพยายามของทั้งประชาคม ควรเป็นของประชาคม มิใช่เป็นของปัจเจกชนผู้ถือกรรมสิทธิ์ [1]

Pierre Joseph Proudhon (1809-1865):
ตราบใดที่ยังมีการดำรงการผูกขาดที่ดิน จะมีไม่กี่คนที่สามารถเป็นเจ้าของสิ่งที่ธรรมชาติได้ให้เปล่าแก่ทุกคน และการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจะแผ่ไปทั่วทั้งสังคม และเราจะมีธนาคาร ซึ่งแทนที่จะเป็นผู้รับใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้า จะกลายเป็นผู้ขู่กรรโชกที่ทรงอิทธิพล [3]

Abraham Lincoln (1809-1865):
ที่ดิน แผ่นดินโลก ที่พระเป็นเจ้าประทานแก่มนุษย์เพื่อเป็นบ้าน เป็นหนทางยังชีพ และค้ำจุนเขา ไม่ควรกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด บรรษัทใด สังคมใด หรือรัฐบาลอมิตรใด มากไปกว่าอากาศหรือน้ำ [1]

Karl Marx (1818-1883):
การผูกขาดที่ดินคือมูลฐานแห่งการผูกขาดทุน [1]

 

 : จากมุมมองของรูปแบบทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นของสังคม การให้เอกชนบางคนมีกรรมสิทธิ์ในแผ่นดินโลกเป็นความเฉาโฉดเหมือนกับการให้บุคคลหนึ่งมีกรรมสิทธิ์ในอีกบุคคลหนึ่ง แม้แต่สังคมหนึ่ง หรือแม้แต่ทุกสังคมรวมกัน ก็ไม่ใช่เจ้าของแผ่นดินโลก พวกเขาเป็นเพียงผู้ครอบครอง ผู้ใช้แผ่นดินโลก และจะต้องส่งต่อไปยังชนรุ่นหลัง ๆ ในภาวะที่ดีขึ้น เสมือนบิดาที่ดีของครอบครัว [3]

[จากเอกสารเรื่อง Henry George and Karl Marx ที่ Frank McEachran เสนอในการประชุมระหว่างประเทศของกลุ่มผู้นิยมจอร์จที่ลอนดอนในเดือนกันยายน ค.ศ.1936 มีข้อความตอนหนึ่งว่า พวกเสรีนิยมอ้าง และแม้แต่มาร์กซ์เองก็เห็นด้วย ว่ามูลฐานหลักของการขูดรีดโดยทางประวัติศาสตร์ คือ การกั้นรั้วล้อมที่ดิน
และถ้าที่ดินเป็นเสรีอย่างแท้จริง (น่าจะหมายถึงไม่ถูกเก็งกำไรเก็บกักไว้)
การผูกขาด มูลค่าส่วนเกินก็จะเกิดขึ้นไม่ได้] [4]

Herbert Spencer (1820-1910):
สิทธิของแต่ละคนที่จะใช้ประโยชน์จากแผ่นดิน ซึ่งจำกัดก็แต่โดยสิทธิเช่นเดียวกันของเพื่อนมนุษย์นั้น สามารถจะพิสูจน์เชิงนิรนัยได้ทันทีจากกฎเสรีภาพเท่าเทียมกัน เราเห็นว่าการดำรงสิทธินี้ทำให้ต้องห้ามมิให้เอกชนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน [1]

Count Leo Tolstoy (1828-1910):
วิธีที่มิต้องสงสัยเลยวิธีเดียวในการปรับปรุงฐานะของคนงาน ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นไปตามพระประสงค์แห่งพระผู้เป็นเจ้าด้วย คือการปลดปล่อยที่ดินจากการยึดครองของเจ้าที่ดิน . . . . แผนการที่ยุติธรรมที่สุดและปฏิบัติได้ดีที่สุดในความเห็นของข้าพเจ้าคือแผนของเฮนรี จอร์จที่เรียกกันว่าระบบภาษีเดี่ยว [1]


: ความอยุติธรรมของการยึดเอาที่ดินเป็นทรัพย์สินส่วนตัวเป็นที่รับรู้กันมานานแล้วในหมู่นักคิด แต่เพิ่งมาเห็นชัดว่าจะยกเลิกความอยุติธรรมนี้ได้โดยวิธีใดก็ต่อเมื่อมีคำสอนของเฮนรี จอร์จแล้ว [1]

Mark Twain (Samuel Langhorne Clemens 1835-1910):
แผ่นดินโลกเป็นของประชาชน ข้าพเจ้าเชื่อคำสอนเรื่องภาษีเดี่ยว [1]

Henry George (1839-1897):
เราเสนอให้ยกเลิกภาษีทุกชนิดยกเว้นภาษีอย่างเดียวที่คิดจากมูลค่าที่ดิน (land values) โดยไม่รวมมูลค่าของสิ่งปรับปรุง (improvements) [5]


