• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 208444
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน 2554
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1239 , 10:09:16 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน TaTee โหวตเรื่องนี้

ศีลที่ว่านี้คือ อทินนาทานา เวรมณี (เว้นการลักขโมย รวมทั้งเอาทรัพย์ของผู้หนึ่งไปให้แก่ผู้อื่น)  จึงได้เกิดความยากจนแก่คนส่วนใหญ่ และโลกต้องเดือดร้อนเป็นระยะๆ เรื่อยมาจากวิกฤตฟองสบู่วัฏจักรอสังหาริมทรัพย์จากการเก็งกำไรที่ดิน โดยรัฐให้เก็บภาษีจากสิ่งที่ควรเป็นของส่วนบุคคลมาบำรุงส่วนรวม เช่น ภาษีจากการลงแรงลงทุนทำการผลิต การค้า และการบริการ แต่สิ่งที่ควรเป็นของส่วนรวมกลับเก็บภาษีเพียงน้อยนิด เช่นภาษีที่ดิน ซึ่งที่ดินมิใช่สิ่งที่มนุษย์ผู้ใดสร้าง และการที่ที่ดินมีราคา/ค่าเช่าขึ้นมาก็เป็นเพราะการมีชุมชนและกิจกรรมของส่วนรวม ดังจะเห็นได้จากที่ดินว่างเปล่า เจ้าของที่ดินไม่ได้ทำอะไร แต่อยู่กลางเมือง กลับมีราคาตารางวาละเป็นแสน

 

แม้แรงงาน (กาย/สมอง) จะมีการศึกษามีความรู้ความเชี่ยวชาญสูงขึ้นเป็นการทั่วไป หรือเกิดความเจริญก้าวหน้า พลังความสามารถการผลิตจะสูงขึ้นด้วยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีก็ตาม แต่ถ้าภาษีที่ดินต่ำ ค่าแรงย่อมจะขึ้นสูงไม่ได้ เพราะมันไปปเพิ่มความคาดหวังว่าที่ดินจะยิ่งมีราคาสูงขึ้นไปอีก ก็ยิ่งมีการซื้อกักตุนที่ดิน ราคา/ค่าเช่าที่ดินยิ่งสูง ส่วนแบ่งผลตอบแทนที่เหลือสำหรับแรงงานและทุนจึงไม่เพิ่มหรือกลับลด

 

การแก้ปัญหาที่ถูกต้องเป็นธรรม คือ ค่อย ๆ เพิ่มภาษีที่ดิน จนในที่สุดเท่าค่าเช่าศักย์ของที่ดินนั้นๆ ขณะเดียวกันก็ลดภาษีการผลิตการค้าการบริการ และภาษีเงินได้ ลงชดเชยกันครับ

 

"เศรษฐศาสตร์ที่ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับค่านิยมทางศีลธรรมหาใช่เศรษฐศาสตร์ไม่"

อมตวาจาของมหาตมา คานธี รวบรวมและแปลโดย กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย 

 

"การผูกขาดที่ดินมิใช่การผูกขาดเพียงชนิดเดียว แต่ก็เป็นการผูกขาดที่ใหญ่หลวงที่สุด - 
เป็นการผูกขาดตลอดกาล และ 
เป็นต้นกำเนิดของการผูกขาดอื่น ๆ ทุกรูปแบบ . . . "

"ที่ดิน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแหล่งที่มาแห่งทรัพย์สินทั้งสิ้น 
ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งมีตำบลที่ทางภูมิศาสตร์คงที่ 
- ที่ดิน ข้าพเจ้าขอกล่าว แตกต่างจากทรัพย์สินในรูปแบบอื่น ๆ ทั้งมวล . . . . "

