• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 207295
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 3081 , 18:07:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(สุธน หิญ แปลจากเรื่อง HENRY GEORGE Social Philosopher and Political Economist โดย Dr Joseph Milne, University of Kent, UK ที่ http://www.users.globalnet.co.uk/~alfar2/george.htm )

ถ้าคนเราใช้ชีวิตตามกฎธรรมชาติ เขาจะมีเสรีภาพที่จะได้รื่นรมย์กับการกลายเป็นจริงอย่างเต็มที่แห่งพรสวรรค์ของเขาและความไฝ่ฝันแต่กำเนิด แต่การใช้ชีวิตตามกฎธรรมชาติหมายถึงเราจะต้องสังเกตบรรดากฎแห่งธรรมชาติและคิดหาเหตุผลไปตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่ากฎธรรมชาติด้านสังคมมนุษย์และการผลิตและการได้รื่นรมย์กับเศรษฐทรัพย์ การที่มีความยากจนอยู่ในทุกสังคม หรือมีข้อจำกัดในการทำให้ความสามารถพิเศษของบุคคลหรือวิชาชีพปรากฏเป็นจริงขึ้นมานั้น คือสัญญาณชัดเจนจากธรรมชาติว่าสังคมมีการจัดระเบียบบางประการที่ขัดกับกฎธรรมชาติ สังคมมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเหมือนกับส่วนอื่น ๆ หรือด้านอื่น ๆ ของโลกหรือเอกภพ และธรรมชาติได้จัดเตรียมให้แก่มนุษย์ไว้ในการจัดระเบียบสรรพสิ่งเช่นเดียวกับสิ่งอื่น ๆ ทั้งหมด ระเบียบของธรรมชาตินี้มีตั้งแต่ความต้องการง่าย ๆ ด้านอาหารและที่อยู่อาศัย เรื่อยไปจนทั่วถึงตลอดทุกชั้นของสังคม ในสถาบันทั้งปวง รัฐบาล วัฒนธรรม และความต้องการทางจิตวิญญาณที่จะเข้าถึงสัจธรรมขั้นสูง แต่สังคมมนุษย์ไม่เหมือนสัตว์อื่น ๆ ในโลกตรงที่การบรรลุผลมิใช่เป็นโดยกฎสัญชาตญาณที่เป็นเสมือนเครื่องจักร แต่เป็นโดยพลังแห่งเหตุผลและวิสัยทัศน์ของมนุษย์ คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่คิด และเฉพาะแต่โดยการคิดและการเข้าใจอย่างฉลาดในธรรมชาติของสิ่งต่างๆ เท่านั้น คนจึงจะสามารถบรรลุถึงแห่งที่อันเหมาะสมของตนในการจัดระเบียบของธรรมชาติ ถ้าขาดความคิดเช่นนี้ คนก็ยังไม่เป็นมนุษย์ ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่รู้จักไตร่ตรอง คนจะถึงซึ่งความเป็นมนุษย์ก็แต่โดยการไตร่ตรอง (reflection) และการไตร่ตรองเช่นนี้คือการเรียกร้องต่อมนุษย์ภายในนิเวศวิทยาของเอกภพ

คำถามที่ว่าคนควรใช้ชีวิตอยู่ภายในระเบียบธรรมชาติของเอกภพอย่างไรนั้นได้เป็นคำถามศูนย์กลางแห่งการสอบสวนทางปรัชญาที่แท้จริงทั้งปวงและของศาสนา แต่การหยั่งรู้ของปราชญ์และนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ได้เป็นที่รู้กันในคนทั่วไป ดังนั้นคนเราจึงใช้ชีวิตแบบตามืดบอดภายในรูปแบบของจักรวาลด้วยความไม่พอใจเพราะปัญญาของเขากระซิบบอกแผ่ว ๆ ว่าบางสิ่งที่สำคัญได้ขาดหายไปในการจัดระเบียบของสังคม คนเรารู้ว่าเขายังไม่เป็นตัวของตัวเองหรือมีเสรีภาพอย่างแท้จริง การรู้เช่นนี้เป็นการเรียกร้องธรรมชาติของเขาเองให้หาความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติที่แท้จริงของสังคมภายในการจัดระเบียบสรรพสิ่งตามธรรมชาติ