: . . . วิธีแก้ไขง่าย ๆ แต่ได้ผลใหญ่หลวง ซึ่งจะยกค่าแรงขึ้นสูง เพิ่มผลตอบแทนของทุน กำจัดความข้นแค้น ยกเลิกความยากจน ทำให้มีงานรายได้ดีว่างสำหรับผู้ใดก็ตามที่ต้องการงานทำ ทำให้ไม่มีขอบเขตจำกัดพลังความสามารถของมนุษย์ ทำให้อาชญากรรมลดลง ยกระดับศีลธรรม รสนิยม และสติปัญญา ทำให้การปกครองบริสุทธิ์หมดจดขึ้น และทำให้อารยธรรมเจริญสูงส่งยิ่งขึ้น [6]


: . . .
ในบรรดาภาษีทั้งหลาย ภาษีมูลค่าที่ดินมีคุณสมบัติครบถ้วนที่สุดตามข้อกำหนดแห่งภาษีที่ดี โดยที่ที่ดินนั้นไม่สามารถซ่อนเร้นหรือพาหนีไปได้ ภาษีที่ดินจึงสามารถประเมินได้แน่นอนกว่า และเก็บได้ง่ายกว่าโดยสิ้นเปลืองน้อยกว่าภาษีอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ไม่มีผลถ่วงการผลิตหรือลดแรงจูงใจในการผลิตเลย ที่จริงแล้วมันเป็นภาษีเพียงในรูปแบบ แต่โดยสภาพแล้วมันคือค่าเช่าที่ดิน คือส่วนที่เก็บจากมูลค่าอันมิได้เกิดจากความพยายามของแต่ละบุคคล แต่เกิดจากการเจริญเติบโตของประชาคม เพื่อนำมาใช้ประโยชน์สำหรับประชาคม เพราะสิ่งที่เจ้าของหรือผู้ใช้ที่ดินแต่ละคนทำนั้นมิได้ไปทำให้ที่ดินมีมูลค่าขึ้น มูลค่าที่แต่ละคนก่อคือมูลค่าที่เกิดกับสิ่งปรับปรุง มูลค่านี้ ซึ่งเป็นผลแห่งการใช้ความพยายามของแต่ละบุคคล ย่อมเป็นของแต่ละบุคคลโดยชอบ [7]

Daniel C. Beard (1850-1941):
ข้าพเจ้าเคยมีและยังมีความบูชาอย่างมากในความจริงแห่งคำประกาศเอกราชอันน่าอ้ศจรรย์ของเจฟเฟอร์ซัน ความจริงซึ่ง ด้วยเหตุผลบางประการ ไม่สามารถทำให้เป็นจริงหรือปฏิบัติได้เพราะอุปสรรคสำคัญบางอย่าง และข้าพเจ้าไม่เคยรู้เลยว่าอุปสรรคนั้นคืออะไร จนกระทั่งได้มาอ่านหนังสือ
Progress and Poverty [1]

George Bernard Shaw (1856-1950):
ค่าเช่าที่ดินทั้งหมดควรจ่ายเข้ากองทุนของส่วนรวมและใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ [
3]

Woodrow Wilson (1856-1924):
ประเทศนี้ต้องการความคิดที่ใหม่และจริงใจในด้านการเมือง ซึ่งประกาศออกมาอย่างสมเหตุสมผล แจ่มชัด และห้าวหาญ โดยผู้ที่เชื่อมั่นในพื้นฐานของตน พลังของบุคคลเช่นเฮนรี จอร์จ ดูจะมีความหมายเช่นนั้น (Wilson แต่งตั้ง Louis F. Post ผู้นิยมเฮนรี จอร์จ เป็นรัฐมนตรีแรงงาน ซึ่งกำหนดวันแรงงานเป็นวันจันทร์ครั้งแรกของเดือน ก.ย. คือใกล้หรือตรงกับ 2 ก.ย.วันเกิดจอร์จ) [
3]

John Dewey (1859-1952):
เราต้องการน้อยกว่านิ้วของทั้งสองมือ สำหรับจะนับจำนวนผู้ที่เทียบเท่าเฮนรี จอร์จ ในบรรดานักสังคมปรัชญาของโลก นับแต่เปลโตลงมา ไม่มีใคร ไม่มีบัณฑิตจากสถาบันการศึกษาชั้นสูงผู้ใด จะมีสิทธิ์ถือว่าตนเองเป็นผู้มีการศึกษาในด้านความคิดทางสังคมได้ หากเขาผู้นั้นไม่ได้ทำความคุ้นเคยด้วยตัวเอง กับผลงานทางทฤษฎีของนักคิดอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้" [1]

 

 : ข้าพเจ้าไม่อวดอ้างว่าวิธีแก้ไขของจอร์จคือยาครอบจักรวาลที่จะรักษาความป่วยไข้ทั้งหมดของเราได้ตามลำพัง แต่ข้าพเจ้าอวดอ้างว่าเราจะไม่สามารถขจัดความเดือดร้อนขั้นพื้นฐานทั้งหลายของเราได้ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ [8]