"ข้าพเจ้าหมายถึงกระบวนการมากกว่าตัวเจ้าของที่ดินแต่ละคน 
ข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะทำให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังชนชั้นหนึ่งชั้นใดขึ้น 
ข้าพเจ้ามิได้คิดว่าผู้ที่หาเงินจากส่วนเพิ่มจากที่ดินอันมิใช่เกิดจากการลงแรงลงทุนนั้นเลวกว่าบุคคลอื่นที่หากำไร 
เท่าที่อาจจะหาได้ในโลกที่มีความลำบากนี้โดยไม่เป็นการผิดกฎหมายและเป็นไปตามที่ปฏิบัติกันทั่วไป 
ที่ข้าพเจ้าโจมตีนั้นไม่ใช่บุคคล แต่เป็นระบบ ไม่ใช่บุคคลเลว แต่เป็นกฎหมายต่างหากที่เลว 
ที่ควรจะถูกติเตียนนั้นไม่ใช่บุคคลผู้กระทำการอันกฎหมายได้อนุญาตไว้และผู้อื่นก็กระทำกัน 
แต่ควรจะเป็นรัฐที่ถูกตำหนิหากไม่หาทางปฏิรูปกฎหมายและแก้ไขการปฏิบัติ 
เราไม่ต้องการจะลงโทษเจ้าของที่ดิน แต่เราต้องการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย" 

วินสตัน เชอร์ชิลล์
(www.progress.org/banneker/chur.html)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 25/11/2011 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ขออภัยที่ผมอาจอธิบายไม่ชัดเจน ย่อหน้าแรกผมชี้แจงแนวคิดของเฮนรี จอร์จว่าที่ดินควรเป็นของส่วนรวม แต่วิธีการนั้นเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธิ์เหมือนปัจจุบัน ส่วนที่เปลี่ยนไปคือการเพิ่มภาษีที่ดินขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดภาษีก็เท่ากับหรือใกล้เคียงค่าเช่าศักย์ และจะมีการประเมินใหม่เพื่อให้ภาษีเท่ากับค่าเช่าศักย์ที่ย่อมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละบริเวณตลอดไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจโลก และเจ้าของก็มีสิทธิ์ตามเดิม จะขายหรือให้เช่าหรือทำอะไรก็ได้ตามเดิม สิทธิ์ในที่ดินของเขาเหมือนเดิม ยกเว้นแต่ต้องจ่ายภาษีเท่าค่าเช่าที่ดินประเมินเท่านั้น

เรื่องที่ดินชายขอบนั้นผมยกมาแสดงก็เพียงเพราะมันเป็นฐานเปรียบเทียบกับที่ดินที่มีราคา/ค่าเช่าสูงกว่าเท่านั้น ก็ขอเพิ่มเติมว่าถ้ารัฐเก็บภาษีที่ดินในอัตราสูงขึ้นจะทำให้ที่ดินชั้นในๆ ที่ว่างอยู่ (แต่มีเจ้าของ) ได้รับการทำประโยชน์ ที่ทำประโยชน์น้อยก็จะทำประโยชน์มากขึ้น ให้คุ้มกับที่จะต้องเสียภาษีมากขึ้น ถ้าทำประโยชน์เองไม่ได้ เจ้าของที่ดินก็คงจะต้องหาคนมาช่วยหรือมาเช่าหรือมาซื้อที่ดินนั้น ก็จะทำให้ราคา/ค่าเช่าที่ดินลดลง ค่าแรงสูงขึ้น พร้อมกันนั้น ที่ดินชายขอบก็จะหดเข้ามาอยู่ที่ที่ดินที่มีผลิตภาพสูงกว่าที่ชายขอบเดิมด้วย

เหตุผลย่อหน้าสุดท้ายของคุณแสดงว่ามีความระมัดระวังดีมาก อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างของจริงซึ่งยังไม่ถึงขนาดเก็บภาษีที่ดินเต็มที่หรือลดภาษีการผลิตการค้าการบริการลงจนหมด แต่ก็พอแสดงได้ว่าได้ผลในการลดความยากจน เศรษฐกิจคึกคัก และเกิดความเจริญมีตึกรามใหม่ไม่ดูโทรมเหมือนเดิม นั่นคือที่ เจียวโจว ในจีนซึ่งเยอรมันมาใช้ระบบภาษีที่ดินในฐานะอาณานิคม และเป็นที่ประทับใจแก่ซุนยัตเซ็นถึงกับกล่าวว่า “คำสอนของเฮนรี จอร์จจะเป็นมูลฐานแห่งโครงการปฏิรูปของเรา . . . . [ภาษีที่ดิน] ในฐานะวิธีเดียวสำหรับให้รายได้แก่รัฐบาล เป็นภาษีที่ยุติธรรมอย่างยิ่ง มีเหตุผล และ กระจายตัวอย่างชอบธรรม และเราจะก่อตั้งระบบใหม่ของเราด้วยภาษีนี้” (http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/02/15 ) เสียดายที่คุณหมอซุนมีปัญหาการเมืองภายในจนไม่อาจทำตามเจตนาได้ แต่เจียงไคเช็กก็มาทำในระดับอ่อน ๆ ที่ไต้หวัน ซึ่งก็ได้ผลดีจนมีหลายประเทศไปดูงาน และมีตัวอย่างอีกหลายประเทศ/ดินแดน รวมทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ และหลายรัฐในสหรัฐฯ อยู่ที่ Where a Tax Reform Has Worked: 28 Case Summaries http://www.progress.org/geonomy/Numbers.html ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Hiriotappa วันที่ : 25/11/2011 เวลา : 04.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

