• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 207296
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1147 , 00:30:47 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ - กรุณาระบุข้อความดังในวงเล็บข้างล่างนี้ไว้ด้วย
(จากบทบรรณาธิการของ The Progress Report เรื่อง The Dark Matter in Economics โดย Fred E. Foldvary บรรณาธิการอาวุโส กันยายน 2549 ที่ http://progress.org/2006/fold471.htm )

นักฟิสิกส์ได้สงสัยกันมาตั้งแต่ทศวรรษที่นับแต่ ค.ศ.1930 ว่าน่าจะมีสิ่งที่เรียกกันว่า สสารมืด (dark matter) ซึ่งจะมองไม่เห็นในการสังเกตการณ์ตามปกติ สสารมืดมีผลกระทบที่สำคัญมากต่อพฤติกรรมของดาราจักร (galaxies) และการขยายตัวของเอกภพ (universe)

ในเดือนสิงหาคม 2549 นักดาราศาสตร์ได้ประกาศว่าได้ตรวจพบหลักฐานโดยตรงของการมีอยู่ของสสารมืด โดยอาศัยผลกระทบของการชนกันระหว่างดาราจักร Douglas Clowe แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนาในนคร Tucson และเพื่อนร่วมงานอื่น ๆ ได้ใช้กล้องดูดาวด้วยรังสีเอกซ์ชื่อ จันทรา ของ NASA และกล้องโทรทรรศน์อื่น ๆ ตรวจสอบกลุ่มดาราจักรกลุ่มหนึ่งที่กำหนดลำดับเป็น 1E0657-56 ซึ่งศูนย์กลางของมวลได้เปลี่ยนที่ไป อันมีนัยว่ามีสสารมืดอยู่ในบริเวณนั้น ในสเปกตรัมของรังสีเอกซ์ พวกเขาได้เห็นกลุ่มฝุ่นขนาดมหึมา 2 กลุ่มในระหว่างกลุ่มของดาราจักร ซึ่งเป็นสิ่งที่เหลือค้างอยู่จากการชนกันของกลุ่มดาราจักรเดิม 2 กลุ่ม เมฆฝุ่นเหล่านี้มีมวลมากกว่าดาราจักรมาก

นักดาราศาสตร์ได้นิรนัย (deduce) ว่าสมบัติด้านแรงดึงดูด (gravitational properties) ของดาราจักรไม่สามารถอธิบายได้จากเพียงสิ่งที่มองเห็น พวกเขาได้ตั้งสมมุติฐานว่าจะต้องมี ‘สสารมืด’ อยู่ด้วยจึงจะก่อให้เกิดมวลซึ่งส่งผลได้ขนาดนั้น การสังเกตการณ์ถึงผลของสสารมืดจากของจริงจึงเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญใหญ่หลวง

ทางเศรษฐศาสตร์ก็มี ‘สสารมืด’ ที่มองไม่เห็นเหมือนกัน มีปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถอธิบายได้โดยสเปกตรัมของธุรกรรมเท่าที่มองเห็น เช่น ระหว่าง ค.ศ. 1975 ถึง 2005 GDP ของสหรัฐฯ โตมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี หลังหักค่าเงินเฟ้อแล้ว รายได้มัธยฐานของครอบครัว (median family income - มีจำนวนครอบครัวที่อยู่เหนือและใต้เส้นมัธยฐานเท่ากัน) กลับมีอัตราการเติบโตเพียง 0.8 % เท่านั้น การเติบโตส่วนอื่น ๆ ไปอยู่เสียที่ไหน ?

นักเศรษฐศาสตร์เสนอว่ามีสสารมืดทางเศรษฐกิจอยู่ สสารมืดทางเศรษฐกิจเติบโตในอัตรามากกว่าร้อยละ 7 จากปี 1975 ถึง 2005 จึงดูดเอาความเติบโตทางเศรษฐกิจไปเป็นส่วนมาก พวกเขาเรียกสารลึกลับนี้ว่า “ทุน” และบอกว่าความเติบโตที่ไม่ได้ไปเพิ่มรายได้ของครอบครัวนั้นคือ “ผลตอบแทนต่อทุน”

แต่นั่นไม่ใช่คำอธิบายที่น่าพอใจนัก เพราะผลตอบแทนต่อทุนทางการเงิน เช่น พันธบัตรรัฐบาล หลังหักภาษีและอัตราเงินเฟ้อ มีค่าน้อยกว่าร้อยละ 7 มาก หุ้นบางบริษัทโตร้อยละ 7 หรือมากกว่า แต่ความเติบโตนั้นก็ต้องการคำอธิบาย

ปัญหาอีกข้อหนึ่งเกี่ยวข้องกับกำไร นักเศรษฐศาสตร์รับรู้ว่าในวิสาหกิจที่มีการแข่งขัน บริษัทจะได้กำไรอย่างปกติเท่านั้น คือแค่เพียงพอที่จะจ่ายผลตอบแทนโดยเฉลี่ยให้แก่สิ่งที่นำมาใช้ คือ ที่ดิน แรงงาน และสินค้าทุน แต่บริษัทจำนวนไม่น้อยมีรายรับจากการขายสินค้าสูงกว่าต้นทุนการผลิตมาก รายรับนี้ไปไหน ?

