• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 208766
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันอังคาร ที่ 5 กรกฎาคม 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 979 , 14:25:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ยินดีให้เผยแพร่ต่อได้ด้วยความขอบคุณครับ)

ผลตอบแทนต่อปัจจัยการผลิตแต่ละปัจจัยไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งใด ย่อมขึ้นอยู่กับผลิตภาพ (Productivity) ของที่ดินชายขอบ ซึ่งสมัยเศรษฐศาสตร์คลาสสิกเรียกกันว่า ขอบริมแห่งการเพาะปลูก หรือ ขอบริมแห่งการผลิต (Margin of Cultivation หรือ Margin of Production) คำนี้จึงถือว่ามีความสำคัญมาก แต่กลับไม่ค่อยปรากฏในหนังสือจำพวกหลักเศรษฐศาสตร์ยุคปัจจุบันที่สำนักนีโอคลาสสิกกลายเป็นกระแสหลักยึดกุมความคิดของผู้เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ก่อนเริ่ม ค.ศ.1900 ดร. Fred E. Foldvary ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัย Santa Clara และบรรณาธิการอาวุโสของ The Progress Report กล่าวในบทบรรณาธิการเรื่อง The Margin of Production เมื่อกรกฎาคม ค.ศ.1999 (http://www.progress.org/archive/fold97.htm) ว่าปัจจุบันผู้ที่จบปริญญาโท-เอกทางเศรษฐศาสตร์จำนวนมากไม่รู้จักคำนี้

ในหนังสือ Progress and Poverty (ความก้าวหน้ากับความยากจน) ของ Henry George ซึ่งพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ.1879 เราจะได้เห็นคำนี้และกฎการแบ่งผลตอบแทนระหว่างปัจจัยการผลิตทั้งสาม ที่เรียกว่า Laws of Distribution (กฎว่าด้วยวิภาคกรรม) ซึ่งกล่าวสั้นๆ ได้ดังนี้

ขอบริมแห่งการผลิต คือ ที่ดินที่เลวที่สุดที่จำเป็นต้องใช้กัน ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นที่ดินที่ดีที่สุดที่จะหาได้โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน

กฎว่าด้วยค่าเช่าที่ดิน (Law of Rent) ค่าเช่าที่ดินกำหนดได้ด้วยผลผลิตของที่ดินนั้น ในส่วนที่เกินกว่าผลผลิต ณ ขอบริมแห่งการผลิต ในเมื่อใช้แรงงานและทุนเท่ากัน

กฎว่าด้วยค่าแรง (Law of Wages) ค่าแรงทั่วไปถูกกำหนดด้วยผลผลิตที่แรงงานสามารถผลิตได้ ณ ขอบริมแห่งการผลิต (แรงงานมีทั้งแรงสมองและแรงกาย รวมทั้งการประกอบการ การจัดการ)

กฎว่าด้วยดอกเบี้ย (Law of Interest) ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นหรือต่ำลงเช่นเดียวกับค่าแรง และขึ้นอยู่กับขอบริมแห่งการผลิตเช่นเดียวกัน (ดอกเบี้ยคือผลตอบแทนต่อทุนซึ่งรวมถึงเครื่องมือช่วยการผลิต การผลิตหมายรวมถึงการแลกเปลี่ยน)

ที่ขอบริมแห่งการผลิต ค่าเช่าเป็นศูนย์ ผลตอบแทนของการผลิตตกเป็นของแรงงานและทุนทั้งหมด

กฎทั้งสามนี้เป็นไปเองตามธรรมชาติ (ไม่ใช่แบบที่กำหนดค่าจ้างเฉพาะขั้นต่ำโดยคณะกรรมการระดับชาติ) โดยมี “ขอบริมแห่งการผลิต” เป็นฐานร่วมกัน อธิบายอีกทางหนึ่งก็คือ ขอบริมแห่งการผลิตเป็นฐานกำหนดระดับค่าแรงและดอกเบี้ยทั่วไป ที่ดินอื่นซึ่งมีผลิตภาพสูงกว่าขอบริมแห่งการผลิต แม้จะให้ผลตอบแทนมากกว่า แต่ส่วนที่ได้มากกว่านี้จะไปสู่เจ้าของที่ดินเป็นค่าเช่า