1.เป็นไปไม่ได้ครับเพราะหากเกิดการละเมิดหรือเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นแต่ละคนก็จะถือว่านั่นเป็นที่ส่วนรวม และเมื่อที่ใดก็เป็นที่ส่วนรวมได้เสมอนั่นหมายความว่่าจะไม่มีที่ใดๆที่เราสามารถทำเรื่องส่วนตัวได้เลยสำหรับคนทีมีที่ดินเป็นของตัวเองแล้วสิ่งที่ประเมินว่ามันเป็นที่ดินชั้นดีหรือชั้นเลวก็ตามอาจจะไม่ใช่ทำเลเสมอไป เนื่องจากคำว่า โลเคชั่นนั้น อาจจะไม่ได้หมายรวมถึงเพื่อนบ้าน หรือ ภัยอื่นๆที่มาจากมนุษย์ด้วยกันเอาไว้ด้วย ส่วนการจ่ายค่าเช่านั้นอาจจะทำได้แต่ทว่าจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่มีกรรมสิทธิ์เท่านั้น หากตกลงกันไม่ได้ หรือ คนมาเช่าจะแย่งที่เจ้าของอยู่ให้ได้ นั่นก็เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เหมือนกันครับ เพราะเขาอาจจะอ้างได้ว่าทำเลดีกว่า แต่ทำไงได้ล่ะเจ้าของเขาเอาไว้อยู่เองเอาไว้ใช้นี่
มีกฎหมายใดไปบังคับเขาหรือว่า ใครมาเช่าก็ตามต้องยอมยกให้คนเช่าเลือกได้ไปหมด ไม่มีแน่นอนครับ
2.เคยเรียนมาแล้วเช่นกันครับ แต่ที่ดินชายขอบนั้น น่าจะเป็นคนละความหมายของคำว่า ที่สาธารณะ แน่นอนครับ ส่วนคำนิยามที่ว่า นั่นน่าจะเป็นที่ดินที่เลวที่สุดแต่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเสียอะไรเลยนั้น คำว่าค่าเสียโอกาสนั้นหากคิดทับซ้อนเข้าไปเรื่องพวกนี้ก็จะมีปัญหาทันที แต่ก็เป็นที่ทราบอยู่ใช่ไหมครับว่า เรื่องของค่าเสียโอกาสกับ เรื่องของที่ดินชายขอบนั้นใครจะคิดถึงอะไรกันก่อน สมัยก่อนเคยทำงานกับนายจ้างท่านนึง เวลาเธอคิดต้นทุนเธอจะบอกค่าเสียโอกาสไปอีก5ถึง10เปอร์เซนต์ในการทำการค้าซึ่งผมก็เห็นด้วยกับการทีู่ธุรกิจมีบัฟเฟอร์ แต่จริงๆแล้วมันต้องได้รับการยินยอมกันทุกฝ่าย ที่ที่สามารถจะเรียกว่าที่ดินชายขอบได้นั้น ต้องไม่มีใครจับจองอยู่ก่อน หรือ ไม่มีการยินยอมให้ใครมาใช้ประโยชน์ร่วมกันแต่อย่างใดไม่ว่ามันจะเลวหรือดีที่สุดข้อนี้คงจะจริงกว่าครับ
