• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 205748
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน 2555
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1016 , 15:50:08 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตลาดเสรีแก้ความยากจนและวิกฤตฟองสบู่ไม่ได้

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น - เพราะมนุษย์ไม่สามารถผลิตที่ดินได้น่ะสิครับ

ส่วนที่ผลิตได้ก็มี แต่น้อยมาก แล้วก็ไปกินเนื้อที่ที่เป็นน้ำมาก่อน ซึ่งเนื้อที่อย่างนี้ เศรษฐศาสตร์ก็ถือเป็นที่ดินด้วยอยู่แล้ว

การสร้างอาคารสูง สิบชั้นหรือร้อยชั้น ขึ้นไปในอากาศ ไม่ใช่การผลิตที่ดิน แต่เป็นสิ่งปรับปรุงซึ่งเราคิดแยกมูลค่าออกจากที่ดินได้ แม้จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนที่ดินได้ด้วยก็ตาม

ดร. Joseph E. Stiglitz อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ได้กล่าวไว้ว่า หลักการภาษีทั่วไปข้อหนึ่งคือควรเก็บภาษีสิ่งที่ผลิตเพิ่มได้ยาก เพราะจะไม่มีผลร้ายด้านอุปทาน ที่ดินไม่หายไปเมื่อถูกเก็บภาษี เฮนรี จอร์จ บุคคลหัวก้าวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งปลายศตวรรษที่ 19 พยายามสนับสนุนให้เก็บภาษีที่ดินก็เพราะเหตุนี้ด้วย ...ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ที่อาจถูกใช้หมดสิ้นไปได้ก็เป็นเช่นเดียวกัน ...

(จากเอกสารขนาดเพียง 9 หน้าของเขา ที่ http://www.nextnewdeal.net/wp-content/uploads/2010/12/principles-and-guidelines-for-deficit-reduction.pdf )

แต่เราแทบทุกประเทศในโลกกลับมุ่งเก็บภาษีจากการผลิตและการค้าสิ่งที่ผลิตกันเป็นปกติเพราะเป็นที่ต้องการของตลาด จึงทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม ต้องขายสินค้าแพงขึ้น และภาษีเงินได้ทำให้รายได้ลด

สิ่งที่พึงทำก็คือ tax shift คือย้ายภาษีจากการผลิตสินค้าและบริการไปยังที่ดิน แต่ต้องค่อยๆ ย้าย เพราะภาษีที่ดินไม่สามารถเพิ่มได้รวดเร็ว มิฉะนั้นจะเกิดภาวะวิกฤตทำนองเดียวกับฟองสบู่อสังหาฯ แตกนั่นแล

สำหรับที่ดิน ผมได้เรียนซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า การเก็บภาษีที่ดินต่ำไปทำให้คนกักตุนที่ดินกันเป็นการกว้างขวางทั่วไป อย่างระดับปัจจุบันที่พูดกันมาเป็นสิบปีแล้ว ว่ากันว่า ที่ดินไทยที่คนทั่วไปถือครองกันอยู่นั้น เป็นการถือครองโดยไม่ค่อยได้ทำประโยชน์ หวังกำไรในอนาคตเสียกว่า 70% แปลว่าใช้ประโยชน์ตามควรไม่ถึง 30% (ไม่ถึง 1 ใน 3) อย่างนี้ก็แปลว่าแผ่นดินไทยมีการทำประโยชน์น้อย ผลผลิตต่ำ ที่ดินแพงเพราะถูกกักตุนกันไว้  ผู้ใช้แรงงานขั้นพื้นฐานหมดโอกาสเป็นเจ้าของที่ดิน ต้องว่างงาน แย่งกันหางานทำ ค่าแรงถูกกดต่ำ จึงมีความยากจนกันมาก

ผลของการเก็งกำไรที่ดินอีกข้อหนึ่งก็คือ วิกฤตวัฏจักรเศรษฐกิจฟองสบู่ ซึ่งเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื่อยมา การผลิตการค้าตกต่ำเสียหาย และเกิดการว่างงาน ความทุกข์ยากแก่ประชาชนค่อนโลก

สมควรแล้วที่เกิด  Econ 4 : เมื่อนักเศรษฐศาสตร์หันมาตั้งคำถามต่อเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก (http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/samyan/20120105/427744/news.html )

เราเองภาคประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งก็น่าจะร่วมมือกันผลักดันผู้รับเลือกตั้งเข้ารัฐสภาให้สัญญาว่าจะค่อยๆ เพิ่มภาษีที่ดิน และลดเลิกภาษีเงินได้และภาษีการผลิตการค้าชดเชยกัน เพื่อขจัดความยากจน และความทุกข์ยากจากการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน และวิกฤตวัฏจักรเศรษฐกิจฟองสบู่ให้ได้

 

โปรดดู How to End Poverty a Quick and Easy Guide ที่

http://www.youtube.com/watch?v=PFJIZaV73pQ ครับ.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 04/09/2012 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ระบบตลาดเสรีใช้ได้กับสินค้าที่สามารถผลิตเพิ่มได้ง่าย (ถูกผูกขาดได้ยาก) เท่านั้น สิ่งที่มีลักษณะผูกขาดได้ง่าย คือผลิตเพิ่มได้ยากหรือเพิ่มไม่ได้ เช่นที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญบางอย่างจะต้องเก็บภาษีเป็นการเฉพาะ แต่รัฐส่วนใหญ่กลับเก็บภาษีแรงงานและทุนมาก เก็บภาษีที่ดินน้อย จึงก่อความยากจนแก่คนส่วนใหญ่และทำให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนใหญ่หลวงซ้ำซากจากเศรษฐกิจฟองสบู่
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ลำพังระบบตลาดเสรีล้วนๆ ไม่สามารถแก้ความยากจนของคนส่วนใหญ่และวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่อสังหาฯ ได้ จำเป็นต้องมีภาษีที่ช่วยป้องกันการผูกขาดตามควร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 26/06/2012 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ถึงเดี๋ยวนี้ในระบบปัจจุบัน ปรากฏว่าความยากจนยิ่งมากขึ้น และวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะการเก็งกำไรที่ดิน (ที่ดินไทยที่ถือครองกันอยู่ เป็นการถือครองโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามที่ควรถึง 70 % เพราะหวังราคาสูงในอนาคต)

แต่ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่เก็บภาษีที่ดินสูงเท่าที่มีมา และเก็บภาษีเงินได้ภาษีการผลิตการค้าต่ำ คนจนมีน้อย ตัวอย่างดู Where a Tax Reform Has Worked: 28 Case Summaries http://www.progress.org/geonomy/Numbers.html

ใช้ที่ดินน้อยหรือใช้ที่ดินที่ห่างความเจริญก็เสียภาษีที่ดินน้อย เพราะที่ดินราคาต่ำ

แต่คนไร้ที่ดินต้องเสียค่าเช่าที่ดินแพงเพราะการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน และยังต้องซื้อสินค้าแพงเพราะมีภาษีการผลิตการค้า ค่าแรงก็ถูกกดต่ำเพราะมีงานให้ทำน้อยจากการที่การผลิตของชาติน้อยกว่าที่ควรเป็นเนื่องจากที่ดินถูกกักตุนกันไว้ นี่สิ จะช่วยพวกเขาอย่างไร

ผมเคยนึกสงสัยว่าร้านรวงต่างๆ ที่เป็นตึกแถวหรือห้องแถวมีมากมายเต็มไปตลอดสองฝั่งถนนในตัวเมือง ใช้ที่ดินกันห้องละไม่กี่ตารางวา รู้สึกว่าจะมีคู่แข่งเยอะแยะ รวมทั้งตลาดเสื้อผ้ารายย่อยที่รวมอยู่ในแห่งเดียวกัน มันไม่น่าจะหารายได้พอเลี้ยงตัวได้เลย แต่ก็ปรากฏว่าเขาก็อยู่กันได้

สำหรับเกษตรกร เดี๋ยวนี้เขาก็มีโครงการต้นแบบในการแบ่งที่ดินไร่เดียวทำหลายอย่างตามเกษตรทฤษฎีใหม่ให้มีรายได้แสนบาท (ในหนึ่งปี ?) - http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02spe01091253§ionid=0223&day=2010-12-09

คนมีทุนมากหรือน้อยก็ตาม ปกติเขาย่อมจะหาทางลงทุนทำมาหากินโดยใช้ทั้งทุน แรงงาน และที่ดินให้น้อยที่สุด แต่ให้ได้มูลค่าผลผลิตสูงสุดกันทั้งนั้น ทั้งทุน แรงงาน และที่ดิน ซึ่งต่างก็เป็นปัจจัยการผลิต ก็ย่อมต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับอาชีพแต่ละอย่าง จึงจะเกิดประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ

ถ้าเก็บภาษีที่ดินอย่างเดียวโดยค่อยๆ เพิ่มตามส่วนกับค่าเช่าที่ดินตามอัตราท้องตลาด จนในที่สุดก็เท่ากับค่าเช่า และลดภาษีเงินได้ ภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้าชดเชย จะไม่ต้องกลัวหาที่ดินทำกินและอยู่อาศัยไม่ได้ เพราะผู้คนจะไม่อยากเก็บที่ดินไว้เกินกว่าที่ตนจะทำประโยชน์ได้คุ้มกับภาษีที่ดิน

คุณหิริน่าจะดู นิยามศัพท์และกฎมูลฐานทางเศรษฐศาสตร์แบบของจอร์จ ที่ http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/29 ด้วย
ผมขอลอกเอามาแสดงเพียงบางส่วน

ขอบริมแห่งการผลิต (Margin of Production หรือ ที่ดินชายขอบ) คือ ที่ดินที่เลวที่สุดที่จำเป็นต้องใช้กัน ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นที่ดินที่ดีที่สุดที่จะหาได้โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน

ขอบริมแห่งการผลิตมีความสำคัญมาก เพราะเป็นฐานร่วมของกฎว่าด้วยวิภาคกรรมทั้งสามต่อไปนี้:

กฎว่าด้วยวิภาคกรรม (Laws of Distribution)
1. กฎว่าด้วยค่าเช่าที่ดิน (Law of Rent) ค่าเช่าที่ดินกำหนดได้ด้วยผลผลิตของที่ดินนั้น ๆ ในส่วนที่เกินกว่าผลผลิตจากขอบริมแห่งการผลิต ในเมื่อใช้แรงงานและทุนเท่ากัน
2. กฎว่าด้วยค่าแรง (Law of Wages) ค่าแรงทั่วไปถูกกำหนดด้วยผลผลิตที่แรงงานสามารถผลิตได้ ณ ขอบริมแห่งการผลิต
3. กฎว่าด้วยดอกเบี้ย (Law of Interest) ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนทุนจะสูงขึ้นหรือต่ำลงเช่นเดียวกับค่าแรง และขึ้นอยู่กับขอบริมแห่งการผลิตเช่นเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 26/06/2012 เวลา : 02.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ปกติการค้าที่ดินหรือเก็งกำไรนั้นเขาจะไม่เก็บกันไว้นานหากเก็บเอาไว้นานแล้วเพิ่มภาษีตามเวลาที่เป็นเจ้าของมันจะทำให้ี่ที่ดินดูมีค่าขึ้น แต่ในทางกลับกันหากจะคิดภาษีในแง่ที่ว่าที่ดินเหล่านั้นสามารถนำำไปใช้ประโยชน์ในการกระจายรายได้ได้ทั่วถึงไหม(ซึ่งคำนวณกันได้ไม่ยาก)หรือได้ดีเพียงใด ตรงข้อนี้อาจเป็นผลร้ายกับผู้ถือครองรายย่อยหรือเจ้าของกรรมสิทธิ์รายย่อยๆ เนื่องจากเขาคงไม่มีทางที่จะหาเงินมาลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ที่ดินเหล่านั้นได้นั่นเอง ผลิตภาพที่เกิดขึ้นเขาย่อมสู้รายที่มีเงินหนาไม่ได้แน่นอน และจะกลายเป้นผู้ที่สรา้งผลิตภาพในที่ดินของตัวเองได้ต่ำในที่สุด ด้วยเหตุนี้การผลิตสินค้าหรือบริการจึงเป็นทางออกอีกแง่หนึ่งที่ทำให้รายใหญ่กับรายย่อยมีรายจ่ายด้านภาษีที่สมเหตุสมผล ซึ่งการค่อยๆลดภาษีด้านนี้แล้วค่อยๆเพิ่มภาษีที่ดินจะทำให้รายได้ทางตรงลดลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในส่วนของภาษีที่ดินนั้นน่าจะคงที่ ในระหว่างที่รายได้แปรผันนั้นเป้นสิ่งที่ไม่แน่นอนแปรผันตามปริมาณการสั่งซื้อหรือการผลิต ดังนั้นหากจะขึ้นภาษีที่ดินควรจะต้องคิดตามอัตราการสร้างผลิตภาพในพื้นที่ด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 01.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

คุณหิริก็แจงมาได้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hiriotappa วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 00.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

น่าจะมีอะไรที่ดีกว่าการทำไร่ภาษีแบบเลื่อนลอยหรือเปล่าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]