ค่าเช่าที่ดินเป็นส่วนที่หักผลตอบแทนออกไปจากผลผลิตรวม ทำให้ผลตอบแทนส่วนที่เหลือมีแนวโน้มที่จะเกิดความเท่าเทียมกันไม่ว่าจะใช้ที่ดินดีเลวแตกต่างกันอย่างไร คือจะพยายามลดลงมาเหลือเท่ากับผลตอบแทนที่ขอบริมแห่งการผลิตเหมือนๆ กัน ทั้งค่าแรงและดอกเบี้ย แม้จะมีปัจจัยต่างๆ ทำให้ค่าแรงและดอกเบี้ยแตกต่างกันไปได้มาก เช่น แรงงาน ณ ที่ดินชายขอบอาจไม่ใช่แรงงานเฉพาะทาง แต่ทำงานหลายอย่าง เครื่องมือ (ทุน) ซึ่งได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ก็อาจซับซ้อนผิดกันและต่างชนิดกันไป

เมื่อมีการขยายการผลิตออกไปยังที่ดินที่เลวลง ค่าเช่าที่ดินเดิมๆ ก็ย่อมสูงขึ้น เพราะฐานสำหรับเปรียบเทียบคือขอบริมแห่งการผลิตใหม่นั้นปกติจะมีผลิตภาพต่ำกว่าขอบริมแห่งการผลิตเดิม

และยิ่งประชากรเพิ่ม ยิ่งเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า การสนองความต้องการของมนุษย์ก็ยิ่งทำได้มากขึ้น ดีขึ้น ประณีตขึ้น และต้องใช้ที่ดินมากขึ้นไปด้วย ประโยชน์ที่ไหลเข้าเจ้าของที่ดินก็ยิ่งสูงขึ้น ความต้องการที่ดินที่เพิ่มมากขึ้นก็เช่น สนามกอล์ฟ สวนสนุก อู่ต่อเรือสำราญ แหล่งพักผ่อน-ผจญภัย ตลอดไปถึงแหล่งที่จะให้วัตถุดิบสำหรับสร้างสิ่งต่างๆ เหล่านั้น และคนที่อยู่ชั้นบนๆ ของสังคมก็ต้องการที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยกว้างขวางขึ้น เช่น มีสระว่ายน้ำ สวนเล็กบ้างใหญ่บ้าง ลำธาร-น้ำตกประดิษฐ์ ฯลฯ อยู่ภายในบริเวณบ้านนั่นเอง

แต่ขอบริมแห่งการผลิตมักขยายออกไปเกินกว่าที่ควรมากมายเพราะการเก็งกำไรสะสมที่ดินกันเป็นการกว้างขวางทั่วไป ซึ่งเป็นการเก็งกำไรที่ใหญ่หลวงที่สุดไม่มีการเก็งกำไรชนิดใดเทียมเท่า อันมีสาเหตุจากการที่รัฐบาลปล่อยให้เจ้าของที่ดินได้ประโยชน์จากที่ดินของตนที่สูงขึ้น ๆ ซึ่งมิใช่เฉพาะด้วยการเปรียบเทียบกับขอบริมแห่งการผลิตที่ขยายออกไปยังที่ดินที่เลวลงเรื่อยๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสาเหตุที่บริเวณที่ตั้งของที่ดินเดิมๆ มีประชากรหนาแน่นขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้นมากขึ้น อันมิใช่การกระทำของเจ้าของที่ดิน แต่เป็นการกระทำของส่วนรวม ซึ่งรวมทั้งภาษีที่เก็บไปบำรุง บริหาร บริการ ทำให้ที่ดินเดิมๆ มีความปลอดภัย สะดวก น่าอยู่ และสามารถประกอบธุรกิจได้มากขึ้นเร็วขึ้นด้วย (ที่ดินย่านธุรกิจแพงกว่าที่ดินเกษตรเพราะมีผลตอบแทนหรือผลิตภาพสูงกว่า)