นักเศรษฐศาสตร์บอกว่ารายรับกลายไปเป็น “ส่วนเกินของผู้ผลิต” อย่างไรก็ดี ส่วนเกินนี้ผู้ผลิตมิได้รับไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ เจ้าของบริษัท คนงาน หรือผู้ผลิตสินค้าทุน คำตอบเป็นเช่นเดิม คือสสารมืดทางเศรษฐกิจ ซึ่งดูดเอาส่วนเกินไป

แต่สสารมืดทางเศรษฐกิจนี้อยู่ที่ไหน ? มันเป็นอะไร ? ใครเป็นเจ้าของ ? มันปรากฏตรงไหนของ GDP ? ทำไมเราจึงมองไม่เห็น ?

นักเศรษฐศาสตร์แนว geoclassic หลายคน [ก็แนวทางเก็บภาษีมูลค่าที่ดินแทนภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้านั่นแหละ] คือ Mason Gaffney, Nicolaus Tideman, Fred Harrison, และ Michael Hudson เป็นต้น ได้เปิดเผยแหล่งที่ซ่อนของสสารมืดทางเศรษฐกิจที่ดูดเอาส่วนเกินและกำไรส่วนมากจากการเติบโตทางเศรษฐกิจไป มันคือ ค่าเช่าที่ดิน !

ที่จริงมีการเสนอถึงการมีอยู่ของสสารมืดทางเศรษฐกิจเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ผู้เสนอคือ เฮนรี จอร์จ นักเศรษฐศาสตร์อเมริกัน จอร์จพบ “กฎว่าด้วยค่าแรง” ที่ว่าระดับค่าแรงทั่วไปถูกกำหนดด้วยขอบริมแห่งการผลิต (margin of production) หรือที่ดินที่ให้ผลผลิตน้อยที่สุด จอร์จตั้งทฤษฎีว่าโดยที่อุปทานของที่ดินมีคงที่ เมื่อเศรษฐกิจมีความสามารถในการผลิตสูงขึ้น ค่าแรงก็สูงขึ้นบ้างเมื่อขอบริมแห่งการผลิตหรือที่ดินชายขอบให้ผลผลิตสูงขึ้น แต่ผลิตภาพที่สูงขึ้นของที่ดินซึ่งดีกว่าที่ดินชายขอบกลับกลายเป็นค่าเช่าที่ดิน ค่าแรงสูงขึ้นน้อยกว่าผลิตภาพเพราะวิสาหกิจต้องจ่ายค่าสินค้าทุนที่ดีขึ้นด้วย แต่ค่าเช่าที่ดินสามารถที่จะสูงขึ้นเท่ากับการเพิ่มผลิตภาพ

เราไม่อาจสังเกตค่าเช่าที่ดินได้โดยตรงเพราะมันมิใช่จำนวนเงินที่ผู้เช่าจ่ายให้แก่เจ้าของที่ดิน แต่เป็นจำนวนที่มากที่สุดที่ผู้เช่าจะจ่ายสำหรับการใช้เฉพาะที่ดิน ไม่รวมถึงอาคารหรือบริการด้านแรงงานจากเจ้าของที่ดิน นักดาราศาสตร์ตรวจพบการมีอยู่ของสสารมืดเชิงกายภาพจากผลกระทบของมันฉันใด นักเศรษฐศาสตร์ที่กล่าวข้างต้นก็ตรวจพบและวัดค่าเช่าที่ดินจากผลกระทบของมันฉันนั้น ผลกระทบเหล่านี้ซ่อนอยู่ในดอกเบี้ย กำไร และกำไรส่วนทุน (capital gains) สสารมืดส่วนที่เป็นค่าเช่าที่ดินนี้คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของผลผลิตประชาชาติ (national output) และส่งผลกระทบอย่างมากต่อวัฏจักรธุรกิจ การกระจายรายได้ และความเติบโตทางเศรษฐกิจ

