• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 208599
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1060 , 14:34:04 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลักการพื้นฐานเรื่องสิทธิในที่ดิน


การแบ่งประเภทของสิ่งต่างๆ
ในทัศนะของมนุษย์ ซึ่งย่อมถือตนเองเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นใหญ่ สรรพสิ่งทั้งหลายแบ่งได้เป็น ๓ ประเภทใหญ่ คือ
๑. สิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติ โดยรวมก็คือสากลจักรวาล หรือเอกภพ บางทีเราก็คิดเป็นส่วนย่อยที่เราเกี่ยวข้องด้วย เช่น โลก แผ่นดิน ทางเศรษฐศาสตร์คือ “ที่ดิน” ซึ่งหมายความรวมถึง เนื้อที่ หรือ ที่ว่าง (space) และทรัพยากรธรรมชาติ
๒. มนุษย์ มนุษย์เป็นทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ที่ก่อผลกระทบกระเทือนใหญ่หลวงต่อทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ยิ่งมีความสามารถผลิต (เจริญมาก?) ยิ่งก่อผลกระทบกระเทือนมาก การบริโภคก็วิจิตรประณีต หลากหลายขึ้นตามส่วน ด้านการผลิตนั้น มนุษย์ต้องใช้ “แรงงาน” (แรงกาย แรงสมอง รวมถึง การประกอบการ) กระทำต่อที่ดิน และต้องกระทำอยู่บนที่ดิน แม้ยามไม่ได้ผลิต เช่น เวลานอน ก็จำเป็นต้องมีเนื้อที่ หรือที่ดิน รองรับ หากถูกพรากไปจากที่ดิน มนุษย์จะมีชีวิตอยู่หาได้ไม่ เงื่อนไขแห่งการมีชีวิตคือต้องมีที่ดิน
๓. สิ่งที่มนุษย์ลงแรงลงทุนผลิตได้มา ปกติก็คือ “เศรษฐทรัพย์” (wealth) เศรษฐทรัพย์ย่อมเสื่อมสลายไปเรื่อยๆ เหมือนมนุษย์ ในที่สุดก็คืนสภาพกลับสู่ดิน หรือที่ดิน เศรษฐทรัพย์แบ่งได้เป็น ๒ ชนิด แล้วแต่เจตนาของการใช้ประโยชน์ (ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้) คือ “โภคทรัพย์” ได้แก่เศรษฐทรัพย์ที่ใช้บริโภคโดยตรง และ “ทุน” คือ เศรษฐทรัพย์ที่ใช้ในการผลิตเศรษฐทรัพย์สำหรับการแลกเปลี่ยน ได้แก่เครื่องมือ จักรกล โรงงาน เป็นต้น และเศรษฐทรัพย์ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน เช่น สินค้าที่อยู่ในร้าน

ปัจจัยการผลิต มี ๓ ปัจจัย โดยถือหลักทำนองเดียวกับการแบ่งประเภทของสิ่งต่างๆ
๑. ที่ดิน ผลตอบแทนต่อการใช้ที่ดิน คือ ค่าเช่าที่ดิน ไม่ว่าจะใช้ที่ดินของเราเองหรือเช่าจากผู้อื่น
๒. แรงงาน ผลตอบแทนคือ ค่าแรง ไม่ว่าผู้นั้นจะทำงานของตนเอง หรือรับจ้างผู้อื่นทำงาน
๓. ทุน ผลตอบแทนคือ ดอกเบี้ย ควายไถนาเป็น “ทุน” ของมนุษย์ ผลตอบแทนของการใช้ควายจึงมิใช่ “ค่าแรง” แต่เป็น “ดอกเบี้ย” และที่เรียกว่า “ค่าเช่ารถ” นั้น ทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าเป็น “ดอกเบี้ย” สำหรับการใช้รถ ส่วนเงินตราถือว่าเป็นตัวแทนของเศรษฐทรัพย์ และเรียกผลตอบแทนว่า ดอกเบี้ย เหมือนกัน

Sir William Petty (ค.ศ.1623-1687) เปรียบเทียบว่า ที่ดินคือมารดาของผลผลิต ส่วน บิดาของผลผลิตคือแรงงาน

การผลิตจะเกิดขึ้นได้ต้องมีอย่างน้อย ๒ ปัจจัยแรก คือ ที่ดิน และ แรงงาน เช่น การเก็บของป่า แต่ถ้ามีทุนช่วยก็ทำให้ความสามารถผลิตสูงขึ้น สะดวกสบายขึ้น