David Lloyd George (1863-1945):
เป็นการดีมากที่จะจัดทำร่างพระราชบัญญัติอาคารสงเคราะห์สำหรับชนชั้นแรงงาน แต่จะไม่มีประสิทธิผลจนกว่าท่านจะจัดการเรื่องภาษีมูลค่าที่ดินเสียก่อน [
1]

Sun Yat-sen (
ซุนยัตเซ็น 1866-1925): คำสอนของเฮนรี จอร์จจะเป็นมูลฐานแห่งโครงการปฏิรูปของเรา . . . . [ภาษีที่ดิน] ในฐานะวิธีเดียวสำหรับให้รายได้แก่รัฐบาล เป็นภาษีที่ยุติธรรมอย่างยิ่ง มีเหตุผล และ กระจายตัวอย่างชอบธรรม และเราจะก่อตั้งระบบใหม่ของเราด้วยภาษีนี้ [1]

 

 Mahatma Gandhi (1869-1948): มีพอสำหรับความจำเป็นของทุกคน แต่ไม่พอสำหรับความโลภของพวกเขา [2]

Lord Bertrand Russell (1872-1970):
เป็นความจำเป็นที่ควรมีค่าเช่าที่ดิน แต่ค่าเช่าที่ดินนี้ควรจ่ายให้แก่รัฐหรือหน่วยที่ทำงานบริการสาธารณะ ถ้าค่าเช่าที่ดินทั้งหมดมีมากกว่าที่ต้องการเพื่อการนั้น ก็อาจจ่ายเข้ากองทุนร่วมกันและแบ่งให้ราษฎรเท่า ๆ กัน [
1]

Winston Churchill (1874-1965):
การผูกขาดที่ดินมิใช่การผูกขาดเพียงชนิดเดียว แต่ก็เป็นการผูกขาดที่ใหญ่หลวงที่สุด - เป็นการผูกขาดตลอดกาล และเป็นต้นกำเนิดของการผูกขาดอื่น ๆ ทุกรูปแบบ . . . . ข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะทำให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังชนชั้นหนึ่งชั้นใดขึ้น ข้าพเจ้ามิได้คิดว่าผู้ที่หาเงินจากส่วนเพิ่มจากที่ดินอันมิใช่เกิดจากการลงแรงลงทุนนั้นเลวกว่าบุคคลอื่นที่หากำไรเท่าที่อาจจะหาได้ในโลกที่มีความลำบากนี้โดยไม่เป็นการผิดกฎหมายและเป็นไปตามที่ปฏิบัติกันทั่วไป ที่ข้าพเจ้าโจมตีนั้นไม่ใช่บุคคล แต่เป็นระบบ [
1]

Albert Einstein (1879-1955):
บุคคลเช่นเฮนรี จอร์จ หาได้ยาก ซึ่งนับว่าน่าเสียดาย ไม่มีใครที่จะนึกเห็นความแหลมคมทางปัญญา รูปแบบอันเป็นศิลปะ และความรักยุติธรรมอย่างรุนแรง ซึ่งจะผสมผสานกันอย่างงดงามกว่านี้ได้ [
1]

Helen Keller (1880-1968):
ท่านขอให้สตรีมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน คะแนนเสียงสามารถจะทำให้อะไรดีขึ้นหรือ ในเมื่อที่ดินของบริเตนใหญ่ 10 ใน 11 ส่วนเป็นของคน 200,000 และเพียง 1 ใน 11 ส่วนเป็นของคนที่เหลือของ 40,000,000 ? บุรุษของท่านซึ่งมีคะแนนเสียงหลายล้านเสียงได้ปลดปล่อยตนเองจากความอยุติธรรมนี้แล้วหรือ ? [9]

 

 Aldous Huxley (1894-1963): ถ้าบัดนี้ข้าพเจ้าจะเขียนหนังสือนี้ [Brave New World] ขึ้นใหม่ ข้าพเจ้าจะเสนอทางเลือกที่ 3 . . . ความเป็นไปได้ของความมีสติ เศรษฐศาสตร์จะเป็นแบบกระจายการและแบบเฮนรี จอร์จ [1]

 

 John Kenneth Galbraith (1908-2006): ถ้ามีการเก็บภาษีเท่ากับมูลค่าการใช้ที่ดินรายปีโดยไม่รวมสิ่งปรับปรุง ซึ่งจะทำให้ไม่มีรายได้สุทธิ และดังนั้นก็จะไม่มีมูลค่าทุนของที่ดิน ความเจริญก้าวหน้าจะเป็นไปอย่างมีระเบียบ และผลแห่งความเจริญจะแบ่งออกไปอย่างชอบธรรม (จากThe Affluent Society) [10]

Milton Friedman (1912-2006): 
ตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า ภาษีที่เลวน้อยที่สุดคือภาษีทรัพย์สินที่คิดจากมูลค่าที่ดินโดยไม่รวมสิ่งปรับปรุง อันเป็นประเด็นโต้แย้งของเฮนรี จอร์จเมื่อหลาย ๆ ปีมาแล้ว [1]

 

