• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 207019
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1334 , 13:23:37 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ

 

(บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเพื่อแนะนำภาษีเดี่ยวจากที่ดินตามแนวของเฮนรี จอร์จ ซึ่งควรค่อย ๆ เพิ่มขึ้น พร้อมกับลดภาษีจากการลงแรงลงทุนชดเชยกัน เพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำ และ ความยากจน)


ขอพูดถึงคำอธิบายทางวิชาการก่อน
ที่ดินเป็นของมีอยู่ตามธรรมชาติ ผลิตเพิ่มไม่ได้และถึงใช้ก็ไม่สิ้นเปลืองไป ซึ่งผิดกับเศรษฐทรัพย์ (wealth) การเก็บภาษีที่ดินที่คิดตามส่วนกับค่าเช่าหรือราคาที่ดินในอัตราเดียวกันจึงไม่กระทบกระเทือนต่ออุปทานของที่ดิน คือ ปริมาณที่ดินมิได้เพิ่มหรือลด และไม่ทำให้ต้นทุนการผลิตที่ดินสูงขึ้น (เพราะไม่มีการผลิตที่ดินอยู่แล้ว) ราคาหรือค่าเช่าที่ดินจึงจะไม่สูงขึ้น


อีกประการหนึ่ง จากกฎว่าด้วยค่าเช่า ค่าเช่าที่ดินจะมากหรือน้อยเพียงไร ย่อมขึ้นอยู่กับประโยชน์ของที่ดินแห่งนั้นเมื่อเทียบกับที่ดินที่ขอบริมแห่งการผลิต ภาษีที่ดินไม่ได้ทำให้ประโยชน์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปสำหรับผู้เช่า ดังนั้นถึงแม้เจ้าของที่ดินจะถูกเก็บภาษีที่ดิน เขาก็เรียกค่าเช่าเพิ่มจากผู้เช่าไม่ได้


ทีนี้ถ้าสมมติบ้างว่ารัฐบาลเรียกเก็บภาษีที่ดินจากผู้เช่า แทนที่จะเก็บจากเจ้าของที่ดินหรือถ้าเจ้าของจะซัดไปให้ผู้เช่าเป็นผู้ชำระภาษีที่ดินก็ตาม ผลประโยชน์ของที่ดินแห่งนั้นย่อมจะลดลงสำหรับผู้เช่าเท่ากับภาษีที่จะต้องเสีย ดังนั้นค่าเช่าที่ดินแห่งนั้นๆ ย่อมจะลดลงได้ส่วนกัน ซึ่งเป็นไปตามกฎธรรมชาติว่าด้วยค่าเช่า

ต่อไปนี้ผมขออธิบายแบบธรรมดาๆ
ถ้าเก็บภาษีที่ดินแรงขึ้น ผู้ถือครองที่ดินโดยเก็งกำไรโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์เหมือนกันแต่ไม่เต็มที่ จะหาทางใช้ประโยชน์จากที่ดินให้มากขึ้น เช่น ให้ผู้ อื่นเช่าทำประโยชน์อีกต่อหนึ่งหรือดำเนินการเอาเองหรือจ้างคนอื่นมาใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ว่า จะเป็นการทำไร่นา หรือประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรม หัตถกรรม หรือสร้างบ้านหรือแฟลตให้เช่า การจะหาทางใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์มากขึ้นเช่นนี้จะต้องแข่งขันกันเองในบรรดาเจ้าของที่ดิน เพราะถ้าที่ดินไม่ได้รับการทำประโยชน์มากขึ้น ก็จะไม่คุ้มกับภาษีที่จะต้องจ่าย ดังนั้นเจ้าของที่ดินจะเรียกค่าเช่าได้ต่ำลง สำหรับการหาคนมาทำงานในที่ดินก็จะต้องจ่ายค่าแรงสูงขึ้น


ถ้าเจ้าของที่ดินไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไรดี จึงจะคุ้มกับภาษีที่จะต้องเสีย หรือไม่อยากยุ่งยากเป็นภาระ ก็มีอีกทางหนึ่งคือ ขายที่ดินไปเสียเลย ซึ่งเมื่อมีผู้ต้องการขายที่ดินมากขึ้น ราคาที่ดินก็ย่อมจะลดต่ำลง สำหรับผู้จะซื้อที่ดินก็จะไม่ยินยอมซื้อในราคาสูงเพราะรู้อยู่ว่าตนจะต้องรับภาระภาษีที่ดินอีกอย่างหนึ่งด้วย

