• สุธน_หิญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : utopiathai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 207295
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ยูโทเพียไทย
รัฐสวัสดิการ + ภาษีเดี่ยวจากที่ดิน = เจริญสุขทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม 2556
Posted by สุธน_หิญ , ผู้อ่าน : 1537 , 02:39:43 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน VartHart โหวตเรื่องนี้

เศรษฐศาสตร์ที่สอนที่เรียนกันผิดศีลธรรมหรือขาดธรรมาภิบาลกันเป็นส่วนมาก

 

ลองพิจารณาข้อความนี้ (ของผมเอง)

“ถ้าภาษีที่ดินต่ำ ค่าแรงก็จะต่ำด้วย เพราะคนรวยจะสามารถถือครองที่ดินไว้ได้มากๆ โดยหวังราคาที่จะสูงขึ้น การเก็งกำไรกักตุนที่ดินทำให้ที่ดินแพงและกลายเป็นของหายาก ไปไหนๆ ก็เจอแต่ที่ดินรกร้างแต่มีเจ้าของแล้ว ที่ดินที่ไม่ค่อยได้ทำประโยชน์มีมากถึง 70% ของที่ดินที่ถือครองกันอยู่ แปลว่าได้ทำประโยชน์ไม่ถึง 1 ใน 3 ดังนั้นการผลิตของชาติจึงย่อมมีน้อย การทำงานก็มีน้อยตามไป แรงงานพื้นฐานต้องว่างงาน แย่งกันหางานทำ ค่าแรงถูกกดต่ำ มิหนำซ้ำการเก็งกำไรซื้อขายที่ดินเป็นต้นเหตุให้เกิดฟองสบู่อสังหาฯ เป็นระยะๆ เรื่อยมา แม้ขณะนี้ก็รับผลกระทบกันทั่วโลก เกิดความเสียหายสุดคณนา”

 

ถ้าเรารู้ผลร้ายของการเก็บภาษีที่ดินต่ำไป  และผลร้ายของการเก็บภาษีจากการลงแรงลงทุนผลิตและแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ แล้วเราไม่หาทางแก้ไข นั่นคือเราผิดศีลธรรมหรือขาดธรรมาภิบาล ใช่หรือไม่?  โดยเฉพาะคือนักเศรษฐศาสตร์และอาจารย์เศรษฐศาสตร์

 

เฮนรี จอร์จเจ้าตำรับภาษีเดี่ยวจากที่ดินของสหรัฐฯ กล่าวไว้ในคำสรรเสริญเสรีภาพ หรือ Ode to Liberty ที่ซานฟรานซิสโก ในวันชาติสหรัฐฯ 4 ก.ค. ค.ศ.1877 - http://schalkenbach.org/library/henry-george/ode-to-liberty.html ว่า “ฯลฯ ฯลฯ การปรุงปรับ (adjustment) ขั้นปฐมทางสังคมของเราเป็นการปฏิเสธความยุติธรรม   โดยการยอมให้มนุษย์ผู้หนึ่งได้ครอบครองที่ดิน ซึ่งมนุษย์ผู้อื่นต้องอาศัยดำรงชีวิตอยู่บนแผ่นดินนั้นและจากแผ่นดินนั้น เราก็ได้ทำให้พวกเขากลายเป็นทาสของผู้นั้นในระดับหนึ่งซึ่งจะรุนแรงขึ้นเมื่อความก้าวหน้าทางวัตถุดำเนินไป   นี่คือการเล่นแร่แปรธาตุ (alchemy) อย่างแยบยล ซึ่งกำลังสกัดเอาผลแห่งการทำงานเหนื่อยยากจากมวลชนในอารยประเทศทุกแห่งไปโดยวิธีที่พวกเขาไม่รู้สึก   ซึ่งกำลังสถาปนาระบบทาสที่ยากแค้นขึ้นและไร้ความหวังยิ่งขึ้นแทนที่ระบบทาสที่ถูกทำลายลงไปแล้ว   กำลังทำให้เกิดระบบกดขี่ทางการเมืองขึ้นจากเสรีภาพทางการเมือง   และในไม่ช้าก็จะต้องเปลี่ยนสถาบันประชาธิปไตยให้กลายเป็นอนาธิปไตย ฯลฯ ฯลฯ”

 

ใน Econ 4 : เมื่อนักเศรษฐศาสตร์หันมาตั้งคำถามต่อเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก โดย : กุลลินี มุทธากลิน มุมมองบ้านสามย่าน 5 มกราคม 2555 
(http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/samyan/20120105/427744/news.html) ดร. กุลลินีเขียนไว้ดังนี้