William Vickrey (1914-1996): มัน [ภาษีมูลค่าที่ดิน] เป็นสิ่งประกันว่าจะไม่มีผู้ใดพรากสิทธิของเพื่อนพลเมือง โดยการแสวงหาส่วนแบ่งที่มากเกินควร ในสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้แก่มนุษยชาติ [11]

Paul Samuelson (1915-2009):
ค่าเช่าที่ดินแท้ ๆ มีสภาพของ "ส่วนเกิน" ซึ่งอาจเก็บมาเป็นภาษีได้อย่างหนัก โดยไม่ทำให้แรงจูงใจผลิต หรือประสิทธิภาพ บิดเบี้ยวไป [
1]

 

Herbert Simon (1916-2001): ถ้าสมมุติว่ามีความจำเป็นต้องเพิ่มภาษี จะเห็นชัดว่าควรเพิ่มต้นทุนของที่ดิน โดยเพิ่มภาษีที่ดิน มากกว่าที่จะเพิ่มภาษีค่าจ้างเงินเดือน . . . การใช้ประโยชน์และการอยู่อาศัยในทรัพย์สินเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความจำเป็นต้องมีบริการต่าง ๆ ของเทศบาล ซึ่งปรากฏว่าเป็นรายการใหญ่ที่สุดในงบประมาณ - - ได้แก่ การป้องกันอัคคีภัยและการคุ้มครองจากตำรวจ การกำจัดสิ่งปฏิกูล และงานสาธารณะทั้งหลาย [1]

James Tobin (1918-2002):
ข้าพเจ้าคิดว่า โดยหลักการ เป็นความคิดที่ดีที่จะเก็บภาษีจากที่ดินโดยไม่รวมสิ่งปรับปรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำไรส่วนทุน (ลาภลอย) ที่ได้เพิ่ม ทฤษฎีกล่าวว่าเราควรพยายามเก็บภาษีจากสิ่งที่มีความยืดหยุ่นน้อยหรือเป็นศูนย์ ซึ่งรวมถึงทำเลด้วย [
1]

Franco Modigliani (1918-2003):
เป็นความสำคัญที่จะรักษาค่าเช่าที่ดินไว้เป็นแหล่งรายได้แหล่งหนึ่งของรัฐ บางคนที่สามารถจะใช้ประโยชน์ที่ดินได้เป็นเลิศอาจไม่สามารถหาเงินได้มากพอสำหรับราคาซื้อ การเก็บค่าเช่าเป็นรายปีจะช่วยให้ผู้ที่มีขีดจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อสามารถเข้าถึงที่ดินได้
[1]

Pope John Paul II (1920 –2005):
การกระจุกตัวอย่างมากของกรรมสิทธิ์ที่ดินทำให้ควรมีการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ไม่มีเหตุผลใด ๆ เลยที่จะมีการกระจุกตัวเช่นนั้น [
3]

Robert Solow (1924- ):
ผู้ใช้ที่ดินไม่ควรได้สิทธิ์ที่ไม่จำกัดระยะเวลาเพียงเพราะการจ่ายเงินครั้งเดียว เพื่อประสิทธิภาพ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอ และเพื่อความยุติธรรม ผู้ใช้ที่ดินทุกคนควรจะต้องจ่ายเป็นรายปีให้แก่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเท่ากับมูลค่าของค่าเช่าในขณะนั้น สำหรับที่ดินซึ่งเขาทำให้ผู้อื่นหมดสิทธิที่จะใช้ [
1]

Joseph Stiglitz (1943- ):
ความคิดหลักที่สำคัญของเฮนรี จอร์จ คือการเก็บภาษีที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ สมัยนั้นผู้คนจะคิดว่าไม่น่ารวมทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆแต่ส่วนสำคัญในความคิดของจอร์จคือค่าเช่าของสิ่งที่ไม่มีความยืดหยุ่นในอุปทาน ซึ่งก็คือ ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และการถือเอาค่าเช่าที่ดินและค่าการนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ เป็นฐานภาษี เป็นประเด็นที่ข้าพเจ้าคิดว่ามีเหตุผลที่ดีมากทีเดียว เพราะมันเป็นแหล่งที่มาของรายได้และเศรษฐทรัพย์ที่ไม่มีผลบิดเบือน ...

 

 จะดีกว่าไหมถ้าเราเก็บภาษีมากขึ้นจากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และหารายได้มากขึ้นจากการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และข้าพเจ้าจะรวมบรรยากาศและคลื่นความถี่เข้าไว้ด้วย และเก็บภาษีน้อยลงจากรายได้และการออม และข้าพเจ้าจะกล่าวว่า "เห็นด้วย" และข้าพเจ้าคิดว่านักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากจะเห็นด้วย ...