ส่วนเรื่องของข้อที่สามนั้นก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดีครับ เพราะค่าเช่าศักย์ที่ดินนั้น เราไม่ทราบว่าในอนาคตกาลจะเกิดอะไรขึ้น มีการสรา้งอะไรต่อมิอะไรที่มันจะเป็นผลบวกหรือลบต่อใครหรือค่าเสื่อมของที่ดินก็ตาม รายได้ของที่ดินจะกลายเป็นภาษีไปหมดและราคาประเมินก็จะต้องเปลี่ยนพื้นฐานกันใหม่หมดจะกี่ปีก็ตาม เราไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนมีคนเปิดให้ขายของแล้วมีคนไปซื้อของโจรมาเนื่องจากไม่ได้รับความยินยอมหรือละเมิดผู้อื่นมา สามีของภรรยาสาวชาวพม่าอยากได้ที่ดินเอาไปให้เมียก็เลยหาทางขูดรียดคนอื่นมาเพราะพรรคพวกมากมาย แต่เจ้าของที่ไม่ยอมขายดังนั้นไม่ว่าเขาจะพาคนมากี่ร้อยกี่พันคนก็ตามมาบอกว่าควรจะขายหรือให้เช่า มันก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าเจ้าของเขาไม่ยอมขายหรือให้เช่าครับ และรายได้จากภาษีที่เกิดขึ้นนั้นถามว่าตกลงใครได่้รับไป มันมากน้อยกว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ คำว่าการเพิ่มภาษีที่ดินจะเพิ่มผลลัพธ์อันใหญ่หลวงต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ในที่สุดหรือไม่ อะไรมีผลมากกว่ากัน หากเราคิดว่าการเปลี่ยนตัวแปรในระบบเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายเหมือนเติมเครื่องปรุงรสแล้วมันก็เหมือนกันนั่นแหละครับว่า คงไม่มีใครยอมที่จะกินเปรี้ยวเผ็ดเค็มได่้เหมือนกัน เหมือนกับการทำธุรกรรมใดๆก็ตามหากเป็นเงื่อนไขที่ผู้บรรลุนิติภาวะเกี่ยวข้องด้วยแล้ว หมายความว่า ญาติพี่น้อง หรือ พ่อแม่เพื่อนฝูงย่อมไม่มีอำนาจตัดสินใจแทนทั้งสิ้นครับ พูดง่ายๆว่าเรื่องนี้นั้นแท้จริงแล้วมันปัจเจกมากกว่าที่จะมีผลบังคับเช่นนั้น จะนิ่มนวลหรือรุนแรงก็ตาม คำว่าเจตนาหรือ เจตจำนงค์นั้นมียัญยัติไว้ในวิธีพิจารณความคดีแพ่งหรืออาญาเช่นกัน ดังนั้น ทฤษฎีในเชิงวิเคราะห์กับเชิงปฎิบัติในชีวิตจริงจึงเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องล่้อเล่น เพราะการทำอาหารสักหม้อให้ใครทานหรือคนหมู่มากทานย่อมแตกต่างกัน ผลกระทบด้านอื่นมีมากมายตามาด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ เศรษฐศาสตร์ แต่ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ถ้าขึ้นชื่อว่า ของจริงชีวิตจริงแล้วมันโยงใยพัวพันกันเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 24/11/2011 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