ยังมีอีกประการหนึ่ง คือ เมื่อมีการทำประโยชน์ในที่ดินมากขึ้น ก็หมายถึงว่ามีการผลิตมากขึ้นหรือสร้างอาคารมากขึ้น ดังนั้นราคาสินค้าและค่าเช่าอาคารก็จะลดลง ยิ่งถ้าลดภาษีเงินได้และภาษีอื่นๆ ซึ่งถ่วงการผลิตและทำให้ของแพงเป็นการชดเชยกับภาษีที่ดินซึ่งเพิ่มขึ้น มนุษย์ก็จะมีกำลังใจทำงานหรือผลิตมากขึ้น และสินค้าจะยิ่งมีราคาต่ำลงอีก

นี่คือเหตุผลกว้างๆ ที่ว่าภาษีที่ดินจะไม่ทำให้ค่าเช่าที่ดินหรือราคาสินค้าสูงขึ้น แต่กลับต่ำลง

แต่ก็มีผู้ท้วงว่า ที่ดินซึ่งมีการเช่ากันอยู่ก่อนแล้วนั่นแหละเจ้าของจะขอขึ้นค่าเช่าโดยอ้างเอาการถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นมาเป็นเหตุผล ข้อนี้เองครับที่จะต้องอธิบายเพิ่มเติมกันให้มากขึ้น
การเช่าโดยปกติจะมีสัญญาเช่า เจ้าของที่ดินจะต้องรอให้ครบกำหนดเสียก่อนจึงจะเรียกค่าเช่าเพิ่มได้ การเรียกค่าเช่าเพิ่มนี้ปกติในระบบปัจจุบันก็มีอยู่แล้วโดยอ้างว่าค่าเช่าที่ดินทั่วไปสูงขึ้นก็ต้องขอเพิ่มบ้างเป็นเรื่องของธุรกิจ และเพราะเห็นว่าผู้เช่าต้องยอม เช่น ผู้เช่าได้ลงทุนตั้งโรงงานไว้แล้ว ผู้เช่ามีธุรกิจการค้าซึ่งลูกค้าในย่านนั้นรู้จักและติดอยู่ในความนิยมแล้ว หรือถ้าเป็นไร่นาผู้เช่าก็อาจจะปรับปรุงบำรุงที่ดินไว้แล้วคงไม่อยากจะไปบุกเบิกหักร้างถางพงใหม่ การเรียกค่าเช่าเพิ่มแบบนี้มีอยู่แล้วในระบบปัจจุบัน

 

ส่วนการทำสัญญาเช่าที่กำหนดให้ผู้เช่าเป็นผู้จ่ายค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินด้วยนั้น อาจแก้ได้โดยออกบทเฉพาะกาลให้ผู้เช่าไม่ต้องจ่ายภาษีที่ดินตามระบบใหม่ในส่วนที่เกินกว่าค่าเช่าขณะนั้นบวกค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินเดิมที่ถูกแทนที่ด้วยภาษีที่ดินตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่ โดยเจ้าของที่ดินต้องรับภาระในส่วนที่เกินเอง

 

ส่วนในระบบภาษีที่ดิน ถึงแม้เจ้าของที่ดินจะมีเหตุผลว่าถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แต่ผู้เช่าก็มีเหตุผลโต้แย้งว่าภาษีนี้รัฐบาลเรียกเก็บเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรมในสังคม ไม่ใช่จะให้เจ้าของที่ดินผลักภาระมาให้แก่ผู้เช่า ซ้ำเมื่อค่าเช่าที่ดินโดยทั่วไปลดลงแล้ว เจ้าของที่ดินจะกล้าเรียกเอาค่าเช่าจากผู้เช่าเดิมให้เพิ่มรุนแรงขึ้นกว่าในระบบปัจจุบันได้อย่างไรก็ยังน่าสงสัย