ทุกวันนี้มีความเห็นกันว่าเราควรจะเก็บภาษี environmental “bads” เช่น ภาวะมลพิษและสิ่งที่คล้ายกัน และเปลี่ยนจากการเก็บภาษีสิ่งดี ๆ เช่น แรงงาน [กาย, สมอง - ผู้แปล] …. ดังนั้น ประเด็นคือ ทำไมจึงเก็บภาษีจากสิ่งที่มีส่วนช่วยสังคม
?” [12]

: มิใช่เพียงเฮนรี จอร์จถูกต้องที่ว่าภาษีจากที่ดินไม่มีผลบิดเบือน แต่ในสังคมเสมอภาคที่เราสามารถเลือกจำนวนประชากรที่เหมาะที่สุด ภาษีจากที่ดินยังจะให้รายได้เพียงพอสำหรับระดับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล (ที่เลือกว่าเหมาะที่สุด - optimally chosen) อีกด้วย [10]

 

 

 

เชิงอรรถ 

[1] http://cooperativeindividualism.org/georgism_01.html  (ไล่ชื่อสกุลตามลำดับอักษร)
[2]
http://www.earthsharing.org.au/2006/10/13/quotations/
[3] http://progress.org/geonomy/Earth.html 

[4] http://www.cooperativeindividualism.org/mceachran-frank_henry-george-and-karl-marx-1936.html 
[5]
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2010/06/06/ (ภาษาไทย), http://schalkenbach.org/henry-george/the-single-tax/ (ภาษาอังกฤษ)
[6] 
http://utopiathai.webs.com/PP-p395-429bk08.doc หน้า 405-406 (ภาษาไทย)   

[7] http://www.econlib.org/library/YPDBooks/George/grgPFT26.html (para. XXVI.40)

[8] http://progressandpoverty.org/about-the-book-author/notable-quotes/  

[9] http://progress.org/archive/fourquo.htm
[10] http://www.earthsharing.org.au/2006/09/15/orderly-progress-fair-shares 

[11] http://schalkenbach.org/library/SaratogaBatt.pdf (เชิงอรรถ 38: Vickrey)
[12] http://www.wealthandwant.com/docs/Stiglitz_Oct02_interview.htm

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถาม-ตอบท้าย วาทะของนักคิดเรื่องที่ดินและการกระจายรายได้ http://www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=182&c=1 

Reply #2 ตอบกลับโดย : โยชิซูกุ IP ADDRESS : 124.120.14.168 เมื่อ 30/10/2007 , 17:59:25

 สวัสดี พอดีผมว่างเลยเเวะมาเที่ยวซักหน่อย

สำหรับที่ดินผมคิดว่า มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถือเป็นต้นทุนตามธรรมชาติ ที่ไม่ควรจะถือเป็นสิทธิ์ขาดในการครอบครอง ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เเต่ที่ดิน น่าจะถือเป็นทุนร่วมกันของชาวโลก คือ น่าจะเป็นฐานรากสำคัญเพื่อส่วนรวม มันควรจะเป็นทุนที่อยู่ในเงื่อนไขพิเศษ ไม่อยู่ภายใต้กฏใดๆตามปกติ ยากจังเเฮะ หมายถึง ถึงจะมีทุน มีอำนาจ เเค่ไหน ก็มิอาจจะเอามาครอบครอง เป็นส่วนตัว ในขณะที่เปิดโอกาส ให้คนยากจน ได้ใช้ประโยชน์จากที่นั้น ตามความเหมาะสม ดูเหมือนเป็นไปได้ยาก ตราบใด ที่เรายังถือ ที่ดิน เสมือนทุนหนึ่ง ในทางเศรษฐศาสตร์ คุณค่าของที่ดินจะตกต่ำลง


ถ้าอยากให้ "ที่ดิน" เป็นของสูงค่า ต้องเเยกเรื่อง "ที่ดิน" ออกจากระบบความคิดเศรษฐศาสตร์เดิมๆ ให้ได้


ถ้าที่ดิน ไม่ใช่เเค่ปัจจัยหนึ่ง เเต่มีความสำคัญมากกว่านั้น เเน่นอน ว่า สิ่งที่จะนำมายกระดับของคุณค่า ของที่ดิน จะต้องเริ่มจาก ทัศนคติของคนที่มีต่อเรื่องที่ดินจะต้องเปลี่ยน ถ้าตราบใด คนเรา ยังไม่เห็นค่าของที่ดิน หรือ เห็นค่าอยู่ในกรอบเเคบๆ เหมือนเป็นเเค่ปัจจัย เหมือน เงิน เหมือนทุน มีค่าเเลกเป็นเงิน ซื้อได้-ขายได้ การเเก้ปัญหา ก็จะติดอยู่ในวังวน ทางเศรษฐศาสตร์