 

 “เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้รวมตัวกันเดินออกจากห้องเรียน (walk out) ในชั้นเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ 101 (Economics 101) วิชาพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ที่สอนโดยศาสตราจารย์แมนคิว (Gregory Mankiw) นักเศรษฐศาสตร์มหภาคชื่อดังเจ้าของตำราพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ที่นักเรียนเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต้องอ่าน

“จดหมายเปิดผนึกที่นักศึกษายื่นต่อศาสตราจารย์แมนคิวมีเนื้อหาว่า พวกเขามาลงทะเบียนเรียนวิชานี้เนื่องด้วยคาดหวังว่าจะได้รับความรู้พื้นฐานสำหรับการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ในแง่มุมที่หลากหลาย แต่พบว่าเนื้อหาของวิชานี้คับแคบ อีกทั้งทางเลือกอันจำกัดที่มีให้ กลับเป็นแนวคิดและทฤษฎีที่พวกเขาเชื่อว่าสนับสนุนและทำให้ความไม่มีประสิทธิภาพและความไม่เท่าเทียมดำรงอยู่ในสังคม พวกเขาจึงเรียกร้องให้นำการวิพากษ์โมเดล ทฤษฎี และแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์รวมทั้งชุดทางเลือกของแนวคิดที่หลากหลายกลับเข้ามาในวิชานี้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่า นักศึกษาที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจะมีบทบาทสำคัญในสถาบันการเงินและการกำหนดนโยบายสาธารณะต่างๆ ในอนาคต ดังนั้น ถ้าหากนักศึกษาไม่ได้มีความรู้ที่เปิดกว้างหลากหลาย มีความเข้าใจในวิชาเศรษฐศาสตร์แบบวิพากษ์ จะส่งผลต่อบทบาทของนักศึกษาที่จะมีวิชาชีพนักเศรษฐศาสตร์ในอนาคต”

 

ข้อความตอนท้ายของบทความของ ดร.กุลลินี ที่ควรทราบเพิ่มเติมมีดังนี้

 

“แล้วเศรษฐศาสตร์แนวใหม่นี้มีพื้นฐานอะไรบ้าง กลุ่ม Econ 4 ต้องการเศรษฐศาสตร์ (รวมถึงนักเศรษฐศาสตร์) ที่มีใจเปิดกว้าง เป็นศาสตร์ที่มุ่งไปสู่ความกินดีอยู่ดีของมนุษย์ในระยะยาว ไม่ใช่การแสวงหาผลกำไรและผลผลิตสูงสุดในระยะสั้น แต่ต้องการศาสตร์ที่ตระหนักถึงการถนอมรักษาโลกไว้สำหรับลูกหลานและผู้คนในอนาคต ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้สามารถบรรลุได้ด้วยเปลี่ยนแปลงความเข้าใจที่ผู้คนมีต่อเศรษฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงวิถีที่นักเศรษฐศาสตร์ถูกฝึกฝนและเรียนรู้มา 
 

“มาตรการรูปธรรมที่ กลุ่ม Econ 4 ต้องการให้มีดำเนินการ ได้แก่ การเผยแพร่แนวความคิดใหม่ๆ ทางเศรษฐศาสตร์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์  เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่สาธารณชนนอกห้องเรียนในวงกว้าง เพื่อจะกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เช่น การจัดทำวีดิทัศน์ที่มีความยาวขนาดสั้นซึ่งสามารถเข้าดูได้แบบออนไลน์ สนับสนุนให้มีการปรับปรุงวิชาพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ (Reboot Econ 101) โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงแนวคิดหลักๆ ที่สอนกันในวิชานี้ ซึ่งต้องมีการผลิตเอกสารการสอนใหม่ที่ครอบคลุม หลักสูตรการเรียน (syllabus) ตำราและเอกสารประกอบการเรียน  power points สื่อวีดิทัศน์ การเปิดคอร์สออนไลน์ และเผยแพร่ฐานข้อมูลเหล่านี้ในวงกว้าง รวมถึงการฝึกฝนผู้สอนที่จะสอนวิชานี้ เพื่อสนับสนุนนักศึกษาที่มีความต้องการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์แนวใหม่เหล่านี้
 

“การปิดฉากการผูกขาดความคิดมิติเดียวในทางเศรษฐศาสตร์ยังต้องกระทำผ่านการเปลี่ยนวิธีการฝึกฝนนักศึกษาระดับปริญญาเอกสำหรับนักศึกษาที่สนใจเศรษฐศาสตร์ทางเลือก เช่น การให้ทุนในการทำวิทยานิพนธ์ ทุนการศึกษาระดับหลังปริญญาเอก และการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการวิจัย การเปิดตัววารสารวิชาการที่สามารถเผยแพร่ผลงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์แนวใหม่ได้ 
 