Mason Gaffney ได้แสดงให้เห็นว่าการไม่รับรู้ถึงสสารมืดทางเศรษฐกิจเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะผู้มีผลประโยชน์ในที่ดินไม่ต้องการให้สาธารณะรู้ว่าค่าเช่าที่ดินเป็นตัวดูดเอาผลได้ทางเศรษฐกิจไป ดังนั้นพวกเขาจึงรวมเอาที่ดินไว้ใน “ทุน” โดยค่าเช่าที่ดินซ่อนอยู่ใน “ผลตอบแทนต่อทุน” และพวกเขาก็เรียกระบบนี้ว่า “ทุนนิยม”

พวกสังคมนิยมก็มีส่วนทำให้เกิดความสับสนด้วย โดยอาศัย “ทฤษฎีมูลค่าแรงงาน” (labor theory of value) ที่ผิดพลาด คาร์ล มาร์กซ์ได้อ้างว่ามูลค่าทั้งหมดเกิดจากแรงงาน ดังนั้นส่วนเกินจึงต้องเป็นค่าแรงที่ถูก “นายทุน” ยึดไปโดยไม่เป็นธรรม เฮนรี จอร์จได้แสดงให้เห็นอย่างถูกต้องว่าส่วนเกินคือค่าเช่าที่ดิน เพราะในระบบตลาดเสรี แรงงานจะได้รับชดเชยเต็มที่ตามผลิตภาพ แต่ผลิตภาพนี้ถูกกดอยู่ด้วยภาษี และการเก็งกำไรที่ดินซึ่งทำให้ขอบริมแห่งการผลิตถูกขยายออกไปยังที่ดินที่มีผลิตภาพต่ำลง

การพบสสารมืดทางกายภาพได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่โชคไม่ดีที่การพบสสารมืดทางเศรษฐศาสตร์ยังมิได้ผ่านเข้าไปในเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ดังนั้นประชาชนจึงยังคงมืดมนไม่เข้าใจว่าทำไมรายได้ของครอบครัวจึงไม่เติบโตเท่าเทียมกับเศรษฐกิจ และเศรษฐศาสตร์จึงไม่เผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่ส่วนเกินของผู้ผลิตไม่ตกเป็นของผู้ผลิต

สสารมืดที่สำคัญที่สุดอยู่ในใจของมนุษย์ ความสว่างทางปัญญาที่แท้คือการส่องสว่างสสารมืดของพุทธิปัญญาเพื่อขจัดความไม่รู้ทางจริยธรรม ทางการบริหารโดยธรรม และทางเศรษฐศาสตร์ ขอให้เราหวังว่าการตรวจพบสสารมืดทางกายภาพจะทำให้มนุษย์เกิดแรงบันดาลใจที่จะมองหาสสารมืดในชีวิตทางสังคมและเศรษฐกิจด้วย.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 19/08/2011 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

สวัสดีคุณพยนต์ ครับ ท่านก็เกษียณเหมือนผมแล้ว ยินดีรู้จักกันครับ
เห็นด้วยครับ แต่เขาว่าระดับศีลธรรมของคนจะยกสูงขึ้นได้เมื่อเขาไม่ต้องกลัวความยากจน ถ้าสามารถจะหางานสุจริตทำเพื่อเลี้ยงชีพได้เสมอโดยมีค่าตอบแทนสมกับผลงาน – เป็นไปได้หรือ? นั่นแหละคือสิ่งที่พวกสนับสนุนระบบภาษีเดี่ยวจากที่ดินทั่วโลกตามแนวของเฮนรี จอร์จกำลังพยายามเผยแพร่อยู่ครับ
เห็นคำว่า หลุมดำ ผมสะดุ้งเลย ทำไมผมไม่เฉลียวใจบ้างว่าสสารมืดนั้นคือหลุมดำนั่นเอง แล้วฝรั่งผู้เขียนเรื่องก็ไม่ใช้คำว่า black hole ด้วย อาจเห็นว่า hole มันดูเหมือนไม่ใช่สสารละมัง .... ขอบคุณมากครับ จากเว็บ utopiathai.webs.com
-
-
-
สวัสดีคุณจั๊กเด๋ครับ คงเห็นคำว่า หลุมดำ แล้วนะครับ ที่ความคิดเห็นที่ 1
คำ นิรนัย ได้จากศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถานครับ http://rirs3.royin.go.th/coinages/webcoinage.php
ดาราจักร เห็นมาก่อนครับ พจนานุกรมเขาก็มีนะ เรียกว่า พจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์ อังกฤษ-ไทย สมาคมดาราศาสตร์ไทยจัดพิมพ์
ขอบริมแห่งการผลิตแปลตรงตัวครับ ผมมาเห็นมีเขาใช้ คนชายขอบ กันทีหลัง ก็คิดว่าน่าจะใช้ ที่ดินชายขอบ เลียนแบบกันได้ ขอบคุณครับ จากเว็บ utopiathai.webs.com
-
-
-
สวัสดีคุณหิริโอตตัปปะครับ ผมไม่แน่ใจความหมายที่คุณเขียนนัก แต่คิดว่าลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรมันน่าจะมีอายุเพียง 5-6 ปีเท่านั้น คือเห็นมีข่าวหลายกรณีว่า เมื่อคนหนึ่งจดทะเบียนสิ่งที่วิจัยค้นคว้ามาแล้ว อีกหลายคนก็กำลังค้นคว้าอยู่ใกล้สำเร็จเหมือนกัน แล้วก็เห็นความน่าเกลียดของการหาประโยชน์จากการผูกขาดขายยาต้านเอดส์ - ช่างไม่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลย ขอบคุณครับ จากเว็บ utopiathai.webs.com