แนวคิดคือควรถือว่าที่ดินเป็นของส่วนรวมทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน มิใช่ว่าใครจะถือครองเท่าไรก็ได้ มิฉะนั้น จะมีคนที่ไม่มีที่ดินอยู่ด้วย และเขาจะรอดชีวิตอยู่ได้ก็แต่โดยจ่ายค่าเช่าให้แก่ผู้มาถือครองไว้ก่อน ที่ดินนั้นมีที่ดินชั้นดีเลวซึ่งราคาก็ลดหลั่นตามกันไป ซึ่งขึ้นกับทำเล (location) ที่เขาพูดกันว่ามีเกณฑ์พิจารณา ๓ ประการ คือ ๑. ทำเล ๒. ทำเล และ ๓. ทำเล

ที่ดินที่ขณะนี้ไม่มีราคา เรียกว่า ที่ดินชายขอบ หรือ ขอบริมแห่งการผลิต (margin of production) ซึ่งมีนิยามว่าคือ “ที่ดินที่เลวที่สุดที่จำเป็นต้องใช้กัน ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นที่ดินที่ดีที่สุดที่จะหาได้โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน” (จาก นิยามศัพท์และกฎมูลฐานทางเศรษฐศาสตร์แบบของจอร์จ http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/29 )

ค่าเช่าศักย์ของที่ดินหรือคือค่าเช่าที่ทางการประเมิน ซึ่งถ้าถูกต้องดี ก็ควรจะเท่ากับค่าเช่าตามกลไกตลาด และจะเป็นตัวบอกความได้เปรียบเสียเปรียบกันในการได้ครองที่ดินดีเลวผิดกัน ดังนั้น ถ้าค่อย ๆ เพิ่มภาษีที่ดิน สมมุติว่าเพิ่มปีละ ๑/๓๐ ของค่าเช่าศักย์ในแต่ละปี ราว ๓๐ ปีก็จะได้ภาษีที่ดินเท่าค่าเช่า ราคาที่ดินก็จะเป็นศูนย์ วิธีนี้ผมถือว่านิ่มนวลในการปฏิรูปที่ดินด้วยภาษี ต่อไปจะไม่มีใครได้เปรียบใครในด้านการถือครองที่ดิน และทุกคนจะไม่ต้องจ่ายภาษีที่เกิดจากผลตอบแทนการผลิต การค้า และ การบริการ (รวมทั้งภาษีเงินได้) อีกต่อไป

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 24/11/2011 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


และมักจะมีเทคนิคการกว้านซื้อหรือทำให้คนอื่นอยู่ไม่ได้แล้วยอมขายในราคาถูกๆอยู่เป็นประจำแต่ถ้าใครเจอแบบนี้ต้องใจแข็งและอดทนครับการถือกรรมสิทธิ์หรือถือครองอยู่ถ้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเป็นเจ้าของโดยสุจริตก็ไม่ถือว่าเป็นการผูกขาดแต่อย่างใดครับแต่หากละเมิดอยากได้ที่ดินของผู้อื่นเพื่อนำไปขายต่อหรืออย่างหนึ่งอย่างใดแล้วล่ะก็นั่นอาจจะเข้าเค้าในแง่ของการผูกขาดที่มีกลไกซับซ้อนทำให้ตนได้ของของคนอื่นมาโดยที่เขาไม่ยินยอมและผิดกฎหมายนั่นแหละครับ ใครมีของสำคัญก็รักษาเอาไว้ให้ดีๆนะครับ และแน่นอนครับว่า ไม่มีูธุรกรรมใดๆเป็นผลถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้มีการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยชอบธรรม และแน่นอนว่า ศีลธรรม นั้นแตกต่างจาก กฎ วิถีชาวบ้าน ศาลเตี้ย กฎกู กลุ่มกู หรือ อะไรที่มีคนทำตามๆกันซึ่งอาจจะดูเหมือนดี ไม่มีการเอาเปรียบแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ก็ได้ ดังนั้นหมายความว่าสิ่งที่มีคนนิยม ทำตาม นั่นอาจจะไม่ใช่ศีลธรรมก็ได้แต่ใช้สิ่งเหล่านั้นบังหน้า นั่นแหละครับปัญหาทั้งมวล

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 24/11/2011 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ขอบคุณครับที่บอก แต่ผมถือว่าถ้าเราได้รู้เรื่องที่สามารถช่วยให้เกิดความเป็นธรรมและหยุดความยากจนโดยไม่สมัครใจได้ เราก็ควรจะ "บอกต่อ" ถ้าไม่ทำดังนี้ก็จะรู้สึกว่าตนเองเสียชาติเกิด ในเมื่อไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายอะไร ความรู้สึกของผมก็คงไม่ต่างจากของคุณที่ออกมาบอกความรู้ต่างๆ รวมทั้งธรรมะ ซึ่งผมก็ขอให้คุณได้ผลสำเร็จตามที่ปรารถนานะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TaTee วันที่ : 24/11/2011 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

เศรษฐีส่วนใหญ่รวยมาจากที่ดิน เพราะมีแต่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นทุกวัน...........ส่วนจะไปเพิ่มภาษีที่ดินก็เป็นไปได้ยาก เพราะคนเหล่านี้มักมีอิทธิพลและให้ผลประโยชน์แก่นักการเมือง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]