“นอกจากนี้ สิ่งที่กลุ่ม Econ 4 เห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก คือ การสร้างจริยธรรมในวิชาชีพเศรษฐศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่เพียงเพื่อขจัดการมีผลประโยชน์ทับซ้อน หากแต่เพื่อบูรณาการเอาจริยธรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเศรษฐศาสตร์
 

“สำหรับท่านที่สนใจแนวคิดของกลุ่ม Econ 4 สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://econ4.org/

 

และบทความที่ควรอ่าน อย่างน้อยที่สุดก็บทคัดย่อ 9 บรรทัด คือ The Need For a New Economic Paradigm ที่ www.progress.org/thacker.htm ขอบคุณครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุธน_หิญ วันที่ : 27/07/2013 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/utopiathai
รัฐสวัสดิการ + ภาษีที่ดินเท่านั้น = อยู่ดีทั่วหน้า + ไร้วิกฤตฟองสบู่    facebook.com/suthon.hin

ขอแนะนำให้อ่านเรื่อง เก็บภาษีที่ดินแรง ๆ ค่าเช่าหรือราคาที่ดินและสินค้าจะกลับต่ำ http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/08/24
และเรื่อง นิยามศัพท์และกฎมูลฐานทางเศรษฐศาสตร์แบบของจอร์จ
http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2011/06/29/
หรือจะอ่านหนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม http://utopiathai.webs.com/UnjustPoverty.html บทที่ 7 ปัญหาเกี่ยวเนื่องกับระบบภาษีมูลค่าที่ดิน ก็ดีครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Hiriotappa วันที่ : 25/07/2013 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

สิ่งที่กล่าวเรื่องค่าเสียโอกาสนั้นคือเศรษฐเสื่อมครับไม่ใช่ เศรษฐศาสตร์ เพราะสรา้งความดีงามอยู่ดีกินดีกับคนกลุ่มหนึ่งแต่สรา้งความลำบากยุ่งยากและทุกขเวทนากับคนอีกกลุ่มหนึ่งไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าใจความหมายผิดตั้งแต่แรก ทุกอย่างก็จะผิดไปเรื่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 25/07/2013 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