การศึกษากฎธรรมชาติเป็นส่วนที่สำคัญของการศึกษาที่แท้จริงทั้งหลายและเป็นหัวใจของทุกสาขาวิชา ปรัชญาสังคมและรัฐศาสตร์คือสองสาขาวิชาที่แสวงหากฎธรรมชาติต่าง ๆ ของประชาคมมนุษย์ และนักคิดสำคัญที่สุดผู้หนึ่งในกรณีนี้คือเฮนรี จอร์จผู้ได้ทำความเข้าใจกับกฎธรรมชาติในงานเขียนสำคัญของเขาเรื่อง Progress and Poverty กฎเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการผลิตและการแลกเปลี่ยนเศรษฐทรัพย์ซึ่งทำให้เกิดความมั่นใจในการได้รับสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคนอย่างง่าย ๆ และเหนือสิ่งจำเป็นเหล่านี้ก็คือขอบเขตอันไม่จำกัดแห่งความสามารถพิเศษของมนุษย์ซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกันแก่ทุกคน แม้แต่ธรรมชาติเอง

นับเป็นสิ่งพิเศษที่ความเข้าใจในธรรมชาตินี้เปิดโอกาสให้สังเกตเห็นและไตร่ตรองได้ง่าย ๆ แต่สังคมก็ยังไม่มีตาที่จะสังเกต ดังนั้นจึงยังต้องยากจนและมีความไม่พอใจต่อไป ทำให้เกิดความคิดผิด ๆ (false notions) ในธรรมชาติ บังคับธรรมชาติไปสู่วิถีที่ไม่เป็นธรรมชาติ และไม่สามารถมองเห็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงมิได้และทำนายได้ง่ายๆ การไม่เห็นกฎธรรมชาติทำให้ชาติต่าง ๆ ทุ่มความเชื่อถือและความหวังโดยไร้ผลให้แก่อุดมการณ์ (ideologies) ซึ่งไม่มีรากฐานมาจากความเป็นจริง หรือให้แก่ผู้นำที่จะใส่ใจดูแลสิ่งต่างๆ สำหรับคนส่วนมาก แต่ความจริงที่แจ่มแจ้งก็คือคนเราจะสามารถใช้ชีวิตและมีปฏิสัมพันธ์ (interact) กับโลกรอบตัวได้ตามส่วนกับระดับที่เขามองเห็นโลกได้ชัดเจน ถ้าคนคิดผิดหรือคิดแบบตามืดบอด เขาก็จะใช้ชีวิตแบบนั้น เพราะคนคิดอย่างไรก็จะปรากฏออกมาในวิธีการดำเนินชีวิตของเขา มิใช่กลับกัน

ในหนังสือ Progress and Poverty เฮนรี จอร์จอธิบายเหตุผลว่าทำไมเมื่อสังคมเจริญก้าวหน้าออกไปและเศรษฐกิจเติบโต ความยากจนจึงเกิดขึ้น ในขณะที่การผูกขาดที่ดินค่อยๆ ดูดเอารายได้ของสังคมตามธรรมชาติไปและเริ่มทำให้การผลิตเศรษฐทรัพย์ใหม่ๆ ง่อยเปลี้ย และอธิบายว่าภาษีที่เก็บจากการผลิต [หมายรวมถึงการแลกเปลี่ยนค้าขาย] ทำให้เศรษฐกิจง่อยเปลี้ยมากขึ้นไปอีกอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการนี้โดยละเอียด เขาได้วิเคราะห์ปัจจัยการผลิตทั้งสาม คือ ที่ดิน แรงงาน และ ทุน อย่างระมัดระวัง แสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจผิดในปัจจัยเหล่านี้เกือบจะเป็นการทั่วไปอย่างไร แล้วเขาก็อธิบายให้เกิดความเข้าใจแจ่มชัดขึ้นในศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่สำคัญๆ เช่น ค่าแรง ค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย มูลค่า เงินตรา และอื่น ๆ โดยแสดงให้เห็นอีกว่าบรรดานักเศรษฐศาสตร์เข้าใจผิดในปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้อย่างไร