หากเจ้าของที่ดินจะขอขึ้นค่าเช่าให้ได้ ก็เป็นธรรมดาที่ผู้เช่าอาจต้องยินยอมบ้าง อย่างที่ยินยอมมาแล้วในระบบปัจจุบัน แต่โอกาสที่ผู้เช่าจะไม่ยินยอมเสียค่าเช่าเพิ่มขึ้นจะมีมากขึ้น เพราะสามารถย้ายออกไปหาที่เช่าใหม่ได้ง่ายขึ้นโดยเสียค่าเช่าต่ำกว่าในระบบปัจจุบันด้วยซ้ำ ย่านธุรกิจเองก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เช่น จากบางลำพู พาหุรัด ไปเป็นราชประสงค์ และสยามสแควร์ เป็นต้น และถึงแม้การย้ายจะทำไม่ได้ทุกราย แต่ถ้ามีผู้สามารถย้ายได้เพียง 10% หรือ 20% ก็จะมีผลอย่างมากต่อการกำหนดอัตราค่าเช่าทั่วไป เพราะเจ้าของที่ดินจะถูกบังคับทางอ้อมด้วยภาษีที่ดินให้ต้องดิ้นรนงอนง้อหาคนเช่า เพื่อให้คุ้มกับที่ตนจะต้องรับภาระภาษีตามระบบใหม่


ผู้อยู่ในบ้านซึ่งมีบริเวณที่ดินกว้างขวาง ก็อาจต้องแบ่งที่ดินขาย หรือให้เช่า หรือปลูกบ้านหรืออาคารในที่ดินของตนให้เช่า เพื่อมิให้ตนเองรับภาระภาษีคนเดียวซึ่งหนักไป บ้านชั้นเดียวแคบๆ อาจกลายเป็นตึก 10 ชั้น กว้างขวางเกือบเต็มพื้นที่ เพื่อให้คุ้มกับภาษี ทำให้คนมีที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมากมาย และค่าเช่าถูกลง


อีกประการหนึ่ง ถ้าผู้เช่าจะต้องเสียค่าเช่าเพิ่มขึ้นโดยเหตุที่เจ้าของที่ดินจะผลักภาระภาษีให้แก่ผู้เช่าแทนที่จะลดลง โรงงานและธุรกิจต่างๆ อาจจะย้ายไปอยู่ห่างเมืองออกไป (ซึ่งที่ดินราคาถูกและภาษีที่ดินก็ต่ำ) นี่เป็นการต่อต้านกันไปในตัว ซึ่งจะทำให้ค่าเช่าที่ดินทำเลดีในเมืองสูงไปกว่าเดิมมิได้ ซ้ำ ที่ดินในเมืองหรือใกล้เมืองที่ยังว่างอยู่ก็มี ซึ่งจะรับธุรกิจหรือโรงงานเหล่านี้ไว้ได้ไม่น้อย

ค่าเช่าที่ดินย่อมมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตาม “กฎว่าด้วยค่าเช่า” เสมอ สำหรับภาษีที่ดินเป็นเพียงส่วนแบ่งค่าเช่าที่รัฐบาลเรียกเก็บจากเจ้าของที่ดิน เท่ากับว่ารัฐบาลมีหุ้นส่วนอยู่ในที่ดินด้วยเท่านั้น ถ้ารัฐบาลเรียกเก็บภาษีมากขึ้นก็เท่ากับว่ารัฐบาลมีหุ้นส่วนมากขึ้น และเอกชนเจ้าของที่ดินมีหุ้นส่วนน้อยลง


อย่างไรก็ดี ถ้าสมมติว่าเจ้าของที่ดินจะเกิดสามารถขึ้นค่าเช่าได้จริง ตามที่หลายคนกลัวกัน เราก็ยังมีทางแก้ คือ ให้รัฐบาลประกาศควบคุมค่าเช่าสำหรับที่ดินที่มีการเช่ากันอยู่แล้ว (เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า) พร้อมกันกับที่ประกาศใช้ระบบภาษีที่ดิน เมื่อพ้นระยะหนึ่งไปแล้วจะมีการสร้างบ้านหรืออาคารมากขึ้น ค่าเช่าย่อมจะลดลงตามธรรมชาติ