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Hiriotappa วันที่ : 18/08/2011 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


ดังนั้นเราควรจะอยู่ในที่สว่าง จะได้ไม่มีใครเรียกเราว่า อีดำ หรือเห็นใครด่าใครว่าอีดำกันอีกต่อไป ..งานสร้างย่อมมีค่ามากกว่างานทำลาย...ไม่ใช่เหรอครับแต่ผมกำลังสงสัยว่า Margin of capital gain นี่จริงๆแล้วมันมีไหมนะครับ ในขณะที่ใครบางคนทำอะไรทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน ตามสิทธิ ในส่วนที่เขาพึงมีพึงได้ ไอ้มาร์จินที่ถูกกำหนดด้วยสสารที่ไม่มืดบางอย่างแต่มีผลกับคนทั่วๆไปจากคนที่มีฐานะดีกว่านั้น มันทำให้คนที่มีรายได้ไม่มากต้องยอมสูญเสียอะไรบางอย่างหรือไม่ หากจะทำไอ้นี่จะได้ไอ้นี่เธอต้องเลือกที่จะเสียอีกอย่างนะ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ใครบางคนคือผู้ถูกเลือกแล้วให้ได้กับได้แล้วก็เห็นมันเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆทั้งๆที่ก็ร่ำรวยมีฐานะดี สสารมืดที่ว่าแท้จริงแล้วก็คือการกดขี่ โดยใช้ Margin of capital gain เป็นข้อต่อรองจากผู้ที่ได้เปรียบกว่านั่นเอง หากลดจำนวนคนประเภทนี้ได้บ้าง ความหลากหลายทางเศรษฐกิจ นวัตกรรมใหม่ๆ จะไม่ถูกผูกขาดและสามารถต่อยอดไปได้เรื่อยๆ เพราะผู้ที่สร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ หรือ คิดนวัตกรรมใหม่ๆออกมาย่อมอยากจะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากสิ่งที่ตนเองทำขึ้นมาด้วย ไม่ใช่ให้นายทุน หรือ ใครคนอื่นมาเอาไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จั๊กเด๋ วันที่ : 18/08/2011 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

สสารมืดทางเศรษฐกิจ ผมกำลังนั่งคิดคำศัพท์ง่ายๆ ว่ามันเรียกว่าอะไร ติดอยู่ปลายปาก

คำศัพท์คุณอลังการณ์มากเลยครับ
นิรนัย (deduce)
ดาราจักร (galaxies)
ขอบริมแห่งการผลิต (margin of production)

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จั๊กเด๋ วันที่ : 18/08/2011 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

สสารมืดทางเศรษฐกิจ ผมกำลังนั่งคิดคำศัพท์ง่ายๆ ว่ามันเรียกว่าอะไร ติดอยู่ปลายปาก

คำศัพท์คุณอลังการณ์มากเลยครับ
นิรนัย (deduce)
ดาราจักร (galaxies)
ขอบริมแห่งการผลิต (margin of production)

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จั๊กเด๋ วันที่ : 18/08/2011 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

สสารมืดทางเศรษฐกิจ ผมกำลังนั่งคิดคำศัพท์ง่ายๆ ว่ามันเรียกว่าอะไร ติดอยู่ปลายปาก

คำศัพท์คุณอลังการณ์มากเลยครับ
นิรนัย (deduce)
ดาราจักร (galaxies)
ขอบริมแห่งการผลิต (margin of production)

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Payont วันที่ : 18/08/2011 เวลา : 06.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

Oh หลุมดำมีอยู่ทั่วไปเลย แม้ในจิตใจคน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]