ไม่รู้จบ


ปัญหา คือ ทำอย่างไร ที่จะทำให้ ที่ดิน มีคุณค่า มากกว่าจะเป็นเพียงต้นทุน หรือ วัตถุ ชิ้นหนึ่ง ตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องของ การทำให้คนในโลกตระหนักถึง คุณค่าของที่ดิน มากกว่าที่มันเป็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นสิ่ง ที่ห้าม-ซื้อขาย ห้ามครอบครอง เป็นสมบัติร่วมกัน เเก่ทุกคน ถ้าจะทำให้คนทั้งโลกให้ความสำคัญเเก่ที่ดิน มีทัศนคติเเบบนี้ ได้ขนาดนี้ จนนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง อาจต้องไปเกี่ยวพันกับหลายๆเรื่อง อาจจะ ปรัชญา ศาสนา การเมือง วิทยาศาสตร์ อะไรเทือกนี้ เเละเเน่นอนว่าหลักการคิด เพื่อยกระดับคุณค่าของ ที่ดิน ให้หลุดพ้นจากกฏเดิมๆ จนนำไปสู่ การเป็นสิ่งสูงค่าที่ถูกสงวนไว้ใช้เพื่อส่วนรวมโดยเเท้จริง มันเป็นไปได้ยาก เพราะ ไม่ค่อยมีใคร คิดถึงเรื่องนี้ หมายถึง หลักการให้คุณค่าเเก่ที่ดิน ที่มีความเกี่ยวโยง กับ ความคิดของคน หรือ เรียกว่า ทัศนคติของคนที่มีต่อเรื่องที่ดิน ที่อยู่นอกเหนือจากการอ้างเเต่หลักทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว


คงต้องรอคนมาคิดเรื่องนี้ให้สมบูรณ์


"
ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับที่ดินนอกกรอบทางเศรษศาสตร์"


เมื่อไหร่ก็ตามที่ "ที่ดิน" ได้รับความสำคัญ มีคุณค่ามากพอ จนหลุดพ้นออกจากการเป็นเเค่ต้นทุนหนึ่งในระบบเศรษฐศาสตร์ ความฝันในการจัดการที่ดินอย่างเป็นธรรมก็ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม


(
ต้องขอโทษที่มั่วเพราะผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องนี้) สวัสดี


Reply #3
ตอบกลับโดย : สุธน หิญ IP ADDRESS : 125.25.204.175 เมื่อ 31/10/2007 , 07:03:05

 

 ขอบคุณคุณโยชิซูกุมากครับ
ผมคิดว่าน่าจะเป็นความคิดเห็นที่มีค่ามากทีเดียว

ถ้าคนชั้นมันสมองอื่น ๆ สามารถมองเห็นความจริงได้แจ่มแจ้งเหมือนคุณโยชิซูกุ โลกนี้ก็คงจะน่ารื่นรมย์ไม่น้อยเลย


ขอให้คุณโยชิซูกุโชคดีมีสุขมาก ๆ ครับ

 

 Reply #4 ตอบกลับโดย : ขามเรียง IP ADDRESS : 202.44.47.160 เมื่อ 14/07/2008 , 13:42:06

 

 จะมีรัฐบาลใดที่กล้าปฏิรูปกฏหมายที่ดินบ้าง?

 

 Reply #5 ตอบกลับโดย : สุธน หิญ IP ADDRESS : 125.25.125.0 เมื่อ 15/07/2008 , 00:12:30

สวัสดีอาจารย์ขามเรียงครับ
ไม่ใช่กฎหมายที่ดินอย่างเดียว (แต่อาจไม่ต้องปฏิรูปกฎหมายที่ดินเลยก็ได้)

เรื่องที่ต้องแก้แน่ ๆ คือภาษี ค่อย ๆ ลดภาษีทุกอย่าง บางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจยกเลิกไปก่อนเลย มีเพิ่มอย่างเดียวคือภาษีที่ดินครับ


ที่จริงเขาก็เพิ่มภาษีที่ดินกันมาบ้าง รัฐบาลทักษิณยังร่างออกมาเลย ที่ว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกสามปีหรืออะไรทำนองนั้นสำหรับที่ดินที่ไม่ทำประโยชน์น่ะครับ ไม่รู้ว่าจะเอาจริงหรือมีลูกเล่นอะไรแอบแฝงหรือเปล่า แต่ท่านเสียหลัก ล้มไปเสียก่อน

 

 ถ้ามีเสียงประชาชนหนุนหลัง หรือประชาชนเลือกคนที่สัญญาว่าจะเพิ่มภาษีที่ดิน ลดเลิกภาษีอื่น ๆ เข้าสภากันมาก ๆ มันก็เป็นไปเองแหละครับ แต่ทำอย่างไรคนจะรู้ถึงผลดีของระบบนี้ และช่วยกันบอกต่อ ๆ กันไป สำหรับสหรัฐฯ เอง เฮนรี จอร์จก็ได้รับความนิยมจากองค์การแรงงานมากทีเดียว การลงแข่งขันรับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 2 ครั้งของเขาก็เพราะองค์การเหล่านี้เรียกร้อง ครั้งแรกเชื่อกันว่ามีการโกงคะแนนให้จอร์จตกลงมาอยู่อันดับ 2 ครั้งที่ 2 เขาตายก่อนเลือกตั้งเพียง 4 วันเพราะสุขภาพไม่ดี ตรากตรำในการหาเสียง งานศพของจอร์จมีผู้คนกว่าแสนคนมาเคารพศพและร่วมขบวนศพไปยังสุสานใน Brooklyn ถ้าได้คนเก่งอย่างเฮนรี จอร์จ และสถานการณ์เอื้ออำนวย นั่นแหละครับ ถึงจะหวังผลอย่างรวดเร็วได้ (แค่เกือบจะได้ครับ)