ในเรื่องของราคาสินค้าที่เกรงว่าจะสูงขึ้นนั้น เมื่อค่าเช่าที่ดินไม่สูงขึ้น (และโดยทั่วไปจะกลับต่ำลง) ต้นทุนการผลิตสินค้าก็จะไม่สูงขึ้น และถึงแม้ค่าแรงจะสูงขึ้นก็เป็นในส่วนที่ได้จากการต้องยอมเสียของเจ้าของที่ดิน และเมื่อการผลิตมีมากขึ้นตามที่ได้อธิบายมาแล้ว ราคาสินค้าก็จะลดต่ำลง


ขออธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า ในกรณีที่บริษัทผู้ผลิตเป็นเจ้าของที่ดินเอง ต้นทุนการผลิต (Cost of Production) ก็จะยังคงคิดรวมค่าเช่าที่ดินไว้ด้วย (โดยคิดราคาที่ดินเป็นทุนหรือ Capital ที่จะต้องได้ดอกเบี้ย) สำหรับในระบบภาษีที่ดินซึ่งที่ดินเป็นเสมือนทรัพย์สินของส่วนรวมร่วมกัน ราคาที่ดินจะเป็นศูนย์หรือต่ำมาก ในกรณีนี้ต้นทุนการผลิตในด้านที่ดินจะคิดจากภาษีที่ดินซึ่งบริษัทจะถูกเก็บ หรือค่าเช่า แทนที่จะคิดจากดอกเบี้ยของราคาที่ดิน


ขอหมายเหตุไว้อีกชั้นหนึ่งว่า การคิดค่าเช่าที่ดินเป็นต้นทุนการผลิตตามที่กล่าวไว้นั้นได้อธิบายตามหลักการคิดบัญชีหรือธุรกิจ แต่ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ต้นทุนการผลิตน่าจะคิดจากการลงแรงลงทุนที่ขอบริมแห่งการผลิต ถ้าเป็นที่ดินแห่งอื่นๆ ซึ่งมีค่าเช่าก็ย่อมจะได้ผลผลิตหรือมีรายได้มากขึ้น (โดยลงทุนลงแรงเท่าเดิม) เป็นการชดเชยกันไปในตัว ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จึงกล่าวว่าค่าเช่าที่ดินไม่ใช่สาเหตุที่ไปเพิ่มต้นทุนการผลิต (แต่เป็นผลจากการได้ผลผลิตหรือมีรายได้เพิ่มขึ้น) อย่างไรก็ดีถ้ามีการเก็งกำไรเก็บกักที่ดิน ขอบริมแห่งการผลิตก็จะขยายออกไปยังที่ดินซึ่งเลวลง ต้นทุนการผลิตจะต้องสูงขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น


หากเราเกรงราคาสินค้าจะสูงขึ้นเนื่องจากภาษีที่ดินแล้ว ที่น่าจะเกรงมากกว่าก็คือราคาสินค้าจะสูงเพราะภาษีอื่นๆ ซึ่งเก็บกันอยู่ในระบบปัจจุบัน เพราะภาษีอื่นๆ เหล่านี้สามารถผลักภาระภาษีได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือภาษีทางอ้อม และแม้แต่ภาษีมรดกหรือภาษีเงินได้ซึ่งถือกันว่าเป็นภาษีทางตรงก็ยังทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นได้ เพราะเมื่อจะต้องถูกเก็บภาษีมากๆ การลงทุนลงแรงก็จะได้รับผลตอบแทนสุทธิต่ำทำให้กำลังใจที่จะขยายการผลิตลดลง ถ้าเป็นภาษีมรดกก็จะทำให้กำลังใจที่จะทำงานเพื่อสะสมมรดกลดลง เพราะฉะนั้นการผลิตหรือโรงงานจะไม่ขยายหรือไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร ผลร้ายจะกลับเกิดแก่ประเทศชาติและผู้ใช้แรงงาน คือ ผลผลิตของทั้งประเทศต่ำ การว่างงานมีมากขึ้น ค่าแรงต่ำ และเมื่อการผลิตน้อย สินค้าก็จะมีราคาสูงขึ้นครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

นิยามศัพท์และกฎมูลฐานทางเศรษฐศาสตร์แบบของจอร์จ

http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/29/

 