จอร์จอธิบายต่อไปว่าโดยการยกเลิกภาษีทุกรูปแบบที่เก็บจากการผลิตหรือจากค่าแรง สังคมมีรายได้ตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากมูลค่าที่ดินอย่างไร ซึ่งมูลค่านี้ประชาคมส่วนรวมเป็นฝ่ายทำให้เกิดขึ้น ดังนั้นจึงเป็นของประชาคมโดยชอบธรรม ค่าเช่าทางเศรษฐกิจนี้เป็นแหล่งรายได้ที่เหมาะสมสำหรับรัฐบาล และไม่สามารถหลบซ่อนหรือแสวงหาประโยชน์ได้ไม่ว่าโดยเจ้าของที่ดินหรือรัฐบาลเอง ภาษีนี้เป็นธรรมชาติและยุติธรรม และดังนั้นจึงไม่ขัดขวางการผลิตเศรษฐทรัพย์แต่อย่างไร และจะขจัดคำสาปแห่งการว่างงานไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการว่างงานนี้การผูกขาดที่ดินก่อให้เกิดขึ้นโดยตรง

เขาอธิบายว่าสังคมที่เป็นธรรมเท่านั้นที่สามารถจะเป็นสังคมเสรีได้อย่างไร โดยจะเปิดหนทางให้แก่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เราคิดไม่ถึง ปราศจากการแกว่งมากมายของเศรษฐกิจระหว่างภาวะเฟื่องฟูกับภาวะตกต่ำ เป็นสังคมที่ทุกคนได้รื่นรมย์กับผลแห่งแรงงานของตนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะทำงานให้ตนเองหรือให้นายจ้าง สังคมที่เป็นธรรมคือสังคมที่ความยากจนถูกถอนรากออกหมดสิ้นและไม่มีใครมีชีวิตอยู่ด้วยผลแห่งแรงงานของผู้อื่น ในสังคมเช่นนี้รัฐบาลจะมีขนาดเล็กที่สุดเพราะจะไม่ต้องการการแทรกแซงการผลิต และการค้าเสรีจะเป็นบรรทัดฐาน (norm)

ในหนังสือ The Science of Political Economy ซึ่งเป็นผลงานสุดท้ายของเขา จอร์จได้อธิบายถึงการทำงานของเศรษฐกิจอย่างละเอียดมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าทฤษฎีต่าง ๆ ที่ผิดพลาดได้บิดเบือนความเข้าใจทางเศรษฐกิจอย่างไรและลักษณะอาการที่ความพยายามทั้งหลายของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนต้องล้มเหลวเนื่องจากความคิดผิด ๆ เกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะมีความตั้งใจดีเพียงไร หนังสือนี้อธิบายด้วยถึงวิธีการที่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในการผูกขาดที่ดินได้จงใจบิดเบือนการศึกษาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัย

ในสังคมเสรีที่ควบคุมโดยกฎธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนในตัวเองและความยุติธรรม การทำงานจะไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้สิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตทางวัตถุดังที่เป็นอยู่บัดนี้แม้ในบรรดาประเทศที่รวยที่สุดอีกต่อไป การจัดหาสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร เสื้อผ้า และ ที่อยู่อาศัย จะต้องการแรงงานเพื่อจัดหาน้อยที่สุด หลังจากนั้น “งาน” จะมีลักษณะสูงส่งขึ้นเหนือกว่าแค่การสะสมทรัพย์สิน เวลาว่างจะมีมากขึ้น ทำให้มนุษย์มีเวลาและเสรีภาพที่จะทำสิ่งที่ตนสนใจที่เหนือกว่าความจำเป็นทางเศรษฐกิจ แต่ละคนจะสามารถขึ้นถึงระดับความสำเร็จเต็มที่ของตนด้วยความสามารถพิเศษตามธรรมชาติโดยการทำงานด้านวัฒนธรรมหรือด้านสังคมอื่นๆ ที่ตนปรารถนา ในภาวะเสรีเช่นนี้อาชญากรรมจะลดลงต่ำสุด และสุขภาพของมนุษย์ทั้งทางกาย ใจ และจิตวิญญาณ จะยกสูงขึ้น เพราะสาเหตุแห่งความเลวร้ายแทบทั้งสิ้นจะหายไป

(เชิญอ่านบทความและหนังสือภาษาไทยด้านนี้ได้ที่ http://utopiathai.webs.com โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่อง นายทุนกับผู้ใช้แรงงานมีผลประโยชน์ร่วมกัน ในหนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม บทที่ 3 หน้า 31-34 ครับ)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

เราจะสามารถแข่งขันทางอุตสาหกรรมได้ดีขึ้นมากด้วยการยกเลิกภาษีการผลิตการค้าหรือการลงทุนลงแรงที่ก่อผลผลิต รวมทั้งภาษีสินค้าผ่านแดนไม่ว่าจะเข้าหรือออก และภาษีเงินได้ นั่นคือภาษีทุกชนิดที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ที่ควรเพิ่มมีแต่ภาษีที่ดินและภาษีทรัพยากรธรรมชาติที่มีแต่จะหมดสิ้นไปเพราะผลิตเพิ่มได้ยากหรือไม่ได้เลย และภาษีหรือค่าปรับการทำความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกเป็นที่อยู่อาศัยและเลี้ยงดูเราได้นานเท่านาน

ภาษีที่ดินมีลักษณะพิเศษที่ยิ่งเก็บมากยิ่งทำให้ราคาที่ดินลด ถ้าภาษีเท่าค่าเช่าศักย์หรือค่าเช่าตามอัตราตลาด ราคาที่ดินก็เป็นศูนย์ ความได้เปรียบเสียเปรียบกันในการได้ครองที่ดินมากน้อยดีเลวผิดกันจะหมดไป ประสิทธิภาพการใช้ที่ดินจะสูงขึ้นมากเพราะการย้ายที่อยู่ที่ทำกินให้เหมาะแก่แต่ละครอบครัวจะเสียเงินน้อยและไม่มีใครอยากถือครองที่ดินไว้มากเกินกว่าที่จะทำประโยชน์ได้คุ้มกับภาษีที่ดิน

“นี่เป็นเคล็ดลับที่จะเปลี่ยนหมู่บ้านเล็กๆ ให้กลายเป็นนครใหญ่ได้ ถ้าภาระทั้งหลายซึ่งกดขี่อุตสาหกรรมและถ่วงรั้งปริวรรตกรรมอยู่ขณะนี้ถูกกวาดล้างไป การผลิตเศรษฐทรัพย์ (wealth) ก็จะดำเนินไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ได้คาดฝันกันในขณะนี้” – เฮนรี จอร์จ ใน ความก้าวหน้ากับความยากจน หน้า 433 http://utopiathai.webs.com/ProgressAndPoverty.html

ที่สำคัญยิ่งก็คือเมื่อไม่มีการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน วิกฤตฟองสบู่อสังหาฯ ที่ก่อความเสียหายใหญ่หลวงซ้ำซากก็ไม่เกิด แต่ต้องค่อยๆ เพิ่มภาษีที่ดินพร้อมกับลดภาษีอื่นๆ นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]