• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 208532
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 2007 , 09:11:18 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(จาก Quotes by Henry George ที่ http://members.aol.com/_ht_a/tma68/george.htm ข้อ 1, 11 และ 20)

[ทรัพย์ในบทความนี้หมายถึงเศรษฐทรัพย์ (wealth) คือ วัตถุทั้งหลายนอกเหนือจากตัวมนุษย์ ซึ่งผลิตขึ้นด้วยแรงงานมนุษย์ เพื่อใช้บำบัดความต้องการของมนุษย์ หรือช่วยในการผลิตสิ่งที่มนุษย์ต้องการ และมีมูลค่าในการแลกเปลี่ยน (แต่ศัพท์บัญญัติ อังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน รุ่น 1.1 แปล wealth ว่า ความมั่งคั่ง, ทรัพย์สิน และแปล economic goods ว่า เศรษฐทรัพย์, สินค้าเศรษฐกิจ)

ทรัพย์สิน (property) ปกติจะหมายถึงสิ่งที่มีมูลค่า ซึ่งรวมทั้ง เศรษฐทรัพย์ เงินตรา และที่ดินซึ่งหมายความรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติด้วย แต่ในบทความนี้มักไม่รวมถึงที่ดิน]

ข้อ 1. สิทธิในตนเองและสิทธิในทรัพย์สิน

“[John] Locke กล่าวไว้ไม่ผิด สิทธิในสิ่งซึ่งมนุษย์ใช้แรงงานผลิตขึ้นมา – และนี่คือสิทธิอันแท้จริงอย่างเดียวในทรัพย์สิน -- มีที่มาโดยตรงจากสิทธิของบุคคลในตนเอง หรือตามที่ Locke กล่าว คือ จากกรรมสิทธิ์ในร่างกายของเขาเอง” (A Perplexed Philosopher, p. 30)

“ข้าพเจ้าเชื่อว่าสิทธิในทรัพย์สินอยู่ที่ฐานรากแท้ๆ ของความเป็นระเบียบของสังคม และชุมชนใดๆ ก็ไม่อาจรุ่งเรือง รัฐใดๆ ก็ไม่อาจมั่นคงอยู่ได้ หากสิทธิในทรัพย์สินถูกปฏิเสธ และสิ่งที่แสดงถึงความเลวร้ายอย่างหนักของภาวะปัจจุบันก็คือการปฏิเสธสิทธิในทรัพย์สิน อะไรคือสิทธิในทรัพย์สิน? สิทธินี้มีที่มาจากอะไร? ใช่หรือไม่ตามที่แอดัม สมิธกล่าวว่าสิทธิในทรัพย์สินอันดับแรกและมีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดคือสิทธิของมนุษย์ในตนเองและในผลผลิตจากแรงงานของตน และใช่หรือไม่ที่ว่าระบบซึ่งเอาผลผลิตจากแรงงานของผู้ใช้แรงงานไปจากเขาไปใส่มือของผู้ที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อให้ได้ผลผลิตนั้นมา – ใช่หรือไม่ที่ว่าระบบนั้นคือการปฏิเสธสิทธิในทรัพย์สินอันดับแรกและมีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด?” (An Anthology of Henry George's Thought, p 88)

“แต่สำหรับผู้ใดที่จะยึดหลักปฐมธาตุหรือรากฐานความคิด (first principles) ก็จะแจ่มแจ้งว่า:
“ไม่มีความขัดแย้งที่แท้จริงระหว่างแรงงานกับทุน – โดยที่เมื่อคิดถึงต้นกำเนิดและสาระแล้ว ทุนคือผลผลิตและเครื่องมือของแรงงาน
“ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กันอย่างแท้จริงระหว่างสิทธิของมนุษย์กับสิทธิในทรัพย์สิน (the rights of men and the rights of property) -- โดยที่สิทธิในทรัพย์สินเป็นการแสดงออกของสิทธิขั้นหลักมูลของมนุษย์
“หนทางให้เกิดการปรับปรุงสภาพของมวลชนย่อมมิใช่หนทางแห่งการจำกัดและปฏิเสธสิทธิในทรัพย์สิน แต่จะต้องเป็นหนทางแห่งการให้สิทธิในทรัพย์สินโดยเต็มที่เท่านั้น และมาตรการทั้งปวงที่บั่นทอนสิทธิในทรัพย์สินจะทำร้ายมวลชนในที่สุด – เพราะถึงแม้อาจเป็นไปได้ที่คนไม่กี่คนอาจมีชีวิตหรือได้รับการช่วยเหลือให้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการปล้น แต่ย่อมเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่คนจำนวนมากจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยวิธีนี้
”พวกเรา ซึ่งเรียกตัวเองว่าพวกนิยมภาษีเดี่ยวเพราะยังหาคำที่ดีกว่าไม่ได้ ขอเชิดชูสิทธิในทรัพย์สินอย่างจริงจัง มิใช่ในฐานะผู้ปฏิเสธ แต่ในฐานะผู้ยืนยันสิทธิเท่าเทียมกันของมนุษย์” (A Perplexed Philosopher, p. 209)
“สิทธิในชีวิตและเสรีภาพ – นั่นคือสิทธิของมนุษย์ในตนเอง – มิใช่เป็นสิทธิอย่างหนึ่ง และสิทธิในทรัพย์สินเป็นอีกอย่างหนึ่ง มันคือสองด้านของการรับรู้อย่างเดียวกัน (two aspects of the same perception) – สิทธิในทรัพย์สินเป็นเพียงอีกด้านหนึ่ง เป็นการแสดงออกของสิทธิของมนุษย์ในตนเองในแบบที่แตกต่าง สิทธิในชีวิตและเสรีภาพและสิทธิของมนุษย์ในตนเองแสดงสภาวะเกิดก่อนและเกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินอันเป็นสิทธิโดยเฉพาะของบุคคลในสิ่งที่ผลิตขึ้นมาด้วยความพยายามของเขา
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเราผุ้เชื่อในกฎของเสรีภาพอย่างแท้จริง พวกเราผู้มองเห็นว่าในเสรีภาพมีตัวแก้ปัญหาสำคัญสำหรับความชั่วร้ายทั้งปวงทางสังคม จึงเป็นผู้สนับสนุนสิทธิในทรัพย์สินอย่างแข็งขันและแน่วแน่ที่สุด และจะปกป้องสิทธินี้ด้วยหิริโอตตัปปะเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นในกรณีของเศรษฐีหรือกรรมกรรายวัน” (A Perplexed Philosopher, pp. 210-211)