จากเว็บ utopiathai.webs.com




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 23/01/2012 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

มีเรื่องของเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
สิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจ
ทำให้เงินเฟ้อสูงชึ้น

หากทราบว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น ..เขาจะไม่เก็บเงิน
เปลี่ยนเงินมาเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ทองคำ
แม้การเก็บภาษีที่ดินจะสูงขึ้น
แต่ราคาที่ดิน ก็พุ่งสูงมากกว่า(อุปทานเงินเฟ้อ)
ทำให้มีการสะสมที่ดิน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 05/09/2011 เวลา : 00.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

มีหลายคนเป็นห่วงว่าคนจนที่มีที่ดินเป็นของตนเองอยู่ขณะนี้จะเดือดร้อนเพราะต้องเสียภาษีแรงเสมือนกลายเป็นผู้เช่าที่ดินจากรัฐ เกรงจะรักษาที่ดินไว้ไม่ได้
ผมก็ขอให้นึกถึงคนจนเยอะแยะที่ต้องเสียค่าเช่าที่ดิน-บ้านอยู่แล้วในปัจจุบัน (เกินควรด้วย เพราะการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน)
แถมยังต้องเสียภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้าอีก รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มแทบทุกครั้งที่ซื้อของกินของใช้ (ซึ่งในระบบภาษีเดี่ยวจากที่ดิน จะไม่มีภาษีพวกนี้)
อนึ่ง ระบบภาษีที่ดินควรจะค่อย ๆ เพิ่ม ใช้เวลาราว 30 ปี เพิ่มปีละ 1/30 ของค่าเช่าที่ควรเป็นในแต่ละปี พร้อมกับลดภาษีการทำงานและการลงทุนลงเท่า ๆ กัน ดังนั้น ภาระภาษีก็ไม่น่าจะหนักเกินไป ถ้าคนจนที่มีที่ดินอยู่แล้วไม่ได้มีที่ดินมีมูลค่ามากเกินส่วนเมื่อเทียบกับความสามารถทำงานของเขา

ส่วนเรื่องมรดกที่ดินที่ได้มาจะสูญเสียไป ควรเลิกคิดได้ เพราะในระบบใหม่ ความคิดเปลี่ยนเป็นว่าที่ดินควรเป็นสมบัติเท่าเทียมกันของพลเมืองทุกคน

(สมัยนี้ควรเพิ่มภาษีอีก 2 อย่างคือภาษีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญหมดเปลืองไปในการผลิต และ ค่าชดใช้การทำความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม)

เมื่อภาษีเท่ากับค่าเช่าที่ควรเป็น ราคาที่ดินจะเป็นศูนย์ (ไม่มีราคา) บ้านก็ราคาต่ำลง เพราะไม่มีภาษีสิ่งก่อสร้างและภาษีการลงแรงลงทุนก่อสร้าง จะทำให้คนสามารถย้ายที่อยู่ได้ง่ายขึ้นมาก ทำให้การใช้ที่ดินมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ถ้าไม่เก็บภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าที่ควรเป็น ที่ดินก็จะยังเป็นที่หมายปองของนักเก็งกำไรที่ดินต่อไป
ผลร้ายที่มีอยู่จะยังคงมีต่อไป ดังนี้:

คนจนต้องเช่าที่ดิน (และบ้าน) แพงกว่าที่ควรเป็น หาที่ดินทำกินเป็นนายของตนเองได้ยาก หางานทำยาก ค่าแรงถูกกดต่ำ
และจะยังต้องเก็บภาษีจากการทำงานและการลงทุนต่อไป เป็นการลดรายได้ และ ทำให้สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง ขายแข่งสู้ต่างประเทศได้ยาก ค่าแรงยิ่งต่ำ
ซ้ำยังต้องทุกข์ยากจากวิกฤตฟองสบู่วัฏจักรเศรษฐกิจเป็นระยะ ๆ อีกต่อไป

นี่คือผลการรังแกผู้ลงแรงลงทุนผลิต (ก่อความเจริญ) แต่เอื้อประโยชน์แก่เจ้าของที่ดิน - เสือนอนกิน

จาก www.utopiathai.webs.com

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]