คนจนไม่สามารถร่วมแข่งขันเก็งกำไรที่ดินด้วยได้ ต้องเช่าที่ดินแพงกว่าปกติ และค่าแรงก็ยิ่งต่ำกว่าที่ควร ยิ่งที่ดินถูกเก็งกำไรปิดกั้นไม่ได้ทำประโยชน์หรือทำประโยชน์น้อยไป ก็ยิ่งลดโอกาสที่แรงงานจะเข้าใช้ที่ดินเพื่อการผลิตทำมาหากิน ค่าแรงก็ยิ่งต่ำ ทั้งๆ ที่เขามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ทำให้ที่ดินทั้งหมดมีประโยชน์สูงขึ้นเหมือนคนอื่นๆ ภาษีก็ต้องจ่าย โดยเฉพาะคือภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ซึ่งถือว่าเป็นภาษีถอยหลัง คือคนมีรายได้ต่ำยิ่งจ่ายมากเทียบกับรายได้

ในระบบปัจจุบัน คนจนเดือดร้อนเพราะ
1) ค่าเช่าที่ดินซึ่งควรเป็นของส่วนรวม (รวมทั้งคนจน) กลับเข้ากระเป๋าเจ้าของที่ดิน
2) จึงต้องเก็บภาษีอื่นๆ มาก ซึ่งทำให้ของแพง ต้นทุนผลิตสูง ความสามารถแข่งขันต่ำ และลดกำลังใจที่จะลงแรงลงทุนผลิต
3) เกิดการเก็งกำไรสะสมที่ดินซึ่งทำให้ขอบริมแห่งการผลิตยิ่งขยายออกไปยังที่ดินซึ่งผลิตภาพต่ำลง ค่าเช่าที่ดินเดิมยิ่งสูง แปลว่าส่วนที่เหลือเป็นค่าแรงและดอกเบี้ยยิ่งต่ำ อีกทั้งเมื่อที่ดินถูกเก็บไว้ไม่ใช้ประโยชน์หรือทำประโยชน์น้อยไปก็ทำให้เกิดการสูญเปล่า การว่างงานมากขึ้น ค่าแรงต่ำ นอกจากนี้การเก็งกำไรที่ดินยังทำให้เศรษฐกิจขึ้นลงเป็นวัฏจักรที่รุนแรงมากขึ้นด้วย
4) จึงยิ่งทำให้คนจนอ่อนแอ กลายเป็นเหยื่อแก่นายทุนและผู้อื่นซ้ำเข้าไปอีก

ดังนั้น ถ้าประโยชน์ยังเข้าเจ้าของที่ดิน ก็จะยังมีการเก็งกำไรสะสมที่ดิน คนจนก็จะยังเดือดร้อนต่อไป

