• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 205827
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม 2555
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1258 , 14:22:27 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เชื่อไหมครับ วิชาเศรษฐศาสตร์ได้ถูกคอร์รัปชันในสหรัฐฯ โดยปัจจัยการผลิตที่มี ๓ ปัจจัย คือ ที่ดิน แรงงาน(กาย+สมอง) และ ทุน ถูกตัดเหลือ ๒ ปัจจัย ส่วนที่ขาดหายไปคือที่ดิน ได้ถูกนำไปรวมกับ ทุนเพราะพวกที่มีผลประโยชน์มากในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องการกลายเป็นเป้าเด่นตามที่เฮนรี จอร์จชึ้ให้เห็น

ข้อเขียนและคำปราศรัยของ Henry George (ค.ศ.1839-1897) ในช่วง 20 ปีสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่เสนอให้ยกเลิกภาษีทั้งสิ้น ยกเว้นให้เก็บภาษีมูลค่าที่ดินเพียงอย่างเดียว ซึ่งได้รับการต้อนรับจากคนส่วนใหญ่ ทำให้กลุ่มอำนาจต้องหาทางรักษาสถานภาพที่เป็นอยู่ (status quo) ส่วนที่สำคัญก็คือพยายามมีอำนาจควบคุมการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยสำคัญๆ ของสหรัฐฯ

ศาสตราจารย์ Mason Gaffney อธิบายว่าเศรษฐศาสตร์แบบนีโอคลาสสิกเริ่มขึ้นเมื่อ John Bates Clark (ค.ศ. 1847-1938 ) ผู้มีชื่อเสียงด้านพัฒนาแนวคิดเรื่องผลิตภาพหน่วยท้ายสุด (marginal productivity) ถือเอาเป็นภาระหน้าที่ของตนที่จะต้องต่อต้าน Henry George   ต่อมา Clark ได้รับการย้ายไปยังมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แล้วบรรดาศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ที่คุ้นเคยกับการโต้แย้งทางจริยธรรมก็ถูกแทนที่ด้วยผู้ผ่านการศึกษาด้านทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ใหม่ๆ

สิ่งแรกที่กลุ่มนีโอคลาสสิกทำคือ การถอนเอา ที่ดินออกจากสมการเศรษฐกิจ โดยไม่ถือเป็นปัจจัยการผลิตที่แตกต่างจากทุนและสินค้าที่ผลิตขึ้นมาด้วยการใช้แรงงาน โลกเศรษฐกิจจึงเหลือสิ่งสำคัญพื้นฐานเพียง 2 สิ่ง คือ แรงงาน และ ทุน อิทธิพลความคิดของ Henry George และกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์เดิมที่เรียกว่า political economists แทบจะหมดไปในราวกลางทศวรรษที่เริ่มจาก ค.ศ.1920

ทางดาราศาสตร์มีสสารมืดหรือสิ่งที่เราเรียกว่าหลุมดำ (black hole) ทางเศรษฐศาสตร์ก็เปรียบผลตอบแทนต่อที่ดินเป็นสสารมืด เช่น ระหว่าง ค.ศ. 1975 ถึง 2005 GDP ของสหรัฐฯ โตมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี หลังหักค่าเงินเฟ้อแล้ว รายได้มัธยฐานของครอบครัว (median family income - มีจำนวนครอบครัวที่อยู่เหนือและใต้เส้นมัธยฐานเท่ากัน) กลับมีอัตราการเติบโตเพียง 0.8 % เท่านั้น การเติบโตส่วนอื่น ๆ ไปอยู่เสียที่ไหน ?

 

เรื่องแถม ใครขูดรีดแรงงาน นายทุน หรือ เจ้าของที่ดิน ?

โดยอาศัย ทฤษฎีมูลค่าแรงงาน” (labor theory of value) ที่ผิดพลาด คาร์ล มาร์กซ์ได้อ้างว่ามูลค่าทั้งหมดเกิดจากแรงงาน ดังนั้นส่วนเกินจึงต้องเป็นค่าแรงที่ถูก นายทุนยึดไปโดยไม่เป็นธรรม

เฮนรี จอร์จได้แสดงให้เห็นอย่างถูกต้องว่าส่วนเกินคือค่าเช่าที่ดิน เพราะในระบบตลาดเสรี แรงงานจะได้รับชดเชยเต็มที่ตามผลิตภาพ แต่ผลิตภาพนี้ถูกกดอยู่ด้วยภาษี และการเก็งกำไรที่ดินซึ่งทำให้ขอบริมแห่งการผลิตถูกขยายออกไปยังที่ดินที่มีผลิตภาพต่ำลง และที่ดินเดิมมีค่าเช่าสูงขึ้น ค่าแรงจึงลดลง

  

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

นิยามศัพท์และกฎมูลฐานทางเศรษฐศาสตร์แบบของจอร์จ oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/29

ที่ดินไม่เหมือนทุนหรือทรัพย์สินอื่น bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=431&c=