การให้ความสำคัญกับที่ดินมากเกินไปจนลืมไปว่านั่นเป้นหนึ่งในปัจจัยการผลิตเป็นสิ่งที่ค่อนข้างล้าหลัง เพราะคนอื่นชอบคิดว่านั้่นคือบ่อเกิดของทุกสิ่ง แต่อีกสามสิ่งนั้นสำคัญเช่นกัน การที่คนเรามีความรู้ความสามารถทำอะไรได้ในสถานที่บางแห่งได้ดีหรือไม่ดีนั้นเป็นเรื่องที่กว้างกว่านั้น หากใครมีที่แล้วมีผลผลิตที่ไม่ดี การรวมตัวเพราะคิดว่าคนอื่นเอาที่ไปทำจะดีกว่าเป้นเรื่องน่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง เพระาการได้มาหรือการก่อกวนอาจจะเป้นพฤติกรรมที่ไม่ใช่การแข่งขันสมบูรณ์ แต่เป้นการแย่งชิงเพื่อให้ได้มา และเมื่อมีพรรคพวกมากมายแนวโน้มที่จะไม่ถูกก่อกวนก็จะทำให้ผลผลิตในมือตัวเองดีกว่า รายของเจ้าของที่ตนไม่ได้ก่อกวนเข้าไปด้วย รวมๆแล้ว หากบวกค่าเสียโอกาสเข้าไปด้วยอีกต่างหาก คนเหล่านี้จะถอนทุนคืนจากใครและทำอะไรอีกต่อไป กลายเป้น ค่าตอบแทนจากที่ดิน + ค่าใช้จ่ายที่ส่งคนหรือพรรคพวกไปก่อกวนเพื่อให้ได้ที่ดินคนอื่นมาโดยง่าย หรือ ค่าใช้จ่ายในการโจมตีผุ้อื่นว่าใช้ที่ดินได้ไม่คุ้มค่าเท่าตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Hiriotappa วันที่ : 25/07/2013 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ถ้าภาษีที่ดินสูงขึ้นแต่การถือครองที่ดินยังคงหอมหวล หากคนรวยกับคนจนมีภาวะเหมือนเดิม ความน่าจะเป้นที่คนรวยจะถือครองที่ดินมากกว่าคนจนจะยังคงเป็นเช่นเดิมครับ แต่หากกำหนดการถือครองที่ดินให้ชัดเจนยุติธรรมก็จะไม่ใช่ีระบบเศรษฐกิจที่อยู่ในลักษณะสังคมนิยมหรือไม่ การซื้อที่ดินหรือโกงที่ดินผู้อื่นมาให้ลิ่วล้อหรือคนของตัวเองสำหรับคนรวยแล้วเขาอาจจะทำอย่างอื่นมากกว่านั้น ดังนั้นกรรมสิทธิ์จึงเป้นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างน้อยเรามีสิทธิ์เต็มที่ในทรัพย์สินที่เรามี หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง อดีตปัจจุบันอนาคตก็ยังคงจะเป้นเช่นเดิม ไม่ว่าใครจะใช้กลวิธีใดๆหลอกหรือเอาไปมันก็ยังผิด หากแก้ไขให้จุดนี้ยังคงอยู่ได้โดยชอบธรรมจริงๆ เรื่องอื่นๆเกี่ยวกับที่ดินก็คงเกิดความยุติธรรมและประโยชน์อย่างแท้จริง คงมีคนกล้าที่จะทำอะไรมากขึ้นเพระามีการคุ้มครองการเอาเปรียบทางตรงหรือไม่ตรงที่มีพื้นฐานที่ดีพอ ขออภัยเขียนผิดนะครับ และอยากจะเสริมเพิ่มอีกว่า เรื่องของค่าเช่า หรือ ผลตอบแทนของ ปัจจัยการผลิตแบบที่ดินนั้น คำคำนี้จริงๆแล้วจะมีผลเปลี่ยนแปลงตามอัตราภาษีหรือไม่ ผู้ประกอบการจะยอมลดค่าเช่า หากภาษีลดลง หรือ ฝ่ายกิจการบ้านเมืองจะเก็บภาษีมากขึ้นหรือไม่หากช่องว่างของคนรวยกับคนจนมากขึ้น คำว่ากำไรสูงสุด ทำร้ายไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งครับ การยึดที่โกงที่ดินหรือจัดการเอาเองกับที่ดินที่เป็นของคนอื่นพยายามมีผลไปถึงส่วนอื่นเพระาถือว่าที่ดินสำคัญที่สุด หากเกิดอะไรในพื่นที่สังเกตุได้เลยว่า คนรับชอบจะเอาแต่เรือ่งดีๆแต่หากในที่ดินใครๆมีเรือ่งไม่ดีมาบ้าง สิ่งเลวๆเหล่านั้นจะไม่ถือว่าตนควรได้ส่วนแบ่งจากความเลวร้ายเหล่านั้นแน่นอน จริยธรรมสั่งสอนคนไม่ได้ในเร็ววัน มาตรการสำคัญอยู่ที่จริยธรรมของผุ้นำที่ออกกฎต่างๆออกมาต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hiriotappa วันที่ : 25/07/2013 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ถ้าภาษีที่ดินถูกลงแต่การถือครองที่ดินยังคงหอมหวล หากคนรวยกับคนจนมีภาวะเหมือนเดิม ความน่าจะเป้นที่คนรวยจะถือครองที่ดินมากกว่าคนจนจะยังคงเป็นเช่นเดิมครับ แต่หากกำหนดการถือครองที่ดินให้ชัดเจนยุติธรรมก็จะไม่ใช่ีระบบเศรษฐกิจที่อยู่ในลักษณะสังคมนิยมหรือไม่ การซื้อที่ดินหรือโกงที่ดินผู้อื่นมาให้ลิ่วล้อหรือคนของตัวเองสำหรับคนรวยแล้วเขาอาจจะทำอย่างอื่นมากกว่านั้น ดังนั้นกรรมสิทธิ์จึงเป้นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างน้อยเรามีสิทธิ์เต็มที่ในทรัพย์สินที่เรามี หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง อดีตปัจจุบันอนาคตก็ยังคงจะเป้นเช่นเดิม ไม่ว่าใครจะใช้กลวิธีใดๆหลอกหรือเอาไปมันก็ยังผิด หากแก้ไขให้จุดนี้ยังคงอยู่ได้โดยชอบธรรมจริงๆ เรื่องอื่นๆเกี่ยวกับที่ดินก็คงเกิดความยุติธรรมและประโยชน์อย่างแท้จริง คงมีคนกล้าที่จะทำอะไรมากขึ้นเพระามีการคุ้มคีองการเอาเปรียบทางตรงหรือไม่ตรงที่มีพื้นฐานที่ดีพอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]