ความยุติธรรมและผลดีนั้นผมเขียนไว้แล้วใน 
http://th.wikipedia.org/wiki/เฮนรี_จอร์จ  

อิทธิพลความคิดของจอร์จทำให้เมืองต่าง ๆ ในสหรัฐฯ จำนวนมากเก็บภาษีที่ดินมากกว่าภาษีสิ่งปรับปรุง (improvements) ซึ่งภาษีทั้งสองนี้รวมอยู่ด้วยกันในภาษีทรัพย์สิน (Property Tax) ผลก็คือเมืองเหล่านี้มีการสร้าง-ปรับปรุงอาคารเรือนโรงกันมาก เมืองสวยงาม เพราะไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเสียภาษีมากเกินไปจากการที่อาคารเรือนโรงเพิ่มมูลค่าขึ้นมา เรื่องนี้ก็ดูได้จาก WHERE A TAX REFORM HAS WORKED: 28 CASE SUMMARIES ที่ 
http://www.progress.org/geonomy/Numbers.html

ถ้าเราไม่บอกต่อสิ่งดี ๆ แล้ว แปลว่าเรายอมจำนนแล้วละมังครับ


ขอบคุณครับ


Reply #6 ตอบกลับโดย : สุธน หิญ IP ADDRESS : 125.24.104.67 เมื่อ 20/05/2009 , 23:17:50

 

เฮนรี จอร์จ (ค.ศ.1839-1897) เจ้าลัทธิภาษีเดี่ยวจากมูลค่าที่ดินในสหรัฐฯ ได้รับการแนะนำในการกล่าวปราศรัยครั้งท้าย ๆ ครั้งหนึ่งว่า the great friend of labor แต่เฮนรี จอร์จกลับกล่าวว่า "ข้าพเจ้าไม่เคยอวดอ้างว่าเป็น a special friend of labor ขอให้เราเลิกเรียกร้องเอกสิทธิ์พิเศษให้แก่แรงงาน แรงงานไม่ต้องการเอกสิทธิ์พิเศษ ข้าพเจ้าไม่เคยสนับสนุนหรือขอสิทธิพิเศษหรือความเห็นใจเป็นพิเศษแก่คนทำงาน สิ่งที่ข้าพเจ้าเรียกร้องคือสิทธิเท่าเทียมกันของทุกคน” (จากผนวกประวัติของเฮนรี จอร์จ บรรทัดท้าย ๆ ของ Appendix I ใน http://www.henrygeorge.org/madsen/chp27.htm )

 

 คำว่า ที่ดิน ใน The Devil’s Dictionary ของ Ambrose Bierce อธิบายว่าสังคมสมัยใหม่ถือว่าที่ดินคือทรัพย์สินที่เอกชนสามารถเป็นเจ้าของได้ ซึ่งถ้าพิจารณากันจนถึงข้อยุติทางตรรกะ (logical conclusion) แล้ว ก็หมายความว่าคนบางคนมีสิทธิกีดกันคนอื่นไม่ให้มีชีวิต เพราะสิทธิเป็นเจ้าของมีนัยถึงสิทธิครอบครองเด็ดขาด ประเทศที่รับรองกรรมสิทธิ์ของเอกชนในที่ดินจะมีกฎหมายป้องกันการบุกรุก ผลก็คือถ้านาย ก, นาย ข, และนาย ค เป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมด ก็จะไม่มีที่สำหรับให้ ง จ ฉ ช เกิด หรือเกิดมากลายเป็นผู้บุกรุก

 

 Reply #7 ตอบกลับโดย : สุธน หิญ IP ADDRESS : 125.24.152.52 เมื่อ 31/07/2009 , 14:56:44

 

 มูลฐานหลักของการขูดรีด

พวกเสรีนิยมอ้าง และแม้แต่มาร์กซ์เองก็เห็นด้วย ว่า มูลฐานหลักของการขูดรีดโดยทางประวัติศาสตร์ คือ การกั้นรั้วล้อมที่ดิน [เก็งกำไรกักตุนที่ดิน] และถ้าที่ดินเป็นเสรีอย่างแท้จริง การผูกขาดมูลค่าส่วนเกินก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

(
http://www.cooperativeindividualism.org/mceachran_hgeorge_and_kmarx.html )

ในสังคมปัจจุบันเครื่องมือของแรงงานถูกผูกขาดโดยเจ้าของที่ดิน

(
การผูกขาดกรรมสิทธิ์ที่ดินถึงกับเป็น มูลฐานของการผูกขาดทุน)

(
http://www.marxists.org/archive/marx/works/1875/gotha/ch01.htm )

"
จากมุมมองของรูปแบบทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นของสังคม