สสารมืดในเศรษฐศาสตร์ oknation.net/blog/utopiathai/2011/08/18

http://www.cooperativeindividualism.org/dodson-edward_a-century-of-pseudo-scientific-analysis-2003.html

The Corruption of Economics (excerpt) politicaleconomy.org/gaffney.htm

The Corruption of Economics homepage.ntlworld.com/janusg/coe/!index.htm

Interview With Mason Gaffney on Corruption of Economics progress.org/gaffnint.htm

Neo-classical Economics as a Stratagem against Henry George masongaffney.org/publications/K1Neo-classical_Stratagem.CV.pdf




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 23/05/2012 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ใน http://th.wikipedia.org/wiki/เฮนรี_จอร์จ หรือ http://utopiathai.webs.com จะพบว่า เฮนรี จอร์จ คือนักเศรษฐศาสตร์อเมริกันที่จบการศึกษาอย่างเป็นทางการเพียงประถม 6 ผู้เขียนหนังสือและบทความต่าง ๆ จำนวนมากเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความยากจน หนังสือเรื่อง Progress and Poverty (ความก้าวหน้ากับความยากจน ค.ศ. 1879) เป็นหนังสือที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมากที่สุด เมื่อรวมกับการปาฐกถาในสหรัฐฯ เอง สกอตแลนด์ อังกฤษ ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมทั้งการโต้วาทีกับพรรคสังคมนิยมในนิวยอร์กและลอนดอน ก็ทำให้เขามีชื่อเสียงในขณะที่มีชีวิตอยู่ เป็นลำดับ 3 ของสหรัฐฯ ต่อจาก Thomas Edison และ Mark Twain (http://henrygeorgeschool.org/whowashg.htm)

การที่จอร์จจบแค่ประถม 6 อาจทำให้บรรดาอาจารย์เศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยรับไม่ได้กับแนวคิดแก้ความยากจนของเขาตามที่เขาเขียนไว้ในหนังสือหลายเล่ม
และพอดีกับข้อเขียนและคำปราศรัยของ Henry George (ค.ศ.1839-1897) ในช่วง 20 ปีสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่เสนอให้ยกเลิกภาษีทั้งสิ้น ยกเว้นให้เก็บภาษีมูลค่าที่ดินเพียงอย่างเดียว ซึ่งได้รับการต้อนรับจากคนส่วนใหญ่ ทำให้ “กลุ่มอำนาจ” หรือ “กลุ่มผลประโยชน์” ต้องหาทางรักษาสถานภาพที่เป็นอยู่ (status quo) ส่วนที่สำคัญก็คือพยายามมีอำนาจควบคุมการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยสำคัญๆ ของสหรัฐฯ

สสารมืดทางเศรษฐศาสตร์ คือ ที่ดิน ซึ่งจะได้ค่าเช่าหรือราคาขายเมื่อถึงเวลาที่เหมาะ ซึ่งกลุ่มนีโอคลาสสิกแก้ไขตามที่กลุ่มผลประโยชน์ต้องการ โดยเอาที่ดินไปรวมอยู่ใน “ทุน” ทำให้ปัจจัยการผลิตที่เรียกว่า “ที่ดิน” หายไป เหลือแต่ แรงงาน และ ทุน อาจมี “การประกอบการ” เพิ่มขึ้นมาด้วย

ถ้ายังสงสัยเรื่องนี้ก็แนะนำให้เลือกอ่านเรื่องใดเรื่องหนี่งในสี่รายการสุดท้ายของ blog นี้เองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hiriotappa วันที่ : 21/05/2012 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

สสารมืดในอวกาศแตกต่างจากสสารมืดของเรื่องนี้เนื่องจากเรื่องแรกยังหาสาเหตุไม่ได้ แต่อีกเรืองรู้และเห็นกันอยู่แต่รวมในหมวดไหนไม่ได้หรือเปล่่าครับ ส่วนช่วงที่กลุ่มนีโอคลาสสิกทำเช่นนั้นอาจเป็นได้ว่าช่วงนั้นเกิดเหตุการ์ณ์อะไรบางอย่างในหน้าประวัติศาสตร์ด้วยหรือเปล่าครับ สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือนั่นเกิดขึ้นในแถบประเทศเดียว ประเทศเดียว แต่ประเทศอื่นๆเรื่องนี้มีคนให้การยอมรับกันมากแค่ไหน อีกทั้งคนเหล่านั้นเหตุใดถูกเรียกเป็นกลุ่มเดียวกันว่าคือ กลุ่ม นีโอคลาสสิค? หมายความว่านั่นไม่ได้อยู่กันโดดๆ แบบ เฮนรี่จอร์จ หรือ คนอื่นที่มาพิสูจน์ทฤษฎีของพวกเขากันแบบเดี่ยวๆ แต่คิดค้นกันเป็นพรรคเป็นพวกนั่นเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]