ความเท่าเทียมกันควรใช้เฉพาะกับสิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติ
อารยชนถือว่า “มนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน” สิ่งที่ควรให้มีเท่าเทียมกันคือ สิ่งต่างๆ ประเภทที่ ๑ คือ “ที่ดิน” ซึ่งรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนประเภทที่ ๒ ตัวมนุษย์เอง รวมถึงแรงงานของเขา ควรเป็นของแต่ละคน ประเภทที่ ๓ คือ สิ่งที่มนุษย์ลงแรงลงทุนผลิตขึ้นมา ใครผลิตใครสร้าง ก็ควรเป็นของผู้นั้น และยกให้กันหรือขายให้กันได้ ผู้รับก็ควรมีสิทธิในสิ่งที่รับมาหรือซื้อมาเต็มที่

แต่ในการผลิตจะต้องแบ่งผลตอบแทนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตทั้งสาม หรืออย่างน้อยก็สองปัจจัยแรก ยกเว้นถ้าทำการผลิต ณ ที่ดินชายขอบ หรือ ขอบริมแห่งการผลิต (Margin of Production) ซึ่งที่ดินที่นี่ไม่มีราคา และไม่มีการใช้ทุน แรงงานจึงจะได้รับผลตอบแทนไปทั้งหมด ซึ่งก็คือผลผลิตของเขาเอง

ผลตอบแทนต่อปัจจัยการผลิตที่ ๑ คือ ค่าเช่าที่ดิน มีลักษณะพิเศษ คือ เป็นสิ่งที่ทำให้ แรงงาน และ ทุน ได้รับผลตอบแทนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะทำการผลิต ณ ที่ดินอุดมมากน้อยผิดกันเพียงไร ถ้าที่ดินอุดมมาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินย่านธุรกิจซึ่งให้ผลตอบแทนได้มาก เพราะการแลกเปลี่ยนซื้อขายผลผลิตและบริการเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว) ค่าเช่าก็จะสูง หักแล้วเหลือเป็นค่าแรงและดอกเบี้ยพอๆ กับค่าแรงและดอกเบี้ย ณ ที่ดินชายขอบ

แต่การจะให้มีความเท่าเทียมกันในที่ดินนั้น เราไม่ต้องแบ่งที่ดินให้ทุกคนเท่าๆ กัน (โดยมูลค่า) ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ธรรมชาติของสังคมมนุษย์มีวิธีที่ง่ายมาก ผิดกับปัจจุบันที่ปล่อยให้เจ้าของที่ดินได้ประโยชน์จากที่ดินไปเป็นส่วนมาก ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเก็งกำไรสะสมแสวงหาที่ดิน ทำให้ที่ดินแพงขึ้นอย่างมากมาย คนจนต้องเสียค่าเช่าที่ดินแพงกว่าปกติ และยังต้องเสียภาษีอื่นๆ ซึ่งไม่น่าเก็บ แต่จำเป็นต้องเก็บ เพราะแหล่งรายได้ที่ชอบธรรมของรัฐคือที่ดิน รัฐกลับปล่อยให้รายได้นั้นตกแก่เจ้าของที่ดิน.

 

นอกจากนั้น การเก็บภาษีอื่นๆ และการเก็งกำไรที่ดินยังเกิดผลเสียแก่ส่วนรวมมากมาย ได้แก่ การลงทุนมีต้นทุนการผลิตสูง เป็นการถ่วงการผลิต มีการลงทุนผลิตน้อย ชาติไม่ค่อยเจริญ  การจ้างงานน้อย ค่าแรงต่ำ แต่ของแพง  มีผลร้ายต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวและลดความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ

ที่ดินนั้นไม่มีมนุษย์คนไหนลงแรงหรือลงทุนผลิตหรือสร้างขึ้นมา จึงไม่ควรมีใครอ้างว่ามีสิทธิ์ในที่ดิน และมูลค่าของที่ดินส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะที่ดินย่านชุมชนซึ่งมีราคาสูง) เกิดจากกิจกรรมของส่วนรวมที่แยกไม่ออกว่าเป็นของคนไหนเท่าไรและจากภาษีที่เก็บเอาไปสร้างสิ่งสาธารณูปโภค แต่ที่แน่ๆ คือมูลค่าที่ดินไม่ได้เกิดจากบุคคลในฐานะเจ้าของที่ดิน (ยกเว้นการเก็งกำไรที่ดิน) เจ้าของที่ดินอาจลงแรงลงทุนก่อสร้างและทำการผลิตหรือค้าในที่ดินของตนเอง แต่ที่ทำเช่นนั้นเขาทำในฐานะผู้ลงแรงและหรือผู้ลงทุน ซึ่งเขาควรได้รับผลตอบแทนจากการลงแรงหรือลงทุนของเขาเต็มที่ ส่วนประโยชน์จากมูลค่าที่ดินควรเป็นของส่วนรวม