11. สิทธิในที่ดินต่างกับสิทธิในผลผลิตของแรงงาน

“แต่เมื่อมนุษย์เริ่มใช้ที่ดินเพื่อการเพาะปลูกและใช้แรงงานของตนสร้างสิ่งถาวร การมีสิทธิ์ในที่ดินซึ่งตนได้ลงแรงไปก็จำเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในผลผลิตจากแรงงานของตน เพราะใครเล่าจะหว่านถ้าไม่แน่ใจในความเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวอันจำเป็นต่อการเก็บเกี่ยว? ใครเล่าจะสร้างผลงานราคาแพงลงบนที่ดินถ้าไม่ได้สิทธิเป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียวซึ่งจะทำให้เขาสามารถรับผลประโยชน์?

“อย่างไรก็ตาม สิทธิเป็นเจ้าของในสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างนี้ต่างกันมากกับสิทธิเป็นเจ้าของในสิ่งที่ใช้แรงงานของตนผลิต สิ่งหนึ่งย่อมจำกัด อีกสิ่งหนึ่งไม่จำกัด . . . ความมุ่งหมายของสิ่งหนึ่ง (การเป็นเจ้าของที่ดินผืนหนึ่งแต่ผู้เดียว) คือเพียงแต่เพื่อให้ได้รับอีกสิ่งหนึ่ง (การเป็นเจ้าของผลผลิตจากแรงงานของตนแต่ผู้เดียว) และจะให้สิทธิมากเกินไปก็จะไม่เป็นการชอบธรรมเพราะจะเป็นการบั่นทอนหรือปฏิเสธอีกสิ่งหนึ่ง ถึงแม้ใครๆ อาจเป็นเจ้าของที่ดินแห่งหนึ่งแต่เพียงผู้เดียวได้ในเมื่อไม่ทำให้เสียสิทธิเท่าเทียมกันของผู้อื่น ก็จะไม่เป็นการชอบธรรมที่เขาจะเป็นเจ้าของที่ดินเกินไปกว่านี้ (The Condition of Labor, p. 6)

20. การสะสมเศรษฐทรัพย์

“สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่จำกัดการแสวงหา ไม่ว่าใครจะหาทรัพย์ได้กี่ล้านด้วยวิธีที่ไม่เป็นการปล้นผู้อื่น ทรัพย์นั้นเป็นของเขา ปล่อยให้เขาเป็นเจ้าของ ข้าพเจ้าจะไม่ขอแม้แต่ให้เขาทำการกุศล หรือส่งเสียงดังเข้าหูเขาว่าเขามีหน้าที่ช่วยคนจน นั่นเป็นเรื่องของเขาเอง ปล่อยให้เขาทำตามที่เขาชอบกับทรัพย์ของเขาโดยไม่มีข้อจำกัดและคำแนะนำ ถ้าเขาหามาได้โดยไม่เป็นการเอาจากคนอื่น และใช้มันโดยไม่เป็นการทำร้ายผู้อื่น เขาจะทำอะไรกับเศรษฐทรัพย์ของเขาก็เป็นเรื่องและความรับผิดชอบของเขาเอง (Social Problems, p. 87)

“ข้าพเจ้าได้สนับสนุนการค้าเสรีอย่างแข็งขัน คงเส้นคงวา และอย่างเต็มรูป และต่อต้านแผนการทั้งหลายที่จะจำกัดเสรีภาพของปัจเจกชน ข้าพเจ้าเป็นผู้ปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวต่อข้อสมมุติที่ว่าสังคมมีสิทธิในทรัพย์สินของสมาชิกทุกคน และเชิดชูสิทธิในทรัพย์สินอย่างแจ่มแจ้งและแน่วแน่กว่า Mr. [Herbert] Spencer ข้าพเจ้าได้คัดค้านข้อเสนอให้ช่วยคนจนทุกข้อที่ทำให้เสียประโยชน์ของคนรวย ข้าพเจ้ายืนกรานตลอดมาว่าไม่ควรเก็บภาษีจากผู้ใดเพราะเขารวย และไม่ว่าใครจะหาทรัพย์อย่างชอบธรรมได้กี่ล้าน สังคมก็ควรปล่อยให้เขาได้ไปทุกเพนนี (A Perplexed Philosopher, pp. 70-71)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]