การให้เอกชนบางคนมีกรรมสิทธิ์ในแผ่นดินโลกเป็นความเฉาโฉด

เหมือนกับการให้บุคคลหนึ่งมีกรรมสิทธิ์ในอีกบุคคลหนึ่ง

แม้แต่สังคมหนึ่ง หรือแม้แต่ทุกสังคมรวมกัน ก็ไม่ใช่เจ้าของแผ่นดินโลก

พวกเขาเป็นเพียงผู้ครอบครอง ผู้ใช้แผ่นดินโลก

และจะต้องส่งต่อไปยังชนรุ่นหลัง ๆ ในภาวะที่ดีขึ้น เสมือนบิดาที่ดีของครอบครัว"

(Das Kapital, vol. III, p. 901-2)

สุธน หิญ 
http://utopiathai.webs.com 

 

Reply #8 ตอบกลับโดย : ohm IP ADDRESS : 110.164.50.166 เมื่อ 23/10/2009 , 00:48:00

มี quote จาก James Tobin เลยนึกถึง Tobin tax ที่เสนอให้เก็บภาษีจากการค้าเงินตราระหว่างประเทศเลย เคยโดนกันมาแล้วตอนมาตรการ 30% 19 ธันวาคม 2549

http://www.kaohoon.com/pg.newspaper/article_detail.aspx?cid=32723

หลักการของภาษีโทบินนั้น นอกจากจะทำให้ระบอบเศรษฐกิจทุนนิยมดูเข้มแข็งขึ้นได้แล้ว ยังสามารถลดคำปรามาสที่ว่า ภาษีของรัฐทุนนิยมนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการกระจายรายได้ระหว่างคนยากจนและร่ำรวย เพราะกติกาของภาษีดูแจ่มชัดยิ่งนัก

ต้นธารของภาษีโทบิน คือ ข้อเสนอแนะของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอเมริกัน เจมส์ โทบินในค.ศ. 1972 ที่ต้องการให้ควบคุมการเก็งกำไรค่าเงินในตลาดระยะสั้นหลังจากการยกเลิกข้อตก ลงเบรตตัน วูดส์ ด้วยการเก็บภาษีธุรกรรมในการปริวรรตเงินทุกครั้งในอัตรา 0.25% เท่ากันทั้งหมด (ต่อมามีการปรับเพื่อความยืดหยุ่นอยู่ระหว่าง 0.1-0.25% ในลักษณะก้าวหน้าแบบขั้นบันได ตามปริมาณเงินของธุรกรรม) แล้วนำเงินได้จากภาษีนี้ไปเพื่อใช้ประโยชน์ในการกระจายความมั่งคั่งแก่ชุมชน ยากจน หรือชาติที่ยากจน เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการผลิตซ้ำใหม่ที่ก่อให้เกิดผลิตภาพสูงขึ้น


เป็นไปตามกระบวนการผันความมั่งคั่งจากนักเก็งกำไรไปสู่มือของคนที่ทำการผลิตหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจโลก


หลักคิดง่ายๆของภาษีโทบินอยู่ที่การถือว่า ธุรกรรมของการเก็งกำไร หรือ แลกเปลี่ยนเงินตรานั้น เป็นแค่การโอน ที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิตซ้ำ หรือ สร้างผลิตภาพใหม่ที่เป็นสวัสดิการสังคมแก่โลกโดยรวม แถมยังก่อให้เกิดความผันผวนที่ควบคุมได้ยากในตลาดเงินขึ้นมาอีกด้วย


http://www.oknation.net/blog/black/2006/12/22/entry-23

 

Reply #9 ตอบกลับโดย : สุธน หิญ IP ADDRESS : 125.24.152.52

 

 ขอบคุณคุณ ohm มากครับ.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 15/06/2011 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ที่ดินไม่เหมือนทุนหรือทรัพย์สินอื่น
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/05/26/
วาทะของนักคิดเรื่องที่ดินและการกระจายรายได้
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/13/
หลักการลดการขาดดุลงบประมาณของโจเซฟ สติ๊กลิตซ์
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2010/12/18/
เชื่อไหมครับ ถ้าภาษีที่ดินต่ำ ค่าแรงจะขึ้นสูงไม่ได้
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2010/11/07/
แก้ปัญหาที่ดินได้ปัญหานายทุนขูดรีดแรงงานจะหมดไปด้วย
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2010/02/06/
เชื้อแห่งความเสื่อมของลัทธิทุนนิยม
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2009/07/05/
ผลดีและความเป็นธรรมของการมุ่งใช้ภาษีที่ดินแทนภาษีแรงงานและทุน
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2009/06/24/

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ขอบคุณครับ เศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยได้มากทีเดียวครับ ท่านที่สนใจรายละเอียด เชิญที่ http://sufficiencyeconomy.org/ หรือ
http://sufficiencyeconomy.blogspot.com/ ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
tengpong วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

แก้ไขนิดนึง

ปลูกเอง ทำกินเอง เหลือก็เก็บขาย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tengpong วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ไม่ต้องขายที่ไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
เก็บที่ดินไว้ทำเกษตรแบบที่วิถีไทยเราชำนาญ
ที่กินเอง เหลือก็เก็บขายมีรายได้เพิ่ม


ผมว่าวิธีของในหลวงศักดิ์สิทธิ์และดีที่สุดครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ยินดีและขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ขอแบ่งปันนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]