ถ้าเก็บภาษีที่ดินสูงขึ้น ที่ดินก็จะเปิดออกหาคนมาลงทุนและทำงานในที่ดิน หรือขายออกไปในราคาต่ำลง
คนก็จะหางานทำได้ง่ายขึ้น การว่างงานลด ค่าแรงเพิ่ม ส่วนที่แรงงานและทุนได้เพิ่มนั้นมาจากการเก็งกำไรกักตุนที่ดินลด
ฝ่ายนายทุนก็จะกลับต้องง้อคนงาน เพราะคนงานส่วนหนึ่งจะสามารถจ้างตนเอง เป็นเจ้าของกิจการเอง
และหาซื้อที่ดินเป็นที่อยู่ที่ทำกินได้ในราคาต่ำแทบจะเป็นศูนย์ ถึงจะต้องเสียภาษีที่ดิน แต่ภาษีอื่นๆจะลดลง

การเก็บภาษีที่ดินเพิ่ม มีการชดเชยโดยลดภาษีอื่นๆ ลงเท่าๆ กัน
ถ้าครอบครัวหนึ่งมีฐานะเจ้าของที่ดินสมส่วนกับฐานะผู้ลงแรงและผู้ลงทุน ครอบครัวนั้นจะเสียภาษีรวมแล้วเกือบเหมือนเดิม
ถ้ามีฐานะเจ้าของที่ดินมากเกินส่วนความเป็นผู้ลงแรงลงทุน ก็ควรแล้วที่จะต้องรับภาระภาษีมากขึ้น
เพราะนั่นคือการเก็งกำไรที่ดิน ซึ่งผลร้ายได้กล่าวไว้แล้ว

ใช้ระบบภาษีที่ดินแล้ว ไม่ต้องจำกัดการถือครอง ไม่ต้องยึดที่ดินเป็นของรัฐ ไม่ต้องจัดสรรที่ดินให้คนจน
ปล่อยให้ราษฎรซื้อขายในทำเลที่เขาพอใจหรือทำอะไรกับที่ดินได้เสรีตามความชอบความถนัดและสภาพครอบครัวของเขา
ภาษีที่ดินก็เก็บอัตราเดียวเหมือนกันหมด คือเท่ากับค่าเช่าที่ควรเป็น (ค่อยเป็นค่อยไปอาจใช้เวลาสัก 30 ปี)

ระบบสวัสดิการของรัฐก็ไม่ต้องใช้วิธีเก็บภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้าให้คนหมดกำลังใจทำงาน
หรือหาทางเลี่ยงภาษี หรือย้ายประเทศ (ที่จริงระบบภาษีที่ดินไม่ต้องการเก็บภาษีเงินได้เลย)
เพราะคนที่หมดหนทางช่วยตัวเองจะเหลืออยู่น้อยมากที่รัฐต้องช่วย

ข้อที่ขอย้ำ คือ การเปลี่ยนแปลงควรค่อยเป็นค่อยไป อาจต้องนานหลายสิบปี
เพื่อให้ทุกคนมีเวลาปรับตัวได้พอควร และถือเป็นการชดใช้ให้แก่เจ้าของที่ดินไปด้วยในตัว
จะชดใช้ให้แก่เจ้าของที่ดินวิธีอื่นก็ไม่ควร เพราะเงินชดใช้นั้นจะได้มาจากใครถ้ามิใช่ผู้ลงแรงผู้ลงทุน
ซึ่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่นานมากแล้วและรุนแรงขึ้น ๆ มาเรื่อย ๆ 

ท่านที่สนใจวิธีแก้ไขความยากจนจากความอยุติธรรมขั้นฐานราก ขอเชิญดูบทความและหนังสือที่เว็บ http://utopiathai.webs.com ครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง -
สิทธิในตนเอง ในทรัพย์สิน และ ในที่ดิน
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/30/
วาทะของนักคิดเรื่องที่ดินและการกระจายรายได้ http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/13/  




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]