การเก็บภาษีที่ดินเท่าหรือเกือบเท่ากับค่าเช่าศักย์ และเลิก/ลดภาษีอื่นๆ ชดเชยกัน แบบค่อยเป็นค่อยไป จึงนับว่าเป็นธรรมที่สุด.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 08/07/2011 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ครับ ทุน แรงงาน และ ผู้ประกอบการ มีความสำคัญมากทีเดียว ประเทศชาติจะเจริญเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับทั้งสามปัจจัยนี้ ในขณะที่ ที่ดิน เป็นเพียงปัจจัย passive หรือเป็นฝ่ายรับการกระทำ การกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือความพยายามที่จะให้แรงงานและทุน และผู้ประกอบการได้ทำงานเพิ่มขึ้นแบบสมัครใจทำ ด้วยเหตุนี้เราจึงควรให้ทั้งสามปัจจัยนี้ปลอดจากการถูกเก็บภาษี และควรให้ที่ดินถูกเก็บภาษีเพื่อต่อต้านการเก็งกำไรเก็บกักตุนกันไว้ไม่ค่อยได้ทำประโยชน์ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังบอกเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2553 ว่าที่ดินถูกกักตุนไว้ถึง 70 % ทำให้แผ่นดินไทยเหมือนมีน้อย คนก็มีงานทำน้อย แย่งกันหางานทำ ค่าแรงต่ำ ยากจน ผลผลิตของชาติก็ต่ำ ความเจริญก็น้อย มีอาชญากรรมมาก ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hiriotappa วันที่ : 06/07/2011 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


ที่ดินดูเหมือนจะมีความสำคัญก็จริง แต่มันเป็นเพียงหนึ่งในสี่ของปัจจัยอื่นๆเท่านั้น คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการถือครองที่ดินสามารถกำหนดอะไรอะไรได้ทุกอย่างแต่จริงๆก็ไม่ใช่ เคยมีคนเปรียบเทียบผลการเรียนเป็นรถ แรงดี เด่น ดัง แต่แท้ที่จริงแล้ว สถาบันทุกแห่งไม่เคยมีกฎข้อบั
คับใดๆว่าผู้สอบเข้าได้หรือเรียนจบจะต้องมีรถ ใครไม่มีไม่จบ หรือไม่ก็เรียนไม่ได้แต่อย่างใด หากมีข่าวเรื่อง จ่ายครบก็จบได้นั่นก็คงเสียชื่อสถาบันอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน
ที่ดินที่มีดินคุณภาพดี เพาะปลูกง่ายแต่อยู่ในเมือง ถามว่าคนจะนำไปเพาะปลูกตามคุณสมบัติคุณภาพของดินหรือไม่ หรือ ตามต่างจังหวัดหากดินไม่ดีมากมายเขาจะนำไปสร้างอาคารให้วัวให้ควายอยู่กันหรือไม่หากแถบๆนั้นไม่ค่อยจะมีใครไปพักอาศัยหรือแม้แต่ไปเที่ยวเลย ซึ่งเหมาะจะนำไปเพาะปลูกอะไรต่อมิอะไรมากกว่าแม้ว่าคุณภาพของดินจะไม่ดีนัก หากความคิดมันซับซ้อนกันไปเรื่อยๆอะไรที่คิดว่าอาจจะได้เปรียบจริงๆแล้วมันอาจจะเสียเปรียบก็ได้ โดยเฉพาะคนที่มองอะไรในแง่เดียว เมื่อมีที่ดินแล้ว เราจะทำอะไรกับมัน หรือ ใครมีอำนาจปานไหนจะไปกำหนดอะไรกับมัน ไม่ว่าตัวเองเป็นเจ้าของหรือไม่ก็ตาม นั่นสำคัญกว่า ประการสำคัญกฎหมายการถือครองที่ดิน การโกงที่ดินในปัจจุบันยังไม่ค่อยเข้มข้นเท่าใด ดังนั้นจึงมีการละเมิดบ่อยๆ สาเหตุนั่นไม่ค่อยจะใช่เรื่องเงิน แต่น่าจะเป็นเรื่องของ การอยากได้ที่ของคนอื่น โดยมิชอบ เพราะรู้ว่ามันมิชอบ ก็เลยสรรหาวิธีต่างๆนาๆมาสร้างปัญหาต่อกันนั่นเอง แต่คนพวกนี้คิดผิดว่า 25 เปอร์เซนต์ของร้อยเปอร์เซนต์นั้นมีผลมากกว่า อีกเจ็ดสิบห้าเปอร์เซนต์ที่เหลือ คือ ทุน แรงงาน และผู้ประกอบการ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]